.
.
..น่านฟ้าทิศตะวันตกเฉียงใต้ของโลก
..นายพลพละ (พ่อของอาร์)
“มึงควรยอมแพ้ได้แล้วไอ้สร!”
“ทำไมถึงคิดว่ากูจะต้องยอมแพ้”
“เพราะมองยังไงมึงก็ไม่มีทางชนะ”
“งั้นก็ลองดูกันสักตั้ง”
“J-20รหัส T1 ล็อคเป้าหมาย Bell 525 เรียบร้อย พร้อมยิง”
“ยืนยันคำสั่งการ ..ยิง”
เสียงกระทบของวัตถุจุดะเิเข้ากับตัวเครื่องของ Bell 525ดังสะท้อนก้องท้องฟ้า เศษวัสดุหนักปลิวกระจายราวกับไร้น้ำหนักไปทั่วขณะที่ส่วนหลักของเครื่องร่วงหล่นอย่างรวดเร็วตามแรงดึงดูดของโลก
“J-20รหัส T1 ล็อคเป้าหมาย Bell 525 อีกลำเรียบร้อย พร้อมยิง”
“ยืนยันคำสั่ง ..ยิง”
ชาตินี้มึงกับกูคงอยู่ร่วมชาติกันได้แค่นี้ กูขออโหสิให้มึง เพราะแค่บาปที่มึงทำไว้กูก็ไม่รู้แล้วว่ามึงจะได้ตื่นจากนรกเมื่อไหร่
“J-20รหัส T1 รายงานผลการปฏิบัติการ Bell 525 อากาศยานที่คาดว่าจะมีประธานโนอาห์กรุ๊ปอยู่ถูกโจมตีตกสู่พื้นดินเรียบร้อยขอให้หน่วยอื่นรีบเข้าตรวจสอบ”
“ANCทราบ จะรีบปฏิบัติการตามที่แจ้ง”
“J-20รหัส T1 จะรีบกลับไปที่พื้นที่ของโนอาห์กรุ๊ป เนื่องจากได้รับการรายงานว่ายังมีผู้บริสุทธิ์หลงเหลืออยู่ภายใน”
“ANCไม่เห็นด้วยกับการปฏิบัติการที่แจ้งมาตอนนี้พื้นที่ของโนอาห์เป็เขตพื้นที่สีแดง พร้อมะเิทุกเมื่อ ANC ยืนยันให้ J-20 รหัส T1 ยกเลิกการปฏิบัติการและกลับฐานที่มั่นเท่านั้น!”
“ไม่.. ด้วยเกียรติของทหาร”
“…”
“..และความเป็พ่อ J-20 รหัส T1 จะออกปฏิบัติการค้นหาผู้รอดชีวิตและให้การช่วยเหลือ”
“ไอ้พละ!!”เสียงตะคอกของไอ้กรดังทะลุจนปวดหูทั้งที่มันนั่งพูดอยู่ในห้องประชุมใหญ่ที่ไกลออกไป
“…”
“เลิกบ้าแล้วกลับมาซะ!”
“กูไม่กลับ กูจะกลับก็ต่อเมื่อมีไอ้อาร์กลับไปพร้อมกัน!”
“!!!”
“J-20รหัส T1 จะขอรับผิดชอบต่อผลที่ตามมาเองทั้งหมดด้วยตำแหน่งผู้บัญชาการทหารแห่งประเทศอดีตหน่วยลับของชาติ”
“พูดจาหล่อคมคายได้ตลอดเลยนะ”
“?”
ยังไม่ทันเข้าใจว่าเสียงพูดแทรกที่คุ้นเคยเป็เสียงของใครปลายปีกด้านซ้ายของเครื่องบินรบก็ถูกโจมตีจนเกือบสูญเสียการควบคุม
“ไอ้สร?!”
“กูเอง คงไม่คิดจริงๆ ใช่ไหมว่ากูจะตายง่ายๆ อยู่ในซากฮอนั่น”เสียงวีดของอาวุธหนักที่กำลังพุ่งแหวกม่านเมฆดังทะลุแทรกเข้ามาในหูฟัง..เฉียดหัวไปเพียงนิดเดียว ถ้าไม่ลดระดับและเลี้ยวหลบคงได้ตายเป็ผีเฝ้าท้องฟ้าไปแล้ว
“นั่นสินะ กูน่าจะคิดได้ว่าคนอย่างมึงไม่น่าจะติดหรูเอาแต่นั่งหลบอยู่ในฮอนั่น”
“สร ..กูว่ามึงยอมมอบตัวเถอะ” ไอ้กรพูดแทรกถึงจะไม่ได้สนิทกับไอ้สรเท่าผม แต่เราก็เป็ทหารร่วมรุ่น ร่วมกองร่วมเป็ร่วมตายในสมรภูมิรบร่วมกันมา
“มึงเงียบไปเลยไอ้กร ทำคนตายไปเป็พันอย่างมัน ชีวิตในคุกยังดีเกินไป”
“โดยเฉพาะหมออาร์ลูกของมึงใช่ไหม”
“มึงจะมีปากไว้พูดได้อีกแค่ประโยคเดียว”
“แน่ใจเหรอว่าจะทำได้ เมื่อก่อนมึงแพ้กูยังไง วันนี้ก็คงไม่ต่างกัน”
“!!!!”
..ไม่เคยคิดว่าในวัยนี้จะต้องมาบินผาดโผนเหมือนเมื่อครั้งเป็หน่วยลับภาพในอดีตย้อนกลับมาให้คิด ..ช่างแตกต่าง ยุคนี้สบายกว่าเป็ไหนๆ ไม่ต้องขับอากาศยานเป็ก็เป็หน่วยลับได้แต่ใครจะรู้ว่าการต่อสู้บนท้องฟ้านี่แหละที่ท้าทายที่สุดจะรอดไม่รอดก็ขึ้นอยู่กับฝีมือในการคอนโทรลเครื่องจักรขนาดั์นี่ ถ้าไม่เจ๋งพอก็ร่วงตายมันคาเครื่อง ..ไอ้ที่ว่าดีดตัวออกจากเครื่องก่อนเครื่องโหม่งโลกน่ะเหรอ?ทฤษฎีที่ง่ายแต่ทำได้ยากในภาคปฏิบัติ
เสียงะเิดังต่อเนื่องเสียงการเคลื่อนที่ของเครื่องบินเหล็กที่บินด้วยความเร็วสูงแหวกอากาศดังอู้อยู่ในหูตอนนี้ทำได้แค่บินหนีเพื่อตั้งหลัก แต่ที่เลวร้ายกว่านั้นคือขีปนาวุธล็อกเป้าที่ไล่ตามหลังที่ระยะห่างไม่เกินหนึ่งกิโลเมตร!
“ANCขอให้เครื่องบินรบ F-22 ติดตามช่วยเหลือ J-20รหัส T1!”
“ไม่ต้องไอ้กร! กูดูแลตัวเองได้ ..จะได้รู้กันไปสักทีว่าใครกันแน่ที่เป็ตัวจริง”
“ดื้อไม่เคยเปลี่ยน ไม่ยอมรับสักทีว่าถ้ามึงไม่มีกู มึงก็อยู่เป็หน่วยลับคนเดียวไม่ได้”
“อยากเข้าใจแบบนั้นก็เชิญ” อีกไม่เกินสิบกิโลเมตรข้างหน้ามีูเาถ้าบินอ้อมหลังเนียนไปกับเมฆขาวแล้วย้อนกลับมาโจมตี.. อืม แผนที่ดี คงเป็วิธีเดียวที่จะได้ประจันหน้าต่อสู้แบบเต็มกำลังจะปล่อยให้มันไล่ล่าตามหลังอยู่แบบนี้ไม่ได้
“หึ คิดจะทำอะไรท่านนายพล จะอ้อมไปหลบหลังูเารึไง ถึงจะหลอกคนได้แต่คงหลอกขีปนาวุธที่ถูกออกแบบมาอย่างชาญฉลาดไม่ได้อย่าหวังว่าอาวุธของโนอาห์จะโง่ชนูเาแล้วะเิไปเอง”
“?!?!”
“คงช็อกสินะที่โดนรู้ทัน กูรู้จักมึงดีพอๆ กับที่รู้จักตัวเอง”
“งั้นเหรอ กูว่ากูก็รู้จักมึงดีเหมือนกัน” คันบังคับอยู่ในมือเครื่องบินรบทั้งลำเหินขึ้นฟ้าทันทีที่ออกแรงข้อมือ
“ไม่หลบหลังูเา หรือจะให้กูพุ่งชนูเางั้นเหรอ คิดว่ากูจะโง่?”
“เปล่าเลย..” หลังจากทะยานย้อนกลับสู่เส้นทางเดิมด้วยความเร็วสูงสุดแบบไม่คิดผ่อนแรงอากาศยานที่นั่งอยู่ก็พุ่งตัวเข้าหาเป้าหมายแบบไม่กลัวเกรง ขีปนาวุธสุดล้ำของโนอาห์ก็ยังไล่ตามตูดแบบไม่คิดหยุดพัก..ดี ยิ่งฉลาดแค่ไหนก็ยิ่งดี
“มึงทำบ้าอะไร!!!”
“ก็ทำสิ่งที่มึงไม่คิดว่ากูจะทำ”
“ทำอะไรโง่ๆ อยากตายพร้อมกูรึไง”
“ไม่ได้คิดแบบนั้นสักนิด”
“ไอ้พละ! มึงแค่เชิดหัวขึ้น”
“ไม่ว่ะไอ้กร กูคงไม่ทำตามที่มึงบอก กูไม่อยากพลาดโอกาสนี้ โอกาสเดียวที่ไอ้สรจะจบชีวิตด้วยอาวุธของตัวมันเอง”
“แต่มึงจะตาย!”
“กูว่ากูจะไม่ตาย” ระยะห่างระหว่างเครื่องบินรบสองลำลดน้อยลงทุกวินาที..5..4 ..3 ..2 มือขวาที่กำคันบังคับเลื่อนไปกดปุ่มๆ หนึ่งบนแผงคอนโทรลด้านหน้าเก้าอี้ที่นั่งอยู่ดีดตัวออกขณะที่ฝาครอบใสเหนือหัวถูกเปิดออกในจังหวะเดียวกัน..หวังว่าจะพ้น เสียงะเิดังสนั่นลั่นจนหูดับ ซ้ำแรงปะทะหนักๆ ของสองวัตถุขนาดร่วมสี่สิบตันยังผลักร่างให้ปลิวกระเด็นไกลออกไป อยากจะหันหลังไปดูผลงาน แต่ลมร้อนและสะเก็ดไฟที่กำลังโหมลุกไหม้ทำให้ล้มเลิกความคิด..หลังผ่านความสูงที่เหมาะสม ร่มชูชีพก็ทำงานอย่างรู้หน้าที่ พอมองดูที่นาฬิกาข้อมือ..ยังทำงานได้ดีอยู่แค่ลงอย่างปลอดภัย จีพีเอสติดตามตัวก็จะบอกพิกัดให้การช่วยเหลือเดินทางมาหาด้านล่างเป็ผืนน้ำสีฟ้าอมน้ำเงินของมหาสมุทร เลยออกไปทางใต้ราวสองกิโลเมตรมีเกาะแห่งหนึ่งตั้งอยู่ดูจากความดกทึบของผืนป่า ท่าทางจะยังไม่มีความเจริญใดๆ มาถึง ..ดี จะได้ไม่ต้องทนลอยคอในน้ำหนาวที่ปลายสุดขอบโลกนี่..สายรัดร่มชูชีพถูกปลดทิ้งไว้กลางน้ำ ชุดทหารที่ใส่หนักถ่วงเพราะชุ่มเปียก การได้ทิ้งตัวลงนอนเหยียดบนหายทรายนุ่มและหายใจคือการพักเบรกที่ดีที่สุดในเวลานี้..เหนื่อยแต่ก็โล่งใจ
“เรียก ANC, เรียก ANC ถ้าได้ยินตอบด้วย”
“ANCทราบ กำลังส่งความช่วยเหลือไปให้”
“มึงแน่มากไอ้พละ”
“กูดีใจที่ยังได้ยินเสียงมึง ไอ้กร”
“..แล้วเสียงของกูล่ะ”
“!!!” ทันทีที่ได้ยินเสียงแปลกปลอมก็รีบลุกขึ้นมองไปที่ท้องทะเลตรงหน้ามันกำลังเดินโซซัดโซเซตามแรงคลื่น
“..ไอ้สร!”
“อืม กูเอง”
.
..อาณาจักรโนอาห์
..ห้องควบคุมส่วนกลาง
..อิชะ
“ส่วนของผมใกล้เสร็จแล้ว”
“ผมก็เหมือนกัน เอาล่ะ คิดว่ารันแอนตี้ไวรัสได้แล้ว”
“ผมขอดูอีกนิด โอเค”
“ขอให้คีย์ของคุณไม่ทำอะไรยากไปมากกว่านี้”
“ผมก็หวังอย่างนั้น”
……………….
ตัวเลขและตัวอักษรหลายพันตัวกำลังวิ่งเลื่อนขึ้นลงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์..เหงื่อที่ซึมไหลบนกรอบหน้าคงเพราะอุณหภูมิในห้อง แต่จริงๆมันอาจจะเพราะความกังวลว่าสิ่งที่ทำมาทั้งหมดจะได้ผลรึเปล่า ถ้าแก้ไวรัสไม่ได้คงได้นั่งจินตนาการถึงที่ชอบๆ ที่อยากไปหลังความตาย..ชุดคำสั่งสุดท้ายถูกรันและกะพริบค้างอยู่ตรงหน้า เสียงหายใจของทั้งผมและเอลฟ์พาลหยุดเงียบ..จะได้ผลไหม
“สำเร็จ..” ทั้งผมและเอลฟ์ต่างถอนหายใจและยิ้มให้กัน
“ต่อจากนี้ผมจะรันคำสั่งให้ระบบกลับเข้าสู่โหมดปฏิบัติการปกติ”
“...” เอลฟ์พยักหน้าบอกการรับรู้
“คีย ..ได้ยินไหม ถ้าได้ยินตอบด้วย”
“อืม ได้ยิน”
“ทางฉันกับหมออาร์จัดการกับไวรัสของนายเรียบร้อยระบบทุกอย่างกำลังจะกลับมาอยู่ในคอนโทรล ฉันดูแล้วระบบระบายอากาศจะใช้เวลาประมาณสิบนาทีในการเคลียร์อากาศพิษทั้งหมดแต่ในส่วนของนิวเคลียร์ นายรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่ามันใช้ระบบควบคุมแยก”
“ฉันรู้ ตอนนี้เหลืออีกสิบเปอร์เซ็นต์ ระบบจะรีเซตเสร็จ ..ส่วนคิลเงียบไปสักพักแล้ว น่าจะอยู่ในจุดที่อับสัญญาณ”
“นายยังโอเคอยู่ไหมคีย์ เสียงของนาย..”
“ฉันยังปกติดีอยู่”
“ให้ฉันไปหานายไหม”
“ไม่ต้อง แล้วนายทั้งคู่ก็กลับไปที่ห้องผ่าตัดซะ”
“ทำไม”
“เพราะฉันจะสบายใจ”
“..ได้ อย่าลืมเื่ออกซิเจนด้วย ของนายอาจจะหมดเร็วกว่าคนปกติ”
“ฉันรู้ตัวเองดี เลิกบ่นเป็คนแก่เถอะ”
“ฉันกับนายอายุเท่ากัน”
“จะไม่ยอมกันเลยสินะ ..อิชะ ฉันต้องป้อนรหัสคำสั่ง”
“ได้ ..ฉันรักนาย”
“ฉันก็รักนาย”
“เกรงใจผมบ้างก็ได้นะอิชะ”
“ขอโทษครับ ผมกับคีย์เพิ่งจะเคยบอกรักกัน ก็เลยออกจะ..”
“ผมเข้าใจ ว่าแต่เราจะเอาไงต่อ”
“คีย์บอกให้คุณกับผมกลับไปที่ห้องผ่าตัด”
“แล้วคิว? เอ่อ แล้วคีย์กับคิว?”
“พวกเขาจะรีบตามมาเมื่อเสร็จงาน”
“...”
.
..อุโมงค์ทางออกฉุกเฉิน
..คิล
..ถึงสักที
ขนาดในความคิดยังหอบ แถมยังหอบอยู่คนเดียวเพราะอีกสองคนที่มาด้วยกันสลบพิงผนังอุโมงค์ไปั้แ่ห้านาทีแรกแล้ว กว่าจะผ่านประตูไม้บานแรกมาได้แรงก็แทบหมด ในพิมพ์เขียวคงไม่ได้บอกว่ามีประตูไม้ง่ายๆ ปิดอยู่ก่อนหนึ่งชั้นมันถูกลงกลอนคล้องโซ่แ่า ต้องะโถีบล้มลุกนับร้อยครั้งกว่าเนื้อไม้จะแตกพอมีช่องให้ลอดผ่าน..ประตูเหล็กทรงกลมบานหนาถูกปิดสนิทแน่นอยู่ที่ปลายทาง ..นี่สิถึงเป็ประตูสุดล้ำที่คีย์มันบอกที่ด้านขวาของประตูมีอุปกรณ์สแกนม่านตา เป็โคลนของลูกประธานโนอาห์มันก็ดีอย่างนี้จะไปที่ไหนในโนอาห์ก็ไม่มีปัญหา ..ประตูบานั์เปิดออกอย่างช้าๆ ทันทีที่ม่านตาได้รับการยืนยันความถูกต้องลมเย็นอ่อนๆ พัดลอดทะลุผ่านขอบของบานประตูอีกชั้นที่อยู่ไกลออกไป..หวังว่าจะจบที่บานนี้นะ แผ่นพลาสติกขุ่นหนาหลายเส้นที่ทิ้งตัวทอดลงเกือบถึงพื้นยกตัวขึ้นตามแรงลมด้านนอกเป็ระยะๆยิ่งพอเดินเข้าไปใกล้ก็รู้สึกได้ถึงความหนาวเหน็บเสียดกระดูกที่กำลังพุ่งเข้ามาอุณหภูมิต่างจากในอุโมงค์ที่เดินมาลิบลับ ..อย่างกับมีพายุหิมะคิดถึงเสื้อแจ็กเกตที่ถอดทิ้งไว้ ไม่น่าเลย ..สองมือจับกระชับเข้าที่มือจับประตูมันเย็นและดูดเนื้อเพราะเป็แท่งเหล็กเปลือยเปล่า ..น่าจะบอกกันก่อนจะได้เตรียมถุงมือมาด้วย
..ฮึบ!!!
“ตอนที่นายจะเปิดประตูบานสุดท้ายต้องระวังให้มาก”
“ทำไม”
“เพราะระบบดูดอากาศของเราบวกกับความเร็วลม แรงดันอากาศจากข้างนอกนั่นอาจจะทำให้ร่างกายของนายแข็งชาและแหลกเป็ชิ้นๆ ..แทบจะในทันที”
“...”
“เพราะฉะนั้น ฉันเลยไม่อยากให้นายทำมัน”
“แต่เราไม่ได้มีทางเลือกมาก”
“ใช่ ฉันถึงอยากให้นายรอก่อน รอจนกว่าฉันจะบอกให้นายทำ”
..แต่ตอนนี้ดันติดต่อคีย์ไม่ได้ จะทำหรือไม่ทำ ..ผลก็ได้ไม่ต่างกันแรงที่มีก็ใกล้หมดเต็มที มือทั้งคู่เริ่มแข็งชา ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้คงทำอะไรไม่ได้แน่..ให้มันรู้ไปว่าจะตายเพราะของแค่นี้
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก”
ทันทีที่ออกแรงกระชากประตูให้เปิดออกก็เข้าใจเลยว่าความรู้สึกใกล้ตายเป็ยังไงพายุลมและความหนาวเหน็บพุ่งด้วยความเร็วแรงปะทะเข้าที่ใบหน้า ลําคอทุกส่วนของร่างกายแม้แต่ตรงที่มีเสื้อผ้าปิดบัง ..เหมือนโดนเข็มนับพันทิ่มแทง..ต้องปล่อยมือ! คิดได้ แต่ทําไม่ได้ เพราะเนื้อมือถูกเหล็กเย็นดูดติดเหมือนใครเอากาวที่ติดแน่นที่สุดมาทาไว้..อย่างน้อยหนึ่งข้าง ต้องเอามือออกอย่างน้อยหนึ่งข้าง จะได้หลบจากแรงปะทะ ..คิดเสร็จก็ค่อยๆง้างนิ้วมือออกทีละนิ้วด้วยความเ็ป ..ฝ่ามือส่วนที่กินพื้นที่บนด้ามเหล็กเยอะสุด กลายเป็ส่วนที่ยากที่สุด ..อีกนิดเดียว!กัดฟันเรียกพลังทั้งหมดที่มียันเท้าข้างนึงเข้าที่บานประตูฝั่งนั้นให้สวนทางกับทิศที่มือกําลังจะหลุดออก
“อ๊ากกกกกกกกกกก”ถ้าใครผ่านมาได้ยินคงนึกสมเพชเพราะเป็เสียงกู่ร้องโหยหวนที่ดังออกมาด้วยความเ็ป..ทันทีที่มือหลุดออกจากด้ามจับประตูข้างหนึ่งแรงลมก็สะบัดเอาบานประตูอีกข้างที่มือยังติดอยู่ ฟาดเข้ากับผนังกําแพงเต็มแรงถึงมือจะหลุดออกจากประตูทันทีแต่แผ่นหลังกับศีรษะก็กระแทกเข้ากับผนังแข็งอย่างจังจนแทบจะร่วงสลบลงกองกับพื้น..พลังลมและความหนาวเย็นพัดสาดทะลวงจนอุณหภูมิตลอดอุโมงค์เริ่มแปรเปลี่ยน..สําเร็จ! ฉันนี่เก่งจริงๆ ..หลังจากชื่นชมกับผลงานของตัวเองได้สักครึ่งนาทีก็พยายามยันตัวเองให้ลุกขึ้นยืน ..ต้องรีบกลับไปหาคีย์ต้องลากไอ้สองคนที่สลบนั่นกลับไปด้วย ..รู้สึกแข็งชาไปทั้งตัว คงเพราะความเย็นที่กลายเป็ยาชาเพราะไม่รู้ตัวสักนิดว่าเนื้อตัวถูกความหนาวเย็นกัดกร่อนจนเืซึม แม้กระทั่งมือทั้งสองข้างที่เต็มไปด้วยเืเพราะผิวเนื้อถูกกระชากจนขาดติดคาอยู่ที่ด้ามจับประตู..
.
..เกาะร้าง
..นายพลพละ (พ่อของอาร์)
“..ไอ้สร!”
“อืม กูเอง”
“ทำไมมึงยังเดินอยู่ได้ มึงน่าจะตายไปแล้ว”
“นั่นสิ คงเพราะกูยังต้องอยู่ช่วยโลกใบนี้”
ยิ่งไอ้สรเดินเข้ามาใกล้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งเห็นว่าสภาพของมันในตอนนี้ไม่ต่างจากซากคนตาย ..ใบหน้าเต็มไปด้วยเื ศีรษะยุบผิดรูปดวงตาข้างซ้ายมีช่องว่างกลวงลึก แขนข้างนึงขาดหาย ขาข้างเดียวกันกับแขนก็งอหักจนไม่น่าเชื่อว่ามันจะยังใช้การได้..ทนดูไม่ไหว รีบวิ่งเข้าไปพยุงร่างมันไว้ก่อนที่ความไม่สมประกอบของมันจะทิ้งดิ่งจมลงในน้ำทะเลใสที่ถูกย้อมด้วยสีแดงทุกขณะที่มันย่ำเท้าผ่าน
“ขอบใจ” ไอ้สรพูดเบาราวกระซิบเมื่อมันได้นั่งพิงกับลำต้นของต้นมะพร้าวใหญ่ที่ไกลจากสายลมและแสงแรงของทะเลยามกลางวัน
”กูจะทำแผลให้..” พูดไปอย่างนั้นทั้งที่ไม่มีอุปกรณ์อะไรสักอย่าง จะมีก็แค่ผ้าสามเหลี่ยมเข็มขัด และเสื้อผ้า ..ห้ามเืได้ ดามขาได้ “กูจะไปหาไม้มาดามขามึงรอกูอยู่ตรงนี้”
ไอ้สรใช้มือข้างที่เหลืออยู่จับเข้าที่ข้อมือผมมันรั้งไว้ไม่ให้ผมลุก “มึงไม่ต้องไปไหน นั่งเป็เพื่อนกูตรงนี้แหล..”มันพูดไม่ทันจบ เืข้นก็พุ่งออกจากปาก
“..มึงรอกู เดี๋ยวกูไปหาสมุนไพรในป่ามาประคบ รับรองได้ผล มึงหายแน่..”
“กูรู้ว่ามึงเก่งเื่รักษาคน เหมือนตอนนั้น..ในากูรอดมาได้ก็เพราะมึง ไม่งั้นเืคงไหลหมดตัวตาย”
“งั้นมึงปล่อยกู เพราะครั้งนี้มึงก็ต้องรอดเหมือนกัน”
“ทำไมวะ..”
“…”
“เมื่อกี้มึงยังจะฆ่ากูอยู่เลย แล้วเสือกมาเป็คนดีอะไรตอนนี้”
“เมื่อยี่สิบนาทีก่อนกูทำเพราะหน้าที่ ความถูกต้องแต่ตอนนี้กูทำเพราะมึงเป็เพื่อนกู”
ไอ้สรหัวเราะ ..หัวเราะทั้งที่เืยังคงพ่นทะลักออกจากปาก“กูดีใจที่มึงยังเห็นกูเป็เพื่อนทั้งที่กูทำเลวไว้ขนาดนี้”
“…”
“กูขอโทษถ้าลูกมึงตาย แต่อย่างน้อยลูกมึงก็ไม่ต้องทนอยู่บนโลกที่เสื่อมลงทุกวัน ..ลูกกูก็เหมือนกัน”
“..กูถามจริงๆ มึงรู้ตัวไหมว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันไม่ถูกต้อง”
“รู้สิ แต่กูทนดูโลกนี้ดีขึ้นทีละน้อยๆ ไม่ไหว มันช้าเกินไป”
“…”
“การซ่อมโลกแบบกูมันได้ผลเร็วกว่า เด็ดขาดกว่า และเห็นผลแน่นอน”
“..งั้นเหรอ กูเองก็อยากเห็นโลกเป็แบบเมื่อก่อนตอนกูยังเด็ก”
“…”
“..แต่กูไม่เห็นด้วยกับวิธีของมึง ถึงเราจะเปลี่ยนทั้งหมดไม่ได้แต่แค่เราค่อยๆ ทำให้กงล้อของมันปรับเปลี่ยนทีละนิดๆกูว่ามันก็ไม่ได้ช้าเกินไปไหมวะ”
ไอ้สรหัวเราะเบาลง ลมหายใจถูกพ่นพร้อมเื หน้าอกยกตัวกระตุก
“มึงเลิกหัวเราะได้แล้ว! หายใจช้าๆ ความช่วยเหลือกำลังจะมามึงนั่งพักก่อน อย่าเพิ่งพูดอะไร ..ได้ยินที่กูพูดใช่ไหม”
ไอ้สรหยุดหัวเราะ และนั่งนิ่ง มันหลับตาฟังสิ่งที่ผมพูดด้วยรอยยิ้ม ..มันคงเข้าใจดีแล้วว่ามันควรทำตัวยังไงเพื่อจะให้มีชีวิตรอด
“หน่วยพยาบาลเรียกนายพลพละ ได้ยินแล้วตอบด้วย” เสียงเรียกจากหน่วยพยาบาลเรียกสติให้กลับคืนมาผมละสายตาจากเพื่อนเก่ามองออกไปที่ท้องฟ้าและผืนน้ำเสียงเครื่องยนต์ของเฮลิคอปเตอร์ค่อยๆ ดังใกล้ แรงลมจากใบพัดปะทะกับแผ่นน้ำสีฟ้าวาดเป็วงกระเพื่อม
“ผมนายพลพละ..”
“คุณมีอาการาเ็ตรงไหนหรือไม่ เรากำลังจะส่งเชือกโรยตัวลงไปคุณ้าให้เราส่งคนลงไปรับคุณรึไม่”
“ไม่”
“โอเค เรากำลังจะไปถึงตำแหน่งของคุณ ขอให้รอที่หาดหน้าเกาะ”
“ทราบ”
“..ไอ้สร”
…
“กูคงอยู่เป็เพื่อนมึงตรงนี้ไม่ได้ ไอ้อาร์กำลังรอกูอยู่”
…
“มึงนั่งพักตรงนี้ให้สบายนะ กูว่าตรงนี้วิวดีมากเหมือนตอนที่มึงกับกูไปซัดพวกเดนตายที่ขนอาวุธเถื่อนมาขึ้นที่อ่าว..กูรู้ว่ามึงจำได้ เพราะตอนนั้นมึงได้เจอกับพยาบาลสาวรักแรกของมึง ซึ่งมึงก็ได้เขาเป็เมียจนได้”
…
“ตอนนี้เขาคงรอมึงอยู่..”
…
“ออ ถ้ากูเจอลูกของมึง กูจะบอกเขาให้..ว่ามึงรักเขามาก”
...
“..ลาก่อน”
.
.
..ห้องคอนโทรลระบบควบคุมพลังงานนิวเคลียร์
“เอาล่ะ พร้อมนะ เราจะนับถอยหลังและเปิดระบบทั้งหมดพร้อมกันแบบแมนนวล”
“ครับคุณคีย์”
“5.. 4.. 3.. 2.. 1..” เสียงบูทของเครื่องจักรขนาดใหญ่ดังสนั่นหวั่นไหวจนน่ากลัวว่ามันจะะเิออกแต่ก็คงดังไม่เท่าเสียงการเต้นของหัวใจ มันรัวเร็วจนปวดในอก
“คุณคีย์เป็อะไรไหมครับ!” หัวหน้ารีบวิ่งเข้ามาประคองผมให้ไม่ล้ม
“ฉันโอเค..” ตอบแบบนั้นทั้งที่หัวใจ..
“คีย์ได้ยินฉันไหม”
“..อืม”
“เครื่องตรวจวัดความดันบอกว่าความดันในห้องนิวเคลียร์ลดระดับลงแล้วอากาศพิษก็เริ่มบางลง ออ ฉันสั่งเปิดประตูอีกฝั่งเพื่อถ่ายเทอากาศออกข้างนอกเพราะมีแรงลมจากด้านนอกไหลเข้ามา ..เราทำสำเร็จ”
..ฝีมือของคิล “..อืม”
“นายกับคิลกลับมาได้แล้ว ฉันกับหมออาร์รออยู่”
“…”
“คีย์?”
“…”
“คีย์ตอบด้วย!!”
“คุณอิชะครับ ผมหัวหน้าควบคุมระบบนิวเคลียร์ครับ”
“ครับ เกิดอะไรขึ้นกับคีย์?!!”
“คุณคีย์หมดสติไปแล้วครับ”
“รีบปลดกระดุมเสื้อของเขาแล้วทำซีพีอาร์!! ผมจะรีบไป”
“นายไม่ต้องมา..”
“นาย..?”
“ฉันเอง..คิล”
“…”
“ฉันจะพาคีย์กลับไปหานายเอง”
.
.