หลี่เจี่ยหลิงรู้สึกตัวตื่นนางพลิกตัวหันไปกอดสามีที่นอนอยู่ข้างกายด้วยความเคยชินััเย็นะเืที่แผ่ออกมาทำให้นางรับรู้ได้ถึงการรั่วไหลของพิษเหมันต์ในร่างของชายหนุ่ม
มือบางวาดสะเปะสะปะไปตามใบหน้าคมคายของชายหนุ่มส่วนตัวนางแนบไปบนแผงอกแกร่งราวกับ้าหาไออุ่น
“เ้ากำลังหลอกกินเต้าหู้ข้าแต่เช้าหรือ”เสียงทุ้มเอ่ยปราม
หลี่เจี่ยหลิงผงกหัวขึ้นด้วยความงัวเงียมองเขา“หากข้ากินเต้าหู้สามีตัวเอง ข้าผิดด้วยหรือ” นางผยุงตัวยกส่วนบนขึ้นมองสบชายหนุ่มให้ถนัดขึ้น“สามีข้าหล่อเหลาปานนี้ เ้าคิดว่าข้าอดใจไหวหรือ?”
จ้าวห่าวหลิน“....” เ้าเป็สตรีนะ รู้ตัวไหม?
ตอนที่เขาไม่ทันรู้ตัวก็โดนหญิงสาวโน้มลงมาฉกชิงความหวามหวานที่ริมฝีปากแ่เบาเรียบร้อยแล้วนางยิ้มพึงพอใจลุกขึ้นจากเตียง
“ดูเหมือนว่าพิษในร่างของเ้า่นี้เริ่มดื้อขึ้นเรื่อยๆ ข้าจะฝังเข็มให้เ้าทุกห้าวัน และให้เ้าแช่น้ำสมุนไพรทุกสิบวัน”หลี่เจี่ยหลิงหยุดเล็กน้อย คว้าชุดสวมมองหน้าเขา“หลังจากนี้ต่อให้เ้าอยากหนีจากข้าก็คงไม่ได้แล้ว”
“ข้าไม่ไปจากเ้า”
“ไม่ต้องมาทำปากหวานไม่ใช่ว่าเ้าวางสัญลักษณ์ไว้รอบหมู่บ้านหรอกหรือ?”
“....”นี่ไงบอกแล้วว่าคนฉลาดก็มีส่วนน่าเบื่อ
หลี่เจี่ยหลิงมองหน้าจ้าวห่าวหลินอย่างจริงจัง“ความจริงข้ามีเื่อยากจะถามเ้า แต่มันเกี่ยวข้องกับตัวตนของเ้า”
จ้าวห่าวหลินดันตัวขึ้นมาพิงผนังหัวเตียงเขารู้สึกว่าในคำพูดของหญิงสาวมีความหมายลึกซึ้งยิ่งกว่าเื่ที่้ารู้ตัวตนของเขาเหมือนที่ผ่านมาราวกับนาง้าสืบค้นบางอย่างอยู่ในนั้นผ่านทางตัวตนของเขา
นาง้ารู้สิ่งใดกัน?
“เ้ารู้เื่พิษของข้าแล้ว?”นี่คือสิ่งเดียวที่เขาคิดได้
หลี่เจี่ยหลิงนั่งลงข้างเขา“บางทีพวกเราสองคนอาจจะเกี่ยวข้องกันมากกว่าที่เ้าคิด”
“หมายความว่าอย่างไง?”
“พิษในร่างของเ้าติดตัวเ้ามาั้แ่เด็กเ้ารู้หรือไม่ว่าได้รับพิษมาได้อย่างไร?”
นางอยากรู้ว่าใช่พ่อมดอสรพิษดำอย่างที่นางคาดไว้หรือไม่?และเหตุใดพ่อมดอสรพิษดำถึงได้ตามล่าเด็กคนหนึ่ง
“ข้าได้รับพิษนี้มาตอนข้าอายุห้าขวบ”ดวงตาคู่นั้นมีความลึกล้ำดำมืดยามเอ่ยถึงอดีต“ข้าไม่แน่ใจว่าคนเื้ัเป็ใคร?”
หลี่เจี่ยหลิงคิดไม่ออกเลยว่าเด็กน้อยแค่ห้าขวบกลับโดนคนตามล่าและใช้ยาพิษร้ายแรงเช่นนี้ทำร้ายจะต้องทรมานขนาดไหนและต้องดิ้นรนมากแค่ไหนกว่าจะรอดมาจนถึงทุกวันนี้
“ข้าคิดว่าพิษที่เ้าโดนจะเป็หนึ่งในตำราที่หายไปของอาจารย์ข้า”
จ้าวห่าวหลินลุกพรวดขึ้นนั่งจนหน้าแทบชิดกับหญิงสาวดวงตาคู่นั้นมีความใและสับสน “เช่นนั้นเ้ารู้หรือยังว่าเป็พิษอะไร?”
“สหายเก่าของอาจารย์บอกว่าตำราเล่มนี้ถูกขโมยไปนานแล้วและยังหาไม่พบทุกวันนี้ในตำราเล่มนั้นเขียนตำราพิษร้ายแรงเอาไว้ห้าชนิดและพิษในร่างของเ้าเป็หนึ่งในนั้น ...แต่ว่านี่เป็เพียงแค่การคาดเดาเพราะว่าสิ่งที่เหลืออยู่ของอาจารย์มีเพียงเศษกระดาษตอนคิดค้นยาพิษแค่ไม่กี่แผ่น”
ดังนั้นเ้าจะคาดหวังกับเื่นี้มากไม่ได้
จ้าวห่าวหลินเข้าใจในสิ่งที่นาง้าสื่อ“เพียงแค่สามารถถอนพิษได้ ข้าก็พอใจ”
“ตำราพิษที่อยู่ในมือข้าไม่สมบูรณ์มีเพียงแค่รายละเอียดส่วนหนึ่ง ข้าได้วิเคราะห์ยาถอนพิษจากเืและตำราพิษนั้นแล้วแต่อย่างที่บอกตำราไม่สมบูรณ์ยาถอนพิษในมือข้าตอนนี้เองก็ไม่สมบูรณ์คาดหวังไม่ได้”
“ข้าเชื่อใจเจ้า”ประกายกล้าเต็มไปด้วยความหวังและความเชื่อใจทำให้หลี่เจี่ยหลิงเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมา “ชีวิตของข้า ข้าฝากไว้กับเจ้า”หลี่เจี่ยหลิงแย้มยิ้ม“ใช่ ชีวิตของเ้าเป็ของข้า”
จ้าวห่าวหลินรู้สึกบรรยากาศตอนนี้มันช่างกระอักกระอ่วนพอสมควรเลยเบือนหน้าหนีมองไปทางหน้าต่างเป็เชิงบอกว่าเช้าแล้ว ไม่ใช่ว่าเ้าต้องออกไปฝึกวรยุทธที่ลานหน้าบ้านหรอกหรือเหตุใดไม่รีบไปอีก
หลี่เจี่ยหลิงหัวเราะท่าทางของเขาดันตัวเขาลงบนฟูกนอนอีกครั้ง มือบางเริ่มเลื้อยปลดเสื้อตัวบางของเขาออก
“เ้า....จะทำอะไร?”ดวงตาจ้าวห่าวหลินมีความระแวง นับวันหญิงผู้นี้จะไว้ใจไม่ได้ขึ้นทุกที
“ข้า....”ดวงตาคู่นั้นระยิบระยับกวาดมองเรือนร่างชายหนุ่มเม้มปากเบาๆก่อนจะเรียกกระบอกใส่เข็มเงินออกมากลางอากาศ “จะฝังเข็มให้เ้า”
จ้าวห่าวหลินชะงักค้างมองไปทางกระบอกเข็มเงินเลิกโวยวายทิ้งตัวนอนลงแต่โดยดี
“ทำไมคิดว่าข้าจะกินเ้าหรือ ....ไม่ต้องห่วง รอเ้าหายดีก่อน”นางโน้มลงไปกระซิบข้างหูชายหนุ่ม “ถึงตอนนั้นข้าจะกินเ้าทั้งวันทั้งคืน”
“รีบจัดการเถอะข้าจะได้ไปทำมื้อเช้า”
หลี่เจี่ยหลิงหัวเราะหยิบเข็มเงินปักไปตามเส้นลมปราณของชายหนุ่มอย่างคล่องแคล่วมือบางเคลื่อนผ่านไปตามจุดต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว แต่ละจุดมีการลงน้ำหนักและวิธีการต่างกัน
ทุกเข็มไร้ความลังเลราวกับเป็การจิ้มมั่วไปทั่วตัวชายหนุ่มเล่นๆ แต่ทุกอย่างเป็ระเบียบขั้นตอน
ร่างกายที่หนักอึ้งตลอดหลายวันที่ผ่านมาเริ่มเบาสบายลงเล็กน้อยความหน่วงเจ็บที่หัวใจคลายลงไป แม้ไม่มากแต่รับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลง ร่างกายของชายหนุ่มพ่นไอร้อนออกมาเล็กน้อยเพื่อขับไอเย็นในร่าง
ไม่นานเข็มทั้งหมดก็ถูกเก็บเข้ากระบอกอีกครั้งมือเรียวช่วยใส่เสื้อให้ชายหนุ่มและประคองเขาลุกขึ้น
“เ้าบอกว่ายาถอนพิษยังไม่สมบูรณ์”
“ใช่ตำรายาถอนพิษในมือข้าตอนนี้ยังไม่สมบูรณ์” พอมองหน้าของเขา นางก็เข้าใจ “ไม่ได้ร่างกายของเ้าหลอมรวมกับพิษมานานหลายปีหากฝืนใช้ยาถอนพิษโดยไม่ระวังแม้แต่นิดเดียวก็ทำให้เ้าตายได้ และหากรอดข้าก็ไม่อาจรับประกันผลที่ตามมาได้อยู่ดี”
จ้าวห่าวหลินมีสีหน้าหนักใจหลี่เจี่ยหลิงเอ่ยต่อ “ข้ารู้ว่าเวลาของเ้าเหลือน้อยลงทุกที แต่ในเมื่อข้าบอกว่าจะรักษาเ้าข้าก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถรักษาเ้าได้” นางลุกขึ้น“ข้ายังไม่อยากหาสามีใหม่”
“ไม่ใช่ว่าเ้าประกาศว่าข้าเป็สามีเพียงคนเดียวของเ้าหรอกหรือ”
หลี่เจี่ยหลิงยิ้มมีเลศนัย“ใช่หากเ้าตาย สามีใหม่ของข้าก็เป็สามีเพียงคนเดียวของข้าเช่นกัน”พอเห็นหน้ามืดดำของชายหนุ่มนางก็เอ่ยเสริมต่อ “ดังนั้นหากเ้าอยากเป็สามีข้าเพียงคนเดียว ...ก็จงรอดชีวิตอยู่ต่อไป”
พูดจบนางก็เดินออกจากห้องไปทันทีทิ้งให้จ้าวห่าวหลินยิ้มอยู่คนเดียวในห้อง
ผู้หญิงคนนี้...ช่างรู้จักหยอกเย้าคนเสียจริง
จ้าวห่าวหลินลุกขึ้นจากเตียงเตาสวมชุดตัวใหม่ออกจากห้องเห็นห้องครัวใหม่ก่อผนังและหลังคาเรียบร้อยแล้วขนาดของห้องครัวใหญ่ขึ้นเกือบเท่าตัวราวกับ้าประชด
ให้ตายเหอะ...นี่ใหญ่กว่าห้องนอนหลักเสียอีก บ้าไปแล้วเหรอ?
เฉินเหลียงกับชุนเชียงสวมชุดผ้าหยาบกำลังช่วยกันก่อเตาไฟพอเห็นจ้าวห่าวหลิน เฉินเหลียงก็โบกมือทักทายทันทีส่วนชุนเชียงลุกขึ้นปัดมือตั้งใจจะไปยกอ่างน้ำร้อนให้เขา
จ้าวห่าวหลินทักทายเฉินเหลียงห้ามชุนเชียงแล้วออกไปล้างหน้าล้างตา บ้วนปากเข้าส้วมทำธุระจัดการตัวเองเสร็จก็กลับเข้าไปในห้องโถงกลาง
ข้าวของส่วนใหญ่ในห้องครัวถูกเก็บไว้ในแหวนมิติของหลี่เจี่ยหลิงแต่ก็ยังมีเสบียงและเครื่องใช้บางส่วนย้ายมาไว้ในห้องโถงกลางเพื่อความสะดวกใช้งาน
การหมักสาโทไม่ยากแต่ต้องใช้เวลาหมักอย่างน้อยสิบถึงสิบห้าวันหากไม่เริ่มหมักั้แ่ตอนนี้อาจจะไม่ทันเทศกาลฉงหยาง
หลังจากพูดคุยกับหลี่เจี่ยหลิงตอนเช้าจ้าวห่าวหลินก็เลิกสนใจอี้โยวสุดยอดองครักษ์ที่ตอนนี้ไม่รู้ไปหลงทางอยู่ที่ไหน แม้ว่าหลี่เจี่ยหลิงจะบอกว่ายาถอนพิษในมือนางตอนนี้ยังไม่สมบูรณ์แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าไม่มี
อย่างน้อยนี่คือความหวัง
และเขาไม่คิดจะปล่อยมือจากความหวังตรงหน้าแม้จะเลือนรางแค่ไหนก็ตาม
ความแค้นในอดีตยังไม่สะสาง์ส่งโอกาสมาให้อีกครั้งแล้วจะทิ้งไปง่าย ๆ ได้อย่างไงกันข้าไม่มีทางยอมเด็ดขาด
จ้าวห่าวหลินค้นหาข้าวของแล้วไม่พบกับสิ่งที่้าเลยออกไปหาหญิงสาวที่ลานหน้าบ้านแทน
“เ้ามีอะไรก็พูดมา”หลี่เจี่ยหลิงที่กำลังฝึกกระบวนท่าง่าย ๆเห็นเงาร่างของสามียืนทาบที่ประตูบ้านมองนาง
“ที่บ้านเรามีข้าวเหนียวหรือไม่?”
หลี่เจี่ยหลิงเลิกคิ้วเป็เชิงถาม“ตอนนี้ไม่ใช่เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง เ้าจะเอาไปทำสิ่งใด”
ข้าวเหนียวเป็ของราคาแพงในเป่ยเฉิง เพราะต้องนำเข้าจากทางใต้เข้ามาชั่งหนึ่งสูงถึงสิบอีแปะ อีกทั้งยังทำอาหารได้ไม่มากนักคนเลยไม่นิยมซื้อพ่อค้าที่กักตุนข้าวเหนียวมีไม่มากอย่างมากก็มีแป้งข้าวเหนียวที่เก็บได้นานและสามารถใช้ทำขนมได้พวกเขาเก็บเอาไว้ขายพวกร้านขนมเป็หลัก
“ข้า้าหมักสาโทช่างเถอะไว้ข้าเข้าไปซื้อในเมืองแล้วกัน” จ้าวห่าวหลินหันหลังกลับอย่างไม่ใส่ใจ
“ไม่ได้”คำห้ามของหญิงสาวทำให้เขาหันไปมองอย่างไม่เข้าใจ “ให้ชุนเชียงไปก็พอส่วนเ้า...ก็ฝึกคัดอักษรต่อ”
หลี่เจี่ยหลิงกลัวว่าชายหนุ่มจะดื้อไม่ฟังแล้วออกไปเข้าเมืองนางหยุดฝึกวรยุทธเดินเข้าไปในบ้านไม่นานชุนเชียงก็ออกมาแล้วควบม้าออกไปอย่างรวดเร็วราวกับหนีผี พอชุนเชียงออกไปแล้วนางจึงกลับมาฝึกวรยุทธต่อ
จ้าวห่าวหลินมองทั้งสองคนตาปริบนี่ข้าเป็คนเช่นไรในสายตาพวกนางกัน?
เฉินเหลียงเดินตามออกมาจากในบ้านมองตามแผ่นหลังชุนเชียง“นางรีบร้อนไปไหนแต่เช้า?”
เขามองจ้าวห่าวหลินจ้าวห่าวหลินมองหลี่เจี่ยหลิง เกิดความเงียบ
เฉินเหลียงเกาหัวตบบ่าจ้าวห่าวหลิน“เอาเถอะ เตาไฟบ้านเ้าข้าก่อเสร็จแล้ว แต่กว่าจะใช้งานได้ต้องรออีกสักสามวัน”
จ้าวห่าวหลินไม่ได้คิดมากเขาพยักหน้าเข้าใจก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นได้ “พี่ใหญ่เฉิน ตอนที่ท่านล่าสัตว์ ท่านใช้ธนูหรือไม่?”
เฉินเหลียงหัวเราะ“ใช้สิ เอาไว้ล่าสัตว์ใหญ่อย่างพวกกวาง เ้าถามข้า ้าใช้ธนูข้าหรือ”
เมื่อชาติก่อนร่างกายของเขาแข็งแรงมากเพราะแบบนั้นเขาจึงเรียนศิลปะการต่อสู้หลายแขนง แต่สิ่งที่เขาถนัดกลับเป็การยิงปืนและยิงธนูเป็หลักเขาจึงเล่นกีฬาประเภทนี้ตลอด
หลังจากกลับมายังโลกนี้อีกครั้งร่างกายของเขาอ่อนแอเกินไปและมัวแต่สนใจเรื่องอื่น แต่ตอนนี้ว่างแล้ว เรียกว่าว่างเกินไปด้วยซ้ำเพราะว่าโดนหลี่เจี่ยหลิงคุมเข้มอยู่กับบ้าน เขาเลยนึกถึงการยิงธนูขึ้นมาเฉินเหลียงเหลือบมองไปทางหลี่เจี่ยหลิงอย่างลังเล“ข้ามีธนูแค่คันเดียว มันค่อนข้างเก่าแล้ว”
“เ้าอยากล่าสัตว์”หลี่เจี่ยหลิงเลิกฝึกวรยุทธ ยืนมองทั้งสองคนแทน
“ข้าอยากฝึกยิงธนู”
“ข้ามีธนู”ธนูคันหนึ่งโผล่ออกมาจากอากาศ เพียงมองก็รู้ว่าเป็ธนูที่ดีคันหนึ่ง “เ้าเอาไปใช้สิ....แต่หากจะไปออกล่าก็รออีกสักสามวัน แล้วค่อยไปกับพี่เฉิน ห้ามไปคนเดียวอันขาด”
เฉินเหลียงยิ้มกว้างตบอกตัวเอง“ได้ ไว้เ้าหายดีข้าจะพาเ้าไป”
“รบกวนพี่ใหญ่เฉินช่วยทำเป้าไว้ซ้อมยิงให้ข้าแล้วข้าไม่ได้จับธนูมานาน ไม่รู้ว่ายังเข้ามืออยู่หรือไม่?”
“รบกวนอะไรเดี๋ยวข้าจัดการให้เ้าเอง”พูดจบเฉินเหลียงก็วิ่งกลับบ้านไปอย่างรวดเร็วคาดว่าจะไปเอาของมาใช้ทำเป้าซ้อมยิง
จ้าวห่าวหลินมองดูธนูในมือขนาดพอเหมาะมือเขามาก ตัวไม้มีความแข็งแรงและยืดหยุ่น เส้นสายทำได้ดีภาพรวมเป็ธนูที่งดงามมากคันหนึ่ง มองก็รู้ว่าเป็ของดีราคาแพงแต่ไม่ค่อยได้ใช้งาน
“ธนูคันนี้ข้าได้รับมาจากสหายนานแล้วโดยปกติข้าไม่ใช้ธนูเลยเก็บเอาไว้ในแหวนมิติตลอด เ้าใช้ได้ตามสบาย”อีกอย่างหากว่าเขามีอาวุธติดมือสักชิ้นนางก็จะได้ไม่ต้องกังวลเื่ที่เขาจะโดนรังแกอีก
“ขอบใจ”
“เ้าเป็สามีข้าในเมื่อสามีอยากได้ธนู ข้าผู้เป็ฮูหยินเ้าจะหาธนูสักคันมอบให้ไม่ได้เชียวหรือ?”
“กระแอม”เฉินเหลียงชูค้อนและขวานในมือให้จ้าวห่าวหลินดูไม่นานสองหนุ่มก็ช่วยกันทำเป้าซ้อมยิง แน่นอนว่าภายใต้สายตาหลี่เจี่ยหลิงจ้าวห่าวหลินทำได้แค่เป็ผู้ช่วยหยิบยกเล็กน้อยเท่านั้น
ไม่นานเป้าซ้อมยิงเรียบง่ายก็เสร็จ
“เอาละได้เวลาทดสอบใช้งานแล้ว” เฉินเหลียงส่งสายตาให้จ้าวห่าวหลิน
จ้าวห่าวหลินหัวเราะเดินห่างจากเป้าออกไปสามจั้งยกคันธนูขึ้นมาวางลูกศรทาบ ดวงตาคมมองไปยังจุดสีแดงที่แต้มไว้บนแผ่นไม้กลั้นหายใจก่อนจะปล่อยลูกศรออกไป
ปัก...ลูกศรเจาะเข้ากลางเป้าเต็มแรง สั่นเล็กน้อยก่อนจะหยุดนิ่ง
เหมือนจ้าวห่าวหลินจะยังไม่พอใจเขาถอยหลังเพิ่มอีกสองจั้งเป็ระยะห้าจั้งลูกศรดอกที่สองพุ่งแหวกอากาศปักห่างกับลูกแรกเรียกได้ว่าแทบจะปักตำแหน่งเดียวกัน
จ้าวห่าวหลินถอยหลังไปอีกสองจั้งกลายเป็เจ็ดจั้งนับเป็ระยะที่ไกลมากสำหรับการยิงธนูคราวนี้ชายหนุ่มหยิบลูกศรพาดคันธนูพร้อมกันสองดอกลูกศรทั้งสองพุ่งปักกระแทกเข้าแทนที่สองลูกแรก
จ้าวห่าวหลินหมุนตัวยิงอยู่ลูกตามติดลูกศรเข้าไปแทรกระหว่างทั้งสองลูก
ปักปัก ปัก....
ชายหนุ่มคว้าลูกศรที่ปักบนพื้นมายิงรัวๆ ไม่มีสักนัดที่จะพลาดเป้าจนลูกศรหมดลงเขาจึงหยุด
หลี่เจี่ยหลิงกับเฉินเหลียงมองลูกศรกว่าสิบนัดที่เรียงตัวแน่นอยู่ในวงกลมสีแดงเล็กๆ ด้วยคามตะลึง
เฉินเหลียงชูนิ้วโป้งขึ้นด้วยท่าทางอึ้งตกตะลึงอยู่“เสี่ยวหลิน เ้านี่มัน...”
“ข้าไม่คิดเลยว่าฝีมือการใช้ธนูของเ้าจะดีขนาดนี้”หลี่เจี่ยหลิงเองก็แทบไม่อยากเชื่อเช่นกัน
จ้าวห่าวหลินสะบัดคันธนูมาข้างตัวท่าทางเชิดทะนงตน“เ้ารู้แล้วใช่ไหม ว่าตัวเองโชคดีแค่ไหนที่ได้เป็ฮูหยินข้า”
ข้าว่าความหน้าหนาของเ้าก็เก่งไม่แพ้กัน