บทที่ 3
ชีวิตที่ยากเย็นภายในร่างของนางร้าย
ภาพเลือนลางคู่หนึ่งปรากฏขึ้นภายในหัว ดวงตาพับปิดลงอย่างควบคุมไม่ได้ ซูฉีรู้สึกสงสัยกับภาพที่ปรากฏขึ้นภายในหัวแว๊บนึงก่อนหน้านี้ ‘ อะไรกัน? ’
ก่อนที่นางจะหันมาสนใจท่านยายที่ช่วยเอาไว้
“ ขอบใจเ้ามากนางหนู ” หญิงชราผู้นั้นลุกขึ้นหลังจากตั้งหลักได้ก็เดินต่อไป ซูฉียังคงงุนงงกับสิ่งที่ปรากฏขึ้นก่อนหน้านี้
จะกล่าวว่านางสติเลอะเลือนไปเองอย่างนั้นรึ ‘ อะไรกันก่อนหน้านี้เสียงที่ดังขึ้นแล้วก็ภาพที่ปรากฏขึ้นมาภายในหัว ’
นางยังคงตั้งคำถามอย่างงุนงง แต่ในขณะที่กำลังสงสัยลี่ถังชักชวนคุณหนูเข้าไปด้านใน “ เข้าไปด้านในกันเถอะเ้าค่ะคุณหนู? ”
ลี่ถังเดินนำหน้าเข้าไป ซูฉีเดินตามหลังทันที ประตูไม้เก่าเก่าถูกผลักดันเปิดออก พบเจอสภาพด้านในที่เต็มไปด้วยฝุ่นคละคลุ้ง
“ แค่ก!!! แค่ก!!! ” ทั้งสองสำลักฝุ่นมากมายที่ปกคลุม ใช้ฝ่ามือของตนเองปัดไปมาเพื่อขับไล่ฝุ่นที่พยายามเข้าใกล้ร่างกาย
ดวงตามองไปพบเห็นสภาพบ้านที่เก่าจนแทบจะไม่เหลือเค้าโครงเดิม บ้านนี้แม้จะกล่าวว่าบ้านแต่มันเล็กมากกว่าบ้านทั่วไปที่ควรจะเป็
มันมีขนาดเทียบเท่ากับห้องของนางห้องหนึ่ง แต่ว่าภายในสถานที่แห่งนี้ถูกแบ่งเป็สองห้อง ห้องโถงหลักและห้องนอนเท่านั้น
ภายในสถานที่แห่งนี้มีแต่ของเก่าเก่าที่แต่ละอย่างถูกฝุ่นปกคลุมหนาจนเห็นชัดเจน ลี่ถังผลักร่างของคุณหนูออกไป
“ ออกไปก่อนเ้าค่ะคุณหนู!!! มีแต่ฝุ่นมากมายเดี๋ยวท่านจะป่วยเอาได้ ”
ในความคิดของลี่ถังคุณหนูนางอยู่ภายในบ้านที่สะอาดสะอ้าน พบเจอฝุ่นเช่นนี้อาจจะทำให้ร่างกายของตนนั้นไม่สบายได้
นางผลักร่างของซูฉีออกมาก่อนที่จะพูดขึ้น “ คุณหนูรอข้าข้างนอกก่อนนะเ้าคะข้าจะทำความสะอาดก่อน!!! ”
ซูฉียืนอยู่หน้าประตูมองบ้านหลังเก่าเก่าที่มีขนาดเล็กแล้วคิดในใจ ‘ ตระกูลซูนะ ตระกูลซูนะ!! มีที่ดินมากมายเป็ขุนนางที่ร่ำรวยภายในเมืองหลวงเหตุใดจึงซื้อบ้านชายแดนที่เล็กเพียงนี้ ’
‘ ในตอนแรกก็คิดว่าบ้านที่อยู่ชายแดนแบบนี้จะเป็คฤหาสน์ใหญ่โต แต่ที่ไหนได้… ’
เมื่อมองสภาพบ้านที่อยู่ด้านหน้าก็ได้แต่ถอนหายใจออกมายังหนักใจ ผู้ใดจะคาดคิดว่าบ้านของตระกูลซูที่ซื้ออยู่ที่ชายแดนจะเล็กขนาดนี้
ตระกูลซูใหญ่โตภายในเมืองหลวงมีที่ดินและที่ถังมากมาย แถมยังเป็ตระกูลที่ร่ำรวย ซูมี่นางร้ายในนิยายเื่บุปผาซ่อนเร้นที่ตัวของซูฉีมาอยู่ในตอนนี้เพราะว่าเป็บุตรสาวของตระกูลซูเลยถูกเลี้ยงอย่างตามใจ
กล่าวถึงวีรกรรมของซูมี่มีมากมาย เพราะว่าถูกเลี้ยงอย่างตามใจและอำนาจของตระกูลมีมากมาย เคยสังหารคนไปโดยการสั่งฆ่าหลายสิบคน
แถมยังเคยวางยาพิษนางเอกนิยายเื่นี้อย่างเยว่หลิน และยังมีวีรกรรมที่เลวทรามอีกนับไม่ถ้วนนี่ เป็เหตุผลว่าเหตุใดซูฉีถึงเกลียดตัวละครนี้เข้ากระดูก
แต่ผู้ใดจะคิด โชคชะตาเล่นตลกขนาดนี้ให้มาอยู่ก็มาอยู่ภายในร่างกายของตัวละครที่ตนเองเกลียด
‘ ก่อนหน้านี้ก็เคยอ่านพวกนิยายแนวแฟนตาซีทะลุมิติอยู่หรอก แม้กระทั่งการสลับร่างก็เคยเห็นแต่ว่าจะให้มาอยู่ภายในร่างกายของนางร้ายเนี้ยนะ ’
‘ แถมเป็ตัวละครที่ตนเองเกลียดจนสุดขั้วแบบนี้อีก เฮ้อ~ ซูฉีนะซูฉี ทำไมตัวของเ้าถึงกับไร้โชคขนาดนี้ ’
กำลังกล่าวพึมพำกับตัวเองภายในใจในขณะที่ยืนกอดอกมองบ้านที่ทรุดโทรมด้านหน้า ในขณะที่กำลังยืนกอดอกได้ยินเสียงไอออกมาอย่างต่อเนื่อง “ แค่ก!!! แค่ก!!! ”
ลี่ถังนางเองก็ต้องรับมือกับฝุ่นมากมายภายในนั้น ซูฉีมองเห็นสภาพแบบนั้นรู้สึกเหนื่อยใจเลยถกแขนเสื้อทั้งสองข้างและพุ่งกระโจนเข้าไปด้านใน
ประตูที่ถูกปิดเอาไว้ถูกเปิดออก ลี่ถังเห็นคุณหนูของตนเองก้าวเท้าเข้ามาจึงอุทานขึ้น “ คุณหนูเ้าคะไม่ได้นะเ้าคะ!!! ”
“ เงียบเถอะ!!! ตอนนี้ถ้าพวกเราไม่รีบช่วยกันทำ ดูด้านนอกสิ ด้านนอกจะมืดแล้ว ”
ซูมี่รีบลงไม้ลงมือหยิบผ้าหนึ่งผืนและก็เริ่มทำการปัดกวาดเช็ดถูอย่างรวดเร็ว ลี่ถังงุนงงมองคุณหนูที่กำลังทำความสะอาดด้วยความสับสน
ก่อนหน้านี้คุณหนูของนางแม้จะโดนฝุ่นเพียงแค่เล็กน้อยยังทำการว่ากล่าวพวกบ่าวไพร่เสียจนหนักหนา เหตุใดในตอนนี้จึงทำการปัดกวาดฝุ่นพวกนั้นโดยที่ไม่พูดอันใดเลยสักคำ
ซูฉีปัดกวาดฝุ่นภายในสถานที่แห่งนี้ ตัวของนางอาศัยอยู่คนเดียวมาั้แ่ตอนอายุประมาณสิบปี เพราะแบบนั้นเกี่ยวกับเื่พวกทำความสะอาดพวกนี้ก็ทำเองมาั้แ่ตอนนั้น
ภายในสถานที่แห่งนี้มีขนาดเทียบเท่ากับห้องที่ตัวของนางอาศัยอยู่ ในตอนที่ทำความสะอาดก็ทำเพียงคนเดียวแถมภายในบ้านเก่าๆหลังนี้ มันยังไม่มีพวกเฟอร์นิเจอร์มากมายทำความสะอาดแป๊บเดียวก็เสร็จ
หนึ่งนายหนึ่งบ่าวช่วยกันลงมือทำความสะอาด ผลลัพธ์ออกมาน่าเหลือเชื่อ ใช้เวลาไม่นานนักสามารถทำความสะอาดได้จนสะอาดไม่มีแม้ฝุ่นสักเม็ด
ซูฉีหย่อนก้นนั่งลงที่เก้าอี้เก่าๆ แต่เมื่อก้นของนางตกกระทบกับมัน
ปั้ง!!!
ร่างของนางหงายหลังไปด้านหลังล้มลงไปกระแทกกับพื้นดำ ตู้บ!!!
เก้าอี้ที่ตัวของนางนั่งลงไปมันเก่าจนผุพังหมดแล้วเพียงแค่โดนน้ำหนักไปเล็กน้อยมันเองก็พังทันที ซูฉีทำงานจนเหนื่อยตอนนี้จะนั่งพักขนาดนั่งลงบนเก้าอี้นางยังแหงนหลังล้มแบบนี้
ใช้ชีวิตแบบนี้มันเหนื่อยเหน็บจริงๆ นางพึมพำภายในใจของตนเองพลางมองเพดานไม้เก่าเก่า ‘ อะไรกันเนี่ย!!! ชีวิตนี้มันอะไรกันั้แ่มาอยู่ภายในร่างกายนี่!!!! อ๊าก!!! ’
นางะโขึ้นมาอยู่ในท่านั่ง แสดงแววตาแข็งกร้าว เปลวเพลิงภายในใจลุกไหม้นางลุกยืนขึ้น ‘ ซูมี่ข้าเกลียดเ้าแล้วทำไมต้องมารับความลำบากนี้แทนด้วย!!! ’
หลังจากที่ทำความสะอาดจนเสร็จเดินตรงเข้าไปภายในห้องนอนหวังจะนอนพัก แต่ว่าซวยซ้ำซวยซ้อน เตียงนอนที่ควรจะนอนได้ถอนนี้มันเองก็ไม่อยู่สภาพที่พร้อมจะนอนสุดท้ายก็ได้แต่นอนพื้น
ชีวิตนี้ช่างบัดซบภายในใจได้แต่สาปแช่งโชคชะตา แต่เพราะความเหนื่อยตลอดทั้งวันซูฉี แม้ว่าจะหลับบนพื้นแข็งแข็งแต่ก็สามารถข่มตาแล้วหลับลงไปได้อย่างสบายๆ
ภายในใจของนางหวังว่าตื่นขึ้นมาตัวของนางจะพบเจอกับ โลกแห่งความจริงที่นอนอยู่บนเตียงนุ่มนุ่ม
ความเย็นแทรกแซงร่างกายตลอดทั้งราตรี บ้านไม้หลังเก่าเก่าที่มีเพียงแค่ไม้ผุพังพวกนี้ไม่สามารถบดบังความหนาวจากด้านนอกได้
สองนายบ่าวนอนอยู่บริเวณพื้นสองมือของพวกนางอบลัชร่างกายของตนเองพร้อมกับหนาวสั่น
…
แสงแดดอุ่นอุ่นส่องผ่านตามรูไม้เข้ามากระทบใบหน้าของซูฉี นางตื่นขึ้นมาดวงตาทั้งสองข้างเปิดขึ้นะโขึ้นมาอยู่ในท่านั่งพร้อมกับะโ “ เตียงนอน!! ”
แต่เมื่อมองรอบร่างกายมันไม่ได้เป็อย่างที่ตัวของนางคิด นางคิดว่าตื่นขึ้นมาแล้วจะอยู่บนเตียงนอนนุ่มนุ่มแล้วตื่นจากความฝันพวกนี้สักที
แต่ว่าเมื่อตื่นขึ้นมาตัวของนางนอนอยู่บนพื้นแข็งแข็งแถมรอบร่างกายยังเป็บ้านไม้อันทรุดโทรม ซูฉียืนยันได้แล้วว่านี่คือความจริง
คอของนางตกลงแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง ภายในจิตใจผิดหวังอยู่สักพักก่อนที่เปลวเพลิงในใจจะลุกไหม้ขึ้น “ คิดว่าจะยอมตายที่นี่งั้นเหรอ!!! ไอ้โชคชะตาบ้า!!! ”
นางลุกขึ้นพร้อมกับ แววตาที่ทรงพลังบ่งบอกถึงความมุ่งมั่นที่แฝงเร้นอยู่ภายในจิติญญา
นางเดินออกไปด้านนอกพบเห็นลี่ถังกำลังจัดเตรียมอาหาร มันเป็เพียงแค่ซุปผักที่ไม่มีแม้กระทั่งเนื้อสัตว์
ลี่ถังมองเห็นคุณหนูเดินออกมาจากห้องพัก นางแสดงรอยยิ้มพร้อมกับพูดขึ้น “ บ่าวสามารถหาได้เพียงแค่นี้ เงินที่พวกเรามีอยู่จำเป็จะต้องใช้อย่างประหยัด ”
นางเกรงกลัวว่าคุณหนูของนางจะโกรธเคืองแล้วก็ลงไม้ลงมือกับนางเหมือนที่เคยเป็มา ก่อนหน้านี้ซูมี่เมื่อบ่าวไพร่จัดเตรียมอาหารถ้าไม่ถูกใจนาง นางเองก็จะทำการเฆี่ยนตีอย่างโเี้
ขนาดอาหารภายในตระกูลใหญ่ใหญ่ที่มีทั้งเนื้อและผักมากมายคุณหนูของนางผู้นี้ยังไม่พึงพอใจ และสำหรับอาหารที่มีเพียงแค่ซุปผักชามเดียวไม่ต้องพูดถึง
แต่นางเองก็มีเงินเพียงแค่ห้าสิบเหรียญทองแดงลำพังถ้ากินอาหารธรรมดาเพียงแค่ไม่กี่มือก็หมดแล้ว ไม่ต้องพูดถึงอาหารดีดีอาหารดีดีภายในเมืองแห่งนี้เงินห้าสิบเหรียญทองแดงไม่พอในการซื้อด้วยซ้ำ
ทว่ามันแปลกไปคุณหนูของนางไม่เพียงไม่ว่ากล่าว นั่งลงที่โต๊ะแล้วก็ตักกินซุปผักพวกนั้น
“ รสชาติใช้ได้… ”
ลี่ถังดวงตาเป็ประกายด้วยความดีใจคุณหนูไม่เคยชมนางเลยสักครั้ง
ซูฉีหนึ่งมือตักซุปผักเข้าปากเคี้ยวผักที่ถูกต้มจนนิ่มเล็กน้อยก่อนจะกลืนลงไป ในระหว่างกินนางถามขึ้น “ เ้าเหลือเงินเท่าใด? ”
“ ข้าซื้อของใช้ที่จำเป็แล้วก็ซื้อผักมาตอนนี้เหลือเพียงแค่สามสิบเหรียญทองแดงเ้าค่ะ ”
เงินร่อยหรอเพียงแค่ใช้ไปวันเดียวตอนนี้เหลือเพียงแค่สามสิบเหรียญทองแดง
“ อืม~ พวกเราต้องหางานทำ ”
ลี่ถังดวงตาเบิกกว้าง “ ว่าอย่างไรนะเ้าคะ? ”
จบบท