เสียงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปนับร้อยตัวสาดประกายวูบวาบสว่างไสวราวกับเวลากลางวันทันทีที่รถตู้สีดำคันหรูจอดเทียบท่าหน้างานประกาศรางวัลประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการบันเทิง
มิ้น มินอา และซูยอนก้าวลงมาจากรถในลุคที่สะกดทุกสายตาพวกเธอสวมชุดเดรสยาวหรูหราที่ถูกตัดเย็บมาอย่างประณีตเพื่อขับเน้นความสง่างามตามคาแรคเตอร์ของแต่ละคน
มินอาดูสวยสง่าราวกับราชินีซูยอนดูน่ารักและเปล่งประกาย ในขณะที่มิ้นในชุดเดรสเปิดหลังสีเข้ม นั้นดูเย้ายวนและลึกลับทันทีที่ปลายรองเท้าส้นสูงแตะลงบนพรมแดงเสียงกรีดร้องของแฟนคลับและเสียงเรียกชื่อวง NOX ก็ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ
รอยยิ้มงดงามประดับอยู่บนใบหน้าของพวกเธอ
เพียงแค่ก้าวเดินไปตามทางเดินที่ปูด้วยพรมสีแดงสดความรู้สึกตื้นตันก็พัดพาเอาความทรงจำเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนให้หวนกลับมา...
[ย้อนกลับไปเมื่อสองสัปดาห์ก่อน -ภายในหอพักของ NOX]
"กรี๊ดดดด! พี่มินอา! พี่มิ้น!ดูนี่สิคะ!"
ซูยอนกำสมาร์ทโฟนแน่นพลางะโตัวลอยอยู่กลางห้องนั่งเล่น
"มีอะไรยัยตัวแสบโวยวายเสียงดังเชียว"
มินอาเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างเมื่อเห็นอีเมลกำหนดการที่ค่ายส่งมาให้
"นี่มัน...บัตรเชิญร่วมงานประกาศรางวัลประจำปีนี่!"
"พวกเราได้ไปงานประกาศรางวัลจริงๆด้วย!"
มิ้นที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องครัวรีบวิ่งเข้ามาร่วมวงทันทีพวกเธอหัวเราะและะโโลดเต้นไปรอบห้องราวกับเด็ก ๆ
"พี่คิดว่า...พวกเราจะได้รางวัลอะไรติดมือกลับมาไหมคะ?"
ซูยอนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นแววตาเป็ประกาย
"รางวัลรุกกี้หน้าใหม่แห่งปี...พวกเราพอจะมีหวังไหม?"
มินอาลูบหัวน้องเล็กด้วยความเอ็นดู
"ยอดวิวและกระแสของพวกเราดีขนาดนี้แค่มีชื่อเข้าชิงก็ถือว่าสุดยอดแล้ว แต่ถ้าได้รางวัลกลับมาด้วย มันจะเป็อะไรที่เหลือเชื่อไปเลยละ"
"ใช่... พวกเราต้องทำได้แน่"
มิ้นพึมพำพร้อมกับยิ้มกว้างในใจแอบหวังลึกๆ
[กลับมาที่ปัจจุบัน -ภายในฮอลล์จัดงานประกาศรางวัล]
เสียงดนตรีบรรเลงและเสียงพูดคุยเซ็งแซ่ดึงมิ้นให้หลุดออกจากภวังค์
สตาฟของงานเดินนำพวกเธอเข้ามาภายในฮอลล์ขนาดมหึมาที่จัดแสงสีไว้อย่างตระการตาที่นั่งของศิลปินถูกจัดแบ่งเป็สัดส่วนชัดเจนตามระดับความนิยมและอายุวง
วง NOX ถูกจัดให้นั่งอยู่ในโซนกลาง ซึ่งไม่ใช่แถวหน้าสุดที่สงวนไว้สำหรับศิลปินระดับตำนานแต่ก็ไม่ใช่แถวหลังสุดสำหรับวงหน้าใหม่ที่เพิ่งตั้งไข่
การได้นั่งอยู่ตรงกลางฮอลล์รายล้อมไปด้วยศิลปินชื่อดังมากมายยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าพวกเธอกำลังก้าวขึ้นมาเป็ดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดในค่ำคืนนี้
พวกเธอนั่งลงประจำที่ด้วยท่วงท่าสง่างามพูดคุยหยอกล้อกันเบาๆ และคอยส่งยิ้มทักทายกล้องที่แพนมาจับภาพเป็ระยะ
ทว่าบรรยากาศผ่อนคลายนั้นกลับสะดุดลงชั่วครู่เมื่อจู่ๆเสียงชัตเตอร์และแสงแฟลชจากทัพนักข่าวในฮอลล์สาดรัวขึ้นมาทางพวกเธออย่างผิดสังเกต
ศิลปินวงอื่นที่นั่งอยู่ใกล้เคียงต่างพากันเงียบเสียงและรีบลุกขึ้นโค้งคำนับอย่างนอบน้อมเมื่อปรากฏร่างของชายชราวัยหกสิบกว่าในชุดสูททักซิโด้กำลังเดินแหวกวงล้อมตรงเข้ามายังโซนที่นั่งของพวกเธอ
เสียงกระซิบกระซาบจากคนในวงการรอบข้างดังแว่วมาให้ได้ยิน...
“นั่น 'ประธานชเวใช่ไหม”
“เ้าพ่อั์ใหญ่แห่งวงการสื่อและสถานีโทรทัศน์เลยนะทำไมผู้มีอิทธิพลระดับนั้นถึงลงมาเดินแถวโซนศิลปินล่ะ?”
เมื่อรับรู้ถึงสถานะของแขกผู้มาเยือนมินอา มิ้น และซูยอน ก็รีบลุกขึ้นยืนและโค้งคำนับเก้าสิบองศาด้วยความเคารพ ทันทีที่ชายชราเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า
“อ่า... ตามสบายเถอะเด็กๆไม่ต้องเกร็งไป นั่งลงสิ”
ประธานชเวเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มที่พยายามดัดให้ดูอบอุ่นและใจดีรอยยิ้มผู้ใหญ่ใจดีประดับอยู่บนใบหน้าทว่าแววตาที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นกลับกวาดมองเรือนร่างของเด็กสาวทั้งสามั้แ่หัวจรดเท้า
“พวกเธอคือ NOX สินะฉันติดตามผลงานอยู่ ได้ยินชื่อเสียงมาพักใหญ่แล้ว...วันนี้ตัวจริงดูเปล่งประกายกว่าในจอซะอีก”
เขากล่าวชื่นชมพร้อมกับรอยยิ้มแต่ประกายตาที่หิวกระหายซึ่งซ่อนอยู่ลึกๆกลับทำให้คนถูกมองรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง
ก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยตอบรับประธานชเวก็ปรายตาไปมองศิลปินวงอื่นที่นั่งอยู่เก้าอี้ตัวติดกับมินอา
ศิลปินคนนั้นสะดุ้งสุดตัว รีบลุกขึ้นลนลานสละที่นั่งให้ทันทีราวกับรู้หน้าที่
“โอ๊ะ!!... ที่นั่งว่างพอดีเลยฉันขอนั่งตรงนี้ด้วยคนนะ? พอดีอยากจะพูดคุยทำความรู้จักกับดาวรุ่งดวงใหม่ของวงการสักหน่อย...”
ประธานชเวหันมาฉีกยิ้มให้มินอาพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับความดังลงจนคล้ายการกระซิบ
“หวังว่าคงไม่รังเกียจคนแก่อย่างฉันหรอกนะ...”
เขาพูดแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวข้างมินอาอย่างถือวิสาสะ
มินอาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเธอพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะรักษารอยยิ้มการค้าเอาไว้บนใบหน้า
แม้จะรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกเมื่อต้องนั่งเบียดไหล่กับชายชราคราวพ่อกลิ่นซิการ์ฉุนกึกผสมกับน้ำหอมราคาแพงที่ลอยมาจากตัวเขาทำให้เธอปั่นป่วน
ในขณะที่มิ้นซึ่งนั่งถัดไปอีกฝั่งได้แต่มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจที่ตีตื้นขึ้นมาในอก...ราวกับว่าเงื้อมมือมืดที่พวกเธอเคยมองไม่เห็นกำลังยื่นเข้ามาคว้าคอพวกเธอถึงกลางแสงไฟที่สว่างไสว