ตอนที่ 10 อย่า!!
-สิบนาทีต่อมา-
ขณะนี้ใกล้ถึงเวลาที่ลูซี่จะยกอาหารขึ้นมาให้ริโอน่าที่ห้องแล้ว ริโอน่าที่คุยกับไคโรอยู่สักพักจนตอนนี้ไคโรกลับออกไปแล้ว เธอจึงกับมานั่งที่โซฟาเพื่อคิดทบทวนเื่การถอนหมั้นให้แน่ใจว่าจริงๆแล้วควรถอนหมั้นไหมเพราะตอนนี้องค์ชายเองก็ไม่ได้มีท่าทีที่ไม่ดีต่อเธอ
แต่ด้วยความสับสนกับความทรงจำขององค์หญิงเธอจึงลังเล เพราะในความทรงจำเขาดูเป็คนไม่น่าคบหาเลย แต่ทำไมตอนที่อยู่ด้วยกันเขาก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น
"หรือว่า... ความทรงจำจะถูกปรับแต่งรึเปล่านะ..?" เธอบ่นพึมพัมกับตัวเอง
"อา..." เธอเกาหัวไปมา "ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนก่อนแล้ว..."
เธอเอนหลังลงที่โซฟาแล้วหลับตาลงเพื่อพักสายตา ขณะที่เอนหลังไปด้วย เธอก็ถอนหายใจไปด้วย
-สิบนาทีต่อมา-
"ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก" เสียงเคาะประตูดังขึ้น
ริโอน่ามองไปที่ประตูอยู่ครู่หนึ่ง
"อ้าว... ไม่ใช่ลูซี่หรอ"
ริโอน่ามองที่ประตูสักพักแต่ก็ไม่มีเสียงใดๆ ถ้าเป็สาวใช้คนสนิทตอนนี้คงเปิดประตูหรือส่งเสียงเข้ามาแล้ว เธอจึงลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูเพื่อดูว่าใครมา
"แอ๊ดดดดด" เธอเปิดประตูออก
"อ้าว!! บารอน มีเื่อะไรหรอมาถึงที่นี่"
"ขออนุญาตนะครับองค์หญิง" เขาเลื่อนรถเข็นที่มีอาหารวางอยู่้าเข้าไปในห้องอย่างระมัดระวัง
ริโอน่าเอนตัวหลบนิดหน่อยเพื่อให้เขานำอาหารเข้าไปในห้อง
"ลูซี่ไปไหนหรอ... ทำไมเ้าถึงเป็คนนำอาหารมาให้เรา"
"นางคงกำลังทานอาหารอยู่กับไคโรครับ" เขาตอบเธอเรียบๆ
"แต่เราบอกนางให้ขึ้นมาทานพร้อมเรานิ!!"
"พอดีผมเป็คนบอกให้นางทานไปก่อนน่ะครับ"
"แล้วทำไมเ้าถึงทำแบบนั้น.." เธอถามอย่างจริงจัง
"องค์ชายจะมาทานมื้อค่ำกับท่านที่นี่ครับ เพราะฉะนั้นลูซี่จึงขึ้นมาทานกับท่านไม่ได้.." เขาพูดพร้อมโค้งคำนับเล็กน้อย
"ผมขอตัวนะครับ เดี๋ยวอีกครู่องค์ชายก็มาถึงแล้ว"
"ดะ... เดี๋ยวสิ" ริโอน่ายังไม่ทันได้เอ่ยจบบารอนก็จากไป หลังจากที่โค้งคำนับเพื่อแสดงความเคารพเสร็จ
ริโอน่าถอนหายใจเบาๆ "เฮ้อ... ให้มันได้อย่างงี้สิ ใครต่อใครก็สามารถเข้ามาในห้องของเราได้ตามใจชอบเลยสินะ.." เธอส่ายหัวเบาๆ
วันที่ยาวนานยังไม่จบลงแต่โดยดี ริโอน่าเดินกลับไปที่โซฟา และมองไปที่อาหารที่ถูกจัดวางอย่างเสร็จสรรพอยู่ที่โต๊ะด้านหน้า เธอรู้สึกว่าวันนี้ช่างเป็วันที่วุ่นวายวันนึงของเธอเลย มีเื่ให้ต้องคิดมากมายในแต่ละวินาทีที่กำลังผ่านไปอย่างช้าๆราวกับเวลาของที่นี่กำลังกลั่นแกล้งเธอ
-ห้านาทีต่อมา-
"ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก.. " เสียงเคาะประตูดังขึ้น
ริโอน่าพึมพัมกับตัวเอง "อย่างนี้นี่เขาเรียกว่าหัวกระไดไม่เคยแห้งรึเปล่านะ เสียงเคาะครั้งที่สามแล้วนะ" ริโอน่าพึมพัมพร้อมกับลุกขึ้นไปเปิดประตูอีกครั้ง
"แอ๊ดดดดด" เธอเปิดประตูออก
ใบหน้าที่มาพร้อมรอยยิ้มอันสดใสของชายที่คุ้นเคย
"ยิ้มอะไรขนาดนั้น.." เธอตัดพ้อใส่เขา
"ก็วันนี้ท่านไม่ได้บอกปัดเรา" เขาส่งยิ้มให้เธอพร้อมกับเดินเขามาในห้องทันที
"นี่... เรายังไม่ได้อนุญาตเลยนะ" ริโอน่าพูดพร้อมกลับเดินตามเขาอย่างจำใจ
เขาไม่ฟังที่ริโอน่าพูดเลยแม้แต่น้อย เขาเดินไปนั่งที่โซฟาอย่างสบายใจ เขาหันมามองริโอน่าที่กำลังยืนทำท่าทางหงุดหงิดเล็กน้อย เขาจึงเอามือแตะๆที่บนโซฟาสองสามครั้ง เพื่อเป็การบอกให้เธอมานั่งอยู่ข้างเขา
ริโอน่าเห็นแบบนั้นเธอจึงเดินไปเพื่อลากเก้าอี้ข้างๆเพื่อมานั่งอยู่ตรงข้ามกับเขา
"ทำไมไม่มานั่งข้างๆเรา" เขาพูดเสียงอ่อน
"ไม่ล่ะ เราไม่อยากนั่งเบียดกับท่าน" เธอยังคงตอบแบบห้วนๆ
เขายิ้มด้วยเสียงหัวเราะเล็กน้อยเพราะรู้สึกเอ็นดูเธอ
"ฮ่ะๆ..ก็ได้ๆ ขอแค่ท่านยอมนั่งทานอาหารร่วมกับเราก็พอแล้ว"
"แล้วนี่... ท่านไม่โกรธเราแล้วหรอ"
"โกรธเื่อะไรล่ะ.."
เธอจ้องเขาเขม็ง "ก็เื่ที่เราให้ไคโรพักที่นี่ไง"
"อ๋อ!! นี่ที่ท่านยอมรอเรามาทานมื้อค่ำด้วย เพราะกลัวเราจะโกรธเื่นั้นงั้นหรอ" เขาพยักหน้าเบาๆ "งั้นก็ถือว่าคุ้มอยู่นะ ที่โกรธ"
"นี่ล้อกันเล่นงั้นหรอ.." เธอขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด
"เปล่า... เราแค่รู้สึกน้อยใจท่านเท่านั้นแหละ เราไม่ได้โกรธอะไรท่านหรอก" เขาบอกเธอพร้อมกับยิ้มอ่อนๆไปด้วย
"น้อยใจหรอ... ทำไม?"
เขาเบือนหน้าหนีเล็กน้อย "ก็ท่านหักหน้าเราต่อหน้าทุกคนนิ ไม่ให้น้อยใจได้ไง"
"ฮ่ะ! ทำเป็เด็กไปได้ท่านเนี่ย" เธอพูดพร้อมกับหลุดขำออกมา
เทรย์เวอร์หันหน้ากลับมามองริโอน่าที่กำลังหัวเราะอย่างเบาๆ
"หายหงุดหงิดเราใช่ไหม งั้นทานอาหารกันเถอะนะ"
ริโอน่ารีบปรับอารมณ์ทันทีเพราะเธอกำลังถูกจ้องเขม็งอยู่
"แฮ่ม! งั้นก็รีบทานเถอะ เดี๋ยวก็เย็นหมดอีก.." เธอพูดพร้อมกับหยิบช้อนขึ้นมาเพื่อเริ่มทานอาหารมื้อค่ำนี้
เทร์ยเวอร์พยักหน้าตอบกลับพร้อมกับเริ่มทานอาหารมื้อค่ำทันที
มื้อค่ำที่เต็มไปด้วยแสงไฟสลัวๆที่มีบรรยากาศที่เป็ใจ บวกกับโทนอุ่นๆของสีผนังห้อง แสงอ่อนๆที่ส่องไปทั่วห้องและอากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหาร ทำให้อาหารมื้อนี้ดูอร่อยขึ้นกว่าทุกที
ในขณะที่เธอและเขาต่างก้มหน้าก้มตานั่งทานมื้อค่ำอย่างเงียบๆ เธอที่กำลังจะเอื้อมมือไปหยิบช้อนกลางเพื่อตักอาหารจานที่เล็งไว้
" อะ!! " เธออุทานขึ้น
ริโอน่าเงยหน้าขึ้นมองเทรย์เวอร์ มือของทั้งคู่เผลอชนกันในขณะที่ทั้งคู่ใจตรงกันที่จะเอื้อมมือไปหยิบช้อนกลางเพื่อตักอาหารที่้า
เธอชักมือกลับทันที... "โทษที ท่านตักก่อนสิ"
ริโอน่าพูดจบก็นั่งทานอาหารตรงหน้าของตัวเองต่อทันที
เทรย์เวอร์ไม่ได้กล่าวอะไรต่อ แต่เขาหยิบช้อนกลางตักอาหารที่เขาเล็งไว้ และตักไปใส่จานของริโอน่า
ริโอน่าที่เห็นเขาตักอาหารมาให้ จึงเงยหน้ามองเขาทันที
"ทำอะไรน่ะ!!" เธอถามเขา
"ก็ตักอาหารให้ท่านไง" เขาตอบด้วยแววตาที่ใสซื่อ
ริโอน่ายกคิ้วขึ้นหนึ่งข้างด้วยความสงสัย "เรา?" เธอชี้นิ้วไปที่ตัวเอง
"ก็อยู่กับท่านสองคน เราตักให้คนอื่นมั้ง" เขาทำเสียงประชด
เธอถอนหายใจเบาๆ "วันนี้ทำตัวแปลกๆนะ"
"ท่านก็ลองมองเราบ่อยๆซะสิ!! จะได้รู้ว่าจริงๆแล้วเราไม่ได้แปลกอย่างที่ท่านคิดหรอกนะ เราเป็แบบนี้ของเราั้แ่แรกแล้ว"
"...โม้จริงๆ" เธอพึมพัมเบาๆ พร้อมกับแอบอมยิ้มเล็กน้อย
เทรย์เวอร์ส่งยิ้มกว้างให้เธอ
"เลิกยิ้มแล้วทานต่อได้แล้ว" เธอทำเสียงดุใส่เขา
"ครับๆ.." เขาตอบแบบลากเสียงเล็กน้อย และทานอาหารต่อ
"...."
"...."
-สิบนาทีต่อมา-
มื้อค่ำที่แสนอร่อยได้จบลง ทั้งคู่ช่วยกันเก็บจานที่ใส่อาหารไปวางไว้ที่รถเข็น และลากรถเข็นออกไปด้านนอกห้องเพื่อรอให้คนมาเก็บกลับออกไป เทรย์เวอร์เป็คนนำรถเข็นออกไปด้านนอก ริโอน่าที่คิดว่าเขาน่าจะกลับออกไปพร้อมเลย เธอจึงพยายามจะปิดประตูลง
"เดี๋ยว.." เทรย์เวอร์จับประตูเอาไว้ทัน
"ขอคุยด้วยสักพักได้ไหม"
เธอพยักหน้า.. "ก็ได้ ไปสิ!!"
"ไปไหน?"
"ก็ไปคุยด้านนอกไง" เธอชี้นิ้วไปทางด้านนอก
"ขอคุยในห้องได้ไหม" เขาถามด้วยสายตาที่เว้าวอน
ริโอน่าจ้องเขม็ง "อาๆ ก็ได้... เข้ามาก่อนสิ"
เทรย์เวอร์เดินเข้าในห้องด้วยท่าทางดีอกดีใจ
ริโอน่าเดินตามไปหลังปิดประตูเสร็จ เธอทำได้เพียงถอนหายใจออกมา
การเป็ริโอน่าดูท่าจะไม่ง่ายอย่างที่คิด ผู้คนรอบๆตัวมีแต่คนที่ชอบทำตัวพิลึก เธอจะสามารถอยู่ที่นี่ไปได้อย่างสบายจริงหรอ..?
เทรย์เวอร์นั่งลงที่เก้าอี้ และชี้เชิญให้ริโอน่านั่งลงที่โซฟา
"..." เทรย์เวอร์นั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามโซฟา
"..." ริโอน่าจึงเดินไปนั่งที่โซฟา
"มีอะไรจะพูดงั้นหรอ" ริโอน่าเปิดบทสนทนา
"คือ... เราแค่อยากถาม ท่านเรียกให้ไคโรมาที่นี่ทำไม"
เธอลังเลและเบือนหน้าหนีสายตาของเขา "ก็... ไม่มีอะไรหรอก"
"เื่ถอนหมั้นใช่ไหม" เขาเอ่ยอย่างเรียบๆ
เธอหันกลับมาสบตาเขาทันที "อืม... ก็ใช่แหละ"
เขาถอนหายใจเบาๆ "จนถึงตอนนี้ท่านก็ยังคิดจะถอนหมั้นเรางั้นหรอ เราเล่าความจริงเกี่ยวกับที่นี่ให้ท่านฟังตั้งหลายอย่าง เราก็หลงคิดว่าท่านคงไม่ถอนหมั้นแล้วซะอีก" เขาพูดด้วยสีหน้าตึงเครียด
"แล้วจะให้ทำยังไง เราไม่ใช่องค์หญิงริโอน่า เพราะงั้น... ั้แ่แรก เราสองคนก็ไม่เคยหมั้นกันอยู่แล้ว ถอนหมั้นไปมันจะแปลกตรงไหน" เธออธิบายอย่างเรียบๆ
เขาพยักหน้าพร้อมเขย่าตัวเล็กน้อยและเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยสีหน้าแววตาที่ประชดประชัน
"ท่านคิดแบบนั้นจริงๆหรอ" เขาถามเธออีกครั้งพร้อมสบตาอย่างจริงจัง
"...." เธอไม่ได้ตอบในทันที เธอทำเพียงถอนหายใจออกมาช้าๆและมองไปที่เขาอย่างสงสัย
"ท่านไม่อยากถอนหมั้นงั้นหรอ..?"
"ใช่ เรามีเหตุผลที่ถอนหมั้นไม่ได้"
"แล้วเหตุผลคืออะไรล่ะ"
"คือ... คือว่า" เขาหยุดชะงักไป
"ถ้ามันลำบากใจขนาดนั้นก็เลิกพยายามเถอะ!!"
"เราสัญญากับท่านพ่อท่านแม่ไว้ว่าจะแต่งงานกับองค์หญิง" เขารีบพูดขึ้นทันทีเพราะเกิดกังวลบางอย่างในใจ
"แค่นี้งั้นหรอ...?"
"ท่านหมายความว่าไง" เขาถามเธอ
"ก็เหตุผลน่ะ มีแค่นี้งั้นหรอ?" เธอถามกลับ
เขาหรี่ตาลง.. "นี่ท่านไม่รู้เื่ของท่านพ่อท่านแม่เราด้วยสินะ"
ริโอน่าเอียงหัวเล็กน้อย "เื่อะไรงั้น?"
"......" เทรย์เวอร์หยุดชะงักไป
"นี่... เราถามว่าเื่อะไร" เธอถามย้ำเขา
"ท่านบอกว่าท่านสามารถเห็นความทรงจำทั้งหมดขององค์หญิงที่เคยผ่านมาใช่ไหม ทั้งคนรู้จัก สถานที่ และการกระทำที่องค์หญิงเคยทำทั้งหมด ถูกไหม"
"ก็ใช่นะ"
"แล้ววันนี้ยังเห็นอยู่ไหม"
"เห็นสิ เห็นตอนที่เจอไคโร"
"เห็นอะไรบ้าง" เขาถามอย่างต่อเนื่อง
"ก็เห็นว่าทั้งคู่เคยเล่นด้วยกันและไคโรคอยปกป้ององค์หญิงั้แ่ตอนเด็กๆ"
"แล้วเห็น่เวลาก่อนหน้าไหม ก่อนที่ท่านจะมาอาณาจักรนี้"
"ไม่นะ เราเห็นความทรงจำของเขาแค่ตอนเด็ก เรานึกว่าทั้งคู่น่าจะห่างกัน่ที่ต่างคนต่างเติบโตขึ้นซะอีก"
"ผิดแล้ว... ไคโรเป็คนมาส่งท่านที่อาณาจักรนี้และที่สำคัญ เขาเป็คนพาท่านมาคฤหาสน์หลังนี้ด้วยตัวเอง"
" ฮะ!! " ริโอน่ามีสีหน้าแปลกใจอย่างมาก
"เรารู้ว่าท่านกำลังสับสน แต่เราก็คิดมาทั้งคืนเหมือนกัน ว่าทำไมความทรงจำที่องค์หญิงส่งให้ท่านมันถึงบิดเบี้ยวขนาดนี้ เราไม่รู้ว่าท่านเห็นอะไรเกี่ยวกับเราไปบ้าง แต่เราอยากให้ท่านเปิดใจกับสิ่งที่เราจะทำกับท่านต่อจากนี้มากกว่า" แววตาที่อ่อนโยนได้ส่งไปที่เธอ
"...." เธอลังเลที่จะตอบเขา
"อย่าถอนหมั้นเราเลยนะ แม้ว่าเราจะมีเหตุผลที่ท่านพ่อท่านแม่ได้ขอไว้ก็ตาม แต่ตอนนี้ถึงจะไม่มีเหตุผลนั้น เราก็ยังเลือกเหมือนเดิม เราอยากแต่งงานกับท่าน" เขาสบตากับเธอและพูดต่อไปว่า...
"ไม่ใช่ท่านที่เป็องค์หญิง แต่เราสนใจตัวตนจริงๆของท่านและอยากจะแต่งกับคนที่อยู่ในร่างขององค์หญิงตอนนี้"
ริโอน่ารู้สึกสับสนและรู้สึกแปลกๆในใจ มันรู้สึกเหมือนแน่นหน้าอกไปหมดในท้องก็รู้สึกโหวงๆแปลกๆ
"ท่านไม่ได้รู้จักเราซะหน่อย จะแต่งงานกับเราไปทำไม ท่านไม่รู้อะไรเลยสักนิดเกี่ยวกับตัวเรา แล้วแบบนี้ยังอยากที่แต่งงานกับเราอีกหรอ" เธอตอบเขาอย่างเรียบๆเพราะกำลังสงสัยในความรู้สึกของเขา
"เราก็ไม่รู้เหมือนกัน ความทรงจำที่มีต่อองค์หญิงมันดูขัดใจไปหมด ทั้งๆที่ตรงหน้าของเราก็เป็หน้าขององค์หญิง แต่ทำไมเราไม่รู้สึกถึงองค์หญิงเลยสักนิด อาจจะเป็เพราะท่านไม่เหมือนนาง.."
ริโอน่าได้ยินคำตอบของเขาจึงยืนขึ้นและเดินตรงไปที่เขา
เธอหยุดลงที่ข้างๆเก้าอี้ของเขา เธอนั่งยองๆลง และมองไปที่ใบหน้าของเขา
เทรย์เวอร์ที่เห็นการกระทำแปลกๆของริโอน่าจึงหันไปมองเธอและสายตาของทั้งคู่ก็สบกัน
"ท่านเห็นอะไรบ้าง" เธอถามเขาพร้อมกับสบตาคู่นั้น
เขากวาดตามองขึ้นลงเล็กน้อย "ก็เห็นท่านไง"
"เราหรือองค์หญิง?"
"ก็ต้องเป็ท่านสิ!!"
"โกหก..!!" เธอพูดอย่างจริงจัง
ขณะที่สายตาของทั้งคู่ยังคงสบตากันอยู่ เทรย์เวอร์ที่ได้รับคำตอบของเธอ เขาอมยิ้มขึ้นมาและค่อยๆเอื้อมมือออกไปหาเธออย่างช้าๆ เขาใช้มือข้างขวาจับไปที่ข้างๆใบหน้าของเธอ และเขาก็ค่อยๆเอียงตัวลงมาใกล้ๆใบหน้าที่กำลังมีสีหน้าเป็กังวล
"เราไม่ได้โกหกท่านเลยนะ" เสียงที่อ่อนโยนราวกับสายน้ำของเขาได้เอ่ยต่อหน้าของเธอ
"คนที่เราพูดอยู่ด้วยตอนนี้ไม่ใช่ใบหน้าหรือรูปลักษณ์ แต่เป็คนที่อยู่ข้างในนี้ต่างหาก ท่านที่อยู่ข้างในต่างหากที่เราอยากอยู่ด้วย"
เทรย์เวอร์ค่อยๆโถมตัวลง จนใบหน้าของเขาเริ่มเข้าไปใกล้เธออย่างช้าๆ ริมฝีปากเล็กๆที่กำลังเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ใจปรารถนา
"อย่า!!" เธอยกมือขึ้นปิดปากของเขา และค่อยๆลุกขึ้นยืน
"เอ่อ... คือเรา" เขาพูดไปพร้อมกับลุกขึ้นยืนอย่างใ
เธอเบือนหน้าหนี "ช่างเถอะออกไปได้แล้ว"
"เราขอโทษ... เราไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินท่านเลยนะ" เขารีบตอบเธอด้วยเสียงที่กระวนกระวาย
"เชิญ" เธอผายมือไปที่หน้าประตูด้วยสายตาเ็า
เทรย์เวอร์ทำได้เพียงมองริโอน่าอย่างกังวล
เขารู้สึกผิดที่ทำอะไรโดยพลการ เขาจึงเข้าใจที่ตอนนี้เธอที่มีท่าทีเ็าใส่เขา เขาไม่กล้าพูดอะไรต่อหน้าเธอ จึงเดินไปที่หน้าประตู และหยุดอยู่ชั่วคราว...
"เราไม่รู้ว่าท่านกำลังคิดอะไร แต่เราอยากจะบอกท่านว่า ท่านสามารถเชื่อใจเราได้นะ เพราะเราไม่เคยเห็นท่านเป็คนอื่น ที่เราทำเมื่อกี้เพราะเราแค่รู้สึกว่าควรจะทำให้ท่านรู้สึกคลายกังวล เราขอโทษนะที่คิดน้อยไปหน่อย..." เขายืนพูดอยู่หน้าประตูโดยที่ยังหันหลังให้เธออยู่
"...." ริโอน่าทำแค่เพียงเงียบฟัง
"เราไปก่อนนะ คืนนี้ก็หลับฝันดีนะ" เขาพูดพร้อมกับเปิดประตูออกอย่างตั้งใจ เพราะเวทย์ขององค์หญิงจึงทำให้เขาต้องใช้แรงนิดหน่อยเพื่อเปิดมัน
"ปัง!!" เสียงประตูปิดลง
"เฮ้อ!!" ริโอน่ายืนถอนหายใจ พร้อมทั้งมือเท้าที่กำลังเกร็งนั้นได้คายตัวออก
"เมื่อกี้เขาจะจูบเรางั้นหรอ.." เธอกุมขมับทันที
เธอที่ยังสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นจึงเดินไปที่เตียงและทิ้งตัวลงอย่างแรงบนเตียงนุ่มๆของเธอ
เธอมองไปบนเพดานและพึมพัมออกมา..
"เขาคิดจะปั่นหัวอะไรเราอีกกันแน่ เราไม่น่าเข้าใกล้เขาเลย"
เสียงถอนหายใจดังขึ้นเรื่อยๆจนแทบจะล้นออกไปนอกห้อง ริโอน่าที่คิดมาตลอดว่าเทรย์เวอร์ทำตัวเ็ากับองค์หญิง แต่ทำไมตอนนี้เขาถึงทำตัวแบบนี้ แถมเขายังพูดเื่ความทรงจำที่บิดเบี้ยวนั่นอีก ตอนนี้ริโอน่าเริ่มหนักใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และเธอไม่รู้จะเริ่มหาคำตอบข้อไหนก่อนดี
"ก่อนอื่นถอนหมั้นก่อนดีกว่า เดี๋ยวจะเผลอเข้าใกล้เขาอีก" เธอพึมพัมอยู่เพียงลำพัง
ริโอน่าที่ไม่เคยมีความรักและไม่เคยได้รับความรักจากใครเลย ั้แ่เมื่อก่อนจนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่เคยมีแฟนหรือคนรัก เธอไม่รู้ว่าการตื่นเต้นเมื่อชอบใครสักคนมันเป็ยังไง ตอนที่เทรย์เวอร์เหมือนจะจูบเธอเมื่อกี้ เธอก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ก็แค่รู้สึกว่าต้องเอามือไปปิดปากเขาไว้เท่านั้น
ตอนนี้เธอยิ่งสับสนและระแวงทุกการกระทำของคนอื่น เธอไม่สามารถไว้ใจใครได้อีกต่อไป ทั้งองค์ชายที่ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ และลูซี่ที่เหมือนจะรู้อะไรบางอย่าง ไคโรก็ด้วยเขาเหมือนมีเื่ปิดบังอยู่มากมาย รวมถึงองค์หญิงด้วยเพราะคนที่เริ่มเื่นี้คือองค์หญิง
ปกติตอนที่อยู่มิติเดิม เธอไม่เคยกังวลอะไรเลย ไม่เคยต้องกังวลว่าใครจะไม่รัก ไม่เคยต้องกังวลว่าใครจะหักหลัง ไม่กังวลว่าใครกำลังคิดอะไรอยู่ แต่เมื่อเธอมาอยู่ที่นี่ เธอรู้สึกกังวลและแอบคาดหวังกับบางคนไว้ เธอจึงไม่อยากถูกหักหลังและเริ่มไม่อยากเสียใจ
เธอแอบคาดหวังเล็กๆว่าการอยู่ที่นี่จะทำให้เธอสามารถมีความรู้สึกที่้าได้ ความรู้สึกที่ไม่ต้องปิดบัง ความรู้สึกที่สามารถทำตามใจตัวเองโดยไม่ต้องกังวลว่าอนาคตจะเป็ยังไง
"ฉันจะสามารถมีความสุขได้ไหมนะ ท่ามกลางความวุ่นวายแบบนี้ ฉันจะมีความสุขสักครั้งได้ไหม.."
-และแล้ววันที่แสนยาวนานก็จบลง-