บทที่ 5
อารมณ์ที่เดือดพล่าน
อากาศยามนี้ช่างร้อนอบอ้าวราวกับอยากจะให้ผู้ที่ััได้ทุกทรมาน เบื้องหน้าของไลลาเป็โรงแรมสูงใหญ่สีขาว เมื่อก้าวเข้ามาด้านในจะเห็นการตกแต่งที่ดูหรูหรา ทำให้รู้ได้ว่าคนที่จะเข้ามาต้องมีเงินอยู่พอควร
โรงแรมที่เธอมานั้นก็ไม่ใช่โรงแรมที่ไหน แต่เป็โรงแรมในเครือตระกูลภานุมาศ
“คะ..คุณไลลาครับ” ชายในชุดพนักงานเรียบร้อยเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางละล้าละลังกังวลใจกับเื่บางอย่าง
“นำทางให้หน่อยได้ไหมคะ?” เสียงใสเย็นเยียบแฝงโทสะขึ้งเคียดจากการข่มใจเอาไว้
โถงทางที่เดินที่โอ่อ่าทอดยาวหรูหรา เพียงประตูลิฟต์เปิดออกมาไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนที่เธอค้นหาพักอยู่ที่ห้องใด
บอดี้การ์ดร่างฉกรรจ์ยืนคุมอยู่ทุกทิศทางแต่จะมีอยู่ห้องหนึ่งที่มีการคุ้มกันเป็พิเศษ
ไลลายกมือขึ้นเป็สัญญาณให้ชายพนักงานที่มาด้วยลงกลับไปทำงานของตน ด้านข้างเธอมีบอดี้การ์ดอยู่สามคนซึ่งเป็คนของเธอทั้งนั้น ก้าวสั้นย่างตรงเข้าไปหยุดหน้าห้องที่มีชายชุดสูทยืนคุ้มกันอยู่ จุดมุ่งหมายเธอแน่ชัดเสียยิ่งกว่าแน่
ลูกน้องของภวิศก็เป็ที่รู้หน้าคุ้นตา แต่ถึงเธอจะไม่เคยเห็นก็คงจะไม่มีใครไม่รู้จักนายหญิงของบ้านผู้เป็ภรรยาของบอสตัวเองได้ พวกเขาดูละล้าละลังเหมือนอยากที่จะหยุดรั้งเธอไว้แต่ก็ลังเลที่จะทำ
“อ๊ะ..อ๊างง...อ๊า..อ๊าส์”
เสียงครางเร่าร้อนดังออกมาจากภายในห้องนั้น ฟังๆดูเสียงนั้นเหมือนกับว่าจะไม่ได้มีเพียงแค่คนเดียวเสียด้วยซ้ำ
ไลลายืนอยู่หน้าห้องด้วยสีหน้านิ่งเรียบราวน้ำที่ไม่ไหวตามสายลม สายตาเหลือบมองที่บอดี้การ์ดที่ยืนด้านข้างประตู เขาเองก็ดูลำบากใจไม่น้อยที่ทำให้เธอมาได้ยินอะไรแบบนี้
“บอกเขาให้ทีว่าฉันมีเื่อยากจะคุย”
สุ้มเสียงเย็นเฉียบราวน้ำแข็งเอ่ยสั่งการผู้เป็ลูกน้อง แม้เขาจะไม่ใช่ลูกน้องของเธอโดยตรงแต่ศักดิ์ของเธอนั้นสูงกว่า หากตอนนี้เขาไม่ทำตามที่เธอสั่งก็เหมือนกับว่าไม่ให้เกียรติตระกูลเธอที่แต่งเข้ามา
“ก๊อกๆๆๆ...บอสครับ..นายหญิงมีเื่ที่อยากขอคุย” ท่าทางดูกระอักกระอ่วนเล็กน้อยเมื่อพูดออกไป ภวิศที่อยู่ด้านในก็เหมือนกับว่าได้ยินแต่แสร้งทำเป็หูทวนลม เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับมามันยิ่งทำให้หญิงสาวที่ยืนรออยู่ด้านหน้ารู้สึกหงุดหงิดทวีขึ้น
“ซี๊ด..คุณภวิศขา~...อ๊ะ..รุนแรงจังเลย”
ราวกับว่าเขาจงใจ น้ำเสียงที่ออกมามันดังเสียยิ่งกว่าตอนที่เธอพึ่งมาถึง
ในตอนนี้ไลลาเธอทนมามากพอแล้ว หางตาถูกเหลือบมองให้สัญญาณกับกันต์ที่เดินมาพร้อมกัน
เื่การที่เขาจะไปมีใครที่ไหนนั้นเธอไม่เคยสนใจ แต่การที่มาทำต่อหน้าหรือมาทำในที่ของเธอนั้นถือว่าเขาหยามเกียรติของเธอเป็อย่างมาก จะเื่เ้าชู้หรือมีเพศสัมพันธ์กับใครทางเราก็ไม่มีข้อห้ามอะไรกันทั้งนั้น
เพียงแค่รักษาหน้าของเธอเสียหน่อยมันจะทำให้เขารู้สึกทรมานหรืออย่างไง!
ภวิศทำราวกับว่ามันไม่มีอะไร เป็เพียงแค่การปลดปล่อยอารมณ์ของเขาเท่านั้น แต่ภายในเครือบริษัทของเธอใครก็ต่างรู้ว่าเขาและเธอแต่งงานกัน การที่เขาเดินเข้ามากับผู้หญิงคนอื่นนั้นคนที่รับรู้เื่ของเธอจะมองเธออย่างไง
ภรรยาที่แสนน่าสงสาร
มันคงไม่พ้นคำคำนี้ หาใช่ศักดิ์ศรีของเธอเท่านั้นที่จะเสื่อมเสีย แต่ชื่อเสียงของตระกูลที่ร่วมสร้างมารุ่นต่อรุ่นก็ย่อมด่างพร้อย
ติ๊ด
เธอได้เตรียมคีย์การ์ดสำรองมาเพื่อกรณีนี้ไว้แล้ว เมื่อได้สัญญาณกันต์ก็ปลดล็อกประตูทันที “นายหญิงครับแบบนี้มัน” คนคุ้มกันหน้าประตูเอ่ยทักเมื่อเห็นว่าเธอนั้นได้ปลดล็อกประตูห้องของภวิศเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“ไม่ต้องห่วงฉันไม่เข้าไปหรอกค่ะ เพียงแค่อยากให้รู้ว่าฉันจะไม่รออีกแล้ว” สุ้มเสียงไม่เกรี้ยวกราดแต่แผ่ความน่าสะพรึง ชายที่เฝ้าด้านข้างยังทำได้เพียงยืนเหงื่อตก ไม่คิดว่าคนที่มักจะนิ่งเฉยอย่างเธอจะกล้าทำอะไรถึงขนาดนี้
“แกร๊ก” หลังจากประตูปลดล็อกไม่นานหญิงสาวรูปร่างดีสองคนก็ออกมา
มองๆไปแล้วเธอก็คงเป็ผู้หญิงที่มีฐานอยู่พอสมควร เธอคนแรกรีบก้มหน้าก้มตาเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ผิดจากอีกคนที่ทอดน่องสบายใจราวกับไม่สนใจว่าคนที่อยู่ด้านหน้านั้นเป็ภรรยากับชายที่เธอพึ่งมีอะไรด้วย
สายตานั้นเหลือบมองเธออยู่ชั่วครู่ก่อนที่ไลลาจะเดินผ่านตัวหญิงคนนั้นไป
ภายในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นบุหรี่และเหล้าจนไลลาที่พึ่งเดินเข้ามาต้องปิดจมูกไว้ ภวิศชายตรงหน้าเธอกำลังสวมใส่เสื้อของตัวเองก่อนจะหันแหงะมองมาทางเธอ
“อ่าว...คุณมาด้วยเหรอครับเนี่ย?”
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขานั้นโกหก เขาคงจะรู้ั้แ่ที่ลูกน้องบอกแล้วแต่ทำเป็ไม่ได้ยินเสียมากกว่า สีหน้าที่ดูไม่ทุกร้อนอะไรนั่นทำเอาไลลาที่เห็นกำมือแน่น
“ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ผมไม่ได้ไปต้อ...เพียะ!” ยังไม่ทันที่ภวิศจะพูดเสร็จ หญิงสาวก็ก้าวเท้าเข้ามาตบหน้าเขาอย่างจังจนมือของเธอนั้นรู้สึกชาทั่วฝ่ามือ
“คนเรามันมีทั้งสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำอยู่นะคะ ซึ่งสิ่งที่คุณทำล้ำเส้นนั้นมามากแล้ว”
คิ้วโก่งขมวดเป็ปมฉุนเฉียวจริงจังทำเอาภวิศนิ่งเงียบไม่เอ่ยตอบ สิ่งที่เธอทำนั้นอยู่เหนือความคาดหมายของเขา คนที่มักสุขุมและเก็บความรู้สึกของตัวเองมาตลอด ไม่คิดว่าจะกล้าเปิดประตูห้องและยังเดินดิ่งเข้ามาตบเขาอย่างโต้งๆไม่สนลูกน้องรอบข้างที่มองมา
สายตานั้นก็หาได้มีความหึงหวงเขา แต่เป็ความโกรธที่เขามองข้ามหน้าเธอและตระกูลของเธอไป
ภวิศยกมือจับที่แก้มของเขาแววตานั้นมองดูอย่างสนอกสนใจในตัวหญิงตรงหน้า รอยตบที่แก้มมันไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรเท่าไหร่
แต่ผู้หญิงที่ตบเขาแบบนี้นอกจากแม่ก็มีแค่เธอเท่านั้นที่กล้าทำ
“โรงแรมภายในตัวเมืองนั้นมีตั้งมาก แต่แปลกนะคะที่มันเผอิญมาเป็โรงแรมในเครือเราพอดี” น้ำเสียงเหน็บแนมแฝงความหมายไว้ชัดเจน โรงแรมดีๆมีถมแต่เขากลับเลือกที่นี่ดูก็รู้ว่าเขานั้นจงใจยั่วโมโหเธอ
“อย่างนั้นเหรอครับเนี่ย ผมไม่คิดว่าที่นี่เป็โรงแรมในเครือของคุณ ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะครับ” ฟังอย่างไงก็ฟังไม่ขึ้น ดวงตาของเขายังคงลุ่มลึกคาดเดาไม่ได้ ใบหน้าเปื้อนยิ้มบางๆราวกับไม่ได้ตั้งใจจะปกปิด มันยิ่งทำให้ไลลาไม่สบอารมณ์เข้าไปใหญ่
“ไว้ครั้งหน้าผมจะระวังตัว... แต่หากคุณสั่งว่าไม่ให้ผมไปทำแบบนี้กับใครอีกละก็...”
ภวิศเข้ามาใกล้เธอคำพูดของเขาดูนุ่มนวลแต่สอดแทรกไปด้วยการหยั่งเชิง สิ่งที่เธอแสดงออกมามักน่าสนใจจนทำให้ภวิศอดที่จะอยากรู้คำตอบจากปากนั้นไม่ไหว
“ไม่จำเป็หรอกค่ะ อย่างไงเราทั้งสองก็แต่งงานกันเพราะเื่ของตระกูลอยู่แล้ว ในข้อตกลงก็ไม่มีอะไรแบบนี้ั้แ่แรกด้วยดังนั้น...ฉันจะไม่ก้าวข้ามเส้นของคุณ ซึ่งฉันก็หวังว่าคุณจะทำเช่นกัน”
ไลลาพูดเสียงหยิ่งผยองดูทรงอำนาจ เธอยกยิ้มขึ้นนิดหน่อยในเมื่อรู้ว่าคำพูดของเขาเป็เพียงการหยั่งเชิง หากเขา้าคำตอบที่น่าสนเธอเองก็คงต้องทำให้เขาประทับใจ ถ้อยคำของเธอดึงดูดความสนใจของภวิศได้ชะงัด
ในสิ่งนี้เธอก็ยังคงเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน ไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหนเธอก็ไม่เคยที่จะเอ่ยปากห้ามเขาเลยสักครั้ง
ภายในหัวของเธอนั้นคงมีแต่ศักดิ์ศรีที่ถืออยู่
“จะว่าไปฉันจะมาบอกอีกเื่ วันนี้ฉันจะออกเดินทางไปติดต่อเื่งาน คุณคงจะไม่ว่าอะไรใช่ไหมคะถ้าฉันจะเอาคนของคุณไปสักสองสามคนและก็ร็อตอีกตัว”
“มันจะไม่น้อยไปหน่อยเหรอครับสำหรับการเดินทางไปที่อื่น”
“แค่นี้ก็เพียงพอแล้วค่ะ พอดีว่าการคุยงานลูกค้า้าความเป็ส่วนตัวอยู่พอควร หากไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ” สิ้นสิ่งที่จะพูดไลลาก็เดินออกจากห้องนั้นไป ทิ้งภวิศที่ยืนอยู่ด้านในไว้กับลูกน้องของเขาไม่กี่คน
หญิงสาวคู่นอนคนที่เดินออกมามองไลลาก่อนหน้านี้ยังคงยืนรออยู่ด้านหน้าห้องกับลูกน้องของภวิศ
ท่าทางที่คุยกับลูกน้องเขานั้นดูเหมือนกับว่าจะรู้จักกันเป็อย่างดี การที่ลูกน้องจะมาเล่นกับคนของเ้านายคงจะเป็ไปได้ยาก ถ้าอย่างนั้นก็ง่ายๆ
เธอคงจะเป็สาวคนประจำของเขา
เมื่อเห็นไลลาเดินออกมาริสาก็เดินสวนเข้าไปด้านใน ใน่ที่กำลังเข้าได้เข้าเข็มไลลากลับเข้ามาขัดทำให้เธอยังคงรู้สึกไม่พอใจ รูปร่างหน้าตาของเธอนั้นก็ถือว่าดีมาก ผมสีวานิลลาครีม การแต่งตัวก็ถือว่าจัดจ้านพอตัว ด้วยรูปร่างที่เย้ายวนนั้นคงทำให้หนุ่มๆติดเธอได้ไม่ยาก
“คุณนี่ร้ายมากเลยนะคะ” ริสาที่พึ่งเดินเข้ามาเอ่ยบอกกับภวิศที่กำลังนั่งฉีกยิ้มบนเตียงอย่างพอใจ
ยิ่งเขาได้ยินว่าไลลาอยู่ด้านนอกก็ยิ่งบอกให้ริสาร้องดังขึ้น การกระทำที่เหมือนไม่ไว้หน้าแบบนี้คงจะทำให้เธอโกรธไม่ใช่น้อย ถึงหลังจากนั้นจะใที่ประตูห้องถูกปลดล็อกก็เถอะ
“แล้วเราจะต่อจากเมื่อกี้เลยไหมคะ~” ร่างบางเบียดเข้ามากระเซ้าเย้าแหย่คนบนเตียง อารมณ์ของเธอยังคงค้างจากเมื่อก่อนที่จะออกไปจนแทบทนไม่ไหว
“วันนี้พอแค่นี้แหละ ส่วนเงินก็อยู่บนหัวเตียง”
แต่ในตอนนี้ภวิศได้ในสิ่งที่ทำให้เขาพึงพอใจมากพอแล้วต่างจากหญิงอีกคน
ริสากัดฟันข่มใจอดกลั้นตนเองเอาไว้ไม่ให้คิดมาก การที่เขาให้เงินเธอก็เหมือนกับว่าเธอมาขายตัว ฐานะของบ้านเธอก็ไม่ได้ยากจนค่อนข้างมีฐานะดีเสียด้วยซ้ำ เธอเป็ลูกสาวคู่ค้าของภวิศการพบเจอกันของเธอและเขาก็มาจากเื่งานที่ต้องติดต่อกัน แต่หากเธอไม่รับเงินนี้เอาไว้ครั้งต่อไปมันก็คงจะไม่มีอีกแล้ว
“ขอบคุณนะคะ”
หลังจากที่ริสาเดินกลับออกไปก็ถึงคราวที่ภวิศจะกลับบ้านบ้าง ในขณะที่นั่งรถออกไปใจก็หวนนึกถึงอดีต
การหมั้นหมายที่มีกันมาอย่างยาวนาน แต่เขากลับได้เจอเธอในครั้งแรกตอนอายุได้สิบห้าปี เธอเป็คนที่สวยมักจะสุขุมและสำรวมผิดจากเด็กในรุ่นราวคราวเดียวกัน ทั้งการวางตัวและกิริยาท่าทางราวกับว่าเธอได้โตเป็ผู้ใหญ่แล้วอย่างไงอย่างงั้น เธอมักจะทำตัวดูสูงส่งและมีค่าอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเจออะไรก็จะไม่มีท่าทีหวั่นไหวต่อสิ่งใดๆ
นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้ภวิศหงุดหงิดมาตลอด
จนมาถึงจุดหนึ่งเขาก็อยากที่จะลองทำให้หญิงที่เงียบขรึมคนนั้นได้เผยใบหน้าที่ต่างจากเดิม...
ดังนั้นวันหนึ่งในงานเลี้ยงของคนใหญ่คนโตเขาจึงได้ลองพาผู้หญิงคนอื่นมาควงออกเดินงาน ในใจมีเพียงความนึกสนุกของคนที่พึ่งอายุ19 หมาดๆที่อยากจะเห็นใบหน้าของเธอคนนั้นที่ต่างออกไป
แต่มันกลับไม่เป็อย่างที่เขาคิด
ไลลายังคงนิ่งเฉย อาจจะเป็เพราะว่าการหมั้นหมายนั้นยังรู้ในวงไม่มากนัก
เธอไม่แม้แต่จะพูดถามว่าผู้หญิงคนนั้นเป็ใครเลยเสียด้วยซ้ำ ไม่ว่าเขาจะทำอย่างไงไลลาก็คอยแต่ทำหน้าเรียบนิ่งไม่ก็ยิ้มพอเป็พิธีมาให้เสมอ และในวันนั้นเองที่เขาได้เจอกับความโกรธของแม่ที่เลี้ยงเขามาจนโตเป็ครั้งแรก
“เพียะ! นี่แกคิดอะไรอยู่กันแน่” เสียงของกรองแก้วผู้เป็แม่ะโว่าลูกชายเ้าปัญหาของตัวเอง
แม้ทางบ้านเขาจะไม่ได้ถูกเลี้ยงดูมาแบบอ่อนโยนนัก แต่เขาก็พึ่งจะเคยโดนแม่ตัวเองตบเป็ครั้งแรก
สิ่งที่เขาทำไปก็เพียงแค่อยากที่จะทำลายใบหน้าที่แสนทะนงตัวนั่นเพียงแค่นั้น แต่กลับไม่คิดว่าเื่มันจะมาถึงขนาดนี้
ไลลาค่อนข้างที่จะรับภาระหนักกับสิ่งที่คู่หมั้นได้ก่อไว้ เธอต้องคอยแบกหน้าบอกใครต่อใครว่าเขานั้นได้พาเพื่อนมาในงาน โกหกออกไปแบบนั้นทั้งที่คนรอบข้างที่รู้เื่การหมั้นต่างก็รู้ดีว่าเธอและเขาดูห่างเหินกันแค่ไหน
หากเธอแค่พูดห้ามเขาสักนิดหรือพูดสิ่งที่ต้องเจอออกมา บางทีเขาอาจจะไม่ทำมันก็ได้....
...แต่สุดท้ายเธอก็ไม่แม้แต่จะปริปากอะไรสักอย่าง
มันยิ่งทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก การกระทำของเธอนั้นราวกับน้ำแข็งที่เย็นจัด เธอไม่เคยเปิดรับเขาเลยสักครั้ง ไม่แม้แต่จะแสดงว่ารักออกมาแม้เพียงสักนิด ราวกับเป็เพียงตุ๊กตาที่ไร้ความรู้สึกและคอยทำตามคนที่เชิดเธออยู่ด้านหลัง
“ฮึ ก็ยังมีความรู้สึกอยู่นิ”