บนสนามประลองสัตว์อสูรหมาป่าสามตัวล้อมซวนหยวนป้าแล้วโจมตีอย่างมีแบบแผนเหมาเสี่ยวที่ควบคุมหมาป่าทั้งสามตัวและเข้าโจมตีด้วยถือว่าแสดงความสามารถที่ยอดเยี่ยมออกมาได้ทำให้ผู้อาวุโสหลายคนพึงพอใจมาก
ซวนหยวนป้าไม่ได้ดูถูกอีกฝ่ายอีกเพาะการผสานงานของหม่าป่าทั้งสามตัวและเหมาเสี่ยวนั้นยากจะรับมือจริงๆขนาดซวนหยวนป้าก็ยังต้องเพ่งสมาธิทั้งหมดในการรับมือกับเหมาเสี่ยว
หอกของซวนหวนป้าส่งเสียงคำรามราวกับมีอสรพิษขนาดใหญ่สถิตอยู่ที่หอกตอนนี้ซวนหยวนป้ายังไม่ได้นำหอกปีศาจที่ผู้นำฝ่ายคุมกฎให้ยืมออกมาใช้เพราะยังไม่จำเป็น
“เจ้าทำได้ไม่เลวเลยนี่เหมาเสี่ยวต้องยอมรับเลยว่าเจ้าคู่ควรให้ข้าแสดงพลังออกมา”ซวนหยวนป้ากล่าวเสร็จร่างก็แผ่กลิ่นอายอันตรายออกมาปราณอสนีแผ่กระจายออกมาจากร่างของซวนหยวนป้าจนเกิดเป็นอสรพิษอสนีด้านหลัง
“รากวิญญาณอสนีหนึ่งในรากวิญญาณที่พิเศษและทรงพลังที่สุด”เหมาเสี่ยวหรี่ตาลง
“ใช่แล้วด้วยรากวิญญาณอสนีทำให้ข้าสามารถสำแดงการโจมตีที่รุนแรงและรวดเร็วได้กว่าคนทั่วไปอย่างเช่น”ซวนหยวนป้ากล่าวเสร็จร่างก็พุ่งเข้าหาหนึ่งในหมาป่าขั้นสองหอกในมือแทงออกไปทำให้หมาป่าขั้นที่สองไม่อาจตอบสนองได้ทันเพราะความเร็วของอีกฝ่ายเร็วเกินไป
“ไม่!!!!!”เหมาเสี่ยวตื่นตระหนกพยายามควบคุมหมาป่าอีกสองตัวให้เข้าไปช่วยแต่ร่างของซวนหยวนป้าเร็วมากพริบตาหอกก็แทงไปที่ร่างของหมาป่าขั้นสองโลหิตสาดกระจายหมาป่าขั้นสองอีกตัวที่เข้ามายังไม่ทันได้โจมตีซวนหยวนป้าร่างของซวนหยวนป้าก็พุ่งเข้าหนึ่งหอกแทงออกไปร่างของหมาป่าขั้นสองอีกตัวล้มลงจมกองเลือด
“โฮก!!!!!!!!!”หมาป่าขั้นที่สามร้องคำรามออกมาด้วยความโกรธทะยานเข้าหาซวนหยวนป้าอย่างบ้าคลั่งเหมาเสี่ยวเองก็ถือดาบทะยานเข้าหาซวนหยวนป้าอย่างไม่สนใจสิ่งใด
“แย่แล้วเหมาเสี่ยวถูกความโกรธของอสูรหมาป่าขั้นสามครอบงำแล้วหมาป่าขั้นสองทั้งสองตัวนั้นคือลูกของมันดังนั้นมันจึงไม่อาจระงับความโกรธแค้นเอาไว้ได้”ผู้อาวุโสฝ่ายเลี้ยงสัตว์อสูรตกใจ
“ซวนหยวนป้าทำการบ้านมาดีเขารู้จุดอ่อนของเหมาเสี่ยวเลยเลือกที่จะทำให้หมาป่าขั้นสามเสียสติสุดท้ายเหมาเสี่ยวก็ควบคุมไม่ได้และเสียสติไปด้วย”หลายคนส่ายหน้า
“ฮึสุดท้ายก็ทำได้แค่นี้ ควรจะจบได้แล้ว” ซวนหยวนป้าควงหอกในมือก่อนจะตั้งท่าอสรพิษอสนีหมุนรอบหอก
“แพ้ไปซะ”ซวนหยวนป้าแทงหอกออกไปทำให้อสรพิษอสนีพุ่งออกจากหอกโจมตีไปยังร่างของหมาป่าขั้นสามและซวนหยวนป้าพร้อมกัน
“อ๊ากกกกกก”เหมาเสี่ยวกรีดร้องร่างกระเด็นออกไปพร้อมกับหมาป่าขั้นสามหมาป่าขั้นสามร่างชักกระตุกอยู่ที่พื้นซวนหยวนป้าพุ่งเข้าไปและเตรียมจะแทงหอกเพื่อจบชีวิตของหมาป่าขั้นสามแต่ทันใดนั้นเองมือข้างหนึ่งก็มาจับหอกของซวนหยวนป้าเอาไว้
“นี่หมายความว่าอย่างไร”ซวนหยวนป้ามองไปยังร่างเล็กๆที่จับหอกของซวนหยวนป้าเอาไว้แน่น
“เจ้าชนะแล้วหรือเจ้าไม่เห็นจริงๆว่าเหมาเสี่ยวหมดสติไปแล้ว” จางซวนกล่าว
“ศิษย์จางซวนเจ้าเข้ามาแทรกแซงการประลองแบบนี้คิดจะทำผิดกฎของสำนักหรือไง”ผู้อาวุโสฝ่ายคุมกฎกล่าว
“เหมาเสี่ยวแพ้แล้วแต่คนของเจ้าต่างหากที่ไม่หยุดคิดว่าฝ่าฝืนกฎของสำนักหรือไง”ผู้อาวุโสฝ่ายเลี้ยงอสูรคำราม
“ทุกท่านไม่ต้องเถียงกันเป็นข้าที่ผิดเองข้ามองสถานการณ์พลาดไปเองไม่งั้นคงได้เกิดความสูญเสีย” ผู้อาวุโสผู้ตัดสินกล่าวออกมาและพยักหน้าให้จางซวน
จางซวยปล่อยมือก่อนจะหันหลังและเดินลงไปจากสนามประลองซวนหยวนป้าหรี่ตาลงมองร่างของจางซวนจากไปเมื่อครู่เขาไม่อาจขยับหอกได้เลยแม้แต่นิดเดียวเห็นได้ชัดว่าความต่างของพละกำลังนั้นมาก
“เอาไว้ข้าจะทำให้เจ้าได้ชดใช้”ซวนหยวนป้ากล่าว
“ข้าจะรอ”จางซวนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาแตกต่างจากปกติ
“เอาไว้หลังจากนี้เจ้าให้เด็กคนนี้มาเลือกสัตว์อสูรที่ฝ่ายของข้าได้เลยถือเป็นการขอบคุณ”ผู้นำฝ่ายเลี้ยงสัตว์อสูรมองหลิงจวิน
“เข้าใจแล้ว”หลิงจวินยิ้มให้
“ศิษย์น้องเจ้า”หลิงซินแปลกใจอย่างมากนางไม่คิดว่าจางซวนจะเข้าไปห้ามซวนหยวนป้าลงมือด้วยตัวเองและอีกอย่างกลิ่นอายบนร่างของจางซวนในตอนนี้ดูเย็นชาอย่างมากแตกต่างจากปกติที่จากซวนจะมีกลิ่นอายที่สดใสบริสุทธิ์และขี้เล่นราวกับเด็กน้อย
“ข้าไม่เป็นไรข้าแค่ไม่ชอบชายคนนั้น เขามองชีวิตของผู้คนราวกับมดแมลงมองตัวเองสูงส่งกว่าใครๆไม่เห็นค่าชีวิตของผู้คนเลยแม้แต่น้อยข้า...เกลียดคนแบบนั้นที่สุด” จางซวนกล่าว
“ใช่แล้วคนแบบนั้นเป็นคนที่น่ารังเกียจ” หลิงซินกล่าว
หลังจากให้เวลาผู้ที่เข้ารอบได้พักฟื้นผู้แพ้ก็เริ่มต่อสู้เพื่อตัดสินอันดับ 5-10 โชคดีที่เหมาเสี่ยวได้สติกลับมาในเวลาไม่นานและสามารถครองอันดับที่5 เอาไว้ได้ ส่วนอันดับที่ 6 จิงเหลียนได้มาครอง ซ่งหยางที่ได้รับบาดเจ็บได้อันดับที่7 ซวนหยวนจีได้อันดับที่ 8 อันดับที่ 9 เป็นของเติ้งอี้ อันดับที่ 10คือศิษย์ของฝ่ายหลอมอุปกรณ์คนหนึ่ง
“คู่ต่อไปจางซวน เจอกับ เหม่ยหลิง” ผู้ตัดสินกล่าว
จางซวนลืมตาขึ้นลมหายใจที่เก็บเอาไว้ถูกพ่นออกมาเห็นเพียงแต่ไอร้อนที่ราวกับเปลวเพลิงลอยออกมาจากการหายใจออกของจางซวนดวงตาของจางซวนลืมขึ้นพลังภายในร่างมีการเปลี่ยนแปลง
สำหรับผู้ฝึกยุทธเมื่อถึงขอบเขต3พลังภายในจะยิ่งแสดงอำนาจออกมาได้มากขึ้นในตอนนี้ภายในร่างของจางซวนราวกับมีมังกรเพลิงกำลังแหวกว่ายอยู่
“น้องชายตัวน้อยแม้พี่สาวจะเอ็นดูเจ้าแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าข้าจะออมมือให้หรอกนะ” เหม่ยหนิงกล่าว
“แน่นอนพี่สาวใช้พลังได้เต็มที่เลย” จางซวนยิ้ม
เหม่ยหนิงสวมชุดเกาะอีกครั้งและถือพัดทั้งสองในมือจางซวนไม่ได้ถือกระบองสั่นวิญญาณแต่กำหมัดแน่นตั้งท่าของผู้ฝึกหมัดกลิ่นอายบนร่างของจางซวนค่อยๆดุร้ายขึ้น
“ขอบเขตสาม”สีหน้าของผู้นำฝ่ายหลอมอุปกรณ์เปลี่ยนไป
“นี่มัน”สีหน้าของเหม่ยหนิงเปลี่ยนไป
ร่างของจางซวนพุ่งทะยานราวกับลูกศรท่าท้าวที่ซับซ้อนถูกใช้ออกมาตอนนี้จางซวนไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองกำลังใช้พลังปราณสองสายในร่างเดียวกันและในเวลาเดียวกันด้วยปกติหากคนๆหนึ่งฝึกฝนทั้งวรยุทธและบ่มเพาะลมปราณ จำเป็นต้องใช้เวลาในการผลัดเปลี่ยนลมปราณทั้งสองชนิดในร่างหากต้องการจะเปลี่ยนวิธีการต่อสู้แต่จางซวนในตอนนี้กลับทำได้โดยที่ไม่ต้องผลัดเปลี่ยนเลย ตัวของจางซวนไม่รู้ตัวแม้แต่อี้ก็ยังงุนงงเช่นกัน
“พายุเพลิง”เหม่ยหนิงไม่รอช้าโบกพัดทั้งสองในมือสร้างพายุเพลิงออกมาโจมตีไปทางจางซวน
จางซวนไม่คิดจะหลบตั้งหมัดก่อนจะร้องคำรามหนึ่งหมัดที่อัดแน่นไปด้วยความดุร้ายถูกปล่อยออกไปลมปราณอันดุร้ายราวกับมังกรเพลิงถูกโคจรอย่างรวดเร็ว
“ตูม!!!!!!!!!!!!!”พายุเพลิงแตกกระจายพลังอำนาจของหมัดนี้ทำให้หลายคนสั่นสะท้านจางซวนทะยานเข้าหาเหม่ยหนิงอีกครั้ง
เหม่ยหนิงได้สติก็โบกพัดโจมตีออกไปเรื่อยๆพายุเพลิงถูกสร้างขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อขวางจางซวนเอาไว้แต่ทั้งหมดก็ถูกจางซวนทำลายลงด้วยหนึ่งหมัดเหม่ยหนิงยิ่งร้อนใจนางไม่คิดว่าขอบเขตสามของจางซวนจะร้ายกาจขนาดนี้สมบัติที่แข็งแกร่งของนางไม่อาจทำอันตรายจางซวนได้เลย
“พี่สาวล่วงเกินแล้ว”จางซวนฝ่าการโจมตีมาได้ก็อยู่ห่างจากเหม่ยหนิงไม่ไกลหนึ่งหมัดที่รวบรวมพลังปราณอันดุร้ายเอาไว้ถูกปล่อยออกไป
“แย่แล้ว”เหม่ยหนิงกระตุ้นชุดเกาะบนร่างสร้างการป้องกันขึ้นมาม่านพลังหลายชั้นถูกสร้างขึ้นแต่เมื่อปะทะกับพลังหมัดของจางซวนม่านพลังหลายชั้นก็ค่อยแตกออกอย่างช้าๆ
“เป็นไปได้อย่างไรชุดเกาะของข้าสามารถป้องกันการโจมตีของขอบเขตปราณแท้ขั้นสูงได้เลยนะ”เหม่ยหนิงตื่นตระหนก
“อาซวนจำไว้สำหรับผู้ฝึกหมัด ในใจจะต้องไม่มีความลังเลหรือความกลัวหากภูเขาขวางหน้าก็ต้องทลายภูเขาหากเทพเซียนอยู่ตรงหน้าก็ต้องทำลายเทพเซียนด้วยหมัดเดียวหากเจ้ามีจิตใจแบบนี้ได้ทุกการออกหมัดของเจ้าจะสำแดงพลังที่เหนือจินตนาการของเจ้าออกมาได้แน่”เสียงของปู่เหอดังขึ้นในหัวของจางซวนภาพที่ปู่เหอที่ไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธแต่กลับสอนหลักการฝึกหมัดให้กับพวกจางซวนได้ทั้งๆที่ไม่ใช่เซียนแต่กลับสามารถชี้แนะหลิงจวินในการบ่มเพาะได้ราวกับว่าไม่มีสิ่งใดที่ปู่เหอไม่รู้และเพราะแบบนี้จางซวนจึงรักและเคารพปู่เหออย่างมาก
“ทลายให้ข้า”จางซวนระเบิดพลังปราณอันดุดันออกมาอีกครั้งหนึ่งหมัดราบกับค้อนที่ทุบลงมาที่ม่านพลังเสียงแตกกระจายดังขึ้นหนึ่งหมัดมาหยุดตรงหน้าของเหม่ยหนิงห่างกันแค่นิดเดียวแต่เหม่ยหนิงกลับรู้สึกได้ถึงอำนาจที่น่ากลัวหากหมัดนี้ปะทะกับร่างของนางตัวนางคงนอนจมกองเลือดและไม่อาจลุกขึ้นมาได้อีกหลายเดือนแน่
“ข้าแพ้แล้ว”เหม่ยหนิงกล่าว
“พี่สาวล่วงเกินแล้ว” จางซวนเก็บหมัดและผลัดเปลี่ยนลมปราณทันที
“น้องชายตัวน้อยเมื่อสองปีก่อนตอนนี้เติบโตขึ้นมาแล้ว” เหม่ยหนิงยิ้ม
“เป็นการต่อสู้ที่ดีมาก”ผู้ตัดสินพยักหน้าให้ทั้งสองคน
ทั้งสองคนได้แสดงให้เห็นถึงการประลองที่ดีหยุดเมื่อถึงเวลาไม่ได้ลงมือโหดเหี้ยมเกินไปถือว่ายังมีมิตรภาพต่อกัน
“คู่ต่อไปซวนหยวนป้า เจอกับ หลิงซิน” ผู้ตัดสินกล่าว