
"ไอ้เจ้าธี มันไปตามหาลูกบอลถึงไหนกันหว่า?"เด็กหนุ่มร่างอวบกล่าวอย่างฮึดฮัด เขามองสอดส่องไปทั่วเมื่อเพื่อนรักของตนหายไปเนิ่นนาน"เฮ้ย ธี เอ็งหาลูกบอลเจอหรือเปล่า!?"ตะโกนเรียกเสียงดัง"เจอแล้วป้อม เจอแล้ว"เด็กหนุ่มเพื่อนสนิทตะโกนตอบจากมุมอาคาร เขาเดินกลับมาหาเพื่อนเล่นกีฬา พร้อมกับนักเรียนหญิงผู้หนึ่งแล้วเอ่ยต่อเธอทิ้งท้าย"ไว้เดี๋ยวเจอกันนะ มีอะไรก็มาปรึกษาได้ตลอดเลย"ธีพูด ก่อนอีกฝ่ายจะผงกศีรษะให้เล็กๆ แล้วเธอวิ่งจากไป"โห หายไปนานเชียวนะเอ็ง ที่แท้คุยกับสาว เอาลูกบอลคืนมานี่เลย"ป้อมกระชากลูกหนังทรงกลมกลับไปแนบอกอย่างไว"ถ้าเอ็งจะติดหญิงก็บอกกันก่อนซิ ไอ้ธี วันหลังจะได้ไม่ชวนเล่นบอลอีก"น้ำเสียงมีน้ำโหเจือมาจนเพื่อนรีบแก้ต่าง"ไม่ใช่อย่างที่แกคิดหรอกป้อม"ธีแย้ง"อีกอย่างข้าก็ไม่ได้ติดหญิงซะหน่อยเพื่อน อย่าน้อยใจไปเพื่อนเลิฟ"เมื่อเห็นอีกฝ่ายเรียกตนเช่นนั้น ป้อมกลับรู้สึกขนลุกขึ้นมาฉับพลัน"อย่ามา ไอ้ธีเพื่อนทรยศ! หน้าตาเอ็งมันยิ้มระรื่นเลยนะ พิลึกชะมัด""แล้วจะเล่าให้ฟัง"ออดดดดด ไม่นานนัก เสียงสัญญาณบอกเวลาในโรงเรียนก็ดังขึ้นทั่วโรงเรียน"กรรม ออดเรียนเริ่มล่ะ หมดพักเที่ยงเฉยเลย เพราะเอ็งเลย อดเตะบอลจนได้"ป้อมเบ้ปากใส่ ทว่าธีกลับไม่ได้สนใจ เขากำลังมองหาบางอย่าง ก่อนพูดแทรกสหายป้อมขึ้นทันที"เข้าห้องก่อนเลยป้อม เดี๋ยวตามไป"ธีพูด ก่อนจะออกตัววิ่งออกไปจากสนามหญ้าโรงเรียน"จะไปไหนล่ะ? นี่มันได้เวลาคาบบ่ายแล้วนะเว้ย มีสอบด้วยนะ!"ป้อมตะโกนถามอย่างดัง"ข้อสอบไม่ยากหรอก! พอดีมีที่ต้องไป เดี๋ยวเจอกันในห้องนะพวก!!"ธีตะโกน ก่อนวิ่งสุดแรงหายลับไป"มันรู้ได้ไงว่าสอบไม่ยาก...ว่าแต่วิ่งไปไหนของมันนะ แปลกวุ้ย ดูร่าเริงเหลือเกิน---หรือเพราะผู้หญิงคนนั้นกันหว่า ไว้ไปสืบดีกว่าว่าอยู่ห้องไหน? ไอ้ธีมันยิ่งใจร้อน ดูคนไม่ค่อยเป็นเสียด้วยซิ น่าเป็นห่วง" ป้อมพึมพำ พลางมองเพื่อนสนิทจากไป ก่อนจะอุ้มลูกบอลคู่ใจไว้แนบพุง แล้วเดินจ้ำกลับอาคารเรียนด้วยความงุนงงอย่างที่สุด
"เจ้าพ่อครับ เจ้าพ่อ!"ธีตะโกน สายตามองหาร่างในชุดขาว ไม่ก็ชุดเจ้าที่อย่างในละครไทย ทว่าไม่พบเลยตลอดทางที่วิ่งมา"เวลาแบบนี้ หายไปไหนกันนะ ปรกติจะเดินตามดูต้อยๆตลอดเวลาแท้ๆ"เด็กมัธยมใจร้อนหอบ พลางใช้หัวตั้งสมาธินึกอย่างว่องไว"คิดสิ ธี เจ้าพ่อช่างพูด นิสัยกวน บ้าเพลงเก่า เจ้าพ่อแบบท่านจะไปอยู่ที่ไหนในโรงเรียนมัธยมนี่"ภาพเจ้าพ่อลอยมาในความทรงจำของธี จากลูปกาลเวลาที่เขาและท่านเคยไปในที่ต่างๆ พลันสถานที่หนึ่งก็ปรากฏขึ้นในหัวของเขา"หรือว่าจะเป็นที่นั่น!"ธีนึกออกอยู่สถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งตนยังไม่ได้วิ่งไปหาเจ้าพ่อในวันนี้ เขาจึงรีบวิ่งออกไป ระหว่างที่วิ่งสายตาของเด็กหนุ่ม ก็เห็นความผิดปรกติบางอย่างบนฟากฟ้าตอนนี้เข็มนาฬิกายักษ์บนท้องฟ้ากำลังเลือนหายไปอย่างช้าๆธีตกใจกับภาพที่เห็น เขาจึงรีบวิ่งขึ้น เร็วขึ้น เร็วขึ้น เพื่อไปยังสถานที่แห่งนั้น"เจ้าพ่อครับ ท่านอยู่ที่นี่หรือเปล่าครับ?"ธีตะโกนถาม"อยู่ห้องนี้หรือเปล่าครับพ่อ?"เขาถามอีกฝั่งหนึ่งของประตู"ลูกธีหรือ? เจอพ่อที่นี่ได้อย่างไรกัน?"เมื่อได้ยินเสียงเจ้าพ่อจากอีกฝั่งห้อง ใบหน้าของธีก็ยิ้มออกในพริบตา"ว่าแล้วว่าท่านต้องมาห้องน้ำ พวกเราเคยมาที่นี่ในลูปแรก เป็นที่เงียบสงบที่สุดด้วย"เด็กหนุ่มหอบ ทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นห้องแล้วเอ่ย"ถ้าผมจำไม่ผิด ในลูปเวลาคราวก่อน ห้องนี้ไม่มีคน ถ้ามีใครมาใช้ได้ ก็ต้องเป็นผู้ที่ไม่อยู่ในลูปเวลา ซึ่งมีแต่ท่าน""ลูก---มาหาพ่อหรือ? เกิดอะไรขึ้น?"เสียงสงสัยถามอีกครั้งอย่างประหลาดใจ ทว่ายังไม่ปรากฏตัวออกมาจากห้องน้ำ"ผมซิต้องถามพ่อ อยู่ๆหายไปไหนกัน ผมวิ่งตามหาไปทั่วทั้งโรงอาหาร อาคาร---แล้วก็นึกได้ว่าที่เงียบสงบก็ในลูปเวลาช่วงนี้ก็มีแต่ที่นี่"ธีกล่าวอย่างใจร้อนแล้วเอ่ย"นึกว่าท่านทิ้งผมไปเสียแล้ว ทำไมเจ้าพ่อท่านไม่อยู่กับผม อยู่ด้วยกันตอนเวลาสำคัญล่ะครับ"พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังอีกฝั่งของประตูเงียบครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างแผ่วเบา"โธ่ พ่อธี---พ่อไม่อยากกวนลูกนี่ โดยเฉพาะในนาทีสำคัญของลูก""แต่ปรกติท่านจะตามผมอยู่ตลอดไม่ใช่หรือครับ""สัมผัสพ่อบอกพ่อ ว่าคราวนี้ลูกธีต้องทำสำเร็จแน่"เจ้าพ่อศาลจราจรกล่าวย่างสุขุม"แล้วเป็นอย่างไรบ้าง สำเร็จสมดังพ่อคะเนจริงหรือเปล่า?""คือ...ครับ ผมคิดว่าตัวเองเจอแล้วครับเจ้าพ่อ"ธีตอบอย่างขัดเขิน "...เป็นหล่อนผู้นั้นเองซินะ ดีแล้วล่ะ ดีแล้ว พ่อคิดว่าเธอเป็นคนดี ทั้งสองดูเหมาะกัน""ตอนที่คุยกัน ผมก็รู้ทันที ผมเข้าใจความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น...และคิดว่าตัวเองพบสิ่งที่ตามหาแล้ว"เด็กมัธยมหนุ่มเสริม "ยินดีด้วย!" ไม่ทันพูดต่อร่างสีขาวคล้ายขนนกก็ลอยทะลุประตูห้องน้ำออกมาอย่างเชื่องช้า เข้าโผจับมือเด็กหนุ่มในทันที"เจ้าพ่อ...?"ร่างเด็กหนุ่มผงะกับอีกฝ่าย เมื่อเห็นท่าทีสีหน้าอีกฝ่ายนั้น"ท่านร้องไห้หรือ?""ก็ ..ก็เป็นน้ำตาแห่งความดีใจ---พ่อดีใจ ดีใจจริงๆ ที่คนดีอย่างลูกได้สมหวังกับสิ่งที่ปรารถนาแล้ว"เจ้าพ่อกล่าวพลางลดมือลง ท่านอยู่ในร่างเหมือนครั้งแรกที่พบพานกัน "เอาล่ะ จากนี้มิติกาลเวลาก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป ลูปแห่งกาลเวลาจะสลายไป เธอจะได้พบกับชีวิตวันใหม่ที่มีความสุขดังหวังเสียที"เจ้าพ่อกล่าวด้วยเสียงสั่น"ลูปจะหายไป? หรือมันคืออย่างที่เจ้าพ่อเคยบอก นาฬิกานั้น...ลูปเวลากำลังจบลง"ผู้มีฤทธิ์พยักหน้าครึ่งหนึ่ง"สัญญาของพวกเราสิ้นสุดแล้ว หน้าที่ของพ่อหมดแล้วล่ะ""เจ้าพ่อ ร่างของท่าน!?"ธีอุทานเมื่อพบว่าร่างของเจ้าพ่อกำลังเลือนหายไป" เวลาได้เยียวยารักษาหัวใจของเธอแล้ว ลูกไม่จำเป็นต้องมีพ่อแล้ว ถึงเวลาต้องก้าวเดินต่อไป คราวนี้ย้อนกลับไม่ได้แล้วนะธี"กล่าวพลางถอยหลังจากธี"คือว่าท่านเจ้าพ่อ ลูกช้างมีเรื่องที่จะต้องบอกท่าน""เรื่องบนบานของลูก พ่อผ่อนผันให้ได้ อย่างไรพ่อก็อยู่ที่นั่นเสมอ""ไม่ใช่เรื่องนั้นครับ!"ธีพุ่งเข้าไปสวมกอดร่างของเจ้าพ่อ ดวงตาของท่านเบิกกว้างขึ้นโดยความประหลาดใจ ท่านยืนตัวนิ่งรับความอบอุ่นตรงหน้า อดีตหนุ่มผู้อับโชคซึ่งได้รับปาฏิหาริย์ก็กล่าวต่อผู้ทรงฤทธิ์ ด้วยเสียงสั่นเครือ"ผมอยากบอกขอบคุณท่าน ขอบคุณท่านสำหรับทุกอย่าง"ธีกล่าวขณะที่ยังสวมกอดร่างใหญ่ตรงหน้าไว้แน่น"สำหรับผมท่านคือเจ้าพ่อที่ยอดเยี่ยมที่สุด ขอบคุณท่านจริงๆ"เจ้าพ่อซึ่งตะลึงงันอยู่ก็นิ่งไปครู่ ก่อนมองร่างมัธยมตรงหน้าแล้วกอดรับอีกฝ่ายแล้วจึงพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจอธิบายความรู้สึกออกมาได้"เป็นเกียรติที่ได้ดูแลลูกช้างเจ้าน้ำตา ให้เติบโตขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น " เจ้าพ่อมองหน้าธี ทำท่าแหย่คล้ายจะหยิกแก้มอีกฝ่าย ธีสะดุ้งโหยง ก่อนร่างใหญ่จะลูบศีรษะเบาๆ พูดด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเมตตา เหมือนตอนครั้งแรกที่ทั้งสองได้พบกัน"ขอให้ธีจงโชคดีกับชีวิตใหม่ คิดหวังสิ่งใดขอให้สมปรารถนา""ท่านเจ้าพ่อ คือว่า...เจ้า...พ่อ" ธีเหมือนจะเอ่ยบางอย่างออกไป ทว่าไม่ทันร่างของเจ้าพ่อสลายหายไปพร้อมแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาในห้อง เฉกเช่นเดียวกับนาฬิกาเรือนใหญ่ยักษ์ที่มีเข็มเป็นป้ายจราจรบนฟากฟ้า สัญลักษณ์ลูปกาลเวลาสลายไปแล้ว...ทิ้งไว้เพียงเด็กมัธยมคนหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ตัวว่าน้ำตาของตนไหลรินออกมาเมื่อใด
(เรื่องราวในมุมของเจ้าพ่อ)รู้สึกตัวอีกที ตนเองก็กลายเป็นเจ้าประจำศาลแห่งนี้เสียแล้ว ครั้นจะเรียกว่าเป็นจิตวิญญาณที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติก็ว่าได้ แรกเริ่มก็มีคนมาเคารพนับถือบูชา เราพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือพวกเขาตามพลังที่มี ก็มีทั้งสมหวังและไม่สมหวัง มีทั้งคนชมและคนด่า พลังของเราคาดเดาไม่ได้ ได้แต่หวังว่าพวกลูกช้างจะเข้าใจกาลเวลาเปลี่ยน ยุคสมัยก็เริ่มเปลี่ยนไป นานวันเข้าผู้คนศรัทธาเหล่านั้นก็ค่อยเลือนหายไป ในท้ายที่สุดก็ไม่มีใครรับรู้ถึงศาลแห่งนี้อีกเลย เป็นเพียงตัวตนที่ถูกหลงลืมไปถึงจะมีพลัง มีอิทธิฤทธิ์มากมายเพียงใด หากแต่ปราศจากคนศรัทธาหรือกล่าวบนบาน ก็ยากจะสำแดงพลังปาฏิหาริย์อันใดออกมาได้ครั้งสุดท้ายที่มีคนมาคือพนักงานเทศบาลมาทำลานขยะใกล้ๆศาล พนักงานเดินไปมาวุ่นวายจนทำฐานศาลเจ้าล้มตึง ก่อนพวกเขาต้องเอาเศษป้ายจราจรขึ้นสนิมแถวนั้นมาต่อฐานศาล เทศบาลเขียนชื่อเจ้าพ่อด้วยชอล์กขาวลงป้ายเชิงขบขัน จนเป็นที่มาของชื่อเจ้าพ่อแยกไฟแดง ศาลป้ายจราจรขึ้นสนิมใกล้กองขยะไปโดยปริยาย เวลาผ่านเลยไปอีกนานเท่าไรไม่รู้ เจ้าพ่ออย่างเราได้แต่เห็นความเป็นไปในโลกใบนี้อย่างเงียบๆ นั่งอยู่ในตำหนักอย่างไร้แก่นสาร เป็นห้วงเวลาที่น่าเบื่อหน่ายยิ่งนักภาษาของทางโลก มันคือความเหงา---เราเริ่มตั้งคำถามกับตนเองว่าจากนี้จะทำอย่างไรต่อไป หรือถึงแก่เวลาแล้วที่ละทิ้งศาลแห่งนี้แล้วจากที่นี่ไป ปล่อยผู้คนโลกเป็นไปตามห้วงกาลเวลาระหว่างนึก บางคืนก็เอาวิทยุเก่ามาเปิดฟังแบบแอบๆ เดี๋ยวคนแถวนั้นจะตกใจกลัวมารื้อศาลทิ้ง ไม่วายหมาห่อนจากร้านสะดวกซื้อเปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงก็พากันเห่าหอน จนบางคืนคนมาเดินนอนลงไปอีกถนัดตาหากเธอเป็นอย่างฉัน สามวันคงขาดใจตาย---เนื้อเพลงหัวอกจราจร ยิ่งฟังก็เข้ากับตัวเราในตอนนี้ เสียอย่างที่เราเป็นเจ้าพ่อ เราตายไม่ได้ มีแต่หน้าที่ที่เป็นเหมือนความหมายในการดำรงอยู่ของตัวเราเพลงที่ได้ยินได้ฟัง ก็คือเพลงที่แนะนำพ่อธีนั่นเองพูดถึงเด็กคนนี้ นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ได้มีโอกาสทำหน้าที่เยี่ยงเจ้าพ่ออีกครั้งหนึ่งครั้งแรกที่เห็นก็ทราบทันทีว่าอกหักมาเป็นแน่เขาจัดได้ว่าเป็นหนุ่มรูปงาม เสียอย่างที่เพราะพิษรักเลยมีสภาพน่าเห็นใจ ชายหนุ่มเดิมถือถุงขยะร้องไห้น้ำตาไหล เขาปากรอบรูปไปไกล หันหลังเดินดุ่ยจนเหยียบชายผ้าของศาลเราพบกันในตอนนั้นทั้งที่เมา เสียใจร้องไห้อย่างหนัก แต่กระนั้นก็ยังมาปัดกวาดเช็ดถูเรือนศาลของเราอย่างดี ไม่มีใครทำเช่นนี้มาก่อนเลยในรอบหลายปีมานี้ เราจึงรู้สึกประทับใจเด็กหนุ่มคนนี้ยิ่งนัก“ลูกช้างขอรักแท้จากเจ้าพ่อได้ไหมคร้าบ...”เสียงวอนขอดังขึ้น หยดน้ำตาของเขา ทำให้เรากลับรู้สึกบางอย่างก่อกวนขึ้นจากภายใน เป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก สำหรับเจ้าพ่อที่ไม่มีใครเหลียวแล เด็กหนุ่มผู้ที่ต้องการเวลาและโอกาสเพื่อตามหารักแท้ อาจเป็นความหมายที่ทำให้เรายังคงอยู่ที่นี่ก็เป็นได้และเราก็ไม่อยากเห็นเขาเสียใจอีกธีเคยบอกว่า เขาแค่ต้องการคนสักคนที่คอยรับฟัง คนที่เรารักเขาอย่างที่ผมเป็น คนที่คอยช่วยเหลือแล้วก็ไม่ทอดทิ้งเขาในยามลำบาก ใครสักคนหนึ่งที่ช่วยปลอบโยนพอได้ยินเช่นนั้น ในระหว่างที่ไม่พบรักแท้ เราจึงใช้พลังทั้งหมดเพื่อช่วยเหลือเขา---เอ็นดูเขาอย่างไม่เคยทำให้ใครมาก่อน คอยเข้าใจ ดูแลเขาและช่วยเหลือเคียงข้างเขาอย่างสุดความสามารถ "ขอให้เธอหลับฝันดีนะธี"เราลูบศีรษะของเขาในยามหลับ นำหูฟังและโทรศัพท์ออก จัดหมอนหนุนหัวแล้วห่มผ้าให้อย่างดี เราหวังเพื่อให้เขาลืมช่วงเวลาที่เจ็บปวด เราจะอยู่เพื่อให้เขาลืมเรื่องราวแสนเศร้า รับฟังเขาและทำให้เขายิ้มให้ได้เรารู้สึกมีความสุขเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของเขาจนวันนี้ก็เช่นเดียวกันเขาเติบโตขึ้น และตัดสินใจไปเยียวยาใจเด็กสาวอกหักตรงหน้า เด็กหนุ่มซึ่งเคยร้องไห้ตัดพ้อ อยู่ในวัยว้าวุ่นกลับดูเติบโตขึ้นกว่าแต่ก่อน อย่างน้อยก็ตอนเมามายมาบนหน้าศาล เรารับรู้ได้จะช่วงเวลาที่ผ่านมาบางทีตอนนี้แหละ ที่คิดว่าเวลาที่ลูปกาลเวลาไม่จำเป็นอีกต่อไป---รวมถึงตัวเราเองด้วย คงไม่จำเป็นสำหรับธีแล้วดังนั้นเราจึงไม่อยากเห็นตอนธีอยู่กับเด็กสาวคนนั้น เลือกที่จะเลือนหายไปรู้ตัวอีกที ก็เดินผ่านโรงอาหาร ที่เด็กชายตื่นวนลูปมาหลายครั้ง คิดถึงตอนที่คุยครั้งแรกแล้วเขาลากเราไปห้องน้ำ เพื่อคุยกัน---มีที่ไหน มาลากเจ้าพ่อเข้าห้องน้ำ ช่างเป็นเด็กที่เหลือเกินจริงๆระหว่างที่คิดถึงธี น้ำตาของเราก็ไหลออกมาความรู้สึกนี่มันอะไรกัน---"เจ้าพ่อครับ ท่านอยู่ที่นี่หรือเปล่าครับ?"ขณะที่ตั้งคำถาม เขาก็มาโดยที่ไม่ทันรู้ตัว เรารีบปาดน้ำตาออก แอบร่างอยู่อีกฝั่งห้องน้ำ ฟังเรื่องราวของเขาในวันนี้ ประกอบกับเรือนนาฬิกายักษ์เริ่มหมดพลังเขาค้นหารักแท้พบแล้ว---เวลาแห่งการลาจากมาถึงเราไม่ควรจากลากับเขาด้วยน้ำตาแห่งความเศร้าเสียใจ ---อย่างน้อยเราควรจากลาด้วยความสุขเมื่อคิดได้เช่นนั้น เราจึงโผไปหาเขา จับมืออย่างมีความสุข แม้ภายในใจไม่อยากห่างเขาสักวินาทีเดียวก็ตามเราตกใจอีกครั้งเมื่อเขากอดร่างเราคำขอบคุณของธีทำให้เรามีความสุขมาก เราก็อยากขอบคุณเขาเช่นกันที่ทำให้รู้ว่าความสุขเป็นเช่นไร เรารู้ว่าทุกสิ่งที่ทำนั้นไม่สูญเปล่า ต่อให้สลายหายไปในตอนนี้ก็ยินดีร่างเราหายไปตามลูปและพลังที่หมดลง อยากหยิกแก้มอย่างเอ็นดูอีกครั้ง แต่ก็เปลี่ยนใจในท้ายที่สุด"ขอให้ธีจงโชคดีกับชีวิตใหม่ คิดหวังสิ่งใดขอให้สมปรารถนา"พูดจบเราก็ยิ้มส่งเป็นครั้งสุดท้าย ไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะได้พบกันอีกหรือไม่ ไม่ว่าเขาจะทำตามคำบนบานศาลกล่าวหรือไม่ หรือจะกลับไปนั่งคนเดียวที่ศาลก็ตาม เราก็หวังว่าลูกช้างคนนี้จะมีความสุขในท้ายที่สุด...
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Talk : วนลูปหารักตอนที่ 4 เสร็จสิ้นแล้วครับ เย้ ต้องขออภัยเรามีปัญหาสุขภาพที่หลัง เอื้อ ถ้าได้เก้าอี้นักเขียนมาคงจะดี--ผิด ตอนนี้เป็นตอนที่เขียนเองแล้วร้องไห้เอง TT ในที่สุดธีก็สามารถหลุดจากลูปกาลเวลาได้สำเร็จ นั่นแปลว่าเขาได้ค้นหารักแท้เจอแล้วนั่นเอง สำหรับบทนี้จะมีเรื่องราวฝั่งเจ้าพ่อมาด้วยนะครับ จัดเต็มสุดๆไปเลยตอนนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารีดเดอร์จะประทับใจและติดตามต่อในตอนสุดท้ายกันเร็วๆนี้นะครับ เย้!