ฉันนี่แหละ...ด็อกเตอร์ในต่างโลก

    บทที่ 27

    รีออนที่ได้ยินความทันสมัยเหมือนกับระบบคีย์การ์ดก็ตกใจเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าโลกนี้อ่อนเรื่องของเทคโนโลยี แต่มันเป็นเพราะพลังเวทมนตร์ที่จะต้องขับเคลื่อนไปด้วยกัน ทำให้เกิดการพัฒนาในส่วนของเทคโนโลยีที่ช้ากว่าโลกของเขามาก และแน่นอนว่ามันก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้เขาจะต้องตรวจสอบ ศึกษามันให้มากขึ้น รีออนหยิบการ์ดใบนั้นมา พร้อมกับบัตรประจำตัวของเขา ส่วนเงินทอนอีก 50 เหรียญเงิน เขาได้มอบมันเป็นทิปให้กับพนักงานตรงหน้า ซึ่งเธอก็ดีใจเป็นอย่างมาก เพราะมันเป็นเงินที่สูงมากทีเดียว เธอก้มหัวขอบคุณรีออน ก่อนจะกล่าวขอบคุณสวรรค์ที่ทำให้เธอได้พบเจอกับเรื่องดีๆอย่างนี้(ค่าเงิน 100 ทองแดง เท่ากับ 1 เงิน , 100 เงิน เท่ากับ 1 ทอง , 1 ทองแดงเท่ากับ 1 บาท , 1 เงินเท่ากับ 100 บาท , 1 ทอง เท่ากับ 10,000 บาท) รีออนเดินเข้าห้องตามวิธีที่พนักงานกล่าว มันน่าสนใจเป็นอย่างมาก เขาศึกษามันอยู่พักหนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปดูภายในห้อง มันก็นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว เตียงทรงโบราณขนาด 6 ฟุตที่ประกอบไปด้วยผ้าม่านคลุมรอบๆเตียง มีเก้าอี้ และห้องน้ำส่วนตัว หน้าต่างที่สามารถมองเห็นด้านหน้าของโรงแรมได้อย่างชัดเจน ถือว่ามันคุ้มค่ากับราคาที่เสียไปแล้ว รีออนอาบน้ำหลังจากที่ไม่ได้อาบมานานถึง 3 วัน ร่างกายเองก็รู้สึกล้าเต็มทนแล้ว แต่ว่าเขาจะต้องวางแผนสำหรับธุรกิจของเขาก่อน ว่าจะสามารถทำอะไรกับแร่ที่เขาประมูลมาได้บ้าง เขานั่งจดใส่กระดาษเล็กน้อย ก่อนจะนอนหลับไปในวันนี้ อีกด้านหนึ่ง ณ อาณาจักรใกล้เคียงกับอาณาจักรเซทารอส อย่างราชอาณาจักรดีไวท์ แผ่นดินของอาณาจักรทั้งสองเป็นพื้นที่ติดกันมาอย่างช้านาน แต่เนื่องจากราชอาณาจักรดีไวท์นั้นอยู่ภาคกลางตามภูมิศาสตร์ของประเทศ ประชากรส่วนใหญ่ของอาณาจักรมักจะทำอาชีพเป็นเกษตรกรผู้ผลิตทั้งพืชพันธุ์ และปศุสัตว์ และยังเป็นอาณาจักรที่มีพื้นที่ติดกับอีก 4 อาณาจักร นับว่าเป็นอาณาจักรที่อยู่ตรงกลางอย่างแท้จริง ถึงแม้ว่าข้อเสียจะเป็นในเรื่องของการสงคราม และการป้องกันดินแดนที่ต้องใช้กำลังพลที่มาก แต่อาณาจักรดีไวท์ก็นับว่าร่ำรวยเป็นอย่างมาก เพราะเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่สำคัญของเมืองต่างๆ อาณาจักรซาทารอสที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ อาณาจักรฟินส์ตั้งอยู่ทิศตะวันตก อาณาจักรวาร์เนมทางทิศเหนือ และอาเลเน่อยู่ทิศใต้ นั่นก็เท่ากับว่าเศรษฐกิจของอาณาจักรนี้ดีมาก และยังไม่รวมผลพลอยได้จากการที่จะต้องมีทหารอยู่เกือบจะทุกจุด นอกจากจะมีจำนวนที่มากแล้ว ยังนับว่ามีความชำนาญ และเก่งอยู่ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว และตอนนี้ก็เกิดการประชุมลับของอาณาจักร“ข้าต้องการเหมืองของเมืองเลบานอน... พวกเจ้าคิดว่าอย่างไร..” พระราชาอาณาจักรดีไวท์กล่าวออกมา ซึ่งในที่ประชุมนี้ประกอบไปด้วย เสนาบดีทั้งซ้ายทั้งขวา และยังมีแม่ทัพใหญ่อีก 3 คน รวมแล้วเป็น 6 ชีวิต เมื่อพระราชากล่าวออกมาอย่างนั้น พวกเขาก็เริ่มคิดตามหลักเหตุ และผล“องค์เหนือหัวขอรับ.. ข้าน้อยเข้าใจดีว่า เมืองของเราต้องการแร่เหล็กเป็นจำนวนมาก เพื่อต่อยอดให้การค้า และการเกษตรของอาณาจักร และเราก็รับมันมาจากที่เมืองเลบานอน อาณาจักรซาทารอสเป็นเสียส่วนใหญ่ แต่มันจะไม่เป็นการที่พวกเราเปิดสงครามด้วยใช่เหตุอย่างนั้นรึขอรับ” เสนาบดีซ้ายกล่าวออกมาอย่างใจเย็น แต่มันก็ขัดต่อความคิดของเสนาบดีขวาที่เข้าข้างพระราชา เขาจึงเอ่ยออกไปบ้าง“ท่านเสนาซ้ายคงไม่ได้หลงลืมไปหรอกนะว่า จริงๆแล้วเหมืองนั้นมันเป็นของเราอย่างชอบธรรม การที่จะประกาศสงครามเพื่อเรียกร้องดินแดนที่เคยเป็นของเรานั้นไม่นับว่าน่าเกลียดแต่อย่างใด” เสนาบดีขวากล่าวออกมา พร้อมกับให้เหตุผลที่พระราชา และอีกสามแม่ทัพพยักหน้าเห็นด้วย แต่เสนาซ้ายก็พยายามจะเกลี้ยกล่อมให้ทุกคนในที่แห่งนี้ยอมรับ“ทุกท่านคงยังไม่ได้หลงลืมเช่นกันว่า อาณาจักรซาทารอสนั้น มีมิตรภาพอันดีต่ออาณาจักรอาเลเน่ ถึงขนาดที่บุตรสาวขององค์ราชาองค์ปัจจุบัน เจ้าหญิงไม่ซิ ตอนนี้คือ พระราชินีเซล่าแห่งอาณาจักรซาทารอส.. การที่เราเปิดศึกกับพวกเขาทั้งสองอาณาจักรพร้อมกันนั้น นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดเอาเสียเลย.. ข้าน้อยขอให้พระองค์พิจารณาอีกครั้งด้วยขอรับ” เมื่อพระราชาได้ยินอย่างนั้นก็ต้องกลับมาคิดด้วยเช่นกัน มันต้องพูดถึงความเป็นไปได้ด้วย ไม่ใช่จะอยากได้เหมืองจนไม่มองตามความจริง แต่เสนาขวาก็เอ่ยขึ้นมาเพื่อบอกเหตุผลที่เขานั้นเห็นด้วยในครั้งนี้“จริงๆแล้ว หากเป็นเมื่อก่อนอดีตข้าคงจะไม่กล่าวขัดแย้งท่านหรอกท่านเสนาซ้าย.. แต่ในตอนนี้ข้าได้ข่าวมาของราชอาณาจักรซาทารอสมาว่า พวกเขาพึ่งจะสูญเสียองค์ชายรัชทายาทไป และจากที่สายของข้ารายงานมานั้น ดูเหมือนว่ามันจะเป็นความผิดพลาดจากคำสั่งขององค์ราชชาฟรีลิมเอง ส่งผลให้พระราชินีเซล่าไม่พอพระทัยเป็นอย่างมาก และแน่นอนว่ามันน่าจะรวมถึงอาณาจักรอาเลเน่ด้วยที่ไม่พอพระทัย” เสนาขวากล่าวออกมาเช่นนั้น มันทำให้เสนาซ้ายถึงกับเงียบลงไป ไม่ใช่ว่าเขาไม่ได้ข่าวเรื่องนี้ แต่มันเป็นเพราะว่า เขามองถึงผลที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว ทำสงครามถึงจะได้รับชัยชนะก็จริงอยู่ แต่สิ่งที่ยากกว่าการชนะสงครามนั้น ก็คงจะเป็นเรื่องของการปกป้องมันต่างหากที่เขากำลังเป็นกังวล และถ้าหากว่าขึ้นต้นด้วยคำว่าสงครามแล้ว มันก็ย่อมจะเกิดการสูญเสียอย่างแน่นอน อาณาจักรแห่งนี้ ยังไม่พร้อมที่จะแตกหักกับอาณาจักรข้างเคียง และต้องมองความจริงว่า อาณาจักรอื่นๆก็ต้องการที่ดินของพวกเขาด้วยเช่นกัน“ข้าได้ยินอย่างนั้นก็มั่นใจมากขึ้น ... เราจะไม่ทนที่จะต้องซื้อแร่พวกนั้นในราคาที่สูงอีกแล้ว.. ทั้งๆที่มันควรจะเป็นของเรามาตั้งแต่ต้น.. แม่ทัพทั้งสาม เตรียมแบ่งกำลังพลของพวกเจ้าให้เรียบร้อย ข้าต้องการเคลื่อนกำลังพลก่อนปลายเดือนนี้... เจ้ามีปัญหาในส่วนไหนอีกหรือไม่เสนาบดีซ้าย” พระราชาอาณาจักรดีไวท์กล่าวออกมา พร้อมกับหันไปสั่งการสามแม่ทัพใหญ่ ก่อนจะหันไปถามเสนาบดีซ้ายที่ยังดูเป็นกังวลอยู่นั้นเอง เขาถอนหายใจออกมาหลังจากที่รู้ว่าทุกๆคนในห้องนี้กระหายในสงครามเป็นอย่างมาก ก่อนจะกล่าวตอบกลับพระราชาไป“ข้าน้อยไม่มีความเห็นแล้วขอรับ..” ถึงจะกล่าวไปอย่างนั้น แต่เขาก็ต้องคิดหาแผนการณ์เพื่ออาณาจักรด้วยเช่นกัน เขาต้องมองความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้น ไม่ให้เกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นมาได้ จากนั้นเขาก็ได้นิ่งเงียบ ฟังพวกกระหายในดินแดน และสงครามวางแผนการรบกันอย่างเบื่อหน่าย ไม่นานก็แยะย้ายกันไป เช้าวันใหม่ที่แสนจะสดใส รีออนตื่นขึ้นมาด้วยความสดใสหลังจากที่หลังของเขาได้พักลงบนเตียงนุ่มๆบ้าง ก่อนหน้านี้ที่ไม่เคยได้นอนเต็ม หรือหลับสบายเช่นนี้ รีออนเดินลงมาเพื่อรับประทานอาหารที่ห้องอาหารประจำโรงแรม แม้หน้าตาของอาหารที่ได้รับมามันจะดูไม่ค่อยจะน่ารับประทาน แต่ก็นับว่าอร่อยไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งๆที่มันเป็นเพียงซุป ขนมปัง ผัก และไข่เพียงเท่านั้น รีออนทานได้ไม่นานมากนัก ก็เดินออกมาจากตัวของโรงแรม และมุ่งหน้าไปยังหอสมุด เพื่อศึกษากฎระเบียบของอาณาจักรแห่งนี้ รวมถึงหนังสืออย่างอื่นที่เขาควรจะรับรู้อีกด้วย หลังจากที่ถามกับผู้คนที่อยู่แถวนั้น ก็เดินทางมาถึงหอสมุดที่ใหญ่เอามากๆกลางเมือง แต่ส่วนใหญ่คนที่เข้าไปศึกษามันได้ก็มักจะมีแต่ชนชั้นสูง หรือกลางบ้างประปราย และเขาก็เข้าใจได้ในทันทีว่าทำไม“ค่าใช้บริการของหอสมุดแห่งนี้ 1 เหรียญทองต่อวันเจ้าค่ะ” หญิงสาววัยน่าจะราวๆ 26-28 ปีเอ่ยออกมา เธอเป็นบรรณารักษ์ของที่นี่ ส่วนรีออนก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว เขาหยิบเหรียญทองจ่ายออกไป ก่อนที่บรรณารักษ์สาวจะจะอธิบายกฎระเบียบเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย และแน่นอนว่ามันก็เป็นเหมือนห้องสมุดในโลกเก่าของเขา จึงไม่ได้มีปัญหาอะไร จากนั้นรอยยิ้มของเขาก็ปริออกมาหลังจากที่เธอเดินออกไปนั่งที่เคาน์เตอร์ของตัวเอง“อลิส.. ได้เวลาก๊อปปี้ข้อมูลของโลกใบนี้แล้ว.. เริ่มได้”