ผู้ร่วงหล่น

    บทที่ 183 ป่ายักษ์ตาเดียว.

    ป่าแห่งหนึ่งในอาณาจักรซาราโนได้มีรอยแยกสีดำปรากฏขึ้นก่อนจะมีเท้าหนึ่งเดินออกมาจากรอบแยกอย่างเงียบสงบ

    ชายหนุ่มคนหนึ่งที่สวมหน้ากากและสวมใส่ชุดสีดำทั้งตัวได้มองรอบตัวก่อนจะเปิดช่องว่างของมิติและหายไปอย่างไร้ร่องรอย ก่อนจะมีเสียงคำรามดังขึ้นด้านหลังเขา

    บนท้องฟ้ามีคนกลุ่มหนึ่งกำลังบินเข้ามาด้วยความว่องไวและเห็นชายหนุ่มได้เปิดรอยแยกหายไปอีกรอบหนึ่งจึงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว

    “ผู้นำพาแห่งความมืด รู้ได้ยังไงว่าพวกเราได้ทำตราติดตามตัวมันไป”

    ชายชราที่สวมชุดนักเวทมีไม้คทาได้พูดขึ้นด้วยความโกรธเคืองเพราะนี้เป็นรอบที่ 4 ที่พวกเขาได้ตามรอยผู้นำพาแห่งความมืด

    หญิงชราในกลุ่มได้โมโหเหมือนกันจึงพูดขึ้นมา

    “ฉันไม่รู้ ฉันติดตราติดตามตอนที่ผู้นำพาแห่งความมืดกำลังสู้กับการียะโซ ฉันแน่ใจว่าผู้นำพาแห่งความมืดไม่รู้ตัวแน่นอน”

    “ไม่รู้ตัวหรือ ไม่รู้ตัวบ้าอะไรมันพาพวกเราวนรอบเมืองอยู่นี้----------!!!!”

    ชายวัยกลางคนได้คำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวเพราะพวกเขาได้ใช้พลังเวทมนตร์ในการบินเยอะมากจนอยากจะพักแต่ไม่สามารถพักได้

    ถ้าพวกเขากลับไปรายงานว่าไม่สามารถตามผู้นำพาแห่งความมืดได้ จอมเวทผู้ยิ่งใหญ่จะฆ่าพวกเขาไหมไม่มีใครรู้

    แต่ในตอนนี้ลูกของจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่พ่ายแพ้ให้กับผู้นำพาแห่งความมืดอย่างย่อยยับจนน่าสงสาร

    หญิงชราหอบหายใจก่อนจะหลับตาสักพักหนึ่งและพูดขึ้นมาด้วยความตกใจ

    “ผู้นำพาแห่งความมืดอยู่ทิศเหนือ”

    สิ้นสุดเสียงของหญิงชราสีหน้าของภายในกลุ่มบิดเบี้ยวจนน่ากลัวและมีชายคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา

    “ผู้นำพาแห่งความมืดเห็นพวกฉันเป็นอะไรกัน----------------------!!!!!!!!!!!”

    ทางทิศเหนือของเมืองเอยีนคือทิศแรกที่ผู้นำพาแห่งความมืดไป ตอนนี้ผู้นำพาแห่งความมืดพาพวกเขาวนรอบกำแพงเมืองเอยีนจนทำให้กลุ่มจอมเวทพวกนี้โกรธเคืองเป็นอย่างมาก

    พวกเราเป็นจอมเวทผู้อยู่เหนือคนนับล้านแต่ถูกผู้นำพาแห่งมืดหลอกจนน่าอับอาย ชายชราหนึ่งได้พูดขึ้นมาว่า

    “พวกเราจะทำอะไรต่อไปดี”

    จอมเวทชายวัยกลางคนได้พูดขึ้นมาว่า

    “กลับไปรายงานว่าผู้นำพาแห่งความมืดหลบหนีไปได้”

    “นายไม่กลัวจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่จะฆ่านายหรือไม่”

    “ทำยังไงได้ ตอนนี้พลังเวทมนตร์ของพวกเราใกล้จะหมดแล้ว พวกเราได้เผาผลาญพลังเวทมนตร์เพื่อที่จะตามผู้นำพาแห่งความมืดให้เร็วที่สุด แต่ผู้นำพาแห่งความมืดมีวิชาเกี่ยวข้องกับมิติทำให้เขาสามารถหลบหนีไปได้ อีกอย่างหนึ่งพวกนายอย่างลืมการต่อสู้ของผู้นำพาแห่งความมืด ถ้าพวกเราไม่มีโล่เวทมนตร์จะเกิดอะไรขึ้น”

    เมื่อได้ฟังดังนั้นกลุ่มจอมเวทหายใจเข้าไปอย่างหนาวเย็นเพราะการต่อสู้ระหว่างผู้นำพาแห่งความมืดกับการียะโซกับดุเดือดมาก ตอนนี้เขามั่นใจว่าจะสังหารผู้นำพาแห่งความมืดได้

    แต่ถ้าไม่มีโล่เวทมนตร์พวกเขาไม่มั่นใจว่าจะสามารถสังหารผู้นำพาแห่งความมืดได้ 100 เปอร์เซ็นต์หรือไม่

    ถ้าจะตามผู้นำพาแห่งความมืดต่ออาจจะมีคนในกลุ่มจอมเวทสังเวยชีวิตให้กับการสังหารผู้นำพาแห่งความมืด จอมเวททุกคนคิดอย่างนั้นไม่มีใครอยากจะเป็นเหยื่อสังเวยให้กับคนอื่น

    กว่าจะฝึกฝนจนถึงระดับจอมเวทต้องใช้เวลาถึง 100-300 ปี เมื่อลิ้มลองอำนาจและเงินทองไม่มีใครอยากจะปล่อยมันทิ้งไปหรอก

    “อีกอย่างตอนนี้อาณาจักรซาราโนอยู่ในช่วงสงครามจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่จะสังหารพวกเราที่เป็นแนวหน้าทิ้งอย่างนั้นหรือไง”

    จอมเวททุกคนมีสติปัญญาดีจึงรู้ได้ว่าต่อให้พวกเขาทำงานพลาดจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ก็ไม่สามารถสังหารพวกเขาได้ในตอนนี้ สงครามระหว่างลอร์ดแห่งความตายกับอาณาจักรซาราโนกำลังรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

    ยิ่งมีคนตายมากเท่าไรลอร์ดแห่งความตายยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น อีกอย่างถ้ามีข่าวการตายของจอมเวทจำนวนมากอาจจะทำให้ขวัญกำลังใจของทหารลดลง

    อย่างลืมว่าจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่อีก 3 คนก็จะไม่ยอมเรื่องแบบนี้ด้วย เมื่อได้ขอสรุปดั่งกล่าวจอมเวททั้งหลายจึงกลับเข้าเมืองเอยีน

    ถึงพวกเขาจะเสียดายค่าหัวของผู้นำพาแห่งความมืด แต่ถ้าแลกด้วยชีวิตมันไม่คุ้มค่า

    ...........

    แจ๊คเดินออกมาจากมิติก่อนจะกระอักเลือดออกมาจนสีหน้าขาวซีด เลือดปีศาจของแจ๊คกระทบกับอากาศก่อนจะเกิดไฟลุกท่วมจนกลายเป็นไอ

    “น่าเสียดายที่พวกจอมเวทนั้นไม่ได้ตามมาอีก”

    แจ๊คหันไปทางทิศใต้ของเมืองเอยีนและสัมผัสได้ว่ากลุ่มจอมเวทหยุดไล่ตามเขามาจึงอดเสียดายไม่ได้เพราะแจ๊คคิดจะสังหารอีกฝ่ายหนึ่ง

    จอมเวทถ้าไม่มีพลังเวทก็เป็นได้แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง น่าเสียดายที่จอมเวทเหล่านั้นไม่ได้ติดกับ

    หู่เสวียและเฟรยาที่อยู่ภายในมิติของชุดแห่งความว่างเปล่าได้พูดขึ้นมา

    “ร่างกายแบบนี้ยังคิดจะสู้อีกหรือไง”

    “นายท่านไหวไหม”

    แจ๊คหัวเราะขึ้นเล็กน้อยเพราะการเปิดมิติด้วยพลังจิตมันหนักหนากว่าที่เขาคิดเอาไว้ ตอนนี้แจ๊คปวดหัวราวกับระเบิด

    ถ้าไม่ใช่จิตวิญญาณของการต่อสู้ของเขาคงจะล่มลงตั้งแต่ที่เปิดรอยแยกของมิติ แจ๊คอดทนและเปิดช่องว่างของมิติหายไปอีกรอบหนึ่ง

    ......................

    ผ่านไปหนึ่งเดือนในป่ายักษ์ตาเดียว ที่มียักษ์ตาเดียวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากในอาณาจักรซาราโนที่ขึ้นชื่อเรื่องความอันตรายรองจากภูเขาภูตผี เพราะยักษ์ตาเดียวในป่านี้มีพละกำลังที่แข็งแกร่งมาก

    และผิวหนังของพวกมันสามารถป้องกันเวทมนตร์ อาวุธหรือลมปราณได้ทำให้เทียบจะไม่มีใครสามารถต่อสู้กับยักษ์ตาเดียวได้

    คนที่สามารถฆ่ายักษ์ตาเดียวได้ในป่ายักษ์ตาเดียวจะถูกยกย่องเป็นผู้กล้าในแต่ละเมืองจึงทำให้มีนักรบมากมายเข้ามาในป่ายักษ์ตาเดียวจำนวนมาก

    ตูม ตูม ตูม

    ภายในป่ายักษ์ตาเดียวได้มีเสียงเท้ากำลังก้าวเดินอย่างสงบและต้นไม้ที่ปลิวกระเด็นไปอย่างรุนแรงจนโค่นต้นไม้ใหญ่ไปอีกหลายสิบต้น

    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    “ใช้เวทมนตร์ตรึงร่างกายของมันเอาไว้”

    “โล่อยู่ไหนไปต่อสู้กับยักษ์ตัวนี้เร็ว”

    “นักฆ่าตัดเส้นเอ็นขาของยักษ์ตาเดียวตัวนี้เร็ว”

    มีเสียงคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาอย่างร้อนรน

    โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังต่อสู้กับยักษ์ตาเดียวอยู่ คนที่ตะโกนนั้นคือหัวหน้ากลุ่มใส่ชุดเกราะสีทอง อาวุธในมือปล่อยออร่าออกมา และมีนักเวท นักฆ่า โล่และนักดาบอีกมากกำลังต่อสู้กับยักษ์ตาเดียวตัวนี้

    ยักษ์ตาเดียวตรงหน้าคนกลุ่มนี้สูง 5 เมตร ร่างกายยำกำสวมใส่แค่กางเกงตัวเดียวบนหัวมีเขางอกออกมา ดวงตาโตตรงหน้าผากในมือข้างขวาของยักษ์ตาเดียวกำลังถือต้นไม้โบราณอันใหญ่โต

    ยักษ์ตาเดียวโบราณคำรามก่อนจะฟาดต้นไม้ในมือไปทางกลุ่มนักผจญภัยตรงหน้า หัวหน้ากลุ่มนักผจญภัยเห็นยักษ์ตาเดียวกำลังฟาดต้นไม้มาจึงมีสีหน้าขาวซีดก่อนจะตะโกนขึ้นมา

    “โล่ไปกันต้นไม้นั้น ส่วนนักเวทใช้เวทมนตร์เสริมพลังในกับโล่”

    คนที่ถือโล่กระโดดไปหายักษ์ตาเดียวอย่างไม่ลังเล ส่วนนักเวทได้ร่ายเวทมนตร์เสริมพลังในกับโล่คนที่กำลังไปชนกับยักษ์ตาเดียว

    ร่างกายของโล่ได้ส่องแสงประกายก่อนจะเหวี่ยงโล่ในมือไปชนกับต้นไม้ที่ยักษ์ตาเดียวกำลังฟาดเข้ามา

    ตูม ตูม ตูม ตูม

    เสียงโล่ปะทะกับต้นไม้ขนาดใหญ่ดังไปทั่วบริเวณจนทำให้แผ่นดินยกตัวขึ้นมาเล็กน้อย ฝุ่นควันกระจายไปทั่วจนปิดบังการมองเห็น

    หัวหน้ากลุ่มเห็นโล่ยังมีชีวิตอยู่ถึงจะบาดเจ็บสาหัส เขาไม่สนใจโล่ชั่วคราวก่อนจะตะโกนขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

    “ใช้เวทมนตร์ตรึงร่างกายของยักษ์ตาเดียวเอาไว้”

    กลุ่มนักเวทด้านหลังพยักหน้าก่อนจะร่ายเวทมนตร์ร่วมกัน วงแหวนเวทมนตร์ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นด้านล่างพื้นยักษ์ตาเดียว ยักษ์ตาเดียวเห็นดังนั้นจึงพยายามจะหลบหนี

    ทันใดนั้นมีนักฆ่าได้มาปรากฏใต้เท้าของยักษ์ตาเดียวก่อนจะตวัดมีดในมือตัดเส้นเอ็นของยักษ์ตาเดียว

    โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    ยักษ์ตาเดียวกรีดร้องอย่างทรมานก่อนจะมีโซ่จำนวนมากออกมาวงแหวนใต้เท้าของยักษ์ตาเดียวตรึงร่างกายยักษ์ตาเดียวเอาไว้ หัวหน้ากลุ่มเห็นดังนั้นจึงหัวเราะขึ้นและพูดว่า

    “รวบรวมพลังเอาไว้ที่ฉัน”

    สิ้นสุดเสียงหัวหน้ากลุ่มทุกคนภายในกลุ่มยกเว้นนักเวทได้รวมพลังเอาไว้ที่หัวหน้า ร่างกายของหัวหน้ากลุ่มส่องประกายยักษ์ตาเดียวสัมผัสได้ถึงอันตรายจึงพยายามดิ้นรนเพื่อหลุดจากโซ่เวทมนตร์อันนี้ แต่เปล่าประโยชน์

    หัวหน้ากลุ่มยกดาบก่อนจะตวัดดาบออกไปอย่างรุนแรง คลื่นดาบขนาดใหญ่ราวกับสึนามิได้กวาดทะลุผ่านร่างกายยักษ์ตาเดียว

    ฟิ้ว ฟิ้ว ตูม ตูม

    ต้นไม้ด้านหลังยักษ์ตาเดียวพังพินาศ หญ้าและก้อนหินกลายเป็นฝุ่นจากการโจมตีในครั้งนี้

    ยักษ์ตาเดียวนิ่งเฉยก่อนจะมีเส้นสีแดงปรากฏขึ้นตรงร่างกายของยักษ์ตาเดียว ยักษ์ตาเดียวจ้องมองกลุ่มคนตรงหน้าด้วยความโกรธแค้น ไม่อยากจะเชื่อและเสียใจ

    ตูม

    ร่างกายของยักษ์ตาเดียวถูกตัดขาดออกจากกัน หัวหน้ากลุ่มเหนื่อยล้าแต่ก็ดีใจและพูดขึ้นมาว่า

    “เก็บเลือดและดวงตาของยักษ์ตาเดียวในดี ๆ มันสามารถทำเงินได้ดี”

    จอมเวทธาตุน้ำได้ควบคุมเลือดของยักษ์ตาเดียวที่กำลังสาดกระจายให้ไหลเข้ามาในขวด ส่วนนักดาบคนหนึ่งเดินไปตรงหน้ายักษ์ตาเดียวก่อนจะควักลูกตาออกมา

    “วันนี้ต้องฉลอง------------------!!!!!!!!!!”

    “เย้----------------!!!!”

    ระหว่างที่กลุ่มนักผจญภัยนี้กำลังดีใจ มีดวงตาสีม่วงคู่หนึ่งจับจองทุกการต่อสู้ของพวกเขาก่อนจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยแม้แต่จอมเวทภายในกลุ่มก็ไม่สามารถตรวจจับได้

    ..............................................................................................................................................................................................................