ไม่นาน แม่ของเสี่ยวไป๋ก็ถามเบอร์ที่บ้านของฉัน แล้วโทรออก
“ฮัลโหล คุณปานใช่ไหมคะ ไม่ทราบว่าคุณยังพอจำได้ไหม ฉันเพิ่งย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านนี้ค่ะ...”
แม่ของเสี่ยวไป๋แนะนำตัวเองกับพ่อของฉันนานมาก แล้วยังขอบคุณฉันที่ดูแลลูกชายของเธอ ตอนนี้อยากให้ฉันอยู่กินข้าวที่บ้านกับเธอ วันหลังจะเอาหอบของอย่างหอยเป๋าฮื้อ รังนก หูฉลามไปเยี่ยมที่บ้าน ฉันฟังแล้วรู้สึกเหงื่อเย็นไหลไม่หยุด
ฉันเคยได้ยินเื่ของแม่ของเสี่ยวไป๋มาบ้าง พ่อของเสี่ยวไป๋ไปต่างประเทศบ่อย ไม่ค่อยอยู่ไต้หวัน แม่ของเสี่ยวไป๋ในตอนนี้ไม่ใช่แม่แท้ๆ ของเขา
คนในหมู่บ้านชอบนินทาเื่ของแม่ของเสี่ยวไป๋ พูดว่าเธอปล่อยลูกอยู่ที่บ้านคนเดียว จากนั้นตัวเองก็ออกไปทำงานข้างนอกแบบนี้อันตรายมาก ทว่าปกติยามที่พวกเขาสองแม่ลูกเดินอยู่บนถนน คนในหมู่บ้านกลับเห็นแม่ของเสี่ยวไป๋มีท่าทีรักและปกป้องเสี่ยวไป๋มาก ดังนั้นถ้าอยากจะพูดว่าเธอเป็แม่เลี้ยงใจร้าย ดูเหมือนจะใช่และไม่ใช่
“อ๋า...จริงเหรอคะ...เสี่ยวเฟิงสามารถนอนค้างคืนที่นี่ได้ใช่ไหมคะ อย่างนั้นก็ดีจริงๆ ค่ะ เสี่ยวตงของพวกเราจะต้องดีใจมากๆ แน่นอนค่ะ”
ตอนที่ฉันกำลังเหม่อ บทสนทนาทางโทรศัพท์ที่มาอย่างกะทันหันได้ปลุกให้ฉันตื่นขึ้น ฉันเห็นเสี่ยวไป๋เผยสีหน้าดีใจออกมา จากนั้นแม่ของเสี่ยวไป๋ก็หัวเราะดีใจเอิ๊กอ๊าก
“พ่อโง่จริงๆ...” ฉันกำหมัดแน่น
ถ้าหากไม่ใช่เพราะมีผู้ใหญ่อยู่ด้วยทำความผิดจะถูกจับได้ละก็ ฉันอยากฟาดหมัดออกไป ซัดฟันของเสี่ยวไป๋ให้ร่วงชะมัด
ฉันรู้สึกว่าตัวเองตอนนี้ตกอยู่ในอันตรายมาก ฉันไม่ควรกลับบ้านมากับเสี่ยวไป๋จริงๆ
-------------------------
ตอนที่ฉันกำลังคิดว่าอยากจะหนีจากสถานที่อันน่ากลัวนี้ได้อย่างไร แม่เสี่ยวไป๋กลับเดินประชิดเข้ามาหาฉันทีละก้าว
“เสี่ยวเฟิง ทีวีก็ดูแล้ว ขนมก็กินแล้ว พวกเรากินข้าวเย็นดีไหมจ๊ะ” แม่เสี่ยวไป๋ยิ้ม
รอยยิ้มของเธอทำให้เธอดูเหมือนคนสวยจิตใจดี แต่ฉันกลับรู้สึกขนลุกขนพองเป็ระยะ เหงื่อเย็นไหลที่ด้านหลังไม่หยุด
แม่เสี่ยวไป๋ออกไปข้างนอกพักหนึ่ง ฉันฉวยโอกาสหนีตอนที่เธอไม่อยู่ แต่ประตูบ้านของพวกเขาได้ล็อกประตูแต่ละบาน และซับซ้อนจนฉันสับสนไม่รู้ว่าเปิดอย่างไร
แม่เสี่ยวไป๋แป๊บเดียวก็กลับมา ตอนที่กลับมาเธอถือถังขนาดใหญ่ที่มีรอยยิ้มคุณปู่ผู้พันเคเอฟซีออกมาวางบนโต๊ะตัวเล็กในห้องรับแขก
ฉันแค่มองก็ตาโต อ้าปากค้าง น้ำลายเต็มปาก
“กะ...กะ...กะ...กะ...ไก่ทอดนี่...” ฉันพูดจาไม่รู้เื่แล้ว
“เสี่ยวตงชอบกินอันนี้มาก เสี่ยวเฟิงก็น่าจะชอบเหมือนกันใช่ไหมจ๊ะ” แม่เสี่ยวไป๋ปิดปากยิ้ม
คราวนี้ฉันเห็นเธอยิ้มก็ไม่รู้สึกอะไรแล้ว เพราะไก่ทอดสำคัญกว่า
ฉันมือซ้ายถืออกไก่ มือขวาถือน่องไก่ กัดตรงนี้แทะตรงนั้น พยายามกินไก่ของฉันอย่างเต็มที่
เสี่ยวไป๋นั่งติดตัวฉัน กินอย่างมีมารยาท ฉันมองเขาหนึ่งที วันนี้เขาเงียบมากจริงๆ หรือว่าเขาอยู่ที่บ้านจะเป็แบบนี้ใช่ไหม
แต่ว่า...ไก่ทอดเชียวนะ! ทำไมตอนที่เขากินไก่ต้องทำหน้าเหมือนแม่ตาย ไม่มีรอยยิ้มเลยสักนิด
“เสี่ยวตง อร่อยไหมจ๊ะ” แม่เสี่ยวไป๋ถามลูกชายของเธอ
ไป๋ซุ่นตงกอดแก้วโค้กแล้วกัดหลอด ขานรับสองทีอย่างตะกุกตะกัก จากนั้นก็หันไปทางอื่นไม่กล้ามองแม่ของเขา
“เสี่ยวเฟิงล่ะ” แม่เสี่ยวไป๋หันมาถามฉัน
ปากของฉันยุ่งมากไม่มีเวลาพูด ฉันพยักหน้าไม่หยุด เผยรอยยิ้มไร้เดียงสาออกมาบนใบหน้า
มีไก่ทอดกินแล้วฉันจึงลืมทุกอย่างที่บ้านของฉัน เพราะว่าแม่เป็โรคประสาทอ่อนเพลีย อาหม่านน้องชายคนที่สองต้องทำกับข้าวทุกวัน อาหม่านถึงแม้จะทำกับข้าวอร่อย แต่ก็เทียบกับคุณปู่ผู้พันเคเอฟซีไม่ได้ ฉันใช่ว่าจะรังเกียจอาหม่าน แต่คุณปู่เคเอฟซีมันอร่อยกว่าจริงๆ
คุณปู่เคเอฟซีผมรักคุณครับ ไก่ทอดที่คุณทำทำไมถึงอร่อยขนาดนี้!
ฉันพลางครุ่นคิด แล้วน้ำตาแห่งความสุขแทบจะไหลลงมา
“กินอิ่มแล้วหรือยัง อิ่มแล้วก็ได้เวลาอาบน้ำเข้านอนแล้วนะ!” แม่เสี่ยวไป๋พูดพร้อมกับยิ้มพราย
เสี่ยวไป๋ทันใดนั้นก็ะโขึ้นมาจากโซฟา มองฉันด้วยใบหน้าที่หวาดกลัว
หลังจากฉันกินไก่ทอด นำกระดูกไก่ทิ้งลงในถัง ดื่มโค้ก แล้วถอนหายใจด้วยความพึงพอใจ
แถมยังเรอออกมาอีกด้วย
“อาบน้ำได้แล้ว!” มือของแม่เสี่ยวไป๋ยื่นออกไปอยากจะจับเสี่ยวไป๋
เสี่ยวไป๋ลุกขึ้นพรวดวิ่งมาที่ฉันทันที ใครจะรู้ว่าเขากลับสะดุดขาตัวเอง เขาเมื่อตื่นเต้นก็จิกแก้วโค้กกระดาษเต็มแรง แล้วโค้กน้ำอัดลมก็พุ่งออกมา จากนั้นเป็ครั้งแรกของฉันที่ได้ััรสชาติการอาบน้ำด้วยน้ำโค้ก
“ไป๋ซุ่นตง!” ฉันแผดเสียง “ฉันจะฆ่านาย!”
เสี่ยวไป๋ร้องไห้แล้ว
มีเพียงแม่เสี่ยวไป๋ที่หัวเราะเท่านั้น