บทที่ 14 สอนพูด
อาหารเช้าคือ่เวลาที่ทำให้เยี่ยนลี่เฉิงได้เปิดโลกกว้างอีกครั้ง
โชคดีที่กะปริมาณอาหารของอิงอิงตัวน้อยได้คร่าว ๆ แล้ว เพราะกลัวว่าป้าแม่บ้านจะรู้สึกแปลกใจ เยี่ยนลี่เฉิงจึงเตรียมของเพิ่มมากมายหลังจากที่พวกเธอออกไปแล้ว
ฉินอิงอิงกินอาหารแบบทิ้งขว้างน้อยมาก ปกติแล้วเธอจะทำตามธรรมเนียมอันดีของประเทศ นั่นก็คือการกินข้าวให้เกลี้ยงจาน
หลังจากดื่มนมแก้วสุดท้ายรวดเดียวลงท้องเสร็จ ฉินอิงอิงก็ยืดตัวตรงจนพุงเล็ก ๆ ป่อง ก่อนจะเรอออกมา
“เอิ้ก!”
เยี่ยนลี่เฉิงอดหัวเราะไม่ได้ “อิงอิงตัวน้อยอิ่มแล้วเหรอ?”
ฉินอิงอิงอิ่มแล้วจริง ๆ แต่เธอกำลังสับสนเล็กน้อยกับปริมาณอาหารที่กินเข้าไป
ดูเหมือนเธอจะกินน้อยลงไปมาก แต่ก็ไม่รู้สึกหิว
มือป้อมลูบท้องเล็ก ๆ จากนั้นก็มองจานที่ว่างเปล่าบนโต๊ะอีกครั้ง
“อิง… น้อยลง?”
พี่ลี่เฉิง ฉันกินน้อยลงใช่รึเปล่า?
แบบนี้จะโตมั้ย จะสง่างามน่าเกรงขามอย่างพวกคุณยาย คุณแม่ และพี่กับลุงไม่ได้แล้วใช่มั้ย?
เยี่ยนลี่เฉิงเห็นว่ามุมปากของอิงอิงตัวน้อยยังมีคราบนมอยู่ น้ำนมวัวสีขาวแทบจะกลืนไปกับสีผิวของเธอ เห็นแล้วก็อดขำไม่ได้
“ขอโทษนะอิงอิงตัวน้อยพี่ลี่เฉิงไม่เข้าใจความหมายของเธอ แต่อีกเดี๋ยวเราไปเรียนพูดกันที่ห้องหนังสือ แล้วอิงอิงตัวน้อยอธิบายให้พี่ฟังอีกสักหน่อย พี่ลี่เฉิงก็จะเข้าใจเอง”
ฉินอิงอิง “อื้อ!”
ได้เลย!
ไม่งั้นก็ไม่มีวิธีอื่นแล้วล่ะ
ตอนที่เยี่ยนลี่เฉิงเก็บโต๊ะอาหาร ฉินอิงอิงก็เรียนรู้แบบครูพักลักจำ
เยี่ยนลี่เฉิงเห็นก็อดขำไม่ได้ “อิงอิงตัวน้อยอยากช่วยพี่ลี่เฉิงเหรอ?”
ฉินอิงอิงยิ้มตาหยีพร้อมพยักหน้า
เก็บให้เสร็จเร็วขึ้นหน่อยจะได้ไปเรียนพูด
เธอทนรอไม่ไหวแล้ว!
ตอนนี้แทบจะไม่มีทางให้สื่อสารกันได้เลย นี่ทำให้เธอนึกถึงตอนแรกที่เจอกับวาฬเพชฌฆาตฝูงอื่นขณะอพยพไปพร้อมกับครอบครัวในมหาสมุทร ตอนนั้นเธอกล่าวทักทายอย่างดีใจ แต่กลับถูกอีกฝ่ายเมินเฉยราวกับมองไม่เห็น
เธอถามแม่เพราะรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็ธรรม จากนั้นแม่ก็บอกเธอว่า วาฬเพชฌฆาตอย่างพวกเราสื่อสารกันผ่านเสียง ในแต่ละฝูงต่างก็มีวิธีการสื่อสารผ่านเสียงที่เป็ของตัวเอง
ที่หมดคำพูดยิ่งกว่าเดิมคือ ฝูงวาฬเพชฌฆาตที่เธอทักทายฝูงนั้นไม่ใช่วาฬเพชฌฆาตธรรมดา แต่เป็วาฬเร่ร่อนที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ในมหาสมุทร
วาฬเร่ร่อนไม่เหมือนกับวาฬประจำถิ่นอย่างพวกเธอ พวกเขาเป็อันธพาลแห่งมหาสมุทร ทั้งดุดัน เท่ และเยือกเย็น ว่ายน้ำรอบ ๆ มหาสมุทรได้ตลอดทั้งปีแถมยังไปทุกที่ที่้าได้
แต่พวกเขาไม่มีที่อยู่อาศัยแบบตายตัว เพราะพวกเขาดุร้าย เืเย็นและกินอาหารแบบไม่เหลือซาก เก่งในการต่อสู้ถึงขนาดโจมตีลูกวาฬสายพันธุ์ต่าง ๆ เป็ครั้งคราว แม้แต่ลูกวาฬหลังค่อมหรือที่เรียกกันว่าตำรวจแห่งมหาสมุทรก็ยังไม่รอด ดังนั้นหากเทียบกันกับวาฬประจำถิ่นแล้ว วาฬเร่ร่อนมีชื่อเสียงฉาวโฉ่มากกว่า ทำให้สิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไม่ชอบพวกเขานัก
ฉินอิงอิงก็รู้สึกแบบนี้เหมือนกัน
ท้ายที่สุดแล้ว จะมีใครชอบวาฬเร่ร่อนที่ยืนอยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหารแห่งมหาสมุทรล่ะ?
เธอไม่ได้สมองมีปัญหาซะหน่อย!
ฉินอิงอิงมัวแต่คิดมากเกินไป มือของเธอเลยเคลื่อนไหวได้ไม่คล่อง
เดิมทีเ้าตัวเล็กเดินเหม่อนิดหน่อยเลยถือจานเปล่าแบบมือสั่นไปหมด ทำเอาเยี่ยนลี่เฉิงที่มองอยู่ข้าง ๆ ใจนอกสั่นขวัญแขวน
มีหลายครั้งมากที่เขาอยากรับจานในมืออิงอิงตัวน้อยไปถือ แต่ก็กลัวว่าจะเป็การบั่นทอนความตั้งใจของน้องสาว
ยังไงอิงอิงตัวน้อยก็ดูชอบมาก
อิงอิงตัวน้อยยังเล็กมาก ถึงเหม่ออยู่แต่สามารถเดินถือจานไปส่งถึงห้องครัวพร้อมกับเขาได้อย่างราบรื่น
เยี่ยนลี่เฉิงอุ้มคนตัวเล็กขึ้นมาและเปิดน้ำอุ่นจากก๊อก
“อิงอิงตัวน้อย ล้างมือสิ”
ฉินอิงอิงหายใจลึกและพยายามจัดระเบียบคำพูดของตัวเอง
พอหายใจเข้าไปอีกครั้ง เ้าของใบหน้ากลมเป็ไข่ก็เอ่ย
“ตำได้!”
ได้ยินเสียงเล็กแหลมทีไร รอยยิ้มบนใบหน้าของเยี่ยนลี่เฉิงก็ปรากฏขึ้นทุกครั้ง
“อื้ม อิงอิงตัวน้อยทำได้ทุกอย่างเลย! ฉลาดมาก!”
ฉินอิงอิงเชิดคางเล็ก ๆ ขึ้นอย่างภาคภูมิใจ จากนั้นก็ให้ความร่วมมือกับพี่ชายที่อุ้มเธออยู่และก้มหน้าลงเพื่อล้างมือ
เยี่ยนลี่เฉิงพบว่า อิงอิงตัวน้อยไม่ได้แค่วิธีล้างมือ แต่ยังรู้วิธีกดสบู่ด้วย
อาฉินพูดถูก สติปัญญาของอิงอิงตัวน้อยสูงกว่าเด็กในวัยเดียวกันมากจริง ๆ เพียงแต่มีความล่าช้าด้านการพูดเท่านั้น
แต่สอนตอนนี้ยังไม่สายเกินไป!
เมื่อล้างมือเสร็จ ฉินอิงอิงที่สวมกระโปรงฟูฟ่องสีขาวก็ถูกเยี่ยนลี่เฉิงอุ้มไปที่ห้องหนังสือของเขาที่ชั้นสอง
เยี่ยนลี่เฉิงวางอิงอิงตัวน้อยลงบนโซฟาตัวนุ่ม หยิบหนังสือภาพกับหนังสือสำหรับเด็กที่เขาซื้อเมื่อวานนี้ออกมาและเริ่มสอนั้แ่เื่การออกเสียง
ความสนใจของฉินอิงอิงถูกดึงดูดโดยหนังสือภาพ
เยี่ยนลี่เฉิงเองก็รู้สึกได้ “ชอบมั้ย?”
ฉินอิงอิงรีบร้อนพยักหน้า “อื้อ… ซอบ!”
เยี่ยนลี่เฉิงลูบหัวเล็กของเ้าตัวน้อยด้วยความรักใคร่เอ็นดูและยื่นหนังสือภาพให้เธอ
“จะดูก็ได้นะ แต่อิงอิงตัวน้อยของเราต้องเรียนก่อนห้านาที”
ฉินอิงอิงเอาหนังสือภาพมาไว้ในอ้อมกอดและลูบไปมา จากนั้นก็เงยหน้าพร้อมพยักขึ้นลงหงึกหงัก
“อื้อ!”
เข้าใจแล้ว!
เธอจะตั้งใจอย่างดีเลย!
ตอนที่เยี่ยนลี่เฉิงสอนเ้าตัวเล็กพูด ถึงเ้าตัวเล็กจะใช้สองมือกอดหนังสือภาพเอาไว้ตลอด แต่สายตาก็จ้องไปที่ตัวเขา ไม่ได้เหลือบมองหนังสือนิทานแม้แต่สักนิด
การควบคุมสมาธิได้ดีแบบนี้ทำให้เยี่ยนลี่เฉิงใ
ท้ายที่สุดแล้ว มันเป็เื่ยากสำหรับเด็กวัยนี้ที่จะมีสมาธิกับสิ่งหนึ่งสิ่งใดนาน ๆ
สิ่งที่ทำให้เขาใมากกว่านั้นคือ ความสามารถในการเรียนของอิงอิงตัวน้อยดีมากจริง ๆ
สิบห้านาทีต่อมา เยี่ยนลี่เฉิงก็บอกว่าหมดเวลาเรียน
“เอาล่ะ อิงอิงตัวน้อย พักผ่อนได้แล้วนะ”
ฉินอิงอิงกะพริบตา ตอนที่ก้มหน้ามองหนังสือภาพก็พบว่าตัวเองยังใส่กระโปรงฟูฟ่องตัวเมื่อวานอยู่ เธองงนิดหน่อย
ลืมไปเลยว่าเธอยังไม่ได้อาบน้ำ!
แอบไม่สบายตัวอยู่นิดหน่อยเหมือนกัน!
“อื้อ… พักผ่อนยานแค่หนาย…”
เยี่ยนลี่เฉิงได้ยินอิงอิงตัวน้อยที่รำคาญเื่การออกเสียงก็ยกยิ้มมุมปาก พยายามห้ามไม่ให้ตัวเองขำออกมาเสียงดัง
เขากระแอมออกมาหนึ่งที “สักครึ่งชั่วโมง?”
ฉินอิงอิงไม่ค่อยเข้าใจเื่เวลา เหมือนว่าความทรงจำส่วนลึกจะรู้แต่ก็ไม่ละเอียดเอาเสียเลย
เธอเอียงคอและคิด “อาบย้ำ?”
เวลาพักผ่อนมากพอที่เธอจะอาบน้ำรึเปล่า?
เยี่ยนลี่เฉิงเข้าใจความหมายของน้องสาวในทันที
“อิงอิงตัวน้อยอยากอาบน้ำเหรอ?”
ดวงตาทั้งสองข้างของฉินอิงอิงส่องประกายวาววับ เธอมีความสุขจนลืมภาษามนุษย์ไปในชั่วพริบตา
“งื้ออ!”
หลังจากพูดจบก็พบว่านั่นไม่ใช่ภาษามนุษย์ ฉินอิงอิงจึงรีบใช้มือกลมป้อมปิดปากตัวเอง
เยี่ยนลี่เฉิงถูกความน่ารักของเ้าตัวน้อยทำให้มีความสุข เขาเดินมาอุ้มเธอและพาออกไปข้างนอก
“พี่ลี่เฉิงจะพาขึ้นไปข้างบน แล้วจะเรียกป้าหวงไปช่วยนะ โอเคมั้ย?”
ฉินอิงอิงที่ถูกพี่ชายผู้ให้อาหารอุ้มส่ายหน้ารัว
“อือ… ไม่… ไม่ต้อง”
เธออายุสามขวบครึ่งแล้ว อาบน้ำเองได้
ป้าที่ดูแลพวกเธอในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าสอนอาบน้ำมาอย่างละเอียดไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เธอเป็วาฬเพชฌฆาตอ้วนที่ฉลาด ต้องทำได้อยู่แล้ว!
เยี่ยนลี่เฉิงพาอิงอิงตัวน้อยไปที่ห้องอาบน้ำชั้นสาม ช่วยเธอหยิบกระโปรงตัวเล็กสีชมพูอ่อนออกมาจากตู้เสื้อผ้าและรองน้ำไว้ให้
เมื่อเห็นว่าอิงอิงตัวน้อยจะปิดประตู เขาก็ยังเป็ห่วงอยู่นิดหน่อย
“ไม่ต้องให้ป้าหวงช่วยจริงเหรอ?”
ฉินอิงอิงพยักหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว “ไม่!”
ไม่จำเป็!
ก็แค่อาบน้ำเอง!
ตอนที่เป็วาฬเพชฌฆาตอ้วนเธอใช้ชีวิตอยู่ในทะเลทั้งวัน การอาบน้ำเป็เื่สบาย ๆ
ฉินอิงอิงรับเสื้อผ้ามาและปิดประตูห้องน้ำอย่างรวดเร็ว
เยี่ยนลี่เฉิงจึงพูดอะไรต่อไม่ได้ “...”
ถึงเขาจะไม่วางใจ แต่ก็ไม่ได้มีความคิดที่จะไปเรียกป้าแม่บ้านขึ้นมาช่วย
ในตอนนี้ ปกติป้าแม่บ้านจะไปซื้อกับข้าว
เขาเองก็ไม่กล้าจะไปไหน จึงรอเธออยู่ข้างนอก