New Hope : นักสู้ฟันน้ำนม (มี e-book แล้วครับ)

    ตอนที่ 62 : ย่างก้าวเล็กๆ ที่แสนยิ่งใหญ่ 1

                สำนักข่าวทั้งไทยและเทศต่างลงข้อมูลที่มาของการท้าทายล้มแชมป์ข้ามสถาบันกันอย่างกว้างขวางเจาะลึกข้อมูลละเอียดทุกแง่ทุกมุม

                “ในยุคสมัยของท่านปรมาจารย์ฮาจุน...ท่านคว้าแชมป์จากสังเวียนการต่อสู้ต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแชมป์เอเชีย, แชมป์ทวีมอเมริกา, แชมป์ทวีปยุโรป, แชมป์ Super Fighter ZZx, แชมป์นานาชาติ, แชมป์แพนเอเชีย, แชมป์ Fighter League, LeagueX มีเพียงรายการเดียวที่ท่านไม่ประสบความสำเร็จ...รายการชิงแชมป์โลกท่านพ่ายแพ้ให้กับท่านปรมาจารย์จางเหว่ยหลุนทั้ง 7 ครั้ง”

     

                หลังจากเลิกเรียนประจำวันแล้วครูหนึ่ง, วิทย์, บัว, มะปรางและโอ๋เดินเข้ามาดูห้องชมรมศิลปะป้องกันตัวสมัยใหม่ที่มีการตกแต่งจนเสร็จเรียบร้อยแล้วพื้นที่ในแต่ละโซนเต็มไปด้วยอุปกรณ์การฝึกซ้อมของศิลปะป้องกันแต่ละประเภทจัดเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ

                “โห!!อลังการมากเลยนะคะครูหนึ่ง”มะปรางพูดไปพลางยื่นมือจับอุปกรณ์ต่างๆ “แล้วจะเปิดรับรุ่นน้องหรือคนภายนอกเมื่อไรยังงัยดีคะ?”

                   “ครูคิดว่าเมื่อเธอพร้อมก็เปิดได้เลยตอนแรกครูใหญ่บอกว่าจบจากแข่งชิงแชมป์เอเชียแล้วจะเปิดแต่พอมีเรื่องท้าชิงแทรกเข้ามาก็เลยต้องเลื่อนไปก่อน”

                “หนูว่าไม่ต้องก็ได้นะคะครูหนึ่งคือตัวหนูเองก็ไม่ต้องการให้มีขั้นตอนอะไรยุ่งยากวุ่นวายอยู่แล้วค่ะตอนนี้ชมรมก็พร้อมแล้ว หนูอยากให้รุ่นน้องใช้อุปกรณ์พวกนี้ให้เกิดประโยชน์น่าจะดีกว่านะคะ”

                “อืมๆก็ดีนะ ครูเองก็ไม่ได้มีอะไรติดขัดอยู่แล้วงั้นก็เปิดรับสมัครเข้าชมรมเลยก็แล้วกัน ตรงนี้ให้โอ๋กับต้อมดูแล โอเคไหม?”

                “โอเคครับครูหนึ่งผมคุยกับไอ้ต้อมไว้บ้างแล้ว เดี๋ยวผมจะไปคุยกับพวกชมรมอื่นๆ เดิมด้วย กะตั้งเป็นทีมมาก่อนแล้วก็รับสมัครเลย” โอ๋ตอบรับ

                “อืมๆถ้างั้นโอ๋ไปจัดการตามนี้ได้เลย งั้นวันจันทร์นี้เป็นวันทำกิจกรรมพอดีไม่ต้องเรียนวิชาลูกเสือ, เนตรนารีและยุวกาชาด ให้มาสมัครชมรมต่างๆแล้วแต่ว่าใครจะสนใจ”

                “ได้ครับครูหนึ่ง”

     

                จู่ๆมีเสียงดนตรีแว่วๆ ดังมาแต่ไกล ทุกคนที่ยืนอยู่ได้ยินเหมือนกันจนบัวพูดด้วยความแปลกใจ“เสียงดนตรีมาจากไหน?”

                มะปรางเดินตรงไปบริเวณหน้าต่างบานหนึ่งพร้อมกับเอื้อมมือไปเปิดผ้าม่านออกเล็กน้อยภาพที่เห็นทำให้เธอต้องใช้มือกุมปากน้ำตาไหลสองแก้มทันที...ครูหนึ่ง, วิทย์, บัวและโอ๋เห็นการแสดงออกของมะปรางทำให้แปลกใจมากรีบเดินตามไปแหวกผ้าม่านดูบ้าง

                ภาพที่ทุกคนมองผ่านช่องหน้าต่างของอาคารลอดหน้าต่างของอีกอาคารหนึ่งไปที่ช่องประตู เห็นชมรมดนตรีตั้งเวทีเล็กๆขึ้นมาหน้าชมรมมีเด็กนักเรียนชายกับนักเรียนหญิงถือไมค์ร้องเพลงตอบโต้กันไป-มาท่ามกลางเสียงหัวเราะและตบมือตามจังหวะกันอย่างสนุกสนานพี่พลอยกำลังยืนตบมือด้วยรอยยิ้ม มีรุ่นน้องหลายคนหัวเราะอ้าปากกว้างร้องรำทำเพลงกันอย่างมีความสุข

                ครูหนึ่งเข้ามาโอบไหล่มะปรางพร้อมกับตบบ่าเบาๆ“เธอไปร่วมสนุกกับน้องๆ หน่อยไหม?”

                มะปรางใช้มือปาดน้ำตาออกพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่ดีกว่าค่ะ...หนูขอยืนดูตรงนี้ดีกว่าค่ะ”

                   คำตอบของมะปรางทำให้บัวเดินเข้ามาโอบด้านหลังใบหน้าแนบบริเวณหัวไหล่“มะปรางของพี่บัว...”

               

                   ครูใหญ่เดินตรงเข้ามาในกลุ่มพร้อมกับเจ้าหน้าที่สมาคม2 คนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “เมื่อกี้ผมเพิ่งคุยกับท่านนายกสมาคมฯแล้วก็คุณพ่อกับคุณแม่ของน้องมะปราง ก็มีความคืบหน้ามาแล้วนะ”

                “คืบหน้า?...หมายถึงเรื่องจัดแข่งล้มแชมป์เหรอคะครูใหญ่?”มะปรางถามด้วยความสงสัย

                “อืมๆเอาทีละเรื่อง...ท่านนายกสมาคมฯ ประสานมาว่าท่านจางเหว่ยหลุนและลู่เฟยตอบรับเข้าร่วมการแข่งขันล้มแชมป์แล้วนะมะปรางโอเคใช่ไหม?”

                   มะปรางพยักหน้าตอบรับ“ค่ะ”

                “ตอนนี้มีเปลี่ยนแผนนิดหน่อยท่านจางกับลู่เฟยอยู่ที่ไทยยาวจนถึงแข่งรายการนี้เลยงานเลี้ยงฉลองแชมป์เอเชียจะเลื่อนไปหลังจากแข่งรายการจบก่อนเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที...พ่อกับแม่ของมะปรางรับทราบเรื่องนี้แล้ว ผมคิดว่าสัก 1-2วันนี้ มะปรางต้องเดินทางไปกรุงเทพอีกรอบ”

                “แข่งเมื่อไรเหรอคะครูใหญ่?”

                “แข่งที่กรุงเทพอีก1 เดือนข้างหน้า ท่านจางรับหน้าที่เป็นโค้ชกิตติมศักดิ์เพื่อนัดนี้โดยเฉพาะท่านบอกว่า ขอเวลาฝึกซ้อมมะปรางกับลู่เฟยประมาณ 3สัปดาห์ที่ศูนย์ฝึกภายในแคมป์ทีมชาติ...ต้องเอาหุ่นไม้อีกตัวหนึ่งจากที่บ้านมะปรางไปด้วยจะได้มีซ้อมกัน 2 คนกับลู่เฟย เดี๋ยวคงมีประกาศอย่างเป็นทางการในสื่อเร็วๆ นี้แหละ”

                “ได้ค่ะครูใหญ่”

                 

                ในช่วงค่ำพ่อกับแม่มะปรางนั่งคุยบนโต๊ะกินข้าวกัน2 คน “แม่ไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องราวจะบานปลายมาถึงขนาดนี้”

                “พ่อก็คิดเหมือนแม่ตอนแรกพ่อคิดว่าลูกน่าจะออกจากเส้นทางนี้ไปแล้วแต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาเส้นทางที่เคยเป็น”

                “พ่อ...แล้วจะให้ลูกแข่งรายการทัวร์ด้วยไหม?แม่อ่านข่าวมา เห็นหลายๆคนบอกว่าอยากให้มะปรางกับมิวเป็นนักกีฬาเต็มตัวแล้วก็เรียนไปด้วยจะได้เผื่อแข่งรายการชิงแชมป์โลก”

                “พ่อยังไม่ได้คิดเรื่องนี้เลยวางแผนไว้แค่ว่าให้ลูกไปเรียนต่อกรุงเทพกับโอ๋...ต่อไปคงมีผู้ใหญ่ในสมาคมคุยเรื่องแผนพวกนี้แหละพ่อเพิ่งคุยกับพ่อมิว ก็ยังไม่รู้ว่าจะตัดสินใจยังงัยกันดี”

     

                เช้าวันรุ่งขึ้นสมาคมศิลปะป้องกันตัวสมัยใหม่ของไทย,จีนและเกาหลีใต้ออกประกาศครั้งสำคัญในเวลาไล่เลี่ยกันสร้างความฮือฮาไปทั่วโลกเนื้อหาในประกาศเป็นไปตามที่ครูใหญ่พูดกับมะปรางทุกอย่าง

                แฮชแท็ก#ล้มแชมป์ ในแอดมีของประเทศไทยทะยานขึ้นเป็นอันดับ1 ด้วยยอดสูงว่า 35 ล้านวิวภายในเวลาเพียง 5 นาทีหลังจากประกาศเท่านั้นเทรนความสนใจในจีน, เกาหลีใต้และอีกหลายประเทศไม่แตกต่างกันเท่าใดผู้คนล้วนแล้วแต่ให้ความสนใจพูดถึงแมตช์การล้มแชมป์ข้ามสถาบันกันถ้วนหน้า

                “ลูกศิษย์ท่านปรมาจารย์ฮาจุนเจอลูกศิษย์ท่านปรมาจารย์จางเหว่ยหลุน...นี่มันแมตช์หยุดโลกแมตช์ในฝันชัดๆๆ”

                “การแก้มือครั้งประวัติศาสตร์สุดยอดดดดดด”

                “ลู่เฟยอยู่ทีมเดียวกับหลิวฮุ่ยหนิง!!!...แค่คิดก็สนุกแล้ว!!”

                “ชอบตรงที่จัดแข่งแบบมีการกุศลควบคู่ไปด้วยอ่ะได้ช่วยเด็กๆ ทั่วโลกอีกต่างหาก”

                  

                ข้อมูลประวัติศาสตร์การแข่งขันรายการชิงแชมป์โลกระหว่างท่านปรมาจารย์ฮาจุนกับท่านปรมาจารย์จางเหว่ยหลุนในอดีตทั้ง7 ครั้ง ถูกนำเสนอให้นักสู้รุ่นหลังได้ศึกษากันอีกครั้งหนึ่งหลายมุมมองอย่างแพร่หลายสถานีทีวีทั่วโลกต่างทุ่มเงินซื้อลิขสิทธิ์เทปบันทึกการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศทั้ง 7ครั้งรวมถึงประเทศไทยออกอากาศ

     

                โอ๋กับต้อมกำลังนั่งอ่านข่าวประกาศในชมรมศิลปะป้องกันตัวสมัยใหม่มีรุ่นน้องในชมรมมุงดูกันกลุ่มใหญ่มากในขณะที่มะปรางกำลังเดินมาที่ห้องปฐมพยาบาลหาวิทย์กับบัวตามปกติมีเด็กนักเรียนจำนวนมากเดินตามถ่ายรูปถ่ายคลิปเต็มไปหมด

                “อ้าว! โอ๋ไม่ได้มาด้วยเหรอ?”

                “โอ๋ขอแยกตัวไปที่ชมรมศิลปะป้องกันตัวค่ะพี่บัว”

                “แล้วกะจะเดินไปทางกรุงเทพวันไหน?” วิทย์เอ่ยปากถาม

                “หนูเพิ่งคุยกับโอ๋และมิวเรื่องนี้มาเมื่อกี้นี้เองค่ะกะว่าเดินทางพรุ่งนี้เช้าเลยค่ะพี่หมอ”

                “อืมๆพี่ว่าเดินทางไปเร็วหน่อยก็ดี ท่านจางจะได้มีเวลาซ้อมคู่มากหน่อย”

                “โอ๋กับมิวก็คิดแบบพี่หมอค่ะ...พ่อกับแม่จัดกระเป๋าไว้ให้หนูแล้วค่ะ”

                “แล้วรอบนี้มีใครไปเป็นเพื่อนไหม?”

                “ไม่มีค่ะพี่บัว...หนูบอกพ่อแม่ว่าพี่น้ำดูแลหนูอย่างดี ไปกรุงเทพรอบนี้ก็ไปอยู่ในศูนย์กับพี่น้ำค่ะ”

                “ได้ยินแบบนี้พี่ก็เบาใจหน่อย”

                “ค่ะพี่หมอ”

                “แล้วเรื่องสู้เป็นทีมกับลู่เฟยไหวไหม?” บัวถามด้วยความเป็นห่วง

                “ตอนอยู่ที่จีนหนูไม่ค่อยได้ซ้อมกับพี่ลู่เฟยเท่าไร หนูซ้อมกับมิวมากกว่า...หนูกะว่าซ้อมคู่ช่วง3 อาทิตย์คงเข้าขากันมากขึ้นค่ะ หนูก็ยังงงๆ กับการแข่งแบบคู่อยู่ดีค่ะหนูถามพี่ลู่เฟย...พี่ลู่เฟยก็บอกว่าไม่เคยแข่งแบบทีมคู่เหมือนกัน”

                “ท่านจางคงมีวิธีฝึกซ้อมแหละ”วิทย์เสนอไอเดีย

                “ตอนเด็กๆหนูจำได้ลางๆ ว่า อาจารย์เคยให้หนูซ้อมคู่กับพี่ลู่เฟยเจอทีมเด็กผู้ชายด้วยนะคะ...ตอน9 ขวบ 10 ขวบเนียแหละค่ะ ไปแข่งรายการในหมู่บ้าน”

                “แล้วแข่งเป็นยังงัยบ้าง?” บัวถามด้วยความสนใจ

                “หนูจำได้แค่ว่าแข่งชนะแล้วอาจารย์ก็พากลับบ้านค่ะ”

                “แบบนี้พี่คิดว่าน่าจะเป็นรายการสมัครเล่นมากกว่านะ”

                “คงแบบนั้นแหละค่ะพี่หมอ”