ใน่เวลาที่เกิดขึ้น ผู้คนเริ่มรู้สึกได้ว่า เสียงเพลงที่ดังกังวาน มาพร้อมกับปราณพิรุณเหล่านี้ หาได้ทำอันตรายใด ๆ แก่ผู้คนบนเรือ หากแต่เสมือนโดนน้ำฝนตกใส่ เป็น้ำฝนที่มีแต่ความเย็นชุ่มฉ่ำ ที่สำคัญ ปราณน้ำฝนนี้เหมือนกับว่าชะล้างาแและช่วยฟื้นฟูในเวลาเดียวกัน
ในวัฏะก่อน ลี้เฟยใช้เจตจำนงธรรมชาติประสานกับพลังแห่งจักระกิเลนเป็ตัวสร้างยาสมานแผลและยาฟื้นฟูกำลัง และใช้จักระัและจักระเซียนวานร เป็ปราณพลังในการทำลาย สร้างเป็ตัวยาและสร้างเป็บทเพลงนี้ขึ้นมา
พลังที่เกิดขึ้นไม่ถึงหนึ่งในร้อยของพลังจากปรมัตถ์แต่เดิมในวัฏะเก่าก่อน แต่สามารถทำให้เกิดความหายนะแก่สัตว์อสุราได้มหาศาล ไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใดที่ในวัฏะเดิม เพียงสามปราณดาบ สามารถทำลายล้างได้ทั้งเมือง
ผู้คนเริ่มมีสติและเริ่มมองหาที่มาของเสียง และมองไปยังนกฮูกปิศาจที่ร่วงหล่นมาบนเรือเหาะไม่หยุดนับร้อยตัว และในที่สุดก็มีคนชี้ไปที่บนเรือชั้นสามที่ลู่ซือยืนเป่าขลุ่ยอยู่
เ้าสำนักและผู้าุโกำลังจะเดินขึ้นไปที่ชั้นสามของเรือเหาะ
ทันใดนั้นเอง นกฮูกปิศาจตัวใหญ่ก็บินมาใกล้เรือ ตัวมันใหญ่กว่าตัวอื่นถึงสามสี่เท่า ตัวมันใหญ่มาพร้อมใบหน้าและรูปลักษณ์ที่น่ากลัวทีเดียว มันบินลงมาเกาะบนหัวเรือ
"ตึง... ตึง..." เสียงกระแทกบนพื้นเรือหัวเสียงดัง พร้อมหน้าตาที่ดุดัน รังสีแห่งการฆ่าฟันรุนแรง ผู้คนเมื่อเห็นต่างหวาดกลัวไม่รู้จะทำอย่างไร
"พญานกฮูกปิศาจ" เ้าสำนักเอ่ยทันที แม้ตัวตนที่แท้จริงจะยังไม่เคยเห็นมาก่อน แต่เพียงเห็นครั้งแรก ก็รู้ได้ทันที เพราะมันคือหนึ่งสัตว์ปีกอสุราที่ชอบทำลายล้างมาหลายหมื่นปี
"ไม่คิดเลย ว่าเ้าจะมาปรากฏตัวในยามนี้ และทำลายศิษย์ข้าจำนวนมาก" เ้าสำนักกล่าวออกไปด้วยความโกรธ แต่ความกลัวที่แฝงอยู่ด้านในก็พยายามเก็บไว้ ไม่ให้ผู้อื่นมองออก
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้ามนุษย์ตัวจ้อย เ้ากล้าทำลายเผ่าพันธุ์ข้าหรือนี่ ไม่คิดเลยว่าจะมีใครหาญกล้า หยามิ่ข้าเช่นนี้ พวกเราต่างคนต่างอยู่ ใยพวกเ้ามาทำร้ายพวกข้าเช่นนี้" พญานกฮูกปิศาจกล่าวออกมาด้วยความโกรธและทะนงตน
"มันเป็ผู้ใดที่ใช้วิชา บทเพลงพิรุณแห่งพิโรธ" พญานกฮูกปิศาจะโถามออกไป
"บทเพลงพิรุณแห่งพิโรธอันใดกัน เ้าพูดจาเพ้อเจ้อไปแล้ว เ้าจะเอาอย่างไร ศิษย์ข้าสูญเสียไปก็มาก" เ้าสำนักะโถามด้วยความโมโห
"เ้าโง่ เสียแรงที่เ้าเป็ผู้นำเสียเปล่า อยู่มานานแต่ไม่ได้รู้อันใดเลยหรือ"
"ความจริง เ้าไม่รู้ก็ไม่น่าแปลก บทเพลงพิรุณแห่งพิโรธนี้ ข้าเคยได้ยินมาครั้งข้ายังเยาว์ ข้าย่อมจำได้ถึงเื่ราวในยามนั้น" พญานกฮูกปิศาจกล่าวออกมา
เมื่อเกือบหลายหมื่นปีมาแล้ว หรืออาจเรียกได้ร่วมแสนปีก็มิผิดไป เมืองนกฮูกปิศาจ ที่อยู่ในดินแดนปิศาจฮุ่นโหว ในยามนั้น มันยังเป็อยู่ในวัยเด็ก อายุมันยังไม่ถึงสิบปีในยามนั้น พวกมันถูกฆ่าล้างเมืองในสามปราณดาบ ผ่านบทเพลงพิรุณแห่งพิโรธนี้ ทำไมมันจะจำไม่ได้เล่า
ในยามนั้น มีตัวมันเอง นกฮูกปิศาจาุโ และเหล่านกฮูกที่ถูกไว้ชีวิต แต่มันเป็เพียงหนึ่งในสามของพวกมันที่ได้รับโอกาสให้มีชีวิตอยู่ต่อ เพื่อสืบเผ่าพันธุ์ ภายใต้พันธะสัญญาที่ไม่แม้กระทั่งทำสัญญาแห่งจิต เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น ก็ทำให้ตัวมันหวาดหวั่นขึ้นมาอีกครั้ง
"เป็ไปไม่ได้ที่จะเป็คนคนนั้น" มันก็มั่นใจว่า ไม่ใช่ตัวตนเดียวกับในอดีตเป็แน่ เพราะมันผ่านมาแปดหมื่นเก้าหมื่นปีแล้ว อาจเป็ผู้สืบทอดหรือลูกหลานมากกว่า
"ที่สำคัญ ตัวตนคนผู้นั้นในยามนั้น ข้าได้ยินว่า ไม่มีชีวิตอยู่ ไม่มีตัวตนอีกแล้ว" พญานกฮูกกล่าวพึมพำ
"ตกลงว่าใครเป็คนทำร้ายพวกข้า และใครกันแน่ที่บรรเลงบทเพลงพิรุณแห่งพิโรธกัน" พญานกฮูกปิศาจะโถามออกมาอีกครั้งด้วยไม่แน่ใจ
"ข้าบอกไปแล้ว เ้าไม่เชื่อก็ตามใจเ้า แต่หนี้ครั้งนี้ข้าจะปลิดชีวิตเ้า" เ้าสำนักพูดจบก็ทะยานร่างพร้อมกระบี่คู่ใจออกไป
กระบี่ที่อยู่ในมือเ้าสำนักมุ่งตรงฉับไว รวดเร็ว ท่าร่างแข็งแกร่ง ศิษย์รอบ ๆ ดูด้วยความอัศจรรย์ เพราะโดยปกติ เ้าสำนักไม่เคยออกกระบี่ที่รุนแรงเพียงนี้มาก่อน พญานกฮูกกระพือปีกกระแทกกระบี่ พร้อมเอื้อมกรงเล็บไปตวัดที่ข้อมือเ้าสำนักหลายครั้ง ทว่าไม่โดนจุดสำคัญ ด้วยท่วงท่าที่รวดเร็ว
การต่อสู้เป็ไปร่วมก้านธูป เ้าสำนักเริ่มตกเป็รอง พลกำลังที่แตกต่างกันระหว่างคนและสัตว์อสุราเริ่มเห็นชัดขึ้น
"ข้าดูเ้าออกกระบี่แล้ว แม้กระบี่เ้าจะดี แต่ก็มีข้อบกพร่องมากเสียจริง"
"เ้าให้คนอื่นที่เหมาะกว่าเ้าออกมาเสียดีกว่า ข้าให้โอกาสเ้าอีกครั้ง" พญานกฮูกปิศาจพูดเชิงเยาะเย้ยออกไป
"ไม่จำเป็ ข้านี่แหละ" เ้าสำนักคำรามเสียงดังออกไป ด้วยโมโหที่โดนหยามเกียรติ ที่สำคัญ แม้จะรุกอยู่นาน แต่ก็ไม่ได้เปรียบอะไรเลย มีแต่โดนตีกลับทุกครั้งไป "ถ้าเป็เช่นนี้ ข้ามีสิทธิ์พลาดเป็แน่แท้ ข้าอาจเสียหน้า และเสียชีวิต" เ้าสำนักนึกอยู่ในใจ
"พรึบ" ทันใดนั้น กระบี่ที่โจมตีกลับกระเด็นหลุดมือออกไป ในขณะที่อีกด้านโดนกรงเล็บใหญ่ลากยาวั้แ่หัวไหล่ลงมาถึงข้อมูล ในเวลานี้ ข้อมือขวาโดนกรงเล็บสะบัดอย่างแรงจนกระบี่หลุด ด้านขวาโดนกรงเล็บใหญ่ลากผ่าน เืกระเซ็นออกมา ท่ามกลางความใของผู้คน
เ้าสำนักกระเด็นล้มลงไปอีกทาง กระบี่กระเด็นไปอีกทาง จากนั้นจึงกระอักเืออกมา ผู้าุโคนอื่นต่างวิ่งเข้าไปประคอง
"พอได้แล้ว" เสียงใครคนหนึ่งดังออกมา
"ใครบังอาจมาสั่งข้า" พญานกฮูกคำรามซ้ำ รังสีอำมหิตปรากฏอีกครั้ง ฆ่าได้ ตายได้ แต่หยามไม่ได้ เป็ศักดิ์ศรีของหลายชนเผ่ามาช้านาน
ไม่ช้าชายหนุ่มวันสิบปีเดินออกมา แม้จะอายุในยามนี้สิบปี หากแต่รูปร่างดูสูงใหญ่สมส่วน ถ้าไม่บอกย่อมไม่รู้ว่านี่คือเด็กวัยสิบปี
ทันทีที่เห็นว่าใครพูด และกำลังเดินออกมา พญานกฮูกก็หัวเราะส่ายหัว
"เ้าหนูน้อย เ้าไม่รู้จักว่าอะไรควร อะไรไม่ควรไปแล้ว เ้ายังดูเด็กอยู่เลย อยากตายแล้วหรือ" พญานกฮูกพูดพลางหัวเราะและดูถูก
ในทางอีกด้าน เ้าสำนักและผู้คนในเรือเหาะ ต่างใที่ศิษย์เอกในสำนักเดินออกไป พร้อมสั่งให้พญานกฮูกหยุด หนิงเซียนตกตะลึงอีกครั้ง พยายามจะเอื้อมมือไปดึงแขนเสื้อลู่ซือ แต่ช้าไป คว้าไม่ทัน
ส่วนจงฮวาเองก็เช่นกัน นางยืนอยู่ชั้นสองของกาบเรือ นางเองใเช่นกัน พร้อมกัดปาก "เ้าทำบ้าอะไรของเ้า เดี๋ยวก็โดนมันซัดเอาหรอก" นางได้แต่พึมพำแต่ไม่รู้จะทำยังไง
เด็กหนุ่มในชุดสีฟ้าใสเดินลงมาจากชั้นสาม ในมือมีขลุ่ยอยู่หนึ่งเลาที่ถือมาด้วย ด้านหลังมีหนิงเซียนที่พยุงตัวเองตามลงมาใกล้ ๆ กัน
เด็กหนุ่มเดินเข้ามาด้านหน้าในระยะไม่ไกลนักจากพญานกฮูกปิศาจ
"ข้าเองที่บอกให้เ้าหยุดและพอได้แล้ว" ลู่ซือกล่าวเนิบ ๆ
แต่เสียงที่พูดออกมา เหมือนมีพลังสะกดให้ผู้ฟังต้องรับฟัง เหมือนรับคำสั่งจากจักรพรรดิ ใครจะกล้าปฏิเสธ ฉันใดฉันนั้น พญานกฮูกปิศาจ ก็ได้รับความรู้สึกเช่นนั้น
"เ้าเป็ใคร" ในที่สุดพญานกฮูกก็ถามออกมา ด้วยแปลกใจที่เด็กหนุ่มน้อยคนนี้ กล้าที่จะสั่ง โดยมิได้มีความเกรงกลัวตัวมันแต่อย่างใด อีกซ้ำยังทำให้ตัวมันเหมือนโดนบีบให้ต้องทำตามที่สั่ง
"ข้าเป็ใคร เ้าไม่ต้องสนใจ หากแต่ในยามนี้ ข้ามากับสำนักที่ข้าอยู่ และเ้าทำร้ายเ้าสำนักข้า เ้าจะทำอย่างไร" ลู่ซือถามกลับไป
"เ้าสิต้องตอบข้า ข้ามาถึง พวกข้าก็โดนเ้าทำร้ายเจ็บตายมากมาย" พญานกฮูกปิศาจเถียงกลับออกไป
"ใครเป็คนบรรเลงบทเพลงพิรุณแห่งพิโรธ ... เ้าหรือ เ้าที่ทำร้ายพวกข้า"
"เ้าหรือ" พญานกฮูกปิศาจยังพยายามจะถามกลับไปอีก
ลู่ซือยืนนิ่งและเดินเข้าไปกลางลำเรือเหาะ ห่างจากพญานกฮูกปิศาจเพียงไม่ถึงสิบเก้า
"ค่ำคืนแห่งพิรุณ หยาดฝนโปรยปราย สามปราณแห่งดาบ ทำลายสิ้นทั้งปฐี" ลู่ซือเอ่ยขึ้นมา
เมื่อได้ยินคำกล่าว พญานกฮูกปิศาจตะลึง ตาโต ขนทั่วสรรพางค์กายตั้งชันขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
"เ้า ... เ้าเป็ใครกันแน่" พญานกฮูกปิศาจถามเสียงสั่นเครือ
"จิติญญาไม่ได้ผูกสัญญา แต่กล้าโอหังทำร้ายผู้คนอีกหรือ" ลู่ซือจ้องมองไปที่ดวงตาของพญานกฮูกปิศาจ
"เ้า เ้าเป็อะไรกับปรมาจารย์ลี้เฟยกันแน่" พญานกฮูกปิศาจถามกลับไปด้วยอาการลนลานและหวาดกลัว
ลู่ซือหยิบขลุ่ยขึ้นมาอีกครั้ง บทเพลงพิรุณแห่งพิโรธ ดังอีกครั้ง ในคราวนี้ ทุกคนบนเรือต่างนิ่งสงบ
"พลังปราณแบบนี้ ไม่มีใครทำได้เหมือนอีกแล้ว .... เ้า .... ไม่ใช่ ... ท่านเองหรือ แต่ท่านหายสาบสูญไปนานนับหมื่นปีแล้วมิใช่หรือ" พญานกฮูกปิศาจเริ่มแน่ใจว่าอาจจะเป็ตัวตนในอดีตที่ไว้ชีวิตตัวมันของท่านผู้นั้น
"ฮ่วนเต๋อ เฮอต๋วน ... เ้าลูกนกสามขา" ลู่ซือกล่าวออกมาเบา ๆ
พญานกฮูกปิศาจในครานี้ ตาโต ตกตะลึง เพราะเพียงชื่อนี้ ประโยคนี้เอง ทำให้มันมั่นใจในทันทีว่าใคร เพราะไม่มีใครที่เคยเรียกมันแบบนี้ นอกจากบุคคลคนนั้น
"ปรมาจารย์ลี้เฟย ฮ่วนเต๋อคารวะท่านปรมาจารย์" ในครานี้ พญานกฮูกปิศาจหรือฮ่วนเต๋อ ตระหนักแน่ในอกว่าไม่มีใครอื่นแล้ว เพราะในยามนั้น มีเพียงปรมาจารย์และตัวมันเท่านั้นที่อยู่ในเหตุการณ์ และชื่อนี้ ปรมาจารย์เป็คนเรียกมันแบบนี้อยู่หลายครา
ในครานั้น ด้วยผู้นำเมืองนกฮูกปิศาจ ชอบเข่นฆ่าทำร้ายผู้คนในต่างเมือง ต่างดินแดน ทำให้มีผู้เดือดร้อนมากมาย ครอบครัวฮ่วนเต๋อ ซึ่งเป็หนึ่งในตระกูลผู้าุโพยายามห้ามปราม แต่ไม่มีใครฟังคำทัดทาน และในที่สุดก็ถูก ผู้นำเมืองนกฮูกในครานั้น จับทั้งตระกูลมาแขวนและทรมานทั้งเป็
โชคดีที่ลี้เฟยและเฟยิ บุกเข้าไปปราบและช่วยชีวิตตระกูลมันไว้ และช่วยรักษาอาการให้อีกด้วย ถือเป็พระคุณที่ตระกูลมันจดจำมาตลอด
"ท่านผู้าุโ ข้าจดจำพระคุณของท่านมาตลอด มิเคยลืมเลือน" พญานกฮูกปิศาจกล่าวด้วยความอ่อนน้อมและถ่อมตน
"แล้วใยพวกเ้าจึงมาทำร้ายผู้คนบนเรือแห่งนี้" ลู่ซือถามกลับไป
"ถ้าข้าคาดเดาไม่ผิด พวกนี้แม้จะเป็พวกนกฮูกปิศาจ หากแต่เป็อีกกลุ่มที่แยกตัวออกไปกับอดีตาุโบางตน"
"พวกมันชอบดักปล้นสดมภ์ คร่าชีวิตผู้คน ด้วยหวังทรัพย์สิน และหญิงสาว พวกข้าเองก็พยายามจัดการ แต่พวกมันซ่องสุมกำลังไว้มากมายทีเดียว"
"ข้าเองก็ไม่เคยคิดว่ามันจะมาดักที่เส้นทางนี้"
"อีกประการในตอนนี้ตระกูลข้า ปกครองเมืองนกฮูกปิศาจ และก็จะเข้าไปทีีดินแดนหยวนอามาร ข้าผ่านทางมาตนเดียว ข้าไม่รู้มาก่อนว่าพวกมันดักทำร้ายพวกท่าน"
การเจรจาของทั้งสองเกิดขึ้นผ่านทางโสตประสาท ไม่มีผู้ใดรับรู้ว่ามีการเจรจาอันใดเกิดขึ้น สิ่งที่ผู้คนพบเห็นในตอนนี้ คือ การยืนประจันหน้ากันของหนึ่งเด็ก หนึ่งนกฮูกปิศาจ
"ตึง ..." เสียงดังมาจากอีกด้านของหัวเรือ ในคราวนี้ นกฮูกปิศาจ ตัวใหญ่กว่าปรากฏตัวขึ้นมาอีกแล้วอีกสองตัว