“เ้าค่ะ” นางทาสรับคำสั่งแล้วก็หยิบผ้าคลานตุบๆ ไปส่งให้หลังผ้ากั้น รุ้งมณีรีบรับไปพันหน้าอกอย่างอายๆพอพันอกเสร็จแล้วก็ตวัดชายผ้าที่เหลือคลุมไหล่แล้วก็เหน็บชายผ้ากันรุ่มร่าม พวกนางทาสก็แอบชำเลืองมองอย่างอิจฉาในความงดงามก็งามเช่นนี้นี่เล่าจ้าวราชคีร์ถึงได้ยกเป็เมีย ถึงขนาดกล้าเข้าขวางมิให้จ้าวราชคฤห์พานางไปได้พี่น้องเกือบจะฆ่ากันตายก็เพราะหญิงงามเพียงคนเดียวเสียแล้ว “...”
พอพันผ้าเสร็จรุ้งมณีก็พยักหน้าให้นางทาส นางทาสก็หันไปหยิบเครื่องประดับมาสวมให้พอแต่งตัวเสร็จนางทาสก็เก็บผ้ากั้นออกแล้วก็จูงแขนรุ้งมณีให้เดินไปหาจ้าวราชคีร์จ้าวราชคีร์ตะลึง! “เ้างามยิ่งนัก โอย...”
รุ้งมณีรู้สึกเขินที่ถูกชม เธอยิ้มให้เขาอย่างเก้อเขิน จ้าวราชคีร์กวักมือเรียก“มานี่ซิแม่รุ้ง”
รุ้งมณีเดินเข้าไปหาเขาอย่างเขินๆ เธอนั่งลงกับพื้นข้างตั่ง ตามองเขาอย่างไว้ใจจ้าวราชคีร์ยิ้มแล้วก็ยื่นมือไปลูบหัวนาง รุ้งมณีชะงัก! แต่ก็ไม่ได้ผงะออกเหมือนเช่นครั้งก่อน มือใหญ่วางบนเส้นผมนิ่มอย่างทะนุถนอมรุ้งมณียิ้ม จ้าวราชคีร์จึงลูบหัวนางอย่างเอ็นดู ทั้งสองสบตากันประหนึ่งเป็พี่น้องร่วมอุทรจ้าวราชคีร์รู้สึกเหมือนว่าได้น้องสาวกลับคืนมา ส่วนรุ้งมณีก็รู้สึกเหมือนว่าเขาเป็พี่ชายนางทาสพากันลอบชำเลืองมองอย่างอิจฉาที่จ้าวราชคีร์ยกนางเชลยเป็เมียพวกนางต่างก็วาดหวังว่าจ้าวราชคีร์จะมีเมตตาพวกนางให้รับใช้ในฐานะเมียบ้างสักวัน รุ้งมณีสบโอกาสก็ถามว่า“พี่ราชคีร์พูดภาษาไทย เอ้ย...ภาษาลวปุระได้ยังไงจ๊ะ?”
“จ้าวพ่อให้พระอาจารย์มาสอนพวกข้าั้แ่เด็กๆ อูย...มิใช่เพียงแต่ภาษาลวปุระหรอกนะภาษาเมืองอื่นข้าก็พูดได้” จ้าวราชคีร์ตอบแย้มยิ้มให้นางอย่างปราณี
“พี่คงเจ็บแผลมาก พี่นอนเถอะจ้ะ ฉันจะคอยดูแลพี่เอง” รุ้งมณีบอก จ้าวราชคีร์เอนตัวลงนอนตาก็มองนางอย่างเอ็นดู
รุ้งมณีคอยดูแลคนเจ็บเสมือนญาติสนิทอย่างไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจ ไม่ว่าเธอจะ้าสิ่งใดคนเจ็บคนนั้นก็จะสั่งให้นางทาสจัดหามาให้เธอก็อาศัยเรียนรู้ภาษากาสีจากการฟังเขาสั่งกับพวกนางทาส บางครั้งเธอก็ขอให้เขาสอนภาษากาสีให้เธอจ้าวราชคีร์ก็ยินดีที่จะสอนให้ เขา้าให้นางพูดภาษาเดียวกับเขาอีกทั้งนางจะได้สั่งข้าทาสได้เองโดยมิต้องให้เขาเป็คอยสั่งให้ส่วนจ้าวราชคฤห์ก็อยู่กับพระสนมเอกจนลืมนางเชลยคนงามไปชั่วคราว แม่ทัพนายกองก็คอยดูแลตรวจตราค่ายตามหน้าที่รอจนกว่าจ้าวราชคฤห์จะมีคำสั่งให้เคลื่อนทัพ
หลายวันแล้วนับั้แ่รุ้งมณีถูกจับตัวมา นับวันเวลาก็ผ่านไป3 วันพระ(1 ่วันพระ = 7 วัน 3 วันพระ = ประมาณ21 วัน)แล้ว อาการของจ้าวราชคีร์ดีขึ้นจนสามารถลุกก้าวเดินได้อย่างสะดวก นอกจากจะรักษาคนเจ็บคนนั้นแล้วรุ้งมณีก็ยังช่วยรักษาคนเจ็บไข้ได้ป่วยคนาเ็ในกองทัพด้วย จ้าวราชคฤห์ก็คอยไปดูอาการน้องชายเป็ระยะๆ อย่างปลอดโปร่งใจที่น้องชายอาการดีขึ้นจนเกือบจะหายสนิททุกครั้งที่เห็นนางสนิทสนมกับน้องชาย เขาก็รู้สึกปวดใจ แต่ก็แสร้งทำเป็มิรู้สึกรู้สาในเมื่อนางเป็เมียของน้องชาย เขาก็มิเคยคิดจะแย่งเมียของน้องชายเป็เด็ดขาด
ส่วนรุ้งมณีก็เรียนรู้ภาษากาสีจนสามารถฟังพูดได้ และเริ่มอ่านออกบ้างแล้ว จ้าวราชคีร์ก็ปลื้มชื่นชมในความเก่งกล้าสามารถของนางมิเสียแรงที่เขาอุตส่าห์สอน
ครั้นพออาการของน้องชายดีขึ้นมาก จ้าวราชคฤห์ก็รับสั่งให้เคลื่อนทัพทันทีจ้าวราชคีร์ให้รุ้งมณีนั่งเสลี่ยงบนหลังช้างคู่กับเขา ส่วนเชลยเฒ่าก็ได้รับการดูแลอย่างดีในฐานะคนสนิทของรุ้งมณีสั่งให้ทหารพาเชลยเฒ่าขี่ม้าเดินตามอยู่ข้างๆ ช้างของเขา จ้าวราชคฤห์ก็ประทับนั่งบนเสลี่ยงหลังช้างอยู่กลางขบวนส่วนพระสนมก็นั่งเกวียนตามอยู่เื้ั
พระสนม นางทาสต่างก็หันไปมองขบวนของจ้าวราชคีร์เป็ตาเดียวอย่างอิจฉาริษยาตาร้อนเพราะจ้าวราชคีร์คอยดูแลเอาใจใส่เมียเชลยอย่างออกหน้าออกตาเสียจนใครๆต่างก็อิจฉาริษยาในความโชคดีของนางกันทั้งนั้น ก็ดูซิ...นางได้นั่งเคียงคู่จ้าวราชคีร์ปานประหนึ่งนางเป็จ้าวผู้มีชาติวงศ์พงศ์เผ่าอันมีศักดิ์ทัดเทียมกับจ้าวราชคีร์ก็มิปานแล้วดูพวกนางซิได้นั่งในเกวียนตามหลังช้างทั้งๆ ที่พวกนางก็อยากจะขึ้นไปเชิดหน้าชูคอเคียงข้างจ้าวราชคฤห์ดั่งเช่นที่นางเมียเชลยเคียงข้างจ้าวราชคีร์บ้าง
ครั้นพอกองทัพเคลื่อนผ่านไปทางใดหมู่บ้านรายทางก็ราบเป็หน้ากลองชาวบ้านถูกจับเป็เชลย หากขัดขืนก็ถูกฆ่าตาย ข้าวของทรัพย์สินก็ถูกยึดรุ้งมณีมองอย่างสลดใจ จ้าวราชคีร์เห็นสีหน้าของนาง ก็รู้ว่านางคิดอย่างไรก็พูดว่า“การศึกก็เป็เช่นนี้แหละแม่รุ้ง”
รุ้งมณีมองอย่างเข้าใจ เพราะรู้ว่าเขาก็ไม่สามารถที่จะห้ามการรบราฆ่าฟันได้ในเมื่อสิทธิ์ขาดในอำนาจขึ้นอยู่กับจ้าวราชคฤห์เพียงคนเดียว ครั้นจะห้ามจ้าวราชคฤห์เธอก็รู้อยู่แล้วว่าคำตอบจะเป็เช่นไรดีไม่ดีอาจจะกริ้วจนสั่งปะาเธอไปเสียให้สิ้นเื่สิ้นราวก็เป็ได้ มองไปทางใดก็เห็นแต่ศพตายเกลื่อนอย่างน่าอเนจอนาถ
“อุ๊ก...” เธอรู้สึกคลื่นไส้พะอืดพะอมขึ้นมาทันทีทันใด
“เป็อะไรรึแม่รุ้ง?” จ้าวราชคีร์ถามอย่างเป็ห่วง รุ้งมณีส่ายหน้าเอามือปิดปากเธอพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกอยากอาเจียนสุดฤทธิ์แต่ยิ่งฝืนความรู้สึกก็ยิ่งพุ่งพรวด เธอรีบหันไปเกาะข้างเสลี่ยงโก่งคออาเจียน“อ๊วก...”
“แม่รุ้ง!” จ้าวราชคีร์ใ รีบขยับเข้าไปช่วยลูบหลังะโสั่งควานช้างว่า “หยุดก่อน!”
“ขอรับ” ควานช้างรีบหยุดช้างทันที ทำให้กองทัพในส่วนของจ้าวราชคีร์หยุดชะงักตามๆกันไป เสียงแม่ทัพนายกองะโสั่งหยุดทัพในส่วนของจ้าวราชคีร์บอกต่อๆ กัน ทำให้จ้าวราชคฤห์สงสัย
“มีอะไรรึ?” เขาถามแม่ทัพสิลา
“ขบวนทัพของจ้าวราชคีร์หยุดทัพขอรับ” แม่ทัพสิลาตอบ จ้าวราชคฤห์หันไปมองอย่างสงสัยแม่ทัพสิลาก็รีบพูดว่า “ได้ยินว่าเมียของจ้าวราชคีร์เจ็บไข้ได้ป่วยขอรับ”
เพียงแค่ได้ยินว่านางเจ็บไข้ จ้าวราชคฤห์ก็รู้สึกร้อนรุ่มกระวนกระวายใจทันที หันไปสั่งควานช้างว่า“หยุดทัพก่อน”
“ขอรับ” ทั้งควานช้างทั้งแม่ทัพรับคำสั่ง พอช้างหยุดเดิน จ้าวราชคฤห์ก็ลุกจากเสลี่ยงควานช้างรีบบังคับช้างให้หมอบลง จ้าวราชคฤห์ะโลงจากหลังช้างอย่างใจร้อน รีบขึ้นขี่ม้าควบไปหานางเอ้ย...น้องชาย ครั้นพอไปถึงก็ถามว่า “ได้ยินว่านางเจ็บไข้ เป็อะไรรึ?”
สายตาก็มองคนเจ็บอย่างร้อนรนกระวนกระวายใจ จ้าวราชคีร์หันไปมองพี่ชายตอบว่า “นางอาเจียนขอรับ”
แล้วเขาก็หันไปลูบหลังให้นาง รุ้งมณีโก่งคออาเจียนจนหมดไส้หมดพุง พออาเจียนจนหมดเธอก็ขยับตัวนั่งพิงเสลี่ยงอย่างหมดแรงจ้าวราชคฤห์มองอย่างเป็ห่วงเป็ใย แล้วบางอย่างก็แว๊บขึ้นมาในความคิด...หรือว่านางท้อง!?
“ตามหมอหลวงมาเร็ว!” เขาะโสั่งลั่น
“ขอรับ” ทหารรับพระบัญชาแล้วก็รีบควบม้าไปตามหมอ
“กางกระโจมเร็วเข้า หยุดทัพไว้ก่อน” จ้าวราชคฤห์รับสั่งอย่างร้อนรน จ้าวราชคีร์มองพี่ชายอย่างสะกิดใจเหตุใดท่านพี่จึงดูร้อนรนกระวนกระวายเช่นนี้? หรือว่าท่านพี่ยังตัดใจจากนางมิได้?
“พานางไปพักในกระโจมก่อน” จ้าวราชคฤห์บอก แล้วเขาก็ชักม้าไปคุมทหารกางกระโจมที่พัก
“นังหนูเป็อะไรหรือ?” มากสบโอกาสถามพลางมองอย่างเป็ห่วง รุ้งมณีหันไปส่ายหน้าอย่างอ่อนแรงส่วนพวกนางสนมข้าทาสต่างก็หันไปมองอย่างงุนงงสงสัย แล้วก็พากันซุบซิบกันไปต่างๆ นานาพอกระโจมกางเสร็จ จ้าวราชคฤห์ก็ชักม้าไปหาน้องชายแล้วก็บอกว่า “กระโจมกางเสร็จแล้วเ้าพานางไปนอนในกระโจมให้หมอหลวงตรวจดูเสียก่อนเถอะ”
“ขอรับ” จ้าวราชคีร์พยักหน้า แล้วก็หันไปสั่งควานช้างว่า “ไปที่กระโจม”
“ขอรับ” ควานรับคำแล้วก็บังคับให้ช้างเดินไปที่กระโจม จ้าวราชคฤห์ก็ชักม้าตามไปอย่างร้อนใจพอถึงกระโจม ควานก็บังคับช้างให้หมอบลง จ้าวราชคีร์ขยับตัวลงจากหลังช้างแต่ก็ยังมิทันพี่ชายที่ตวัดตัวลงจากหลังม้ามารออยู่ข้างๆ ช้าง พลางพูดว่า “ส่งนางมาให้ข้าเถอะแผลเ้ายังมิหายดี เ้าคงอุ้มนางมิไหวแน่”
จ้าวราชคีร์มองพี่ชายแล้วก็ตัดสินใจส่งตัวนางให้พี่ชายอุ้ม
“ค่อยๆนะ” จ้าวราชคฤห์บอกอย่างเป็ห่วง แล้วก็ยื่นแขนไปรอรับ รุ้งมณีมองหน้าคนนั้นคนนี้อย่างอ่อนแรงใครจะอุ้มยังไงก็ไม่สนใจแล้ว จ้าวราชคีร์ประคองรุ้งมณีส่งให้พี่ชาย จ้าวราชคฤห์รับตัวนางมาแล้วเขาก็อุ้มนางเข้าไปในกระโจมอย่างร้อนใจแต่ภายในใจส่วนลึกกลับรู้สึกดีใจที่ได้อุ้มนางเช่นนี้ นับั้แ่จับตัวนางมาครานั้นเขาก็มิเคยได้ใกล้ชิดกับนางอีกเลย
“เ้ารู้สึกเป็เช่นไรบ้าง?” เขาถามพลางมองวงหน้าหวานในอ้อมแขน พอถึงตั่งเขาก็ปล่อยนางลงนั่งรุ้งมณีขยับตัวนั่งอย่างหมดแรง เธอยกมือไหว้พูดว่า “ขอบคุณเ้าค่ะ”
จ้าวราชคฤห์แย้มยิ้มอย่างดีใจ เขาได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาก็หันไปมองพอเห็นน้องชายมาเขาก็ขยับออกห่าง หมอหลวงคลานเข่าเข้ามารีบก้มกราบ“ข้ามาแล้วขอรับ”
“เ้ารีบมาตรวจนางเข้าเถอะ นางเจ็บไข้ได้ป่วย ข้าอยากรู้ว่านางเป็อะไรมากหรือไม่”เ้าราชคฤห์สั่งอย่างร้อนใจ
“ขอรับ” หมอหลวงรีบคลานเข้าไปตรวจคนไข้ จ้าวราชคีร์เดินไปนั่งบนตั่งเคียงข้างนางอย่างเป็ห่วง
ส่วนหมอก็ตรวจคนไข้อย่างเกร็งจัด ก็จะจับจะต้องตัวคนไข้แต่ละที ทั้งจ้าวราชคฤห์ทั้งจ้าวราชคีร์ก็มองเขม็ง
โอย...ข้าจะมือขาดหัวกุดไหมหนอ? หมอได้แต่รำพึงอยู่ในใจอย่างหวั่นกลัว ตรวจไปก็รายงานไปด้วยว่า“มีไข้ตัวรุมๆ ขอรับ”
“นางอาเจียนเช่นนี้ นางท้องใช่หรือไม่?” จ้าวราชคฤห์ถาม รุ้งมณีฟังเข้าใจก็จะตอบว่า“ไม่...”
จ้าวราชคีร์รีบยื่นมือไปปิดปากนางแล้วก็ขัดขึ้นว่า “เ้าจะอาเจียนอีกหรือรอประเดี๋ยวนะ”
แล้วเขาก็หันไปสั่งหมอหลวงว่า “เอากระโถนมาเร็ว”
รุ้งมณีร้อง “ฮื้อ”
ผลักมือออก แต่จ้าวราชคีร์ก็ปิดปากซะแน่น
“เอากระโถนมาเร็วซิ มัวชักช้าอยู่ได้” เขาดุหมอหลวง
“ขอรับ” หมอหลวงรีบหันไปหากระโถน จ้าวราชคีร์หันไปพูดกับพี่ชายว่า“ข้าว่านางคงกำลังจะท้องเป็แน่ขอรับท่านพี่”
แล้วเขาก็หันไปพูดกับหมอหลวงว่า “ใช่หรือไม่หมอหลวง?”
หมอหลวงหันไปมองจ้าวราชคีร์อย่างงงๆ จ้าวราชคีร์รีบย้ำว่า “เมียข้าต้องกำลังท้องแน่ๆก็นางอาเจียนเสียขนาดนี้ ข้าว่านางต้องท้องเป็แน่”
หมอหลวงพยักหน้ารับ แล้วก็หันไปพูดกับจ้าวราชคฤห์ว่า “อาจจะ...ขอรับ”
จ้าวราชคฤห์หน้าซีดทันตา แต่ก็เพียงแว๊บเดียวเขาก็รีบแสร้งแย้มยิ้ม“ถ้าเช่นนั้นก็น่ายินดียิ่งนัก ข้าดีใจกับเ้าด้วยราชคีร์”
เขาเอื้อมมือไปตบบ่าน้องชาย จ้าวราชคีร์แย้มยิ้มให้พี่ชายแล้วก็หันไปถามรุ้งมณีว่า“เ้าดีใจหรือไม่ที่กำลังจะมีลูก?”
เขาลดมือลงไปจับมือนาง รุ้งมณีทำหน้างงๆ “มีลูก?”
จ้าวราชคฤห์รู้สึกปวดใจจนต้องรีบออกไปข้างนอก นางกำลังจะมีลูกกับราชคีร์แล้ว...โอ้...์ใยกลั่นแกล้งข้าเช่นนี้เหตุใดต้องกลั่นแกล้งให้ข้ารักนางแต่มิอาจนางเช่นนี้ด้วย!
พอพี่ชายออกไปแล้วจ้าวราชคีร์ก็หันไปไล่หมอหลวงว่า “ข้า้าอยู่กับเมียข้าตามลำพัง”
“ขอรับ” หมอหลวงรีบคลานออกไปข้างนอกอย่างว่องไว รุ้งมณีมองตามหมอหลวงแล้วก็หันไปถามจ้าวราชคีร์ว่า“มีลูกอะไร? ใครจะมีลูกจ๊ะพี่ราชคีร์?”
จ้าวราชคีร์แย้มยิ้มแล้วก็ชี้ที่ตัวนาง “ก็เ้าไง”
รุ้งมณีงงหนัก “ฉันจะมีลูกได้ไงในเมื่อฉัน...”
จ้าวราชคีร์รีบปิดปากนางพร้อมกับพูดว่า “จุ๊ๆ ปากมีหูประตูมีช่อง”
เขาก้มไปกระซิบว่า “หรือว่าเ้าอยากจะเป็พระสนมของท่านพี่หรือแม่รุ้ง?”
รุ้งมณีส่ายหน้าทันควัน “ไม่เอานะ”
จ้าวราชคีร์แย้มยิ้มกระซิบว่า “เช่นนั้นเ้าก็ต้องรับว่าเป็เมียข้าต่อไป ท่านพี่มิกล้าข่มเหงเ้าหรอกยิ่งรู้ว่าเ้ากำลังจะมีลูกกับข้าเช่นนี้ท่านพี่มิกล้าทำอะไรเ้าแน่”
“แล้วพี่ไม่สงสารจ้าวราชคฤห์เหรอ?” รุ้งมณีถาม
“ข้าสงสารเ้ามากกว่า ข้ารู้ว่าเ้ามิได้มีใจให้ท่านพี่ ข้ารู้ว่าเ้ายอมตายหากถูกข่มเหงข้าถึงได้ออกอุบายตั้งเ้าเป็เมียของข้าเสีย ท่านพี่ก็มิกล้าหักหาญน้ำใจเ้าและข้าหรอก”จ้าวราชคีร์กระซิบ เขาลูบหัวนางแล้วก็บอกว่า “เ้ามิสบายก็นอนพักเสียเถอะเ้าน้องน้อยของข้า”
รุ้งมณีพยักหน้ารับแล้วก็เอนตัวลงนอนหลับตาลง จ้าวราชคีร์ลูบหัวนางเบาๆ มองวงหน้าหวานอย่างเอ็นดูจนกระทั่งนางหลับสนิทเขาก็ค่อยๆ ออกไปข้างนอก ตรวจตรากองทัพพลางครุ่นคิดในใจแม้ว่าจะรู้สึกสงสารพี่ชายแต่เขาก็รู้ดีว่า พวกนางสนมคงจะทำให้พี่ชายลืมนางไปได้สักวันหนึ่งเป็แน่เื่ของหัวใจมิมีใครจะบังคับได้ เหมือนดั่งเช่นหัวใจของเขาก็มิมีใครจะบังคับได้เช่นกันหากบังคับได้ เขาคงจะบังคับหัวใจของเขาเองให้ลืม ‘เด็กคนนั้น’ ได้เสียที ป่านนี้ ‘เด็กคนนั้น’ คงจะโตเป็สาวแล้วกระมัง เขาคิดพลางจับลูกทองถักที่ห้อยคอขึ้นมาดูซึ่งภายในลูกทองถักเป็สิ่งมีค่าของเขาที่ได้จาก ‘เด็กคนนั้น’ หลายปีแล้วซินะนับั้แ่วันนั้น...วันที่เขาลอบเข้าไปสืบความในเขตศัตรู
แม่ทัพคยาเดินเข้าไปคุกเข่าทำความเคารพแสดงความยินดีอย่างประจบว่า“ข้าดีใจด้วยขอรับที่จ้าวราชคีร์กำลังจะมีพระโอรส”
จ้าวราชคีร์หันไปมองแย้มยิ้มให้“ขอบใจเ้ามาก”
เขาลดลูกทองถักลงแล้วก็เดินไป
แม่ทัพคยาหมอบกราบแล้วก็ยืนขึ้นซ่อนแววตามิพอใจเอาไว้อย่างมิดชิด เขาอุตส่าห์ยกลูกสาวให้เป็นางทาสแต่จ้าวราชคีร์กลับมิชายตาแลลูกสาวของเขาเลยสักนิด หากรู้ว่าจ้าวราชคีร์จะมิสนใจสตรีเช่นนี้เขาคงจะยกลูกสาวให้เป็นางทาสของจ้าวราชคฤห์เสียดีกว่า อย่างน้อยป่านนี้ลูกของเขาก็คงจะได้เป็สนมไปแล้วช่างน่าเจ็บใจนักที่เขาตัดสินใจผิดพลาดเพราะเชื่อคำของเมียรักครั้นจะขอลูกกลับคืนก็กระทำมิได้เสียอีกเพราะยกให้ไปแล้ว อีกทั้งผู้คนจะได้ครหานินทากันสนุกปากปะไรยกลูกให้คนน้องแล้วจู่ๆ ก็ไปขอคืนเอาไปให้คนพี่หากทำเช่นนั้นก็ผิดธรรมเนียมยิ่งนัก สถานะของเขาคงยิ่งสั่นคลอนหนักแน่
จ้าวราชคีร์เดินไปทางใดก็มีแต่ข้าราชบริพารเข้ามาแสดงความยินดีด้วย จนเขานึกรำคาญต้องเดินเลี่ยงไปทางท้ายกองทัพซึ่งเป็กองเสบียงก็ได้ยินเสียงคุยกันว่า“เหตุใดจ้าวราชคฤห์สั่งให้หยุดทัพเล่า?”
“ได้ยินว่าพระสนมของจ้าวราชคีร์เจ็บไข้ จ้าวราชคฤห์จึงมีคำสั่งให้หยุดทัพ”
จ้าวราชคีร์ชะงัก! แอบฟังอยู่หลังเกวียน
“กะอีแค่เมียเชลยถึงกับสั่งให้หยุดทัพเชียวรึ?”
“ชู่ว...เอ็งอย่าได้อึงอลไป จ้าวราชคฤห์กับจ้าวราชคีร์เกือบจะฆ่ากันตายก็เพราะแย่งนังคนนี้เชียวหนา”
“ฮ้า...ถึงขนาดนั้นเชียวรึ!”
“เออซิวะ”
“แหม ข้าชักจะอยากเห็นหน้าพระสนมคนนี้เสียจริงว่างามขนาดไหนเชียวถึงขนาดทำให้พี่น้องเกือบจะฆ่ากันได้”
“เขาว่างามนัก ผิวพรรณขาวดั่งไข่ปอก รูปร่างทรวดทรงองเอวก็แชล่มแช่มช้อยเขาว่างามเหนือกว่าแม่หญิงใดในแผ่นดินเชียวนะโว้ย อีกทั้งยังเก่งกล้าสามารถรักษาจ้าวราชคีร์ให้หายได้แล้วก็มิใช่แค่นั้นนะโว้ย เื่ฝีมือสู้รบพระสนมก็เอาเื่เชียวนะเอ็งขนาดล้มทหารตั้งหลายคนได้ในพริบตา”
“ฮ้า...ข้ามิเชื่อหรอก เอ็งโป้ปดคุยโวเสียกระมังหากมีแม่หญิงเก่งและงามถึงปานนั้น ก็คงเป็ผีสางนางไม้จำแลงมาเป็แน่ถุย...หลงฟังเสียตั้งนาน”
แล้วเสียงพูดคุยก็เงียบลงพร้อมกับเสียงเดินจากไป จ้าวราชคีร์ชะโงกตัวไปมอง เห็นคนเลี้ยงม้ากับคนเลี้ยงช้างเดินแยกกันไปก็นึกขำในใจยนี่แม่รุ้งถูกมองว่าเป็ผีสางนางไม้ไปแล้วรึ หึๆๆๆ...
ครั้นพอจะเดินกลับ เขาก็เห็นคลับคล้ายคลับคลาว่าเป็พี่ชายยืนอยู่ข้างช้าง เขาจึงเดินไปดูให้แน่ใจ
“นางท้อง นางกำลังจะมีลูกกับราชคีร์แล้ว ใยข้าและราชคีร์ต้องรักหญิงคนเดียวกันด้วย?ใย์จึงกลั่นแกล้งข้าเช่นนี้เล่า?” จ้าวราชคฤห์พูดกับช้างม้าอย่างเ็ปใจจ้าวราชคีร์ได้ยินพี่ชายรำพันอย่างเ็ปก็รู้สึกสงสารยิ่งนัก เขามิคิดเลยว่าพี่ชายจะรักนางถึงเพียงนี้คิดว่าพี่ชายคงจะหลงใหลความงามของนางเพียงชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น ครั้นได้ยินถ้อยคำรำพันอย่างปวดใจเช่นนี้เขาก็แน่ใจแล้วว่าพี่ชายรักนางอย่างสุดหัวใจเขาเดินไปหาพี่ชาย พลัน! ก็ได้ยินเสียงะโโหวกเหวกว่า “ข้าศึกบุก!”
ทั้งกองทัพระส่ำระส่ายทันที เพราะมิคิดว่าจะถูกข้าศึกบุกโจมตีในยามนี้ จ้าวราชคฤห์บังคับช้างให้หมอบลงแล้วก็โหนตัวขึ้นขี่คอช้างส่วนจ้าวราชคีร์ก็รีบวิ่งกลับไปที่กระโจม พวกทหารแม่ทัพนายกองก็หยิบดาบจับอาวุธรับมือกับข้าศึกที่บุกมาอย่างมิทันตั้งตัวจ้าวราชคฤห์รีบขี่ช้างไปบัญชาการรบ ส่วนจ้าวราชคีร์ก็รีบวิ่งไปที่กระโจม เพราะมองแล้วว่าข้าศึกบุกมาทางทิศใดซึ่งกระโจมที่เ้าน้องน้อยอยู่กลับกลายเป็อยู่ใกล้กับข้าศึกมากที่สุด
“ฆ่ามัน!” เสียงะโโห่ร้องดังลั่นพร้อมกับกองทัพม้าของข้าศึกบุกเข้ามาดั่งสายน้ำเชี่ยวกราด
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจreadfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ