ณ ลานกว้างขนาดใหญ่ที่ถูกล้อมรอบไปด้วยป่าเขียวขจี มีผู้คนมากมายยืนเรียงแถวกันอยู่อย่างเป็ระเบียบ
ทุก ๆ คนที่นี่ต่างก็มีจุดร่วมเหมือน ๆ กันสามอย่าง ชุดเสื้อกางเกงรัดรูปขายาวสีดำ กำไลข้อมือแปลก ๆ และเข็มกลัดเล็ก ๆ ที่อกข้างซ้าย
ตอนนี้พวกเขาทุกคนกำลังอยู่ในสถานที่ที่ถูกเรียกว่า ‘สนามทดสอบ’ บนดาวอังคาร
ถึงมันจะฟังดูเป็เื่ยากเกินจะเชื่อด้วยสภาพแวดล้อมป่าเขียวขจีและท้องฟ้าอันสดใสตรงหน้า แต่ทุกคนที่นี่ล้วนอยู่บนดาวอังคารจริง ๆ
ไม่ว่าจะเป็ต้นไม้ใบหญ้าหรือหมู่เมฆบนท้องฟ้า ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นล้วนถูกสังเคราะห์ขึ้นมา กักเก็บเอาไว้ในโดมขนาดใหญ่
แน่นอนว่ามีหลายคนที่ไม่เชื่อว่าตัวเองถูกพาออกมานอกโลก แต่พวกเขาก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าตัวเองยังอยู่บนโลกเช่นกัน
เรียกได้ว่าทุกคนอยู่ในสถานะที่ไม่รู้ว่าชะตากรรมของตัวเองจะเป็ยังไงต่อไป
เว้นเสียจาก เรเวอรี่ และวิริเดียที่กำลังยืนอยู่ตรงมุมซ้ายล่างของลานกว้างขนาดใหญ่
เหมือนกับคนอื่น ๆ เด็กหนุ่มผมบลอนด์นั้นได้เปลี่ยนมาสวมชุดสีดำ กำไลข้อมือแปลก ๆ และติดเข็มกลัดเล็ก ๆ ที่แสดงผลเป็เลข 10 ตามระดับทางพลังพิเศษของเขา
วิริเดียเองก็ยอมสวมทุกอย่างตามขั้นตอนเหมือนกัน แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือเลขบนเข็มกลัดของเธอคือเลข 1 แสดงถึงพลังอันแข็งแกร่งที่เธอมี พร้อมสีหน้าที่ยังเต็มไปด้วยความสนุกสนานไม่เปลี่ยนแปลง
ส่วนเหตุผลที่ทั้งคู่ที่ควรจะหนีรอดไปแล้วมาอยู่ที่นี่ในตอนนี้น่ะเหรอ ? เื่นั้นคงต้องย้อนกลับไปราว ๆ 3 ชั่วโมงก่อนหน้านี้
…..
3 ชั่วโมงก่อนภายในโกดังร้าง
ชายผมทองร่างสูงค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้น จากนั้นก็สะดุ้งขึ้นมาอย่างฉับพลันเมื่อหวนนึกขึ้นได้ว่าตนเองตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน
“พวกแกไว้ชีวิตฉันงั้นเหรอ ?”
แสตนพูดด้วยเสียงที่สั่นครือด้วยโทสะพร้อมเตรียมใช้พลังพิเศษอีกครั้ง แต่แล้วเขาก็ต้องหยุดลงเมื่อเห็นภาพตรงหน้า
เบื้องหน้าของแสตน วิริเดียกำลังยืนชี้หอกเหล็กสีแวววาวไปยังเ้าหน้าที่ชุดดำหลายสิบคนที่ถูกตรึงไว้กับกำแพงโกดังด้วยเหล็กเหมือนใยแมงมุม
“น..นี่มัน-”
“ไม่ได้คิดจะฆ่าั้แ่แรกอยู่แล้วต่างหาก”
“ผมยังไม่อยากมีประวัติว่าเคยเป็อาชญากรในเอกสารสมัครงานหรอกนะ”
ไม่ทันที่ชายร่างสูงจะได้พูดอะไรต่อเสียงของเด็กหนุ่มที่แสนคุ้นเคยก็ดังขึ้นมาจากทางด้านซ้าย จากนั้นเรเวอรี่ก็ลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้าของแสตนพร้อมวางเอกสารข้อมูลของตัวเองกับวิริเดียลงตรงหน้าเขา
“คุณชื่อแสตน อัลค็อด สินะ ? ผมว่าพวกเรามาเจรจากันดีกว่าครับ”
“ไร้สาระน่า วินาทีที่แกลงมือก่อเหตุขัดขวางพวกเรา แกก็ถือเป็อาชญากรแล้ว”
“ เ้าหน้าที่แบบฉันไม่เสียเวลามาเสวนากับอาชญากรหรอกนะ”
แสตนตอบปฏิเสธในทันทีที่เรเวอรี่เริ่มเกริ่นนำอธิบายทำให้เด็กหนุ่มหน้าซีดไปแว่บนึง และวิริเดียที่เห็นสีหน้าของเขาก็เกือบจะหลุดขำออกมา
“โธ่ คุณก็รีบสรุปเกินไป ฟังให้จบก่อนก็ได้ค่อยปฏิเสธ”
“คุณเองก็เป็ผู้มีพลังพิเศษเหมือน ๆ กับผม เห็นใจผู้ร่วมชะตากรรมกันหน่อยก็ได้น่า”
“ไม่ล่ะ ให้ฉันมานั่งเห็นใจเด็กเวรที่ซัดตัวเองจนสลบมันก็ไม่ใช่เื่”
“อย่าคิดว่าจะหนีรอดไปได้ล่ะ เ้าหน้าที่ของคาดินัลน่ะมีอยู่ทั่วโลก !”
“ ไม่ว่าแกจะทำอะไรต่อจากนี้ เ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ก็จะตามล่าพวกแกไปทั้งชีวิต !”
ศักดิ์ศรีในฐานะเ้าหน้าที่และความอับอายที่ต้องมาแพ้ให้กับเด็กทำให้แสตนยังคงปากแข็งไม่คิดที่จะเปิดช่องว่างใด ๆ
“ผมกับคุณวิริเดียจะยอมเข้าไปในประตูมิติของคุณทำตามขั้นตอนทุกอย่างแต่โดยดี”
“พวกเราแค่มีข้อแม้บางอย่าง เพื่อความสะดวกสบาย และเหตุผลส่วนตัวนิดหน่อยเท่านั้นเอง”
“หา ? ว่ายังไงนะ ?”
ในที่สุดคำพูดของเด็กหนุ่มก็ทำให้ชายร่างสูงหยุดปฏิเสธได้สำเร็จ
ใบหน้าของแสตนเต็มไปด้วยความงุนงง เขาไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมเด็กหนุ่มถึงพูดแบบนั้น
ทีแรกแสตนคิดว่าที่อีกฝ่ายไว้ชีวิตตนคงเพราะ้าจับไว้เป็ตัวประกันหรือไม่ก็ด้วยความใจอ่อนและประมาทเลินเล่อของเด็ก ใครเล่าจะไปคิดว่าทั้งหมดนั้นทำไปเพื่อต่อรองของความสะดวกสบายบางอย่าง
ยังไงก็ตามแต่ หากการต่อรองนี้จะทำอีกฝ่ายสมัครใจยอมกลับมาอยู่ในการควบคุมตัวแต่โดยดีล่ะก็ เขาก็พร้อมที่จะฟังข้อเสนอ
วิริเดีย ซีริอุส นั้นเป็ผู้มีพลังพิเศษอันดับต้น ๆ ที่องค์กรของเขา้าตัว ด้วยวีรกรรมมากมายและชื่อเสียงเรียงนามในฐานะ ‘ผู้สืบทอดพลังแห่งจักรพรรดิ’
หญิงสาวผมเงินเป็ตัวตนที่ตามปกติแล้วแสตนไม่มีทางเอาชนะได้เลยต่อให้จะยกพวกมารุมก็ตาม โอกาสมีส่วนร่วมในการจับกุมเธอเช่นนี้คงจะหาไม่ได้อีกเป็ครั้งที่สองแน่ ๆ
อย่างไรก็ตามอีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญพอ ๆ กับเื่นั้นก็คือชื่อเสียงในฐานะเ้าหน้าที่ของตัวเขาเอง
หากข่าวเื่แสตนแพ้ให้กับเด็กวัยรุ่นอายุ 14 ปี ล่ะก็มีหวังชื่อเสียงในฐานะเ้าหน้าที่ของเขาคงได้ป่นปี้จนไม่เหลือแม้แต่ฝุ่น
เรียกได้ว่าที่จริงแล้วควรเป็ฝั่งแสตนเสียด้วยซ้ำอยากจะขอร้องให้มีการเจรจา
“ถ้าจะทำให้พวกนายยอมกลับไปใส่กุญแจมือดี ๆ ล่ะก็…ลองเสนอมา”
แสตนตอบด้วยใบหน้าสุขุม พยายามกดความปีติในใจเอาไว้ ทำตัวให้เป็ธรรมชาติที่สุด
“ผม้าข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดเกี่ยวกับที่ ๆ พวกเราจะถูกส่งตัวไป แต่ไม่ต้องเป็ข้อมูลลับที่มีสำคัญอะไรมากก็ได้ เอาแค่วิธีที่จะทำให้ผมอยู่รอดได้อย่างสะดวกสบายก็พอ”
“ แค่การแลกเปลี่ยนข้อมูลง่าย ๆ เท่านั้นเองครับ”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีที่ท่าพร้อมที่จะเจรจาเรเวอรี่ก็เริ่มกล่าวข้อเสนอของเขา ซึ่งนั่นก็ยิ่งทำให้ชายร่างสูงสับสนยิ่งไปกว่าเดิม และโพล่งถามออกมาด้วยความแปลกใจ
“แค่นั้นเองเหรอ ?”
“แค่นั้นแหละครับ”
หากเป็ในมุมมองคนทั่ว ๆ ไป การต่อรองของเรเวอรี่นั้นอาจจะฟังดูน้อยเกินไปสำหรับข้อได้เปรียบทางการเจรจาที่เขาถืออยู่ แต่ในความเป็จริง เด็กหนุ่มได้ครุ่นคิดมาอย่างรอบคอบแล้วว่านี่คือข้อเสนอที่ดีที่สุด
ด้วยศักดิ์ศรีในฐานะบุตรของตระกูลเศรษฐี มีหรือที่ เรเวอรี่ รี้ดคนนี้จะยอมเสียผลประโยชน์
เรเวอรี่รู้ดีว่าองค์กรคาดินัลไม่ใช่อะไรที่ตนเองควรจะลองดีด้วย หากเขาหนีไปกับวิริเดียดื้อ ๆ หรือต่อรองอะไรที่สร้างความแตกต่างมากเกินไป ผลลัพธ์ของการกระทำในวันนี้จะต้องทำให้เขาลำบากในภายหลังแน่
ไม่ว่าเรเวอรี่จะพยายามทำอะไรแค่ไหน แต่ถ้าเขาถูกตีตราว่าเป็ตัวอันตราย องค์กรคาดินัลก็พร้อมที่จะไล่ล่าเขาอย่างสุดกำลัง
ดีไม่ดีองค์กรอาจจะหาทางกุดหัวเขาทิ้งั้แ่ตอนนี้เลยด้วยซ้ำและนั่นก็เป็สิ่งที่เด็กหนุ่มจะยอมยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้
ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะเสนอข้อต่อรองที่แสตนไม่รู้สึกเสียประโยชน์โดยตรง เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้ยอมปกปิดการเจรจาระหว่างพวกเขาเป็ความลับ
มันก็จริงอยู่ที่ว่าหากคิดแบบนั้นเขาก็ไม่ควรก่อเื่อาละวาดในโกดังแต่แรกและยอมตามทำตามขั้นตอนของเ้าหน้าที่ให้มันจบ ๆ ไป
แต่ถ้าไม่ทำแบบนั้นมันก็ไม่มีทางเลยที่เรเวอรี่จะได้สิทธิ์ที่จะเป็ฝ่ายเหนือกว่าในการต่อรองเหนือแสตนและเ้าหน้าที่ในโกดัง
เรเวอรี่้าเป็ฝ่ายที่อยู่เหนือกว่าในการเจรจา แต่ก็ไม่ดูคุกคามจนเกินไป เพื่อที่แสตนจะได้ยอมปล่อยข้อมูลเชิงลึกที่เป็ประโยชน์ต่อตัวเขาจริง ๆ ออกมา
“ผมว่าคุณควรรีบพูด ๆ ออกมาให้หมดนะ ไม่งั้นมีหวังอีกฟากของประตูได้สงสัยในความล่าช้าของคุณแน่”
“ผมจะเริ่มจากการใส่กุญแจมืออีกครั้งเป็หลักประกันให้ก็แล้วกัน”
“ส่วนคุณวิริเดียตรงด้านหลังก็จะคอยทำหน้าที่เป็สักขีพยาน ไม่ให้พวกคุณเล่นตุกติกอะไรได้”
เด็กหนุ่มผมบลอนด์ยิ้มพลางค่อย ๆ หยิบกุญแจมือขนาดใหญ่สำหรับผู้มีพลังพิเศษของพวกเ้าหน้าที่ขึ้นมาสวม
….