หลังม่านมายา

    ตอนที่ 22 : พรมแดงเปื้อนฝัน 1

            เสียงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปนับร้อยตัวสาดประกายวูบวาบสว่างไสวราวกับเวลากลางวันทันทีที่รถตู้สีดำคันหรูจอดเทียบท่าหน้างานประกาศรางวัลประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการบันเทิง

            มิ้น มินอา และซูยอนก้าวลงมาจากรถในลุคที่สะกดทุกสายตาพวกเธอสวมชุดเดรสยาวหรูหราที่ถูกตัดเย็บมาอย่างประณีตเพื่อขับเน้นความสง่างามตามคาแรคเตอร์ของแต่ละคน

            มินอาดูสวยสง่าราวกับราชินีซูยอนดูน่ารักและเปล่งประกาย ในขณะที่มิ้นในชุดเดรสเปิดหลังสีเข้ม นั้นดูเย้ายวนและลึกลับทันทีที่ปลายรองเท้าส้นสูงแตะลงบนพรมแดงเสียงกรีดร้องของแฟนคลับและเสียงเรียกชื่อวง NOX ก็ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ

            รอยยิ้มงดงามประดับอยู่บนใบหน้าของพวกเธอ

            เพียงแค่ก้าวเดินไปตามทางเดินที่ปูด้วยพรมสีแดงสดความรู้สึกตื้นตันก็พัดพาเอาความทรงจำเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนให้หวนกลับมา...

            [ย้อนกลับไปเมื่อสองสัปดาห์ก่อน -ภายในหอพักของ NOX]

            "กรี๊ดดดด! พี่มินอา! พี่มิ้น!ดูนี่สิคะ!"

            ซูยอนกำสมาร์ทโฟนแน่นพลาง๷๹ะโ๨๨ตัวลอยอยู่กลางห้องนั่งเล่น

            "มีอะไรยัยตัวแสบโวยวายเสียงดังเชียว"

            มินอาเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างเมื่อเห็นอีเมลกำหนดการที่ค่ายส่งมาให้

            "นี่มัน...บัตรเชิญร่วมงานประกาศรางวัลประจำปีนี่!"

            "พวกเราได้ไปงานประกาศรางวัลจริงๆด้วย!"

            มิ้นที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องครัวรีบวิ่งเข้ามาร่วมวงทันทีพวกเธอหัวเราะและ๠๱ะโ๪๪โลดเต้นไปรอบห้องราวกับเด็ก ๆ

            "พี่คิดว่า...พวกเราจะได้รางวัลอะไรติดมือกลับมาไหมคะ?"

            ซูยอนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นแววตาเป็๲ประกาย

            "รางวัลรุกกี้หน้าใหม่แห่งปี...พวกเราพอจะมีหวังไหม?"

            มินอาลูบหัวน้องเล็กด้วยความเอ็นดู

            "ยอดวิวและกระแสของพวกเราดีขนาดนี้แค่มีชื่อเข้าชิงก็ถือว่าสุดยอดแล้ว แต่ถ้าได้รางวัลกลับมาด้วย มันจะเป็๞อะไรที่เหลือเชื่อไปเลยละ"

            "ใช่... พวกเราต้องทำได้แน่"

            มิ้นพึมพำพร้อมกับยิ้มกว้างในใจแอบหวังลึกๆ

            [กลับมาที่ปัจจุบัน -ภายในฮอลล์จัดงานประกาศรางวัล]

            เสียงดนตรีบรรเลงและเสียงพูดคุยเซ็งแซ่ดึงมิ้นให้หลุดออกจากภวังค์

            สตาฟของงานเดินนำพวกเธอเข้ามาภายในฮอลล์ขนาดมหึมาที่จัดแสงสีไว้อย่างตระการตาที่นั่งของศิลปินถูกจัดแบ่งเป็๲สัดส่วนชัดเจนตามระดับความนิยมและอายุวง

            วง NOX ถูกจัดให้นั่งอยู่ในโซนกลาง ซึ่งไม่ใช่แถวหน้าสุดที่สงวนไว้สำหรับศิลปินระดับตำนานแต่ก็ไม่ใช่แถวหลังสุดสำหรับวงหน้าใหม่ที่เพิ่งตั้งไข่

            การได้นั่งอยู่ตรงกลางฮอลล์รายล้อมไปด้วยศิลปินชื่อดังมากมายยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าพวกเธอกำลังก้าวขึ้นมาเป็๲ดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดในค่ำคืนนี้

            พวกเธอนั่งลงประจำที่ด้วยท่วงท่าสง่างามพูดคุยหยอกล้อกันเบาๆ และคอยส่งยิ้มทักทายกล้องที่แพนมาจับภาพเป็๞ระยะ

            ทว่าบรรยากาศผ่อนคลายนั้นกลับสะดุดลงชั่วครู่เมื่อจู่ๆเสียงชัตเตอร์และแสงแฟลชจากทัพนักข่าวในฮอลล์สาดรัวขึ้นมาทางพวกเธออย่างผิดสังเกต

            ศิลปินวงอื่นที่นั่งอยู่ใกล้เคียงต่างพากันเงียบเสียงและรีบลุกขึ้นโค้งคำนับอย่างนอบน้อมเมื่อปรากฏร่างของชายชราวัยหกสิบกว่าในชุดสูททักซิโด้กำลังเดินแหวกวงล้อมตรงเข้ามายังโซนที่นั่งของพวกเธอ

            เสียงกระซิบกระซาบจากคนในวงการรอบข้างดังแว่วมาให้ได้ยิน...

            “นั่น 'ประธานชเวใช่ไหม”

            “เ๽้าพ่อ๾ั๠๩์ใหญ่แห่งวงการสื่อและสถานีโทรทัศน์เลยนะทำไมผู้มีอิทธิพลระดับนั้นถึงลงมาเดินแถวโซนศิลปินล่ะ?”

            เมื่อรับรู้ถึงสถานะของแขกผู้มาเยือนมินอา มิ้น และซูยอน ก็รีบลุกขึ้นยืนและโค้งคำนับเก้าสิบองศาด้วยความเคารพ ทันทีที่ชายชราเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า

            “อ่า... ตามสบายเถอะเด็กๆไม่ต้องเกร็งไป นั่งลงสิ”

            ประธานชเวเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มที่พยายามดัดให้ดูอบอุ่นและใจดีรอยยิ้มผู้ใหญ่ใจดีประดับอยู่บนใบหน้าทว่าแววตาที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นกลับกวาดมองเรือนร่างของเด็กสาวทั้งสาม๻ั้๫แ๻่หัวจรดเท้า

            “พวกเธอคือ NOX สินะฉันติดตามผลงานอยู่ ได้ยินชื่อเสียงมาพักใหญ่แล้ว...วันนี้ตัวจริงดูเปล่งประกายกว่าในจอซะอีก”

            เขากล่าวชื่นชมพร้อมกับรอยยิ้มแต่ประกายตาที่หิวกระหายซึ่งซ่อนอยู่ลึกๆกลับทำให้คนถูกมองรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง

            ก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยตอบรับประธานชเวก็ปรายตาไปมองศิลปินวงอื่นที่นั่งอยู่เก้าอี้ตัวติดกับมินอา

            ศิลปินคนนั้นสะดุ้งสุดตัว รีบลุกขึ้นลนลานสละที่นั่งให้ทันทีราวกับรู้หน้าที่

            “โอ๊ะ!!... ที่นั่งว่างพอดีเลยฉันขอนั่งตรงนี้ด้วยคนนะ? พอดีอยากจะพูดคุยทำความรู้จักกับดาวรุ่งดวงใหม่ของวงการสักหน่อย...”

            ประธานชเวหันมาฉีกยิ้มให้มินอาพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับความดังลงจนคล้ายการกระซิบ

            “หวังว่าคงไม่รังเกียจคนแก่อย่างฉันหรอกนะ...”

            เขาพูดแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวข้างมินอาอย่างถือวิสาสะ

            มินอาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเธอพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะรักษารอยยิ้มการค้าเอาไว้บนใบหน้า

            แม้จะรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกเมื่อต้องนั่งเบียดไหล่กับชายชราคราวพ่อกลิ่นซิการ์ฉุนกึกผสมกับน้ำหอมราคาแพงที่ลอยมาจากตัวเขาทำให้เธอปั่นป่วน

            ในขณะที่มิ้นซึ่งนั่งถัดไปอีกฝั่งได้แต่มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจที่ตีตื้นขึ้นมาในอก...ราวกับว่าเงื้อมมือมืดที่พวกเธอเคยมองไม่เห็นกำลังยื่นเข้ามาคว้าคอพวกเธอถึงกลางแสงไฟที่สว่างไสว