สายลมยามเช้าพัดพากลิ่นอายความสดชื่นเข้ามาในเรือนพักท้ายจวน หากแต่บรรยากาศภายในห้องกลับเต็มไปด้วยความเร่งรีบอย่างเงียบเชียบ เซี่ยชิงหลานสลัดชุดพระชายาเอกสีสันฉูดฉาดออก เปลี่ยนมาสวมใส่ชุดบุรุษเนื้อผ้าธรรมดาสีครามเข้ม รวบผมขึ้นสูงเป็มวยปักด้วยปิ่นไม้เรียบง่าย ทว่าแม้จะอยู่ในเครื่องแต่งกายของชายหนุ่มธรรมดา ความงดงามหมดจดและกลิ่นอายความสูงศักดิ์ที่แผ่ออกมาก็มิอาจซ่อนเร้นได้มิด
"พระชายา... จะดีหรือเ้าคะ?" ชุ่ยเอ๋อร์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกระซิบพลางหันซ้ายหันขวามองรอบห้อง "การลอบออกนอกจวนในฐานะบุรุษ หากท่านอ๋องทรงทราบเข้า..."
"หากเขาจะสนใจ ข้าคงไม่ได้มานอนอยู่ที่เรือนท้ายจวนแห่งนี้หรอก" ชิงหลานเอ่ยขัดพลางจัดระเบียบเสื้อผ้าให้เข้าที่ แววตาคู่สวยนิ่งสงบ "อีกอย่าง ข้ามีสัญญาตัดขาดจากตระกูลเซี่ยแล้ว และสัญญาสงบศึกกับท่านอ๋องก็ชัดเจน ชาตินี้ข้าต้องพึ่งพาตนเอง เงินทองเท่านั้นที่จะทำให้ข้ามีทางรอดเมื่อถึงเวลาหย่า" ชาติก่อนนางเคยยากจนค่นแค้นและตรอมใจตายเพราะไม่มีเงินทองและอำนาจในมือ ชาตินี้นางจะไม่ยอมเดินซ้ำรอยเดิมเด็ดขาด ร้านค้าสองคูหาที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงและการตลบหลังจวนเสนาบดีเซี่ย จะต้องกลายเป็บ่อเงินบ่อนองของนางให้ได้ และผู้ที่จะช่วยนางขยายอำนาจทางการค้าได้ดีที่สุดในยามนี้ ก็คือ ‘อี้เหวินซวี่’ คุณชายสามแห่งตระกูลอี้ คหบดีลึกลับผู้มีเส้นสายการค้าทั่วแคว้น
"ไปกันเถิด ข้าไม่อยากให้คุณชายอี้ต้องรอนาน" ชิงหลานส่งสัญญาณให้ชุ่ยเอ๋อร์ที่แต่งกายเป็บ่าวรับใช้ชายตัวน้อย ทั้งสองอาศัยจังหวะที่บ่าวไพร่เปลี่ยนเวรยาม ลอบออกทางประตูหลังของจวนเสิ่นอ๋องที่ทรุดโทรม ซึ่งเป็เส้นทางลับที่ชิงหลานจำได้แม่นยำจากชาติก่อน
ทว่า... บนหลังคาเรือนท้ายจวนที่สูงลิ่ว ร่างสูงสง่าในชุดรัดกุมสีดำสนิทของ ‘มู่หรงเหยียน’ ยืนหลบอยู่หลังเงาไม้ใหญ่ สายตาคมกริบดุดันดุจพญาเหยี่ยวจับจ้องไปยังร่างบอบบางในชุดบุรุษสีครามที่กำลังปีนรั้วเตี้ยๆ ออกไปอย่างคล่องแคล่ว คิ้วหนาของเสิ่นอ๋องขมวดมุ่นเข้าหากันจนเป็ปม หัวใจของเขาพลันเกิดเพลิงโทสะสายหนึ่งคุกรุ่นขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
‘นัดพบคุณชายสามตระกูลอี้งั้นหรือ? เซี่ยชิงหลาน... เ้าแต่งเข้าจวนข้าวันแรกก็สั่งสอนอนุ วันที่สองกลับลอบแต่งกายเป็ชายหนีออกไปหาบุรุษอื่นลับหลังข้า วาจาที่เ้าบอกว่าจะอยู่ย่างสงบและขอหย่าแท้จริงแล้วเป็เพียงแผนการคบชู้สู่ชายตบตาข้าอย่างนั้นหรือ!’ มู่หรงเหยียนกำหมัดแน่นจนเส้นเืปูดโปน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนนกที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้แตกตื่นบินหนี ชาติก่อนเขาเคยเพีกเฉยต่อนางเพราะคิดว่าเป็เพียงหมากไร้ค่าของเสนาบดีเซี่ย แต่ชาตินี้... ทุกการกระทำของนางกลับดึงดูดสายตาและกวนโทสะของเขาได้อย่างประหลาด
"องครักษ์เงา... ตามข้าไป ดูซิว่าพระชายาเอกของข้าจะไปทำระยำตำบอนอันใดกับชายชู้!" มู่หรงเหยียนเค้นเสียงรอดไรฟัน ก่อนจะทะยานร่างตามไปในความมืดอย่างเงียบเชียบ
ณ โรงเตี๊ยมร้างขนาดกลางที่ตั้งอยู่ท้ายตลาดสายหลัก สภาพภายนอกดูทรุดโทรมและมีฝุ่นจับหนาเตอะ ทว่าเมื่อชิงหลานก้าวเข้ามาด้านใน กลับพบว่าพื้นที่ถูกปัดกวาดเช็ดถูจนสะอาดสะอ้าน ที่โต๊ะไม้ตัวในสุด บุรุษผู้หนึ่งในชุดบัณฑิตสีขาวสะอาดนั่งตั้งตารออยู่ ท่วงท่าการจับถ้วยชาของเขาช่างอ่อนโยนและงดงามราวกับภาพวาด ใบหน้าหล่อเหลาปานหยกสลักฉายแววเมตตาและอบอุ่นอยู่เป็นิจ... เขาคือ อี้เหวิน ซวี่
"คุณชายอี้... ขออภัยที่ข้ามาล่าช้า" ชิงหลานก้าวเข้าไปทักทายพลางประสานมือคารวะตามธรรมเนียมบุรุษ อี้เหวินซวี่เงยหน้าขึ้น รอยยิ้มละมุนละไมปรากฏบนใบหน้า ดวงตาของเขาฉายแววประหลาดใจและชื่นชมเมื่อเห็นสตรีตรงหน้าในชุดบุรุษ "มิเป็ไรเลยคุณชายเซี่ย... อ้อ ไม่สิ บัดนี้ต้องเรียกว่าพระชายาเสิ่นอ๋องแล้วกระมัง?"
"เรียกข้าว่าชิงหลาน หรือคุณชายเซี่ยเถิดเ้าค่ะ ในสถานที่แห่งนี้ มิมีพระชายาเอกอันใดทั้งสิ้น" ชิงหลานนั่งลงฝั่งตรงข้าม น้ำเสียงเด็ดเดี่ยว
"ได้... คุณชายเซี่ย" อี้เหวินซวี่หัวเราะเบาๆ " ข้าได้ยินเื่ที่ท่าน้าร่วมหุ้นทำกิจการโรงน้ำชาและใบชาสูตรพิเศษ แต่อยากรู้เหลือเกิน เหตุใดพระชายาผู้สูงศักดิ์เช่นท่าน จึงอยากเอาตัวมาพัวพันกับโลกของการค้าที่ใต้หล้าต่างดูแคลนเช่นนี้?" ชิงหลานสบตากับเขา แววตาของนางจริงจังและทรงพลังจนอี้เหวินซวี่ถึงกับชะงัก "เพราะอำนาจและเงินทองเท่านั้นที่คุณชายอี้ ที่จะปกป้องข้าจากสิ่งชั่วร้ายได้ และข้า... มีสูตรลับที่จะทำให้โรงน้ำชาของเรากลายเป็อันดับหนึ่งในเมืองหลวงอย่างแน่นอน"
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังเริ่มกางม้วนกระดาษแผนการค้า บานประตูโรงเตี๊ยมร้างกลับถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง สลักหักสะบั้น! พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษร่างสูงใหญ่ที่แผ่ไอสังหารรุนแรงจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตา! ฝุ่นแป้งและเศษไม้จากบานประตูที่หักโค่นลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ ท่ามกลางแสงแดดที่ส่องลอดเข้ามา ร่างสูงใหญ่กำยำของ ‘มู่หรงเหยียน’ ก้าวสืบเท้าเข้ามาด้านในโรงเตี๊ยมร้างอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวแฝงไปด้วยความดุดันและกลิ่นอายสังหารอันเข้มข้น ฉลองพระองค์ชุดรัดกุมสีดำสนิทขับเน้นให้ใบหน้าหล่อเหลาคมคายของเขา ดูทมิฬและน่ากลัวราวกับพญามัจจุราชที่หลุดมาจากขุมนรก "ทั... ท่านอ๋อง!" ชุ่ยเอ๋อร์อุทานเสียงหลง รีบถลาไปแอบอยู่ข้างหลังชิงหลานด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่นระริก
อี้เหวินซวี่ขมวดคิ้วมุ่น ทว่าด้วยความที่เป็คุณชายตระกูลใหญ่ และ ผ่านโลกมามาก เขายังคงรักษาความสุขุมไว้ได้ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานมือทำความเคารพตามมารยาท "ถวายพระพรเสิ่นอ๋องพะยะค่ะ มิคาดว่าจะได้พบพระองค์ในสถานที่เช่นนี้" มู่หรงเหยียน ไม่ได้ปรายตามองอี้เหวินซวี่เลยแม้แต่น้อย ั์ตาคมกริบดุดันดุจพญาเหยี่ยวตรึงแน่วแน่อยู่ที่ใบหน้างดงามของสตรีในชุดบุรุษสีครามเข้ม แววตาของเขาคุกรุ่นไปด้วยเพลิงโทสะและระแวง หึงหวง ที่เ้าตัวก็ยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดตนต้องโกรธแค้นถึงเพียงนี้
"เปิ่นหวังก็มิคาดคิดเช่นกัน... ว่าจะได้มาเห็น 'พระชายาเอก' ของตนเอง แอบแต่งกายเป็ชาย ลอบหนีออกจากจวนมายามวิกาลเพื่อรื่นรมย์กับบุรุษอื่นในโรงเตี๊ยมร้าง!" มู่หรงเหยียนเค้นเสียงต่ำ รังสีความเหี้ยมเกรียมแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลง
ในชาติก่อน หากชิงหลานถูกสามีคาดโทษด้วยแววตาเช่นนี้ นางคงขวัญหนีดีฝ่อและคุกเข่าร่ำไห้ขอความเมตตาไปแล้ว ทว่าชาตินี้นางกลับยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ มือเรียวบางประคองถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ ท่วงท่าเยือกเย็นราวกับบุรุษตรงหน้าเป็เพียงลมแล้งที่พัดผ่าน
"ท่านอ๋องทรงกล่าวเกินไปแล้วเพคะ" ชิงหลานวางถ้วยชาลงเสียงเบา แกรก ก่อนจะเงยหน้าสบสายตาคมปลาบนั้นอย่างไม่เกรงกลัว "หม่อมฉันลอบออกมาในยามเช้าตรู่ มิใช่ยามวิกาล และที่มาที่นี่... หม่อมฉันมาเพื่อ 'ทำการค้า' มิใช่การรื่นรมย์ดั่งที่ทรงตำหนิ"
"ทำการค้า?" มู่หรงเหยียนแค่นยิ้มหยัน ก้าวรุกเข้ามาประชิดโต๊ะไม้จนเงาร่างสูงใหญ่ทาบทับร่างของนาง "สตรีในห้องหอเช่นเ้าจะรู้เื่การค้าอันใด! คิดจะใช้คำลวงนี้มาตบตาเปิ่นหวังงั้นหรือ? สัญญาที่เ้าให้ไว้ในคืนเข้าหอว่าจะอยู่อย่างสงบ แท้จริงแล้วคือการสวมหมวกเขียว (คบชู้) ให้ข้าลับหลัง!"
"เสิ่นอ๋องโปรดระวังวาจาด้วยพะยะค่ะ!" อี้เหวินซวี่เอ่ยขัดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาอ่อนโยนเปลี่ยนเป็กร้าวแกร่งเพื่อปกป้องสตรีตรงหน้า "คุณหนูรอง เซี่ยมาพบกระหม่อมเพื่อเจรจาเื่การร่วมหุ้นโรงน้ำชาจริงๆ นี่คือม้วนกระดาษแผนการและสูตรใบชาที่นางเตรียมมา หากพระองค์ไม่ทรงเชื่อ ก็โปรดทอดพระเนตรด้วยตาตนเองเถิดพะยะค่ะ" มู่หรงเหยียนตวัดสายตาดุดันไปทางอี้เหวินซวี่ "คุณชายสามตระกูลอี้... เ้ามีสิทธิ์อันใดมาสั่งสอนเปิ่นหวัง? สตรีผู่นี้คือพระชายาเอกของข้า จวนเสิ่นอ๋องมิได้ขัดสนเงินทองจนต้องให้พระชายาออกไปเสนอหน้าค้าขายกับบุรุษภายนอก!"
"แต่จวนเสิ่นอ๋อง... ก็มิได้มั่งคั่งพอที่จะปฏิเสธเงินรายได้จำนวนมหาศาลในอนาคตใช่หรือไม่เ้าคะ?" ชิงหลานเอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเนื้อหาทำเอาบุรุษทั้งสองชะงัก นางลุกขึ้นยืนช้าๆ หยิบม้วนกระดาษแผนการค้าขึ้นมาคลี่ออกต่อหน้ามู่หรงเหยียน ดวงตาคู่สวยประกายแววฉลาดเฉลียวและเท่าทันคน "ท่านอ๋องทรงคุมกองทัพชายแดน ทรงทราบดีกว่าผู้ใดว่าเบี้ยหวัดทหารและเสบียงกรังในคลังหลวงมักถูกขุนนางกังฉินยักยอก หากจวน เสิ่นอ๋องมีบ่อเงินบ่อนองที่เป็ของตนเองโดยที่ราชสำนักตรวจสอบมิได้... จะมิเป็ประโยชน์ต่อกองทัพของท่านหรอกหรือเพคะ?"