บทที่ 10 ร่ำรวยแต่ไร้น้ำใจเหมือนบิดา
การถามตรง ๆ เช่นนี้ ก็นับว่าตรงเกินไปสักหน่อย
ไม่เพียงระบบและองครักษ์จะตอบสนองไม่ทัน แม้แต่จางเข่อเหรินก็ยังงงงันไปชั่วขณะ
แต่ไม่เป็ไร ระหว่างสามขวบกับสี่ขวบนั้นไม่มีช่องว่างอะไรมากนัก
“ข้ารู้ ท่านปู่ของข้าซ่อนสูตรลับขนมไว้ในที่หนึ่งทุกครั้ง ข้าจะพาเ้าไป” ใบหน้าน้อย ๆ แดงระเรื่อ เห็นได้ชัดว่าไว้วางใจจวิ้นจู่น้อยอย่างมาก
“อืม อืม” เยี่ยถวนถวนจูงมือจางเข่อเหรินเดินไปทางห้องด้านใน
องครักษ์เห็นเช่นนั้น ก็วิเคราะห์ในใจเล็กน้อยแล้วรู้ว่าควรทำอย่างไร
บางส่วนไปช่วย ‘ดับไฟ’ สร้างความวุ่นวายในหมู่ผู้คน ส่วนที่เหลือทั้งหมดเปิดทางให้จวิ้นจู่น้อย
หลังจากวนไปวนมาหลายรอบ ในที่สุดก็พบหีบใบหนึ่งที่มีกุญแจล็อกอยู่ใต้ประตูลับ
“กุญแจอยู่กับท่านปู่ของข้า ข้างในนี้เก็บของมีค่ามากมายของเขา”
“โอ้”
ถวนชีชี [เด็กน้อย เ้าลองถามดูว่าจะยืมได้หรือไม่ หรือขอให้เปิดดูสักหน่อย พวกเราค่อย ๆ ทำทีละขั้น วิธีนี้จะเหมาะสมกับมารยาทของมนุษย์มากกว่า…]
[ถ้าเ้าบอกว่าขอยืม มันจะง่ายกว่า…]
เยี่ยถวนถวน “หีบใบนี้มอบให้ข้าได้หรือไม่?”
ถวนชีชี [!!!!!!!!!] ยังพูดไม่จบเลย นางก็ตรงไปตรงมาเช่นนี้อีกแล้ว!!
นั่นเป็ทรัพย์สมบัติของผู้อื่นนะจวิ้นจู่ จะยกให้เ้าได้อย่างไรกัน
เหล่าองครักษ์ต่างตะลึงงัน
แต่หลังจากนั้นก็แอบชูนิ้วโป้งในใจ หากไม่ใช่เพราะตอนนี้ไม่สะดวก พวกเขาคงปรบมือให้โดยตรงแล้ว
สมแล้วที่เป็จวิ้นจู่ มีลักษณะเยี่ยงบิดาจริง ๆ!
เกือบจะเป็การแย่งชิงโดยตรงอยู่แล้ว
……
จวนอ๋องเก้า
ที่มุมลานบ้านมีโอ่งน้ำใบหนึ่งวางอยู่ ผิวน้ำในโอ่งกระเพื่อมเบา ๆ
‘ฟึ่บ’ ‘ฟึ่บ’ ‘ฟึ่บ’ เหล่าองครักษ์เงาปรากฏกายขึ้นอย่างรวดเร็ว
คืนนี้ภารกิจของเหล่าองครักษ์เงาคือการค้นจวนของคหบดีจาง ส่วนกองทหารม้ามีหน้าที่คุ้มครองจวิ้นจู่น้อย
เหล่าองครักษ์เงามองชายผู้หนึ่งที่ยืนหันหลังให้พวกเขาอยู่กลางลาน พวกเขาคุกเข่าลงรายงาน
“ท่านอ๋อง ข้าน้อยไร้ความสามารถ ไม่พบสิ่งที่ท่าน้าขอรับ”
พวกเขาเกือบจะค้นบ้านของคหบดีจางจนทั่วแล้ว แต่ก็ยังไม่พบสิ่งของ
เหตุผลที่แท้จริง เยี่ยจิ่นหานก็เข้าใจดี
ขณะที่กำลังกังวลอยู่นั้น มีคนมารายงานนอกประตูว่าจวิ้นจู่น้อยกลับมาแล้ว
เยี่ยจิ่นหานคลายคิ้วลงเล็กน้อย
จากนั้นก็เห็นเ้าตัวน้อยโง่เขลาแขนขาเล็ก ๆ กลับมา
ในมือของนางอุ้มหีบใบใหญ่ เหนื่อยจนหน้าผากมีเหงื่อซึม ดูแล้วน่าทะนุถนอมยิ่งนัก
เยี่ยจิ่นหานใช้เท้าคิดก็เดาได้ว่าในหีบนั้นมีสิ่งใด
คงมิใช่สิ่งใดนอกจากขนมพันชั้นที่ทั้งกินทั้งหยิบเอา
ดังนั้น นางก็คือคนหน้าหนาอายุสามขวบใช่หรือไม่
และ ‘คนหน้าหนา’ ผู้นี้ไม่รู้สึกอายแม้แต่น้อย ถึงขนาดอุ้มหีบราวกับจะเอาไปอวดบิดาเสียด้วย
แต่หีบนั้นใหญ่เกินไป นางมองไม่เห็นทางเดินเลย เท้าพลาดไม่ทันระวังก็สะดุดธรณีประตูล้มลง
“โอ๊ย ฮือ ๆ...” เห็นท่าจะล้มหน้าคะมำ เยี่ยถวนถวนหลับตาปี๋
ใน่เวลาสำคัญนั้น มีสายลมหอมพัดผ่านข้างกายนาง
นางถูกอุ้มขึ้นมาอย่างมั่นคง
เยี่ยจิ่นหานก้มมองสิ่งเล็ก ๆ ในอ้อมกอด
เขาขมวดคิ้วถามฟ้าดินอย่างจริงจังว่า ‘ทำไมถึงโง่นักเล่า นี่เป็ลูกที่ข้าให้กำเนิดจริงหรือ’
เยี่ยถวนถวนยิ้มเผยให้เห็นเขี้ยวน้อยสองซี่ ใบหน้าสีชมพูอ่อนดูน่ารักราวกับกำลังมอบของล้ำค่า
“ท่านพ่อ ให้ท่าน ของรัก”
เยี่ยจิ่นหานแค่นเสียงเบา ๆ “ข้าไม่กินขนม”
เ้าตัวเล็กโง่เง่า
“ท่านพ่อไม่้าหรือ?” เ้าตัวน้อยรู้สึกน้อยใจทันที
เมื่อเห็นนางหน้าตาหงอยเหงาราวกับมะเขือเทศลูกน้อย เยี่ยจิ่นหานก็ค่อย ๆ คลายริมฝีปากที่แสดงความรังเกียจออก
หากเช่นนั้น ลองกินสักคำดีหรือไม่?
“ไป๋จี เปิดหีบนั่นซิ”
“ขอรับ”
ไป๋จีวางหีบลงบนโต๊ะ จากนั้นใช้ดาบสั้นฟันลงไปทันที
‘เคร้ง!!’ ประกายไฟกระจาย กุญแจบนหีบถูกตัดขาดในทันใด
เยี่ยจิ่นหานโน้มตัวลงเพื่อจะวางเ้าตัวน้อยลง แต่เยี่ยถวนถวนกลับกอดคอบิดาแน่น
เยี่ยจิ่นหาน “...” ทั้งโง่ทั้งเกาะติด
ไม่มีทางเลือก จำต้องอุ้มนางไปเปิดหีบ
พอเปิดออก แสงอบอุ่นสายหนึ่งก็พุ่งออกมา
“ว้าว!” ช่างเป็สิ่งของที่ส่องประกายวิบวับ
หากไม่ใช่เพราะเยี่ยจิ่นหานยังอุ้มขาของนางอยู่ เ้าตัวเล็กผู้นี้คงจะมุดเข้าไปในหีบทั้งตัวแล้ว
เยี่ยจิ่นหานเหลือบมองไข่มุกขนาดเท่ากำปั้นในหีบ
เ้าตัวน้อยโง่เขลานี่ไม่ได้นำขนมพันชั้นกลับมาหรอกหรือ
ไข่มุกนี้มาจากแดนใต้ แม้จะไม่ใช่ของหายากในใต้หล้า แต่การที่มันปรากฏในบ้านของคหบดีจางนั้น ช่างน่าสงสัยอย่างยิ่ง
“ท่านอ๋อง ด้านล่างยังมีจดหมายโต้ตอบและเอกสารโฉนดที่ดินอีกมากมาย”
หลังจากไป๋จีเอาเครื่องประดับชั้นบนออกแล้ว เขาก็ส่งเอกสารในมือให้เยี่ยจิ่นหาน
“อืม”
เยี่ยจิ่นหานวางเ้าตัวน้อยไว้บนโต๊ะให้เล่นไข่มุก แล้วนั่งลงอ่านเอกสาร
ไข่มุกเม็ดหนึ่งที่มีค่ามหาศาล ถูกเยี่ยถวนถวนกลิ้งไปมาบนโต๊ะ
ยังไม่ทันได้กลิ้งเล่นให้สนุก ก็ได้ยินเสียง ‘ปัง!’ ดังขึ้น
เยี่ยจิ่นหานโกรธจนตบโต๊ะ ทำให้เยี่ยถวนถวนและไข่มุกะโขึ้นพร้อมกันบนโต๊ะ
“คหบดีจางผู้นี้ช่างกล้าหาญเหลือเกิน!” ที่แท้เป็สายลับของโจรขี่ม้าจากดินแดนตะวันออก*[1] ที่แฝงตัวอยู่ในต้าฉู่
เยี่ยถวนถวนกลอกตาไปมา แล้วลูบก้นของตัวเอง รู้สึกว่าบนโต๊ะไม่ปลอดภัย จึงอุ้มไข่มุกไปหาบิดา
“ท่านพ่อ อุ้มข้าด้วย”
เยี่ยจิ่นหานใช้มือเดียวหนีบเ้าตัวน้อยโง่เขลาไว้ใต้รักแร้ แล้วก้าวยาว ๆ มุ่งหน้าไปยังห้องหนังสือ “องครักษ์เงา กองทหารม้า จงรับคำสั่ง”
“ขอรับ”
จวนอ๋องเก้ากำลังจะมีการประชุมอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่การรายงานแผนการ แต่เป็การหารือเกี่ยวกับวิธีการกวาดล้างตระกูลจางทั้งตระกูล
ในห้องหนังสือ ท่านอ๋องเก้าอุ้มเด็กน้อยไว้ในอ้อมแขน ส่วนเด็กน้อยกอดไข่มุกเรืองแสงไว้
เมื่อมีการพูดถึงการปะาล้างตระกูลจาง ไข่มุกในมือของเยี่ยถวนถวนก็หลุดจากมือ
‘เพล้ง!!!’ เสียงดังสนั่น มันแตกกระจายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยบนพื้น
เยี่ยจิ่นหาน “...”
ผู้คนทั้งหลาย “!!!”
ไข่มุกล้ำค่าราคาแพงลิบลิ่ว อยู่ในมือของจวิ้นจู่น้อยเพียงชั่วเวลาดื่มชาไม่ทันหมดถ้วย...
ผู้คนทั้งหลาย ‘จวิ้นจู่น้อยช่างมีนิสัยเหมือนบิดาผู้ร่ำรวยแต่ไร้น้ำใจจริง ๆ’
ยอดเยี่ยม!
เยี่ยถวนถวนมองดูไข่มุกที่แตกกระจายเป็ชิ้น ๆ บนพื้น ริมฝีปากน้อย ๆ เบะออก เหมือนเด็กคนอื่น ๆ ที่สูญเสียของเล่นไป
รู้สึกเศร้าใจ
น้ำตาเริ่มคลอเบ้าตาแล้ว
เยี่ยจิ่นหานโบกมือ สั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาออกไปทำงาน
ในห้องหนังสือเหลือเพียงไป๋จีผู้เดียวที่คอยปรนนิบัติรับใช้
เยี่ยจิ่นหานเอ่ยเสียงเบา “ห้ามร้องไห้ ถ้าเ้าร้องไห้... ข้าจะหักขาเ้า”
เด็กน้อยที่ตั้งใจจะกลั้นน้ำตาไว้ เมื่อได้ยินประโยคนั้น ก็ร้องไห้โฮออกมาทันที “ฮือ ๆ ๆ ๆ ท่านพ่อรังแกถวนถวน ฮือออ”
ไป๋จี ‘ข้าอยากบอกว่า หากท่านไม่รู้วิธีปลอบเด็ก ก็อย่าปลอบเลย’
เยี่ยจิ่นหานขมวดคิ้ว นี่มันเด็กสามขวบขี้แยมาจากที่ใดกัน
ขณะที่กำลังรำคาญ ก็เห็นนางร้องไห้จนมีน้ำมูกพองออกมา... ดูเหมือนจะร้องไห้อย่างจริงจังเสียด้วย
ท่าทางเซ่อซ่าน่ารักของนาง ทำให้ความรำคาญของเยี่ยจิ่นหานลดลงไปมาก
“ไป๋จี”
“ขอรับ”
“ปีนี้ราชวงศ์ตะวันออกได้ส่งไข่มุกมาถวายบิดาของเราหรือไม่?”
ไป๋จีนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วตอบว่า “มีขอรับ เป็ไข่มุกตะวันออกเปล่งแสงสีฟ้า ขนาดใหญ่เท่าศีรษะเด็กเล็ก”
เยี่ยถวนถวน “โอ้โห”
เยี่ยจิ่นหานชำเลืองมองนางด้วยสายตาดูแคลน ช่างโง่เขลาและรักสนุกเสียจริง
“เร่งส่งจดหมายไปยังกรมคลังโดยด่วน บอกว่าข้า้าไข่มุกตะวันออก ให้พวกเขาส่งมายังเมืองชิงหลวนโดยเร็วที่สุด”
“ขอรับ ข้าน้อยจะไปจัดการทันที”
ไป๋จีออกไปแล้ว ในห้องเหลือเพียง ‘เยี่ยถวนถวนที่ร้องไห้จ้าอย่างน่าสงสาร’ และ ‘ท่านอ๋องเก้าผู้เป็เทพแห่งการสังหารที่ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อปลอบธิดาให้ร่าเริง’
“หยุดร้องไห้แล้วหรือ?”
เยี่ยถวนถวนกอดแขนของบิดา ในใจนึกถึงไข่มุกตะวันออกที่มีขนาดเท่าศีรษะของตน
“ท่านพ่อเ้าคะ ถวนถวนช่วยท่านพ่อหาสิ่งที่ท่าน้าได้แล้ว แต่ท่านยังไม่ได้ให้รางวัลถวนถวนเลย”
เยี่ยจิ่นหานเอ่ยว่า “อะไรกัน?”
ช่างเป็คนหน้าหนาที่ไม่รู้จักพอเสียจริง
ไข่มุกขนาดใหญ่เท่าหัวของนางก็ไม่นับเป็อะไรเลยสินะ!
[1] ดินแดนตะวันออก (东洋) หมายถึง ญี่ปุ่น