ณ ชายขอบแดนอสูร ที่ซึ่งไอเวทมนตร์ดำคุกรุ่นและกลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายคืบคลาน โรงเตี๊ยมสนธยาตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางเส้นทางที่ทอดสู่เมืองมารอันเป็ที่ร่ำลือ ตัวโรงเตี๊ยมสร้างจากไม้เนื้อแข็งสีเข้ม ประดับด้วยโคมไฟกระดาษสีแดงที่ส่องแสงเรืองรองขับไล่ความมืดมิดยามราตรี
แสงโคมไฟเ่าั้ไม่เพียงแต่ส่องสว่างเท่านั้น แต่ยังเป็เครื่องหมายบอกทางสำหรับนักเดินทางที่หลงทางในความมืดมิด ไม่ว่าจะเป็จอมยุทธ์ผู้เสาะหาชื่อเสียง พ่อค้าผู้กล้าหาญที่้าผ่านแดนอันตราย หรือแม้แต่ผู้ร้ายที่หลบหนีการไล่ล่า ทุกคนต่างรู้ดีว่าโรงเตี๊ยมสนธยาคือที่พักพิงเพียงแห่งเดียวในรัศมีหลายร้อยลี้ที่สามารถให้ความปลอดภัยได้
บรรยากาศภายในคึกคักไปด้วยเสียงจอแจของผู้คนหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็จอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะที่มุ่งหน้ามาเพื่อปราบปรามเหล่ามารร้าย ทั้งที่มาเดี่ยวและมาเป็กลุ่ม หรือแม้แต่จอมยุทธ์ฝ่ายอธรรมที่แวะพักระหว่างทาง โรงเตี๊ยมแห่งนี้จึงเป็ดั่งจุดนัดพบของสองขั้วอำนาจที่ต่างก็ระแวดระวังซึ่งกันและกัน
ในมุมหนึ่งของโรงเตี๊ยม กลุ่มจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะสวมเสื้อคลุมสีขาวบริสุทธิ์กำลังหารือเื่แผนการปราบปรามเหล่ามารร้าย สายตาของพวกเขาเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นและความเชื่อมั่นในความยุติธรรม ขณะที่อีกมุมหนึ่ง กลุ่มจอมยุทธ์ฝ่ายอธรรมในชุดดำสนิทกำลังนั่งดื่มสุราอย่างเงียบๆ แววตาเฉียบคมเหมือนใบมีดที่พร้อมจะฟันใครก็ได้ที่กล้ามองหน้าพวกเขานานเกินไป
เสียงกระบี่กระทบกันเบาๆ จากมุมหนึ่ง สลับกับเสียงหัวเราะครื้นเครงจากอีกมุมหนึ่ง บ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของสถานที่แห่งนี้ ทุกค่ำคืน โรงเตี๊ยมสนธยาเป็เสมือนเวทีที่ซ่อนเร้น ซึ่งการปะทะทั้งทางกายและทางใจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ทว่าท่ามกลางความวุ่นวายนั้น กลับมีระเบียบที่มองไม่เห็นคอยควบคุมอยู่
ผนังไม้ของโรงเตี๊ยมเต็มไปด้วยรอยแผลเป็จากการต่อสู้ในอดีต บางรอยเป็รอยกรงเล็บของมารร้าย บางรอยเป็รอยฟันดาบของจอมยุทธ์ผู้เก่งกาจ แต่ละรอยแผลเป็ล้วนเล่าเื่ราวของการต่อสู้ที่เกิดขึ้นในสถานที่แห่งนี้ ทำให้บรรยากาศดูน่าขนลุกแต่ก็น่าตื่นเต้นไปในเวลาเดียวกัน
กลิ่นหอมของอาหารจีนแท้ๆ ผสมปนเปกับกลิ่นสมุนไพรลึกลับและกลิ่นธูปที่จุดไว้ตามมุมต่างๆ ของโรงเตี๊ยม สร้างบรรยากาศที่แปลกประหลาดแต่ดึงดูดใจ แขกที่เข้ามาพักครั้งแรกมักจะรู้สึกไม่สบายใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาก็จะติดใจกับความแปลกประหลาดนี้จนไม่อยากจากไป
เ้าของโรงเตี๊ยมผู้ลึกลับ ซึ่งไม่มีผู้ใดกล้าล่วงเกินด้วยรูปลักษณ์ที่ดูธรรมดาแต่แฝงไว้ด้วยพลังที่ยากหยั่งถึง เขามักจะนั่งจิบชาอยู่มุมหนึ่งของโรงเตี๊ยม สายตาคมกริบกวาดมองทุกความเคลื่อนไหวราวกับหยั่งรู้ทุกสิ่ง
เ้าของโรงเตี๊ยมคนนี้มีรูปร่างไม่สูงไม่เตี้ย ผมหงอกขาวโพลน ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยย่นที่บ่งบอกถึงประสบการณ์มากมาย แต่ดวงตาของเขากลับใสวาวเหมือนคนหนุ่ม ราวกับว่าเขาได้เห็นสิ่งต่างๆ มากมายจนเกินกว่าที่คนธรรมดาจะเข้าใจได้ เสื้อผ้าของเขาเรียบง่าย ไม่มีเครื่องประดับใดๆ แต่ทุกคนที่เห็นเขาต่างรู้สึกได้ถึงออร่าอันทรงพลังที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา
มีข่าวลือว่าเ้าของโรงเตี๊ยมคนนี้เคยเป็จอมยุทธ์ระดับตำนานที่หายตัวไปเมื่อหลายสิบปีก่อน บางคนว่าเขาเป็มารร้ายที่กลับใจมาทำความดี บางคนว่าเขาเป็เซียนที่ลงมาจาก์ แต่ไม่มีใครกล้าถามตรงๆ เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าคำถามบางอย่างไม่ควรถูกถาม
เช่นเดียวกับเถ้าแก่ เสี่ยวเอ้อ และลูกจ้างแต่ละคน ต่างก็มีวิทยายุทธ์หรือความสามารถพิเศษติดตัวเพื่อเอาตัวรอดในสถานที่อันตรายแห่งนี้ บางคนมีฝีมือดาบที่ว่องไวราวสายฟ้า บางคนมีทักษะการปรุงยาพิษที่ร้ายกาจจนแม้แต่จอมยุทธ์ผู้เก่งกาจยังต้องหวาดหวั่น หรือบางคนก็มีสายตาที่สามารถอ่านความคิดของผู้คนได้ราวกับเปิดตำรา พวกเขาเหล่านี้คือฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้โรงเตี๊ยมสนธยาแห่งนี้ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ แม้จะตั้งอยู่ใกล้กับเมืองมารก็ตาม
เถ้าแก่คนหนึ่งที่มีรูปร่างผอมแห้ง ใบหน้าเหี่ยวย่น แต่มีฝีมือการปรุงอาหารที่เหนือธรรมชาติ เขาสามารถปรุงอาหารที่มีคุณสมบัติพิเศษได้ เช่น ซุปที่ช่วยฟื้นฟูพลังปราณ หรือผัดที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งชั่วคราว แขกที่ได้ลิ้มรสอาหารของเขาต่างติดใจจนต้องกลับมาอีก
เสี่ยวเอ้อหญิงคนหนึ่งที่ดูอ่อนโยนน่ารัก แต่แท้จริงแล้วเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านยาพิษ เธอสามารถผสมยาพิษที่ไม่มีกลิ่นไม่มีรสลงในอาหารหรือเครื่องดื่มได้อย่างไม่มีใครสังเกตเห็น ยาพิษของเธอมีั้แ่ยาที่ทำให้หลับใหลไปจนถึงยาที่ทำให้เสียชีวิตอย่างเงียบๆ
ลูกจ้างอีกคนหนึ่งที่ดูเหมือนเด็กหนุ่มธรรมดาๆ แต่มีความสามารถในการอ่านใจคน เขาสามารถรู้ได้ว่าแขกคนไหนกำลังคิดอะไร มีเจตนาร้ายหรือไม่ ทำให้โรงเตี๊ยมสามารถป้องกันอันตรายได้ล่วงหน้า
ในค่ำคืนหนึ่ง ขณะที่จอมยุทธ์ฝ่ายมารกลุ่มหนึ่งกำลังส่งเสียงเอะอะโวยวายและพยายามจะก่อเื่ในโรงเตี๊ยม เถ้าแก่ผู้มีรูปร่างอ้วนท้วมแต่แววตาเฉียบคมก็เดินเข้าไปหาอย่างใจเย็น เพียงแค่กระแทกถาดไม้ลงบนโต๊ะเบาๆ เสียงอึกทึกก็พลันเงียบสงัดลง
จอมยุทธ์มารเ่าั้รู้สึกได้รับถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็นบีบรัดเข้ามาจนแทบหายใจไม่ออก ก่อนที่พวกเขาจะทันได้ขยับตัว เสี่ยวเอ้ออีกคนหนึ่งก็ปรากฏกายขึ้นด้านหลังอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเป็มิตร แต่ในมือกลับถือผ้าเช็ดโต๊ะที่ซ่อนเข็มเงินอาบยาพิษไว้
จอมยุทธ์มารเ่าั้ต่างรู้ดีว่าหากยังคงดื้อดึงต่อไป คงไม่มีใครได้ออกจากโรงเตี๊ยมแห่งนี้ไปอย่างสมประกอบ พวกเขาจึงจำต้องสงบเสงี่ยมลงอย่างรวดเร็ว นี่คือลูกเล่นและวิทยายุทธ์ที่ซ่อนเร้นของคนในโรงเตี๊ยมสนธยา ที่ทำให้ไม่มีใครกล้าล่วงเกิน
หลังจากเหตุการณ์นั้นผ่านไป บรรยากาศในโรงเตี๊ยมก็กลับมาเป็ปกติ แขกที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันกระซิบกระซาบถึงฝีมือของลูกจ้างในโรงเตี๊ยม บางคนที่เพิ่งมาใหม่ต่างใกับความรวดเร็วและความเงียบเชียบของการจัดการ ขณะที่แขกเก่าที่เคยเห็นมาแล้วกลับยิ้มเศร้าๆ เพราะรู้ดีว่านี่เป็เพียงการแสดงเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น
อาหลาง เสี่ยวเอ้อหนุ่มประจำโรงเตี๊ยมสนธยา วัยยี่สิบห้าปี กำลังยืนต้อนรับแขกอยู่หน้าประตูโรงเตี๊ยม ใบหน้าของเขาดูซื่อสัตย์ ยิ้มแย้มตลอดเวลา ราวกับไม่มีพิษมีภัยใดๆ ร่างกายสมส่วนไม่บึกบึนจนผิดสังเกต แต่ภายใต้ชุดเสี่ยวเอ้อที่ดูเรียบง่ายนั้น ซ่อนเร้นกล้ามเนื้อที่อัดแน่นไปด้วยพลังที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
เขามีวิทยายุทธ์พอตัวที่สามารถเอาตัวรอดจากการปะทะเล็กๆ น้อยๆ ที่มักเกิดขึ้นในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ได้เสมอ ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างจากเสี่ยวเอ้อคนอื่นๆ คือคลังของวิเศษที่เขาเก็บงำไว้
อาหลางเกิดมาในครอบครัวเกษตรกรธรรมดาๆ ในหมู่บ้านเล็กๆ ห่างไกลจากแดนอสูร เขาไม่มีพื้นเพมาจากตระกูลจอมยุทธ์ใดๆ หรือมีอาจารย์ผู้เก่งกาจสอนวิทยายุทธ์ให้ สิ่งที่เขามีคือความอยากรู้อยากเห็นและความกล้าหาญที่ผิดปกติ ั้แ่เด็กเขาก็ชอบสำรวจป่าลึกและถ้ำลับที่ผู้ใหญ่ห้ามไม่ให้เข้าไป
วันหนึ่งเมื่อเขาอายุได้สิบแปดปี หมู่บ้านของเขาถูกโจรูเาปล้นสะดม ครอบครัวของเขาถูกฆ่าตายหมด เขาเองก็หนีตายมาได้อย่างหวุดหวิด ั้แ่นั้นมาเขาก็เริ่มเดินทางไปทั่วแผ่นดิน หาทางแก้แค้นและเสาะหาพลังที่จะทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น
ระหว่างการเดินทาง เขาได้พบกับของวิเศษชิ้นแรกในถ้ำร้างแห่งหนึ่ง มันคือ "แหวนเงาดำ" ที่สามารถซ่อนร่างกายของผู้สวมใส่ได้ชั่วขณะ ตอนแรกเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมแหวนธรรมดาๆ วงหนึ่งถึงทำให้เขาหายตัวได้ แต่เมื่อเขาลองใช้หลายครั้ง เขาก็เริ่มเข้าใจว่าโลกนี้มีสิ่งลึกลับมากมายที่เขายังไม่รู้
หลังจากนั้นเขาก็เริ่มสะสมของวิเศษต่างๆ ที่เขาพบระหว่างการเดินทาง บางชิ้นเขาพบในซากปรักหักพัง บางชิ้นเขาได้มาจากการแลกเปลี่ยน บางชิ้นเขาขโมยมาจากคนร้าย แต่ละชิ้นต่างมีความสามารถพิเศษที่แตกต่างกัน ทำให้เขาเริ่มเข้าใจว่าของวิเศษเหล่านี้ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็กุญแจสู่อำนาจที่เขาปรารถนา
เมื่อไม่นานมานี้ ด้วยความบังเอิญที่ยากจะอธิบาย อาหลางได้ค้นพบ "ศิลาเนตรมาร" วัตถุวิเศษสีดำสนิทที่ดูเหมือนก้อนหินธรรมดาๆ ก้อนหนึ่งในซากปรักหักพังใกล้เมืองมาร ในตอนแรกเขาก็ไม่ได้ใส่ใจนัก แต่เมื่อเขาลองัั มันกลับสั่นไหวและส่งกระแสพลังงานบางอย่างเข้าสู่จิตใจของเขา
ศิลาเนตรมารนี้มีความสามารถในการอ่านค่าราคะและความลับที่ซ่อนเร้นอยู่ในจิตใจของผู้คน แต่ศิลาเนตรมารเป็เพียงหนึ่งในหลายชิ้นที่เขา
วันที่เขาค้นพบศิลาเนตรมารนั้น เขากำลังสำรวจซากวิหารโบราณที่ถูกทิ้งร้างมานานนับร้อยปี บรรยากาศรอบๆ วิหารเต็มไปด้วยพลังงานมืดที่น่าขนลุก แต่อาหลางไม่กลัว เขาเดินเข้าไปในวิหารอย่างระมัดระวัง ผ่านเสาหินที่พังทลายและรูปปั้นที่เสียหายจนแทบจำไม่ได้ว่าเป็รูปอะไร
ในห้องลึกสุดของวิหาร เขาพบแท่นบูชาหินสีดำที่มีศิลาเนตรมารวางอยู่ตรงกลาง รอบๆ แท่นบูชามีโครงกระดูกของคนหลายคนที่ดูเหมือนจะตายมานานแล้ว อาหลางรู้ดีว่านี่คือสถานที่อันตราย แต่ความอยากรู้อยากเห็นของเขาเอาชนะความกลัว
เมื่อเขาหยิบศิลาเนตรมารขึ้นมา ทันใดนั้นภาพต่างๆ ก็วูบวาบผ่านจิตใจของเขา ภาพของคนที่เคยมาที่นี่ ความปรารถนาลึกๆ ของพวกเขา ความลับที่พวกเขาซ่อนไว้ ทุกอย่างปรากฏขึ้นในจิตของเขาอย่างชัดเจน เขารู้ทันทีว่าสิ่งที่เขาถือในมือนี้คือสมบัติล้ำค่าที่จะเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล
ในห้องพักเล็กๆ ของเขาที่อยู่ด้านหลังโรงเตี๊ยม มีหีบไม้เก่าๆ ซ่อนอยู่ ภายในนั้นบรรจุของวิเศษอีกหลายชิ้นที่เขาได้มาด้วยความบังเอิญและจากการรวบรวม ไม่ว่าจะเป็ "เชือกไหมปีศาจ" ที่ยิ่งดิ้นยิ่งรัดแน่นและดูดซับพลังปราณ "ธูปนิทรานิรันดร์" ที่สามารถทำให้คนหลับสนิทลึกจนยากจะปลุกให้ตื่น หรือแม้แต่ "ผงลืมิญญา" ที่สามารถลบความทรงจำระยะสั้นหลังถึงจุดสุดยอดได้
นอกจากสิ่งเหล่านี้แล้ว ยังมี "น้ำหอมเสน่ห์มาร" ที่สามารถทำให้ผู้ที่ได้กลิ่นรู้สึกหลงใหลและเชื่อฟังคำสั่งได้ชั่วขณะ "กระจกแห่งความจริง" ที่สามารถแสดงภาพความทรงจำที่ผู้คนพยายามซ่อนไว้ และ "ลูกปัดแห่งการควบคุม" ที่สามารถทำให้ผู้ััรู้สึกเชื่อใจและพึ่งพาผู้ใช้ได้
ของวิเศษเหล่านี้ไม่ใช่แค่เครื่องมือสำหรับความใคร่ แต่เป็หมากสำคัญในเกมที่เขากำลังจะเล่น เป็เครื่องมือที่ช่วยให้เขาสามารถเข้าใกล้แขกที่มาพัก สร้างความสัมพันธ์และแรงสนับสนุนให้เขาได้ในระยะยาว เพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าแค่การเป็เสี่ยวเอ้อธรรมดาๆ
อาหลางมีแผนการที่ยิ่งใหญ่ เขา้าสร้างเครือข่ายของคนที่จงรักภักดีต่อเขา ไม่ว่าจะเป็จอมยุทธ์ผู้เก่งกาจ พ่อค้าผู้มั่งคั่ง หรือแม้แต่เ้าหน้าที่ของรัฐ เขาจะใช้ของวิเศษเหล่านี้เป็เครื่องมือในการสร้างความสัมพันธ์และควบคุมจิตใจของพวกเขา
ขณะที่อาหลางกำลังจัดโต๊ะเช็ดถ้วยชาม เขาก็แอบใช้ศิลาเนตรมารส่องดูจอมยุทธ์หลายคนที่กำลังนั่งดื่มกินอยู่ในโรงเตี๊ยม ค่าราคะและความลับเล็กๆ น้อยๆ ของแต่ละคนปรากฏขึ้นในจิตของเขา ทำให้เขารู้ว่าใครควรเข้าหา ใครควรระวัง และใครคือหมากตัวต่อไปที่เขาจะใช้ประโยชน์ได้ เขายิ้มมุมปากอย่างเ้าเล่ห์ แผนการอันแยบยลกำลังก่อตัวขึ้นในใจ
จอมยุทธ์หนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่มุมโต๊ะ ดูภายนอกเป็คนเคร่งศีลธรรม แต่ศิลาเนตรมารเผยให้เห็นว่าเขาแอบปรารถนาอำนาจและความมั่งคั่ง จอมยุทธ์หญิงอีกคนหนึ่งที่ดูเข้มงวดเคร่งครัด แต่แท้จริงแล้วกำลังหาคู่ครองที่เหมาะสม พ่อค้าผู้มั่งคั่งที่นั่งดื่มสุราอย่างเมามาย แต่ในใจกำลังกังวลเื่ลูกชายที่ป่วยหนัก
ข้อมูลเหล่านี้ล้วนเป็สมบัติล้ำค่าสำหรับอาหลาง เขาจะใช้ความรู้นี้ในการเข้าหาและสร้างความสัมพันธ์กับแขกเหล่านี้ เขาจะแสดงความเข้าใจและเห็นใจในสิ่งที่พวกเขา้า จนกระทั่งพวกเขาเชื่อใจและพึ่งพาเขา แล้วเขาจะค่อยๆ ใช้ของวิเศษอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์นี้ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
พลัน ศิลาเนตรมารในอกเสื้อของอาหลางก็พลันสั่นไหวอย่างรุนแรงกว่าทุกครั้ง แสงสีแดงฉานวูบวาบขึ้นในจิตของเขา พร้อมกับความรู้สึกถึงพลังปราณอันบริสุทธิ์แต่แฝงไว้ด้วยความกดดันมหาศาลที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ อาหลางรู้ดีว่านี่ไม่ใช่จอมยุทธ์ธรรมดาๆ แต่เป็ "เหยื่อ" ระดับสูงที่กำลังจะเดินทางมาถึง และนี่คือจุดเริ่มต้นของเกมที่แท้จริง