ชายหนุ่มขับรถมอเตอร์ไซค์กลับไปที่ห้องพักของตนเอง เขาเดินเข้าไปในห้อง ท่ามกลางความมืดสนิท ล็อกกลอนประตูห้องพักช้าๆ แล้วนั่งลงที่ บริเวณประตูห้อง แผ่นหลังแนบชิดกำแพง แล้วปล่อยน้ำตาไหลร่วงลงอาบแก้มช้าๆ ความสูญเสียคนรักอย่างกะทันหัน ยากเกินจะรับไหวจริงๆ
มาที่ฝั่งของ มิริน และ ต้น
ต้น ขับรถคันหรูของเขาพา หญิงสาวที่กำลังอยู่ในอาการโศกเศร้าและรู้สึกผิด มาส่งยังบ้านของเธอ ทันทีที่รถจอดสนิท หญิงสูงวัยก็เดินออกมาเปิดประตูเหมือนทุกครั้ง
" กลับดึกอีกแล้ว….เอ๊ะ!!.. คนคนนี้คือใครงั้นหรอ ทำไมแม่รู้สึกคุ้นหน้าจัง"
แม่ของเธอถามลูกสาวคนดี ด้วยความสงสัย เมื่อเห็นมีชายแปลกหน้ามาส่งลูกสาวถึงที่บ้าน พร้อมกับพิจารณาใบหน้าและรูปร่างของชายหนุ่ม ซึ่งดูๆไปแล้ว การแต่งการของชายหนุ่มก็ดูค่อนข้างมีภูมิฐานดี
"แม่!!… คนนี้ก็คนที่แม่เห็นในละครไง"
มิริน อธิบาย ให้คุณแม่ฟัง ว่าชายหนุ่มคนนี้คือนักแสดง ที่กำลังมีชื่อเสียงอยู่ในขณะนี้
" อ๋อแม่จำได้แล้ว คุณ ต้น เอกสิทธิ์ นั่นเอง"
แม่รู้สึกตื่นเต้น ผสมกับ ความรู้สึกแปลกใจเป็อย่างมากที่ได้เจอ ดาราหนุ่ม ที่บ้านของตน แล้วยิ่ง มากับ ลูกสาวของนางอีก ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้ง2 เป็อย่างไรกันแน่..
" ว่าแต่ คุณต้น รู้จักกับมิริน ได้ยังไงคะ? "
คุณแม่ยิงคำถามต่อ ไปที่นักแสดงหนุ่ม
เมื่อได้ยินคำถามจากหญิงสูงวัย ทั้งมิริน และ ต้น ก็แทบวางตัวไม่ถูก เธอและเขามองตากันและกัน เหมือนกำลังคุยกันด้วยสายตาว่า จะตอบกลับคุณแม่ไปอย่างไรดี
" ผมไปทานกาแฟที่ร้านนะครับ เลยได้ทำความรู้จักกัน มิริน เธอเป็คนอัธยาศัยดี แถมยังน่ารักอีกด้วย ผมเลยถือโอกาสชวนให้เธอไปทำงานร่วมกัน"
" ทำงานด้วยกันเหรอ? เื่นี้ลูกได้คุยกับผิงหรือยัง "
ทุกอย่างกระชั้นชิดเกินไป จนนางเองก็อดห่วงไม่ได้ที่ลูกสาวตัดสินใจอะไรแบบนี้ ซึ่งอาจจะทำให้มีผลกระทบกับงานได้
" หนูลาออกจากร้านกาแฟแล้วค่ะ "
มิรินก้มหน้ารับ และ ตอบกลับด้วยคำพูดช้าๆ เบาๆ
" กะทันหันเกินไปนะ งานที่ร้านก็เยอะ ผิงยอมให้ออกด้วยเหรอ?"
" พี่ผิงไม่ได้พูดอะไรคะ แม่ "
หญิงสูงวัยถอนหายใจคลายกังวล ลูกก็โตแล้ว ควรคิดและตัดสินใจเอง เมื่อลูกสาวได้เลือกไปแล้วคนเป็แม่ก็ต้องเห็นด้วยกับการตัดสินใจของลูก
" เอาเถอะๆ!! ว่าแต่จะไปทำงานกับคุณต้น เมื่อไหร่ล่ะ? "
" อาทิตย์หน้าค่ะแม่ แม่จะไปอยู่กรุงเทพฯกับหนูด้วยไหมคะ? "
มิริน ส่งสายตาอ้อนวอนต่อคุณแม่ อยากให้ไปอยู่ด้วย เพราะหากเธอไปแล้ว มารดาของเธอก็ต้องอาศัยอยู่ตามลำพังคนเดียว
" แม่ไม่ไปหรอก ลูกก็โตแล้ว อยากทำอะไรก็แล้วแต่ลูกเถอะ อย่าพาแม่ไปเป็ภาระเลย "
หญิงสูงวัยยิ้มตอบกลับ
" งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ ไว้อาทิตย์หน้าเดี๋ยวผมกลับมาใหม่ ครับ"
ชายหนุ่มกล่าวลา2แม่ลูก จากนั้นกลับขึ้นรถสปอร์ตคันหรู แล้วขับรถออกไป โดยมีสายตาของมิริน และ แม่ของเธอ มองตามรถที่ค่อยขับออกไปไกลจนสุดสายตา ก่อนที่2แม่ลูก จะจูงมือกันเดินเข้าไปในบ้านโดยไม่ได้พูดอะไร
1 อาทิตย์ผ่านไป...
ต้นขับรถสปอร์ตสีส้มคู่ใจมารับมิริน ด้วยตนเอง รถหรู จอดที่หน้าบ้านไม้สองชั้นหลังเดิม โดยมีสองแม่ลูกยืนรอที่หน้าบ้าน พร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ประมาณ 2-3 ใบ เขาเปิดประตูรถ ก้าวเท้าขวาลงจากรถ พร้อมพนมมือไหว้ทักทายแม่ของมิรินอย่างนอบน้อม เมื่อคุยทักทายพอเป็พิธีแล้ว เขาก็ช่วยมิรินหิ้วกระเป๋าใบโต ขึ้นไปวางบนรถของเขา ก่อนไปเขาก็ยังไม่ลืมยกมือขึ้นไหว้ พร้อมกล่าวลา แม่ของหญิงสาว อีกครั้ง แล้วจึงพาเธอนั้งรถคันหรู ตรงมุ่งหน้าเข้าสู่ ใจกลางกรุงเทพมหานคร ต้นขับรถเองจนมาจนถึงกรุงเทพฯ ต้นเลี้ยวรถเข้าคอนโดแห่งหนึ่ง
แล้วต้นก็พามิริน เข้าเยี่ยมชมห้องของเธอ
" นี่ห้องของคุณนะ"
มิริน กวาดสายตาไปรอบๆ มองดูห้องอันกว้างใหญ่ ห้องน้ำในตัวสุดหรูหรา วิวบรรยากาศที่สามารถมองเห็นใจกลางกรุงเทพได้อย่างชัดเจน ตู้เสื้อผ้า ขนาดใหญ่ ห้องครัวที่อุปกรณ์ทำครัวครบชุด และเตียงนอนขนาดใหญ่ที่คาดคะเนด้วยสายตาน่าจะนอนกันได้ราวๆ 5 คน หญิงสาวรู้สึกดีใจและตื่นเต้นเป็อย่างมาก กับสิ่งแปลกใหม่ที่ได้พบเจอ
" คุณชอบไหม? "
น้ำเสียงอันแสนอ่อนโยนเอื้อนเอ่ยต่อหญิงสาวตรงหน้า
"ชอบค่ะ!! ว่าแต่ แล้วต้นนอนที่ไหนงั้นหรอคะ? "
เธอตอบกลับอย่างฉับพลัน โดยที่สายตายังคงกวาดมองพื้นที่ห้องโดยรอบ ดวงตาของเธอก็เปลี่ยนเป็ประกายวาว
"ออ… ผมอยู่อีกชั้นหนึ่งครับ "
ชายหนุ่มยิ้มเห็นไรฟันนิดๆ เมื่อกล่าวเสร็จ เขาก็โผเข้ากอดจากทางด้านหลังของมิรินทันที เธอเองก็ใจนสะดุ้งโหยงทันที ที่มือของชายหนุ่มััโดนตัวของเธอ
" ใจผมก็อยากจะพักอยู่ห้องเดียวกับคุณนะ แต่ถ้ามีคนอื่นรู้ เหมือนจะดูไม่ค่อยเหมาะสมสักเท่าไหร่ "
ต้นพูดกระซิบที่หูของมิรินด้วยน้ำเสียงออดอ้อน มิรินพลางยิ้มอย่างมีความสุขที่ตนได้เป็คนรักของนักเเสดงหนุ่ม ที่ฮอตฮิตที่สุดในเวลานี้ เพียงแค่สถานะของเขาและเธอ ตอนนี้ยังไม่อาจเปิดเผยสู่สาธารณชนได้
" ไม่เป็ไรค่ะฉันเข้าใจ"
สิ้นเสียง เขาจับที่ไหล่ของเธอ แล้วหมุนตัวเธอให้หันหน้าเข้าหาเขา ดาราหนุ่มจ้องหน้าสาวสวยในดวงใจ ดวงตาที่เป็ประกาย ผิวที่ขาวเนียนนุ่มน่าัั ริมฝิปากดุจดั่งทับทิม สิ่งเหล่านี้มันเย้ายวนเกินจะทนไหวแล้วจริงๆ
" แต่ว่านะ… ตอนนี้เื่อื่นช่างมันก่อนเถอะ ผมเหมือนจะมีเื่คาใจอยู่นิดหน่อย"
แววตาของเขาที่มอง มิริน เหมือนเสื้อที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ
"เื่อะไรงั้นหรอค่ะ?"
เธอก้มหน้าลง หลบสายตาคมๆ ที่จ้องมองเธอ เมื่อมิรินไม่มองหน้าเขา แถมยังทำเหมือนกับว่า ไม่รู้ว่ากำลังจะโดนอะไร อีก เมื่อเป็เช่นนี้ ชายหนุ่มจึงเริ่มแสดงถึงความ้าของเขาให้มากขึ้น
" ก็..เื่ ครั้งแรก ของพวกเราที่ห้องน้ำไง ตอนนั้นผมว่ามัน อื้ม!! มันยังไม่ค่อยน่าจดจำสักเท่าไหร่นะ ผมว่าเรามาทำกันใหม่อีกรอบดีกว่า "
“ทำ อะ…..”
มิรินยังไม่ทันได้พูดจบประโยค ดาราหนุ่มก็ บรรจงจูบไปที่ปากของเธอ...
2วัน ถัดมา ณ ร้านจิรัตน์ คอฟฟี่
"ภู วันหยุดสุดสัปดาห์นี้จะไปเที่ยวที่ไหนงั้นหรอ? "
เ้าของร้านสาวถามรุ่นน้อยคนสนิทที่กำลังทำงานอยู่ในร้าน ซึ่งตัวของผิงเองก็ต้องออกมาทำงานหน้า เคาน์เตอร์ด้วยเหมือนกัน เนื่องจากจำนวนพนักงานไม่เพียงพอ เพราะเหลือกันอยู่แค่ 2 คนเอง นั้นเพราะมิรินลาออกไปแล้ว
" ไม่ได้ไปเที่ยวครับ ก็จะนอนพักอยู่ที่ห้องนั่นแหละ "
ชายหนุ่มตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉยพลางก้มหน้าทำงานไปด้วย
" ภู แกต้องหัดออกไปข้างนอกบ้างนะ วันๆ อยู่แต่ในห้อง อุดอู้มากเกินไประวังเป็โรคจิตนะ "
เ้าของร้านพูดแซว แต่ชายหนุ่มกลับยังคงนิ่งเฉยตอบเพียงสั้นๆว่า “อืม” แล้วทำงานเหมือนทุกอย่างเป็ปกติ ซ่อนความเศร้าไว้ในใจ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ว่ารุ่นพี่คนสนิทที่รู้จักกันมานานอย่างผิงจะดูความผิดปกติของรุ่นน้องคนนี้ไม่ออก ถึงแม้ภูจะไม่ค่อยพูดและค่อนข้างเป็คนเก็บตัว แต่ สิ่งที่ชายหนุ่มปฏิบัติกับเธอจะเป็ข้อยกเว้น ดังนั้นการที่รุ่นน้องคนนี้ เงียบเมื่ออยู่กับเธอจึงเป็เื่ที่ผิดปกติ เธอที่อายุมากกว่าและรักเหมือนเขาเป็น้องชายคนหนึ่ง เธอก็รู้สึกห่วงเขาอยู่ไม่น้อย
แต่เธอก็ไม่รู้จะปลอบใจเขาอย่างไรดี ก็ได้แต่พยายามชวนคุย ซึ่งก็เหมือนจะไม่ค่อยได้ผล จนเธอเองก็ท้อไปแล้ว
“เออ..ภู พี่จะปิดร้าน 2 วันนะ พรุ่งนี้ กับ มะรืน แกก็ ถือโอกาสนี้หยุดพักซะนะ“
“ครับ”
“อึม!! แล้วก็ พี่ประกาศรับสมัครพนักงาน ไปแล้วนะ คิดว่า ประมาณวันจันทร์ น่าจะได้คนพอดี ถ้าได้แกก็สอนงาน ให้เขาด้วยนะ”
“ครับ”
ต่อให้เธอจะพูดเป็ร้อยประโยค แต่ เขาก็ตอบรับกลับแค่สั้นๆ สภาพจิตใจเขายังคงย่ำแย่ ไม่พร้อมที่จะรับอะไรเลย เ้าของร้านสาวได้แค่มองตาปริบๆ ก่อนพ่นลมหายใจออกมาเฮือกยาวอย่างเซ็งๆ
*** วันเสาร์ เวลา 16:30น. ***
หลังจากอยู่ในห้องมาทั้งวัน ทั้งนอน ทั้งนั้งเศร้าคิดทบทวนเื่ราวในอดีตมากมาย เมื่อเวลาร่วงเลย ร่างกายก็เริ่มอ่อนแรง ท้องก็เริ่มส่งเสียงร้องจ๊อกๆ แม้จะอยู่ในสภาวะอกหัก แต่ ยังไงก็ต้องที่ชีวิตอยู่ต่อ ต่อให้ไม่รู้สึกอยากอาหาร แต่เมื่อร่างกายเรียกร้อง หิวก็ต้องกิน เขาเดินพาร่างกายที่เหมือนไร้ิญญาเดินหย่างช้าๆไปที่ตู้เย็น ใช้มือเอื้อมเปิดประตู แต่ภายในตู้เย็นกับว่างเปล่า
เขาจำเป็ต้องออกไปซื้อวัตถุดิบสำหรับทำอาหาร ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ก่อนออกก็ไม่ลืมอาบน้ำ แต่งตัวก่อนออกไป..
เขาไม่ค่อยชอบออกไปไหน ดังนั้นเมื่อถึงวันที่จำเป็ต้องซื้อสินค้า เขาจะซื้อวัตถุดิบ สำหรับทำอาหารจำนวนมาก มาตุนไว้ที่ห้อง อาทิ บะหมี่กึ่งสําเร็จรูป ไข่ไก่ เนื้อสัตว์ ผักและผลไม้บางชนิด
เมื่อซื้อของเสร็จ เขาเดินออกมายังถนน กำลังจะเดินไปที่จอดรถของตนเอง เขาก้มหน้าพร้อมล้วงมือไปยังกระเป๋ากางเกงของตน เพื่อหยิบกุณแจรถ แต่จู่ๆก็มีคนเดินมาชนเขา ทำให้ของที่ ภูถืออยู่ในมือหล่นกระจัดกระจาย
(แพลั๊กกก…)
"อุ๊ย!!!ขอโทษค่ะ"
น้ำเสียงที่อ่อนโยนปนรู้สึกผิดจากหญิงสาวคู่กรณีเ่อ่ย ออกมา พร้อมรีบนั้งลงเก็บของที่หล่นกระจัดกระจายที่พื้น
ชายหนุ่มก้มหน้ามอง หญิงสาวที่เก็บของที่พื้น เธอใส่เสื้อยึดสีขาว กางเกงยีนรัดรูปสีน้ำเงินแถบขาว ผมยาวสีเทาสลวย ผิวพรรณก็ดูขาวเนียน ดูๆไปแล้วก็เหมือนพวกลูกคุณหนู ท่าทางก็ดูไร้เดียงสา เมื่อเห็นดังนั้นเขา ก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะเธอคงไม่ได้ตั้งใจที่จะเดินชนเขาจริงๆ บวกกับเขาเองก็มีส่วนผิดด้วยที่เดินไม่มองทาง
เขาหลับตาลงแล้วถอนหายใจช้าๆ ก่อนจะนั้งลงเก็บของที่หล่น
เมื่อเก็บของที่หล่นเสร็จทั้งคู่ยืนขึ้น ผู้หญิงคนนั้นยังคงก้มหน้าตรวจสอบของในถุง เพื่อดูว่ามีสินค้าเสียหายหรือไม่ ส่วน ชายหนุ่ม ก็ มองผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า ด้วยท่าทีที่เรียบเฉย แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร
"พี่คะ ขอโทษนะคะ เหมือนหนูจะทำไข่ไก่ที่พี่ซื้อมาตกแตก "
หญิงสาวคนดังกล่าวกล่าวขึ้น สีหน้าเธอดูกังกลมาก กลัวว่าจะทำให้เขาโกรธ
" ว่าไงนะ!! "
เขาก้มหน้ามองลงไปที่ถุงใส่ของ เห็นไข่ไก่ ที่ตนซื้อแตกกระจายอยู่ในถุงจริง ในใจก็อยู่สึกเซ็งเล็กน้อย
"ขอโทษค่ะ หนูไม่ได้ตั้งใจจริงๆ "
หญิงสาวคนนั้นพูดขอโทษยกใหญ่ แต่ชายหนุ่มไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่ถอนหายใจเบาๆ ก่อนที่เขา จะมองหาถังขยะ แล้วเดินนำไข่ไก่ที่แตกไปทิ้ง และ เดินกลับมาที่รถเขาตามเดิม
"หนูจะชดใช้ให้นะคะ"
เธอยังคงอยู่สึกผิด และ้าจะชดใช้ในสิ่งที่เกิดขึ้น
" ชั่งเถอะไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร"
ชายหนุ่มยิ้มตอบอย่างเป็มิตร พร้อมขึ้นไปนั้งบนรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง เสียบกุณแจ เตรียมพร้อมที่จะขับรถออกไป…
"เดี๋ยวค่ะพี่อย่าพึ่งไป…"
หญิงสาวเรียกตาม ชายหนุ่มก็ชะงักเล็กน้อย ก่อนบิดกุณแจดับเครื่อง และเปิดกระจกหมวกกันน็อคเพื่อตอบกลับ
" มีอะไรอีกงั้นหรอ? "
หญิงสาวอ่ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง…
" คือ….ว่า….พี่ชื่ออะไรคะ "
" ชื่อ ภู "
" ภู!!!… ภูผา ูเา อะไรประมาณนี้งั้นหรอคะ"
" คงประมาณนั้นมั้ง มีอะไรจะถามอีกไหม? "
"หนูชื่อ จินนี่ ค่ะ คือว่า....พี่เป็คนแถวนี้หรือเปล่าคะ? "