อันเยว่ยอดฮูหยิน

    บทที่ 58 ส่งต่อข่าวคราว

    ถูกจับตัวมาที่นี่ก็โชคร้ายมากแล้ว นึกไม่ถึงว่าจะถูกจับมาที่นี่พร้อมกับสามีคนที่สามของตัวเอง


    หากเป็นเซียวสิงเยี่ยนหรือหยูยวนคนใดคนหนึ่ง ไม่แน่ตอนนี้อาจหนีออกไปได้แล้ว แต่นี่กลับเป็นกู่หยางคนนี้ กู่หยางซึ่งไม่เป็นทั้งวิชาต่อสู้ ทั้งใช้ยาพิษไม่เป็น นี่มันน่าอายชะมัด 


    “เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว ช่วยอะไรก็ไม่ได้ หุบปากไปซะ” 


    เดิมที อันเยว่ไม่อยากอารมณ์เสีย แต่ในเวลานี้ ความตกใจและสถานการณ์รอบตัว ทำให้นางไม่สามารถห้ามมือและเท้าของนางได้จริง ๆ 


    หลังจากตะโกนหนึ่งครั้ง แม้จะไม่มีคนขานรับ แต่อันเยว่ยังคงตะโกนออกไปข้างนอก


    “ข้าเป็นตัวประกันให้พวกเจ้าได้นะ จะทำให้พวกเจ้าได้เงินเยอะเลย หรือว่าพวกเจ้าไม่อยากได้เงิน?” 


    แต่ละคนแต่งตัวซอมซ่อ เห็นได้ชัดว่าโจรเหล่านี้ยากจนแค่ไหน


    ตราบใดที่เป็นเรื่องเงิน พวกเขาต้องรู้สึกหวั่นไหวแน่  ๆ


    และมันก็เป็นเช่นนั้นจริง ผ่านไปไม่นานมีคนสองสามคนมาที่ห้องขัง เมื่อเห็นอันเยว่ที่กำลังแหกปากก็ตะเพิดหนึ่งคำ “หากเจ้าเสียงดังอีกข้าจะดึงลิ้นเจ้าออกมา” 


    ถึงจะพูดเช่นนั้น แต่อันเยว่ก็ถูกพาตัวไปตามที่คาดการณ์ไว้ นางหันกลับไปมองกู่หยาง เดิมทีนางจะบอกเขาว่าอย่าเพิ่งร้อนใจ ขอแค่รอนางกลับมา


    แต่เมื่ออันเยว่หันกลับไป กลับเห็นกู่หยางพิงกำแพงด้วยท่าทางสบาย ๆ สีหน้าไม่มีความกังวลแม้แต่น้อย


    เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ อันเยว่ก็ถอนหายใจแล้วเดินตามพวกเขาออกไป 


    ครั้งนี้คนที่ต้อนรับนางไม่ใช่หลิวหลาน แต่เป็นสตรีที่ดูเหมือนจะมีความรู้อยู่บ้างคนนั้น 


    อากัปกิริยาและการพูดของนางไม่ธรรมดา ตามหลักแล้ว สตรีประเภทนี้จะไม่กลายเป็นโจรง่าย ๆ นอกจากว่ามีความลำบากใจบางอย่าง 


    ถึงแม้จะอยู่ในอาณาจักรที่สตรีได้รับการเคารพนับถือในราชวงศ์โจว ทว่าสตรีที่เคยเรียนหนังสือมาก่อน ภูมิหลังครอบครัวย่อมไม่ธรรมดา


    มิเช่นนั้น แค่รู้อักษรเพียงสองสามตัวก็เพียงพอแล้ว


    อันเยว่เป็นฝ่ายเดินไปนั่งที่โต๊ะ เมื่อเห็นว่ามีกาน้ำชากับถ้วยชาวางอยู่บนโต๊ะ นางก็รินชาให้ตัวเองหนึ่งถ้วย ไม่ได้ดื่มน้ำเลยทั้งวัน นางรู้สึกกระหายน้ำจนคอแทบจะพ่นควันได้อยู่แล้ว 


    สิ่งนี้ทำให้คนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามตกตะลึงอย่างมาก นี่มันตัวประกันแบบไหนกัน ทำเหมือนว่าที่นี่เป็นบ้านตัวเองเสียมากกว่า


    “เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะวางยาพิษในน้ำชาหรือ?”


    “ตามสบาย ถึงอย่างไร พวกเจ้าก็ตัดสินให้ข้าร่วมเป็นร่วมตายกับหัวหน้าของพวกเจ้าแล้วนี่ ข้ายังต้องกลัวอะไรอีก?”


    อันเยว่พยายามทำตัวผ่อนคลาย นางเอนกายบนเก้าอี้และมองสตรีตรงหน้า 


    หากอีกฝ่ายคิดจะทำอะไรนางจริง ๆ แน่นอนว่าย่อมไม่ให้นางนั่งสบาย ๆ อยู่ที่นี่ ฉะนั้น แผนการของนางได้ผลแล้ว


    “ไม่มีใครที่ยังใจเย็นอยู่ได้ขนาดนี้เมื่อมาที่หมู่บ้านบนภูเขาของเรา เจ้า เป็นใครกันแน่?” 


    “เดินไม่เปลี่ยนชื่อ นั่งไม่เปลี่ยนแซ่ ข้าอันเยว่”


    “อัน…”


    ในเมืองฮวาตูมีผู้คนไม่มากที่แซ่อัน มีเพียงครอบครัวของอันเยว่เท่านั้น เมื่อตรวจสอบจากจำนวนก็เป็นเรื่องง่ายมาก 


    “เด็ก ๆ”


    นางเรียกลูกน้องมาหา หลังจากกระซิบข้างหูก็โบกมือให้ลูกน้องออกไป ก่อนจะมองมาที่อันเยว่


    “ไม่ทราบว่าเจ้ามีนามว่าอะไร”


    หลักการที่ว่ามือที่ยื่นออกมาย่อมไม่ตบคนที่ส่งยิ้มให้ ไม่ว่าไปที่ไหนก็ใช้ได้ทั้งสิ้น เพียงสามารถให้โอกาสตัวเองได้พูด ต้องสำเร็จแน่นอน 


    “เจ้าเรียกข้าว่าหานอิงก็ได้”


    หานอิง ชื่อค่อนข้างน่าสนใจดี


    อันเยว่เผยรอยยิ้ม นางเคาะโต๊ะเบา ๆ แล้วพูดทีละคำ “ถ้าอย่างนั้น เรามาคุยธุระกันอย่างตรงไปตรงมาเถอะ”


    “ธุระ?”


    “ใช่ ที่เจ้าพาข้ามาที่นี่ ไม่ใช่เพื่อต้องการเงินหรอกหรือ?”


    ท่าทีตรงไปตรงมาเช่นนี้ทำให้หานอิงตกใจมาก นี่หรือตัวประกัน?


    “ในเมื่อเจ้าตั้งใจจะร่วมมือกับเรา ก็ยิ่งสะดวก เจ้าเขียนจดหมายส่งกลับไปหนึ่งฉบับ เพื่อให้คนในครอบครัวของเจ้าเตรียมเงินไว้ห้าพันตำลึง”


    ห้าพันตำลึง?


    อันเยว่มองสตรีตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เป็นเรื่องธรรมดากับการลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่ แต่หากต้องการเงินห้าพันตำลึงนั้นคงจะยาก


    อย่าว่าแต่คนในบ้านจะไม่มี ต่อให้นำเงินของนางมารวมกัน เกรงว่าในตอนนี้ก็คงมีไม่ถึงห้าพันตำลึง


    ในช่วงเวลานี้ไม่ใช่แค่ต้องหาเงิน ยังต้องใช้เงินไปกับเรื่องอื่น ๆ ด้วย รวมถึงวัตถุดิบและเรื่องต่าง ๆ เมล็ดละหุ่งในทุ่งนาก็ยังไม่ถึงเวลาเก็บเกี่ยว ต่อให้นางประหยัดวัตถุดิบก็ยังยาก


    เมื่อคิดมาถึงตรงนี้อันเยว่ก็ยิ้มน้อย ๆ แล้วตอบกลับไป “ไม่มีปัญหา เงินแค่ห้าพันตำลึงเองไม่ใช่หรือ? ออกจะน้อยไปด้วยซ้ำ เอาอย่างนี้ ครอบครัวของข้าสามารถจ่ายได้มากถึงหนึ่งหมื่นตำลึง แค่ข้าเขียนจดหมายกลับไปเพื่อให้พวกเขาเตรียมเงิน แล้วนำไปส่งยังสถานที่เจ้ากำหนด” 


    อันเยว่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีจนหานอิงรู้สึกแปลกใจมาก มันง่ายขนาดนั้นเชียวหรือ?


    อันเยว่มองผ่านหานอิงไปยังคนข้าง ๆ แล้วตะโกนขึ้นหนึ่งคำ “ยังจะรออะไรอีก? ยังไม่ไปเตรียมพู่กันกับหมึกให้ข้า?”


    หากไม่มีพู่กันกับหมึกแล้วจะใช้อะไรเขียนจดหมาย นับประสาอะไรกับการขอให้คนในครอบครัวเตรียมเงิน


    หานอิงโบกมือ จากนั้นพู่กัน หมึก กระดาษ และที่ฝนหมึกก็ถูกนำเข้ามา


    อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย ของอะไร ๆ ก็เพียบพร้อม หมู่บ้านบนภูเขาแห่งนี้ก็ไม่ได้ดูโกโรโกโสเท่าไร หานอิงผู้นี้เป็นใครกันแน่ ดูท่าแล้วควรรอบคอบเสียหน่อย


    เมื่อหยิบกระดาษและกำลังจะเริ่มเขียน จู่ ๆ หานอิงก็กดมืออันเยว่ด้วยสีหน้าที่ไม่สามารถเข้าใจได้ 


    เมื่อโจรคนหนึ่งเจอกับตัวประกัน สิ่งแรกคือต้องรีดตัวประกันจนแห้งถึงจะถูกต้อง แล้วไยนางถึงยังดูลังเลเช่นนี้ล่ะ? 


    เกรงว่านางคงไม่เคยเจอใครที่เหมือนอันเยว่มาก่อน ที่เป็นฝ่ายเสนอเงินให้ แม้กระทั่งเป็นตัวประกัน


    “มีอะไรหรือ?”


    “เจ้าคิดดี ๆ นะ เงินหนึ่งหมื่นตำลึงไม่ใช่น้อย ๆ อีกอย่าง หากครอบครัวของเจ้าไม่สามารถหาเงินจำนวนนี้มาได้ เกรงว่าเจ้ากับสามีของเจ้าคนนั้นจะไม่มีชีวิตรอดกลับไป” 


    ในขณะที่นางพูด อันเยว่เห็นความกังวลในดวงตาของนาง สตรีที่ชื่อหานอิงผู้นี้ยังมีคุณธรรมอยู่บ้าง ไม่เหมือนคนชั่วช้าสามานย์เหล่านั้น ที่คิดแค่ว่าทำอย่างไรถึงจะได้เงินมากขึ้น


    “เจ้าไม่ต้องห่วง ข้ารู้จักความพอดี หรือว่าข้าไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่ออย่างนั้น?”


    “เอาอย่างนี้ เขียนห้าพันตำลึงเถอะ เราเองก็ไม่ได้ต้องการเงินมากมายขนาดนั้น”


    หานอิงผู้นี้แปลกจริง ๆ อย่าว่าแต่คนสมัยก่อนเลย ต่อให้เป็นคนในอนาคต ใครกันจะไม่ชอบเงินเยอะ ๆ?


    ท่าทีของนางมีสิ่งผิดปกติแน่นอน แต่อันเยว่มองไม่ออกว่ามันผิดปกติตรงไหนกันแน่ 


    “ได้ เช่นนั้นก็เอาตามที่เจ้าว่า”


    อันเยว่ก็ไม่อยากโต้เถียงกับนางเช่นกัน ในเมื่อนางบอกก็ทำตามไปเถอะ 


    จากนั้นอันเยว่ก็เขียนจดหมายอย่างชัดแจ้ง ซึ่งดูเหมือนจะไม่มีปัญหาอันใด และไม่ได้เปิดเผยตำแหน่งของที่นี่ แม้กระทั่งไม่ได้ใช้ถ้อยคำมากเกินความจำเป็น 


    เมื่อส่งมอบจดหมายให้หานอิงแล้ว หานอิงก็อ่านอย่างตั้งใจหลายครั้ง จนแน่ใจแล้วว่าไม่มีปัญหา นางถึงได้เรียกอีกสองคนให้นำจดหมายไปส่งยังที่อยู่ตามที่อันเยว่บอก 

    คล้ายกับเรื่องอันเยว่ยอดฮูหยิน ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592