จางเจิ้งจีกับหวังหวั่นสองสามีภรรยามือปราบเห็นฮัวหยางกับอู๋จือรุดมาถึงบ้านตนเองในยามค่ำก็รีบพาทั้งสองเข้าไปในห้องรับแขก จางเจิ้งจีเห็นท่าทางแทบจะประคองอู๋จือไว้ด้วยสองมือของสหายรักแล้วก็หัวเราะเบาๆ
“ท่านพี่ มีอันใดหรือเ้าคะ ”
“เสี่ยวหวั่น เ้าไม่เห็นจริงๆ หรือว่าสหายของข้าแทบจะอุ้มอู๋จือเข้าบ้านเราอยู่แล้ว”
หวังหวั่นมองตามหลังคุณชายใหญ่ฮัวไปก็เห็นสายตาแสดงความรักใคร่ห่วงใยของชายหนุ่มที่แสดงต่ออู๋จืออย่างเปิดเผย
“จริงด้วย การรักษาครั้งนี้น่าจะได้ผลเกินคาดนะเ้าคะ”
“อืม...ข้าได้ยินมาว่าฮัวหยางเฝ้านางแทบจะตลอดเวลาไม่ว่าจะในอ่างแช่น้ำยาหรือบนเตียง”
หวังหวั่นหน้าแดงระเรื่อ ยกมือขึ้นปิดปาก “ถ้าอย่างนั้น...”
“ข้าวสารก็คงจะกลายเป็ข้าวสุกไปแล้วล่ะ แต่ว่าเื่นี้เ้ากับข้าก็ทำทีเหมือนไม่รู้ไปก่อนก็แล้วกัน”
ฮัวหยางไม่ได้ใส่ใจจะสังเกตอาการของเ้าของบ้านทั้งสอง เขาเดินเคียงข้างกับอู๋จือเดินเข้าไปในห้องโถงเรือนสกุลจางอย่างคุ้นเคย พอนั่งลง สาวใช้ก็มาติดเตาเล็กต้มชาให้ ท่านหมอรูปงามเห็นสองสามีภรรยามองตนกับอู๋จือด้วยสายตาล้อๆ ก็หัวเราะเบาๆ กลบเกลื่อน
“พวกเ้า หยุดนินทาข้าได้แล้ว ข้ามีธุระสำคัญจะมาหารือ รีบมานั่งเถิด”
“เหล่าฮัว ข้าเป็เ้าของบ้านนะ เป็ข้าต่างหากที่ต้องเชิญเ้านั่ง เ้าเข้าใจผิดแล้ว”
“จะให้ข้าพูดไหมเล่า” ฮัวหยางยกยิ้มมุมปาก หันไปหาอู๋จือ “จือจือ คืนนั้นที่เ้าบุกเข้าไปในเรือนปรุงยาของข้าด้วยความเป็ห่วงหัวหน้าของเ้า แท้จริงเขากับหวังหวั่นแอบนัดพลอดรักกันในเรือนของข้า ไม่ได้มีธุระกับข้าแต่อย่างใด ”
จางเจิ้งจีหน้าเจื่อนด้วยความอายลูกน้อง “ไอหยา! สหายเลว เ้าถึงกับเอาเื่ของข้ามาเปิดโปงกับอู๋จือเลยหรือ ”
“ไม่เป็อันใดน่า จือจือของข้าไม่พูดความลับของพวกเ้าแน่นอน”
สองสามีภรรยาถึงกับอ้าปาก ตาโต มองฮัวหยางด้วยความคาดไม่ถึง
“เหล่าฮัว นี่เ้า เ้าพูดออกมาเสียเต็มปากว่าจือจือของเ้า หมายความว่าพวกเ้าของสองคน” จางเจิ้งจีใช้นิ้วชี้หน้าคนทั้งสองสลับกันไปมา
ฮัวหยางยื่นมือไปกุมมือของอู๋จือเอาไว้ นางใพยายามจะชักมือออกแต่เขาไม่ยินยอม “นางเป็คนรักของข้า”
“ยินดีด้วยนะ อู๋จือ” หวังหวั่นยิ้มกว้าง “ยินดีด้วยเ้าค่ะ คุณชายใหญ่ฮัว”
จางเจิ้งจีมองอู๋จือด้วยความเป็ห่วง เขารู้ว่าสหายเป็คนปักใจมั่น ทว่าสกุลฮัวร่ำรวยและมีอิทธิพล การแต่งมือปราบชั้นผู้น้อยอย่างอู๋จือเข้าไปหาใช่เื่ง่าย อย่างมากนางคงเป็ได้เพียงอนุภรรยา
“อู๋จือเป็ลูกน้องของข้า ข้าขอฝากเ้าด้วยนะ”
“เ้าไม่ต้องห่วง ทุกอย่างที่ข้าคิดจะทำ ข้าวางแผนมาแล้วเสมอ”
ฮัวหยางเล่าสิ่งที่อู๋เสี่ยวถงพบเจอให้หัวหน้ามือปราบหน่วยที่สามฟัง
“ข้าจะส่งคนไปสืบเื่นี้ให้แจ้งชัด หัวหน้าฉางผู้นี้อยู่ในสกุลฮัวมานานปี ไม่น่าเชื่อว่าจะกล้าหักหลังเ้า”
“ยาปลอมที่พวกเขาทำขึ้น ภายนอกต่างกันกับยาของข้าเพียงเล็กน้อย คนทั่วไปอาจจะไม่สังเกต ดีที่เสี่ยวถงทำงานในร้านยามานานและนางเคยขายยาแก้ผื่นคันของข้ามาก่อน ตอนนี้ยาแก้ผื่นคันขายดียิ่ง ทำรายได้เข้าเฉี่ยนซืออย่างมหาศาล ย่อมมีคนอยากจะเลียนแบบ แต่เพราะสูตรยานี้ของข้าเป็ความลับ ยาที่เขาทำจึงมีปัญหา คราวนี้เขาอาจจะเผลอใส่ยาปลอมปะปนมากับการส่งยาปกติทำให้เสี่ยวถงสงสัย”
“มิน่า เขาจึงคิดจะฆ่าเ้ากับอู๋จือเพราะผลประโยชน์มหาศาลนี่เอง”
“หากว่าฉางซวี่ตงแอบทำยาปลอมแล้วส่งขายกับหลงจู๊ซุยที่ทำร้านแข่งกับสกุลฮัว ครั้งนี้ก็เท่ากับฉางซวี่ตงสมคบศัตรูหมายจะทำลายสกุลฮัวของข้า”
“ในร้านค้าสกุลฮัวของเ้ามีคนสกุลฉางทำงานอยู่หลายคนมิใช่หรือ ”
ฮัวหยางพยักหน้าอย่างหนักใจ “ก็อย่างที่เ้ารู้ อนุฉางเองก็แต่งเข้าในสกุลข้าเพราะ้าประโยชน์จากการช่วยดูแลร้านเฉี่ยนซือทั่วแคว้นิ หลายปีมานี้ คนสกุลฉางถูกส่งไปควบคุมร้านหลายแห่ง ในเมืองหลวงมีฉางซวี่ตงเป็หลัก”
“หากคิดจะกำจัดหัวหน้าฉางผู้นี้ เ้าคงต้องวางแผนให้ดีเสียก่อน มิให้กระทบกระเทือนต่อการค้าของเ้า”
“อืม เื่นี้เท่ากับหยิกเล็บเจ็บเนื้อ จะทำการใดต้องรอบคอบ ค่อยเป็ค่อยไป” ฮัวหยางพยักหน้ารับ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
“เราสืบให้ชัดเจนก่อนเถิดเ้าค่ะหัวหน้าจาง ระหว่างที่สืบหาความสัมพันธ์ระหว่างฉางซวี่ตงกับหลงจู๊ซุย ก็ให้คุณชายใหญ่เตรียมตัวหาคนมาดูแลงานแทนพวกเขาด้วย”
“จริงของจือจือ เช่นนั้นการสืบคดีภายนอกยกให้เป็หน้าที่ของเ้านะเหล่าจาง ส่วนการสืบภายในสกุลฮัวก็ให้จือจือทำ ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ข้าจะอ้างกับท่านพ่อว่าอยากให้จือจือติดตามข้าไปช่วยข้าสืบเื่บัญชีร้าน”
“ดีเหมือนกัน คดีลอบสังหารเ้า ข้าจะได้ไม่ต้องปิดบังนายท่านฮัวให้อึดอัดใจ หลงจู๊จี้ก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย เขาจำต้องตกกระไดพลอยโจนโกหกท่านพ่อเ้าก็เพราะข้าขอเอาไว้”
“เื่คดี ข้าจะไปเรียนท่านพ่อให้ทราบเอง เ้าไม่ต้องหนักใจไป”
อู๋จือเห็นว่าตนเองจะต้องไปตามติดฮัวหยางก็รู้สึกว่าเื่นี้เริ่มทะแม่งๆ จะว่าไปวรยุทธ์ของฮัวหยางก็ร้ายกาจกว่านางมาก ตอนที่เกิดเื่ขึ้นในคืนนั้น ความจริงเป็ฮัวหยางมากกว่าที่ทั้งช่วยนาง
“หัวหน้าจาง ข้าอยากให้ท่านส่งเฉินหรงไปดูแลเสี่ยวถงให้ข้าสักระยะหนึ่งจนกว่าจะจับคนร้ายได้ขอรับ”
“ข้าอาสาเอง” หวังหวั่นรีบยกมือ “ให้ข้าไปดูแลน้องสาวเ้าดีกว่า”
อู๋จือยิ้มรับ “ดีเหมือนกัน ฝีมือของเ้าร้ายกาจที่สุด ข้าขอรบกวนเ้าก็แล้วกันนะหวังหวั่น”
“ข้าไม่รับคำขอบคุณหรอกนะ หากว่าข้าช่วยเ้าดูแลอู๋เสี่ยวถง ข้าอยากได้ค่าตอบแทนเป็สุราดีสักไห” หวังหวั่นพูดพลางปรายตาไปยังฮัวหยาง
ท่านหมอหนุ่มยิ้มรับ “ข้าให้เ้าเอง หวังหวั่น ทุกเื่ของจือจือล้วนอยู่ในความรับผิดชอบของข้า เอาล่ะ เหล่าจางข้าฝากเ้าดูคดียาปลอมด้วยก็แล้วกัน จือจือร่างกายยังอ่อนแอข้าต้องพานางกลับก่อน”
“ไหนเ้าว่าแช่น้ำยาแค่วันเดียวพิษก็สลายหมดอย่างไรเล่า ” หัวหน้ามือปราบทำหน้าฉงน
อู๋จือทำตาโต หันขวับไปดูหน้าท่านหมอผู้ล้ำเลิศในทันที “ฮัวหยาง! ท่านหลอกข้า!”
ฮัวหยางรีบดันร่างอู๋จือให้ขึ้นไปบนรถม้า นางดิ้นรนขัดขืนแต่คุณชายใหญ่ก็ไม่ยินยอมรีบอุ้มร่างขึ้นไปทันที สองสามีภรรยาที่มายืนรอส่งได้ยินเสียงตุบตับๆ จากในรถม้า พร้อมกับเสียงด่าทอของอู๋จือ
“ท่านมันเป็หมอเลว ข้าคิดแล้วเชียว รู้สึกว่าดีขึ้นมากแต่ยังต้องแช่น้ำครั้งแล้วครั้งเล่า”
“จือจือ เื่นี้ข้าอธิบายได้ อย่าเสียงดังได้หรือไม่ ” เสียงของฮัวหยางดังแว่วๆ สั่งองครักษ์ “เหล่าพานรีบออกรถเร็ว”
รถม้าคันใหญ่ของสกุลฮัวออกวิ่งอย่างรวดเร็ว หวังหวั่นเห็นเหล่าพานทำหน้าคล้ายกำลังกลั้นยิ้มจนสุดกำลัง
จางเจิ้งจีอ้าปากร้องตามก็ไม่ทันแล้ว เขาหันไปหาภรรยา หวังหวั่นที่พอจะเดาได้ก็หัวเราะลั่น
“เ้าหัวเราะอันใดน้องหญิง บอกข้าด้วย”
“ข้าว่าสหายเ้าเล่ห์ของท่านคงจะหลอกอู๋จือให้แช่น้ำยาเกินสองวันแน่เชียว ท่าทางของนางจึงโมโหขนาดนั้น”
จางเจิ้งจีทำหน้าเหวอ “ข้าไม่ได้ตั้งใจทำให้แผนเขาพังนะ ก็เขาบอกข้าว่าแช่น้ำยาแค่วันเดียวก็หายจริงๆ นี่”
“ท่านพี่ไม่ผิดหรอกเ้าค่ะ ปล่อยให้พวกเขาไปตกลงกันเองเถิด ดูจากท่าทางของสหายข้า คุณชายใหญ่ฮัวคงจะลำบากหน่อยในคืนนี้”
“เหตุใดเ้าจึงรู้ ”
“ท่านพี่...ข้าเคยผ่านมาก่อน” หวังหวั่นสอดมือเข้าไปกอดแขนสามี “พวกเรากลับเข้าห้องนอนกันเถอะ ไปนอนคุยกันต่อจะดีกว่านะเ้าคะ”
*****************
