เกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 76 ไม่ได้

            คนข้างหลังก็รีบร้อนจากไปเหมือนไฟลนก้น

            นายหญิงใหญ่จนปัญญา ทำได้เพียงคลึงขมับที่ปวดจนเต้นตุบๆของตนเอง และคิดว่าจะไปรวบรวมเงินสองพันตำลึงทองมาจากที่ใด?

            สมัยที่ตนแต่งเข้ามา สินสมรสยังไม่ถึงสองพันตำลึงทองเลย!

            นางโลมอะไรมีค่าถึงสองพันสองตำลึงทอง?

            แค่คิดนายหญิงใหญ่ก็รู้สึกแน่นหน้าอก จนแม้แต่หายใจยังเจ็บปวด

            เกิดเรื่องเช่นนี้ เกรงว่านายหญิงผู้เฒ่าคงด่านางสาดเสียเทเสีย

            แม้สกุลหยวนจะมีทรัพย์สินมากมายไม่ขาดเงิน แต่สองพันตำลึงทองก็ใช่ว่าจะรวบรวมมาได้ในชั่วข้ามคืนเงินจำนวนนี้หากลงรายการในบัญชีส่วนรวมคาดว่าคนขี้เหนียวอย่างนายหญิงผู้เฒ่าอาจโกรธจนยึดอำนาจคุมห้องเครื่องและการดูแลเรือนของนางคืน

            อีกนัยหนึ่ง นางชอบบุตรชายของตนแค่ไหน ย่อมรู้ว่าหยวนหยางฮุยเดิมเป็นคนเสเพลชื่อเสียงกระฉ่อนในเมืองซูโจวและไม่มีใครชื่นชอบนัก

            ทว่าจะเสเพลอย่างไรก็ไม่ควรเจ้าสำราญถึงขั้นไปนั่งเคล้าสุรานารีและลงบัญชีหนี้ไว้ตั้งแต่อายุยังน้อย!

            นี่ไม่เพียงเหยียบย่ำเกียรติของจวนสกุลหยวนจนจมดินเท่านั้น ยังขว้างชื่อเสียงและอนาคตของตัวหยวนหยางฮุยเองลงมาบดขยี้ด้วย!

            ช่างน่าปวดหัวไปทุกเรื่องจริงๆ

            โชคดีเพียงเรื่องเดียวในตอนนี้เกรงว่าจะเป็นสามีของนางนายท่านใหญ่หยวนซึ่งรับตำแหน่งนายอำเภอไกลถึงหมิ่นหนาน [1] เพราะหากเขารู้เข้า หลังคาบ้านใหญ่สกุลหยวนคงโดนเขารื้อออก

            หน้าประตูจวนสกุลหยวนวุ่นวายถึงเพียงนี้ ฝั่งหยวนหยางฮุยไม่รู้เรื่องรู้ราวแม้แต่น้อย

            เขายังนอนหลับอยู่ในดินแดนสาวงามของตนเอง ก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้น

            หยวนหยางฮุยรู้สึกว่าร่างกายไม่เจ็บปวดตรงไหนแต่ในหัวยังนึกถึงความรู้สึกสนุกเคลิบเคลิ้มเมื่อวาน

            เพียงหันข้างเห็นร่างแน่งน้อยอยู่ในอ้อมแขนปรนนิบัติเขาอย่างกระตือรือร้นเอาใจใส่ จิตใจก็ล่องลอยอีกครั้งจนเกือบลืมว่าตนเองเป็นใคร

            เขาอายุยังน้อย เมื่อวานโดนยั่วยุหลอกล่อจากสหายเลวจดจ่อแต่จะไปหอโคมแดงท่าเดียว และก็ไปหอเฟิ่งไหลที่เยี่ยนเจาเจากล่าวเข้าจริงๆ

            หนานหมิงเหอรู้ว่าเยี่ยนเจาเจาต้องการขุดหลุมพรางให้เขาจึงเรียกคนไป “กำชับ” กุ้ยกงเป็นพิเศษว่าต้องปรนนิบัตินายน้อยท่านนี้ของพวกเราให้ดีๆ

            หยวนหยางฮุยดื่มสุราขึ้นชื่อในหอนางโลมสองสามจอกก็คึกคะนองประกาศก้องว่าต้องการครอบครองแม่นางเฉินเซียงอันดับต้นตามคาด

            คนรอบข้างส่วนใหญ่ล้วนโห่ร้องยุยงไปทั่วบางคนก็แข่งประมูลราคากับคนโง่ที่อาจหาญที่สุดตามธรรมเนียม คุณชายใจกล้าผู้นี้เดือดดาลหัวร้อนจึงวางเงินนับพันตำลึงอย่างโอหัง

            มีคนรอบๆ ถามฐานะของเขาอย่างอิจฉา น้ำเสียงริษยาในคำพูดนั้นยิ่งเพิ่มความหยิ่งทระนงจอมปลอมในใจของเขา

            เขาทำตามความปรารถนาของกุ้ยกงซ้ายขวาจริงๆ หลังจากโดนประจบประแจงก็เขียนชื่อลงนามยอมรับอย่างภาคภูมิใจและเขียน “วางเงินนับพันตำลึง” เป็นหลักฐานอย่างชัดเจนออกมา

            นายหญิงใหญ่ตอบรับคำขอร้องของเขาเสมอ ปกติเขาจึงสนใจเพียงใช้จ่ายเงินทั้งยังคิดว่าครอบครัวร่ำรวยอู้ฟู่ ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าสองพันตำลึงทองคือเท่าไร

            วันนี้เขาคิดเพียงว่า “วางเงินนับพันตำลึง” ที่ตนเคยอ่านจากในบทละครไม่ได้วิเศษวิโสตรงไหนถึงจะมันทำให้เขาตัวลอยสบายไปทั้งร่างก็ตาม

            หยวนหยางฮุยไม่สนใจเด็กรับใช้ที่คอยห้ามปรามยกฐานะต้าเกอเอ๋อร์สกุลหยวนของตนเองออกมาและเขียนโคลงตลกขบขันหน้าไม่อายบทหนึ่งกลางโถง แม่นางเฉินเซียงอันดับต้นคนนั้นแสดงความเห็นอย่างเหนียมอายว่าคุณชายท่านนี้เป็นเอกบุรุษอายุน้อย กลอนในมือยิ่งล้ำเลิศโดดเด่นจนหัวใจเต้นระรัว

            แท้จริงแล้วนางใจเต้นกับตำลึงทองหรือใจเต้นกับกลอนลายมือยึกยือไม่กี่บรรทัด ที่เรียกมันว่าโคลงตลกยังออกจะเป็นการยกยอเกินไปทุกคนก็สุดจะรู้

            แต่สุดท้ายหยวนหยางฮุยก็โอบสาวงามกลับไปได้สำเร็จ

            เรื่องราวเช่นนี้ย่อมไม่แพร่กระจายในทันทีเพราะอย่างไรเสียเป็ดต้มสุกย่อมบินหนีไม่พ้น [2]

            ดังนั้นทุกคนในหอนางโลมจึงต่างหยอกล้อส่งหยวนหยางฮุยกับแม่นางเฉินเซียงที่แสร้งขวยเขินเข้าห้องหอไป

            แต่ต้องรอข้าวสารกลายเป็นข้าวสุก ฝังตะปูไว้บนกระดาน [3] บิดพลิ้วไม่ได้แล้วเสียก่อน ค่อยถึงตาให้พวกเขาลงมือ

            คนของหอเฟิ่งไหลก็ช่างสรรหาไปเอะอะอย่างที่ทำกันในคืนส่งตัวเข้าหอราวกับว่าหยวนหยางฮุยกับแม่นางเฉินเซียงเป็นเจ้าบ่าวเจ้าสาวกันจริงๆ ทำให้หยวนหยางฮุยรู้สึกแปลกใหม่พลันถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างรำพึงรำพัน ชีวิตคนเรามีความสุขสามอย่างจริงๆ ด้วย!

            “ตอนมีชื่ออยู่บนกระดานทองคำ [4]” วันนี้ตนประพันธ์กวีบทหนึ่งดึงดูดหญิงงามให้ใจเต้นมิใช่นี่คือสอบผ่านจอหงวนแล้วหรอกหรือ?

            “ห่างบ้านพบสหายรู้ใจ” ไม่แตกต่างกันเท่าไรนัก แม้จะยังอยู่ในเมืองซูโจวก็ตามเมื่อก่อนเขาเคยคิดว่าคนในหอนางโลมล้วนไร้ค่า ไม่สำคัญ แต่วันนี้พลันคิดว่าช่างพูดจาได้น่าฟังพาจิตใจเขาเบิกบานชื่นมื่น แทบอยากจะร่วมสาบานเป็นพี่น้องกันทันทีพอจะนับว่าเป็นสหายรู้ใจได้แล้วกระมัง

            “คืนแรกที่ส่งตัวเข้าหอ” เขากับแม่นางเฉินเซียงร่วมเริงรัก พบขนบธรรมเนียมมากมายคงนับว่าเข้าหอแล้ว

            ไม่รู้ว่าหยวนหยางฮุยได้สังเกตหรือไม่ว่า ห้องข้างในของหอนางโลมยังจุดเทียนแกะสลักหงส์มังกรคู่ผ้าห่มไหมที่ใช้บนเตียงยังเป็นผ้าห่มยวนยางคลอคู่สีแดงสด

            การล้อเลียนนี้ มิใช่เป็นฝีมือของพวกปากว่าตาขยิบ คลั่งไคล้หญิงงามแต่แสร้งเล่นบทคนสง่าผ่าเผยหรอกหรือ?

            น่าเสียดายที่เรื่องราวในหอนางโลมนี้ ยังโดนบัณฑิตที่มีวาทศิลป์บางคนเรียกว่ารสนิยมส่วนตัวอย่างหนึ่งจนคนหัวเราะแทบฟันร่วงกันทั้งบาง

            ช่างบังเอิญเสียจริง ตอนแรกนายหญิงใหญ่ต้องการใช้วิธีนี้ดูถูกหนานหมิงเหอไฉนจะคาดคิดว่าวันนี้บุตรชายสุดที่รักของตนก็โดนดูหมิ่นเช่นนี้ด้วย?

            หยวนหยางฮุยอายุยังน้อย ไม่เข้าใจอะไรสักอย่างจึงไปไกลถึงร่วมเสพสังวาสบนผ้าห่มไหมลายยวนยางคลอคู่กับนางโลมชั้นต่ำคนหนึ่งโดยไม่รู้หลักศีลธรรมจรรยาตามประเพณีในสังคมว่าเป็นเช่นไร ช่างน่าขันที่สุดในโลกจริงๆ

            เยี่ยนเจาเจาไม่รู้ว่านายหญิงใหญ่คิดอย่างไรนางรู้เพียงว่าตอนตนทราบเรื่องนั้นหัวเราะจนเกือบขาดอากาศหายใจ

            ผ้าห่มไหมลายยวนยางคลอคู่เยี่ยนเจาเจากับหนานหมิงเหอไม่ใช่คนจัดการ นับเป็นความบังเอิญที่ยอดเยี่ยมที่สุดกระทั่งสวรรค์ยังคิดว่าการกระทำของนายหญิงใหญ่และหยวนหยางฮุยช่างน่าขัน จึงตบหน้าพวกเขาอย่างจัง

            ดังนั้นเรื่องของหยวนหยางฮุยที่ทั้งสองทำเพียงชักจูงเขาไปที่หอเฟิ่งไหลและใช้ฐานะคนในครอบครัวกำชับกุ้ยกงว่า ต้องปรนเปรอต้าเกอเอ๋อร์ให้มีความสุข ส่วนเงินไม่ใช่ปัญหาก็เท่านั้น

            หนึ่งในสถานที่ผลาญเงินมากที่สุดในโลกก็คือแดนมายาของหญิงงาม

            สุราชั้นดีสตรีงามล้ำเลิศ อีกทั้งในแดนแสงสียังเตรียมคู่ต่อสู้ที่คอยแย่งชิงไว้พร้อมสรรพขอเพียงหยวนหยางฮุยเหยียบย่างเข้าไป หากเขาไม่มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับมันก็คงจะหลงทางทันที

            คนกะล่อนปลิ้นปล้อนเหล่านี้เป็นมือเก๋ามานาน ย่อมจดจำทุกขั้นตอนได้ขึ้นใจ

            ค่อยๆ วางกับดักทีละนิดจนหยวนหยางฮุยโดนมัดตรึงแน่นหนาทั้งตัวสุดท้ายก็ได้แอบกระหยิ่มยิ้มย่อง และรู้สึกอิ่มเอมใจสุดๆ ในวันนี้

            นี่คือหอนางโลมที่หยวนหยางฮุยอยากไปหาประสบการณ์สักหน่อยไม่ใช่หรือเช่นนั้นก็ปล่อยให้เขาได้ไปเปิดหูเปิดตาก็แล้วกัน

            แต่เยี่ยนเจาเจารู้อย่างหนึ่ง อายุของหยวนหยางฮุยเด็กเกินไปสำหรับการมีเพศสัมพันธ์เขาสูญเสียหยางดั้งเดิมในไต [5] ตั้งแต่เด็กเช่นนี้วันข้างหน้าอาจป่วยเป็นโรคที่ไม่อาจแพร่งพรายได้

            จุดนี้เยี่ยนเจาเจานั้นคำนวณตรงเผง

            เช้าวันนั้น นายหญิงใหญ่โกรธจนให้คนไป “เชิญ” หยวนหยางฮุยกลับมาจากหอเฟิ่งไหล

            กลุ่มบ่าวที่ไป “เชิญ” คน อาจเป็นเพราะไปหอนางโลมครั้งแรกไม่รู้ว่าเช้าตรู่ขนาดนี้ยังมีแขกพักค้างคืนอยู่ไม่น้อยมิหนำซ้ำในนั้นยังเต็มไปด้วยขุนนางชนชั้นสูง การที่โหวกเหวกเอ็ดตะโรขัด“อารมณ์สุนทรีย์” ของผู้คน ได้นำความแค้นเคืองมาสู่สกุลหยวนไม่รู้ตั้งเท่าไร

            และบ่าวกลุ่มนั้นเคยอาศัยว่าตนเองเป็นบ่าวเรืองอำนาจเดินไปข้างนอกก็มักจะหยิ่งทะนง ไม่แยแสกระทั่งประชาชนทั่วไป วันนี้กลับต้องไปถึงหอนางโลมจึงรู้สึกอับอายจนเงยหน้าไม่ขึ้น อดผุดความอาฆาตที่มีต่อหยวนหยางฮุยขึ้นมาในใจไม่ได้

            พวกเขาตามหาตัวแม่เล้ากันอย่างวุ่นวาย พอมาถึงหน้าประตูห้องของหยวนหยางฮุยก็ไม่สนใจการยักคิ้วหลิ่วตาของแม่เล้า พังประตูผลัวะเข้าไปทันที

            คาดไม่ถึงว่าเวลานั้นหยวนหยางฮุยเผอิญตื่นตัวตอนเช้า กำลังโรมรันกับนางโลมคนนั้นอย่างคึกคักพอดี

            ด้วยความตื่นตระหนก จึงทำให้เขาตัวแข็งทื่อน้ำลายพลันฟูมปาก ราวกับจะขาดใจตายระหว่างกิจกามทำให้บ่าวของสกุลหยวนตกใจแทบเสียสติ

            โชคดีที่ไม่รู้ว่าเป็นพรหรือไม่ หยวนหยางฮุยไม่ได้ตายกะทันหันขณะมีเพศสัมพันธ์แต่อย่างไรเขาก็ยังตกใจกับเหตุการณ์นี้

            เดิมทีเขาอายุยังน้อย เมื่อคืนวานก็ “เหนื่อยเจียนตาย”สูญเสียจิงไต [6] ไปมาก คราวนี้ยังมาทำให้เขาตกใจระหว่างเข้าถ้ำเกรงว่าคงทิ้งเงามืดไว้ในใจจนอาจเสื่อมสมรรถภาพทางเพศไประยะหนึ่ง

            เรื่องนี้ทำเอานายหญิงใหญ่กัดฟันกรอด แต่พูดออกไปไม่ได้ ว่าแล้วนั้นหยวนหยางฮุยกระทั่งแต่งงานก็คงยากเย็นแถมยังต้องใส่ซองแดงหนาเตอะ เพื่อไม่ให้ท่านหมอที่มาตรวจหยวนหยางฮุยนำไปพูดต่อ

            ความรู้สึกคับแค้นของนายหญิงใหญ่อัดแน่นไม่มีที่ระบายได้แต่ทุบตีกลุ่มบ่าวไพร่ที่ไปหอเฟิ่งไหลเพื่อหาตัวหยวนหยางฮุยตอนนั้นจนตาย แล้วกลับมาร้องห่มร้องไห้กับนายหญิงรอง

            นายหญิงรองรู้ เจินเจินกับอ้ายอ้ายย่อมรู้ด้วยวันถัดมาเยี่ยนเจาเจากับหนานหมิงเหอก็ได้ยินเข้าหัวเราะแทบเป็นแทบตายกันในเรือนของตนเอง

            เยี่ยนเจาเจาคิดเพียงว่าแรกเริ่มตนเองให้ความสำคัญกับแผนการในเทศกาลวันไหว้พระจันทร์มากเพราะนึกว่าจะเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบาก ไฉนได้ศัตรูกลับโง่งมพอกันทั้งคู่

            คนหนึ่งคิดว่าตนเองนั่งบนตำแหน่งได้อย่างมั่นคงไร้เหตุกังวลใจ

            ส่วนอีกคนโง่งมเกินเยียวยา เดินเข้าไปยังกับดักของคนอื่นทีละก้าวๆยังคิดว่าตนเองหน้าใหญ่ใจโตเป็นคุณชายใหญ่สกุลหยวนที่ได้รับการนับหน้าถือตาจากคนทั้งเมือง

            ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเยี่ยนเจาเจาควรชมว่านายหญิงใหญ่มั่นใจในตนเองหรือเยาะหยันว่านางโอหังเกินไปดี เพียงได้ยินว่านางไม่กลับมาทางประตูหลักก็คิดว่านางไม่กลับมาแล้วจริงๆ หรือ?

            ช่างน่าขันนัก

            เหตุการณ์ในหอเฟิ่งไหลใหญ่โตจนรู้กันไปทั่วเมืองซูโจวกลายเป็นเรื่องตลกก่อนเวลาน้ำชาและหลังอาหารของคนซูโจวไปแล้ว

            ทุกคนล้วนทราบว่าสกุลหยวนมีคุณชายไม่เอาไหนโผล่มา ทั้งที่ตนเองยังเป็นเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมกลับวิ่งแจ้นไปยังสถานเริงรมย์เพื่อเที่ยวผู้หญิงและค้างคืนกับนางโลม

            ไม่มีเงินติดตัวกลับร้องตะโกนบอกฐานะตนเองและเขียนใบเรียกเก็บเงิน ทั้งประทับลายนิ้วมือด้วยตนเองอย่างว่าง่าย

            แม่เล้าจึงไปทวงเงินที่สกุลหยวนตั้งแต่เช้าตรู่เอะอะวุ่นวายจนคนรอบข้างขำกันยกใหญ่

            --------------------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] หมิ่นหนาน หมายถึง ตอนใต้ของมณฑลฝูเจี้ยนซึ่งได้แก่จังหวัดจางโจว เซี่ยเหมิน และฉวนโจว ซึ่งเป็นพื้นที่ของชาวฮกเกี้ยน

            [2] เป็ดต้มสุกย่อมบินหนีไม่พ้น หมายถึงมีความมั่นใจว่าจะได้สิ่งนั้นมา และอยู่ในกำมือเรียบร้อยแล้ว

            [3] ฝังตะปูไว้บนกระดาน หมายถึงเรื่องราวแน่นอนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

            [4] ชื่ออยู่บนกระดานทองคำ หมายถึงสอบผ่านอันดับหนึ่งในการสอบเคอจวี่ จะมีป้ายประกาศชื่อผู้ที่ผ่านการสอบจอหงวน

            [5] หยางดั้งเดิมในไต หมายถึงรากทุนของหยางทั่วร่างกาย และใช้ถ่วงดุลกับอินของไตถ้าหยางของไตพร่องจะมีอาการอ่อนเพลีย กลัวหนาว ปลายแขนและขาเย็น ปวดเอว สมรรถภาพทางเพศลดลง

            [6] จิงไต หมายถึง สารจำเป็นแห่งชีวิตที่เก็บไว้ในไตมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของกระดูก สมอง และการเจริญทางเพศซึ่งได้รับมาแต่กำเนิดจากพ่อแม่

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ] ที่คุณอ่าน

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774