รถยนต์คันหนึ่งเลี้ยวเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ ชายวัยสามสิบปลายๆค่อยๆก้าวเท้าลงมา ด้วยความที่มีเชื้อสายจีน จึงทำให้ดวงตาเรียวยาวตี๋มากกว่าเดิมเมื่อฉีกยิ้ม โครงหน้ารูปไข่ถูกโกนหนวดเกลี้ยงเกลาเผยให้เห็นผิวขาวสะอาด ใบหน้าชายวัยกลางคนหล่อเหลาเอาการ แถมรูปร่างก็สูงโปร่งกำยำจนเสื้อยืดรัดแน่นเห็นแผงหน้าอกมัดโต
กันต์เดินเข้ามาในบ้านทรงโมเดิร์นด้วยรอยยิ้ม ดวงตาชื่นชมสถาปัตยกรรมทันสมัย ชายวัยกลางคนไม่เคยมีโอกาสเดินเข้าไปด้านใน เพราะสามีใหม่ของอดีตภรรยาไม่ค่อยต้อนรับเท่าไหร่นัก
“มาแล้วหรอคะพี่กันต์” เสียงหวานของหญิงคนหนึ่งร้องขึ้น
“ทราย พี่มารับลูกไปอยู่ด้วยน่ะ”
“มาไวจัง คิดถึงลูกขนาดนั้นเลยหรอ”
“ไม่ได้เจอกันตั้งนาน คุณปู่คุณย่าเขาก็คิดถึงเหมือนกัน”
“นั่นไง วิ่งมานู่นแล้ว”
กันต์และทรายเคยเป็สามีภรรยากัน แต่นั่นก็เป็เื่ในอดีต
ทั้งสองหย่าร้างเนื่องจากเหตุผลหลายอย่าง ส่วนลูกชายตัวน้อยก็อยู่ในวัยอนุบาลไม่ค่อยรู้ตาสีตาสาเท่าไหร่ ถึงแม้จะตัดขาดความสัมพันธ์ฉันผัวเมียไปได้สามปี แต่ชายร่างสูงหน้าขาวตี๋ก็ทำหน้าที่พ่อของลูกได้ดีไม่มีตกหล่น ด้วยครอบครัวมีฐานะมาั้แ่ต้น บวกกับตัวเองเป็ถึงหมอฟัน เลยทำให้กันต์ไม่เคยขัดสนเื่เงินและการเลี้ยงบุตรเลยสักครั้ง
“แล้วจะกลับเมื่อไหร่ล่ะ” กันต์เอ่ยถาม
“น่าจะสามวันค่ะ”
“อ๋อ งั้นเที่ยวให้สนุกนะ”
“ค่ะ ฝากลูกด้วยนะคะ”
ชายวัยกลางคนนำลูกชายตัวน้อยเข้าไปไว้ในรถ แต่ก่อนที่เขาจะอ้อมไปยังฝั่งคนขับ สามีใหม่ของทรายก็เดินพันผ้าขนหนูสีขาวออกมาทักทายเสียก่อน
“นึกว่าใคร ที่แท้ก็ผัวเก่าของทรายนี่เอง” เสียงทุ้มต่ำไม่มีมารยาทประชดประชัน
ชายคนนั้นมีอายุเท่ากับกันต์เปะๆ เพียงแต่ลักษณะนิสัยและผิวพรรณช่างต่างกันสุดขั้ว ใบหน้าไทยแท้คมเข้มดุดันเหมือนจะบ้านๆ แต่กรอบสันกรามกลับทำให้โดดเด่นกว่าคนอื่นเล็กน้อย ริมฝีปากดิบหนาเต็มไปด้วยหนวดเคราดิบๆลากยาวมาั้แ่ใบหูมาถึงคางทุ้ม แขนและขาโอบล้อมไปด้วยรอยสักลวดลายสมัยใหม่ แม้ว่าหมึกสักจะสีเข้มปานใด แต่ผิวกายหยาบกระด้างนั้นกลับเข้มจนแทบจะกลืนไปกับน้ำหมักเลยทีเดียว
“สวัสดีครับ คุณราม” กันต์ทักทายตามมารยาท
“หึหึ กองไว้ตรงนั้นแหละ”
อยู่ๆบรรยากาศสงบสุขก็เย็นะเื
ชายวัยพ่อทั้งสองคนมีลักษณะตรงกันข้าม สามีเก่าขาวสะอาดสะอ้าน ส่วนอีกคนกลับดิบเถื่อนคมคายตามประสาชายไทยแท้ แม้แต่ลักษณะนิสัยก็ตรงขั้วกันอย่างเห็นได้ชัด กันต์เป็คนเงียบขรึมใจเย็นและมีวุฒิภาวะ ส่วนสามีใหม่ของทรายนั้นกลับโผงผางและอารมณ์ร้อนตลอดเวลาเหมือนกับว่าในใจมีแต่ไฟนรกเคียดแค้น
หากจะมีอะไรที่ทั้งสองเหมือนกัน ก็คงจะเป็หุ่นล่ำสันยำเกรงเพียงอย่างเดียว มัดกล้ามเนื้อของแต่ละคนโดดเด่นมากกว่าใบหน้า โดยเฉพาะของชายผิวเข้มดิบหนา รูปร่างของเขาบึกบึนเด่นชัดราวกับไม่มีไขมันแทรกซ้อนในิั ส่วนของชายเชื้อสายจีนนั้นก็ล่ำสันไม่น้อยหน้า เพียงแต่เนื้อหนังมังสาดูหนุบหนับน่าขย้ำไปทุกสัดส่วนเท่านั้นเอง
“พี่ราม นึกว่ายังอาบน้ำไม่เสร็จซะอีก” ภรรยาหันไปพูดกับสามีใหม่ ก่อนจะทำท่าทีไล่ให้ไปไกลๆจากหน้าบ้าน
“ก็พี่ได้ยินเสียงผัวเก่าของเธอน่ะสิ เลยต้องรีบออกมาดูหน้ามันสักหน่อย”
“ไม่เอาสิคะ จะทะเลาะกันอีกแล้วหรอ”
“ทำไมพี่ต้องทะเลากับมันด้วย ถ้าไม่มีอะไรก็ออกไปจากบ้านกูได้แล้ว”
ร่างกำยำผิวแทนเข้มตะคอกเสียงต่ำ ภรรยาได้แต่หักห้ามและหันไปทำหน้าขอโทษสามีเก่า กันต์ถอนหายใจเบาๆ จากนั้นจึงกลับเข้าไปในรถและพาลูกชายไปอยู่บ้านของตัวเอง
“พี่ราม ทำไมทำแบบนั้นคะ”
“ทำไมพี่จะทำไม่ได้ เลิกกันไปนานแล้วทำไมยังปล่อยให้มันมาหาลูกด้วย”
“ก็นั่นลูกเขานี่คะ”
“แต่พี่เลี้ยงได้นะ ทรายว่าพี่ไม่เหมาะจะเป็พ่อของลูกทรายหรอ”
ทรายไม่ตอบ เธอเอาแต่จ้องมองท่าทางหุนหันของสามีใหม่และถอนหายใจแทน รามเป็ชายขี้โมโห แต่ถึงอย่างนั้นก็ขยันขันแข็งจนเป็เ้าของกิจการและร้านอาหารหลายแห่งในเมืองหลวง ชายฉกรรจ์คนนี้มักจะทำให้ภรรยาสะดุ้งใจากเสียงร้องะโด้วยคำหยาบคายทุกครั้ง ยิ่งตอนที่อยู่ต่อหน้าสามีเก่า รามก็มักแสดงท่าทางโกรธแค้นเหมือนทั้งสองคนผูกกรรมด้วยกันมาแต่ชาติปางก่อน
“ตอนสมัยหนุ่มๆพี่กับพี่กันต์สนิทกันมากไม่ใช่หรือไง”
“ก็ใช่…แต่ตอนนี้พี่ไม่ได้สนิทกับมันแล้ว และจะไม่มีวันกลับมาสนิทอีกด้วย”
รามสบถ จากนั้นจึงขอตัวไปอาบน้ำต่อ ยิ่งเห็นหน้าละอ่อนของเพื่อนเก่า รามก็ยิ่งโมโหและไม่อยากพบเจอกับชายคนนั้นอีก ตอนนี้เขาได้แต่งงานกับหญิงในฝันแล้ว และจะไม่ยอมเสียเธอไปอีกครั้ง!