ตอนที่ 17
ูเาไฟเอเบรัส เกาะรอสส์ ทวีปแอนตาร์กติกา คณะสำรวจกลุ่มหนึ่ง ใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่เจาะผ่านชั้นน้ำแข็งและพื้นดินลงมา ปากหลุม มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 เมตร และลึกประมาณ 100 เมตร “เราเสียงบประมาณไปมากทีเดียว กับโครงการนี้" ชายต่างชาติที่ไว้เครายาว กำลังยืนดูขั้นตอนการเจาะสำรวจอยู่เอ่ยออกมา “ศาสตราจารย์อังเดร ตอนนี้เราใกล้จะเจาะถึง ส่วนที่คาดว่าเป็ประตูของโบราณสถานแล้วครับ"
อังเดร หยิบแฟ้มเอกสารที่หนาเตอะ ขึ้นมาเปิดอ่าน “้ไม่กี่ปีก่อน เรดาร์ของเราตรวจพบคลื่นพลังงานมหาศาล แผออกมาจากใต้พื้นดินบริเวณนี้ พอพวกเราลองใช้เครื่องมือสแกนดู ก็พบว่ามีเขาวงกตขนาดใหญ่ ซ่อนอยู่ติดกับปล่องูเาไฟ ที่ดับไปแล้ว" อังเดรเริ่มตื่นเต้น บางทีเขาอาจจะเป็ผู้คนพบ อารยธรรมที่สูญหายก็ได้ ชื่อเสียงและเงินทอง จะต้องไหลมาเทมา อย่างแน่นอน
เครื่องจักรเจาะทะลุมาจนถึงจุดที่คาดว่าเป็ทางเข้าของโบราณสถาน พวกเขาไม่สามารถเจาะมันเข้าไปได้ มันสร้างจากวัสดุที่แข็งมาก และยังไม่มีในตารางธาตุ เมื่อลงมาถึงข้างล่าง อังเดรและคณะสำรวจ พบกับบานประตูขนาดมหึมา บนบานประตูมีรูปนกสีแดงตัวใหญ่ ที่มีเปลวไฟล้อมรอบอย่างสง่างาม
อังเดรยื่นมือออกไปจับประตู ทันใดนั้นบริเวณโดยรอบก็มีอุณหภูมิสูงขึ้นฉับพลัน น้ำแข็งที่จับตัวอยู่รอบๆเริ่มละลาย ‘แอ๊ดดดดด........ตึง!' ประตูศิลาบานั์ค่อยๆเปิดออก ภายในมีทางเดินที่มืดมิดทอดตัวออกไป พวกเขาไม่รู้เลยว่า มันมีระยะทางไกลแค่ไหน
“ทุกคนเตรียมสัมภาระให้พร้อมแล้วตามฉันมา “อังเดร เดินนำคณะสำรวจ เข้าไปในประตู พวกเขาเดินเข้าไปได้ประมาณ 50 เมตร ก็มีเปลวไฟลุกพรึบขึ้นมาบนกำแพง เผยให้รูทีมีขนาดเท่ากับกำปั้น กระจายอยู่ทั่วกำแพง ตลอดทั้งทางเดิน “นี่มัน...รูอะไร!?" เขาโพล่งขึ้น
ขณะที่พวกเขากำลังทำหน้าสงสัยอยู่นั้นเอง ก็มีคนในคณะสำรวจ เหยียบแผ่นหินดัง ‘กริ๊ก!' แผ่นหินจมลงไปในพื้น เปลวเพลิงอันแสนเกรี้ยวกราด ได้ปะทุออกมาจากรูที่มีอยู่ทั่วผนัง อย่างกระทันหัน พวกเขาถูกเผาทั้งเป็ทันที “อ้ากกกกกกก!" เสียงกรีดร้องดังสะท้อนไปทั่ว
ประตูใหญ่ที่เปิดค้างไว้ บัดนี้เริ่มที่จะปิดตัวลง พวกคณะสำรวจที่ยังรอดชีวิต รีบวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต เพื่อออกไปให้ทันก่อนที่ประตูจะปิด แต่ทว่าระยะทางนั้น....ไกลเกินไป “ม่ายยยยยย!!!....."พวกเขาร้องออกมาทั้งน้ำตา
‘ตึง!!' ประตูบานั์ปิดลงจนสนิท โดยมีเสียงกรีดร้องอย่างทรมาน อยู่ภายใน....
******************************
ในเวลากลางดึก เกาะไฮ่หลิง มลฑลกว่างตง หญิงสาวคนหนึ่ง ม้วนผมขมวดเป็เกลียว แล้วใช้ปิ่นหยกปักไว้ เธอนั่งอยู่ในห้องที่ตกแต่งแบบจีนโบราณ ที่ด้านหลังห้อง มีป้ายเขียนด้วยผู่กันไว้อย่างสวยงาม ‘หอนพเก้า'
‘!!!!!!!' ดวงตาของเธอเบิกโพลงขึ้น
เงาดำร่างหนึ่งปรากฏขึ้นและคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเธอ “เ้ารู้สึกเหมือนข้าหรือไม่?" หยิงสาวถามบุคคลที่อยู่ด้านหน้า “รู้สึกเ้าค่ะ ประตูชิงหลงที่อยู่ด้านล่าง คล้ายจะมีปฏิกิริยาบางอย่าง"
“ข้าจะไปรายงานท่านอาจารย์ เ้าจงอยู่จัดการงานที่นี่แทนข้าที" หญิงสาว พุ่งตัวออกไปทางหน้าต่าง เท้าของเธอเหยียบย่ำไปบนอากาศ นี่คือความสามารถของผู้ที่บรรลุในขอบเขต ‘ก่อตั้งวิญญาน' ขึ้นไปแล้วเท่านั้น
*********************************
เมืองนุก ประเทศกรีนแลนด์ มหาสมุทรอาร์กติก รถบรรทุกคันหนึ่งกำลังขับออกจากเมือง ข้างทางมีแต่ทุ่งโล่งกว้าง คนขับจอดรถและเดินลงมา “ให้ตายสิดันมาปวดฉี่กลางทางซะได้ ยิ่งหนาวๆอยู่” เขาพูดพร้อมกับมีควันออกจากปาก ‘ครืน......่่' มีเสียงบางอย่างดังออกมา จากทางด้านหน้าของเขา คนขับรถบรรทุกเดินไปหยิบไปฉาย แล้วส่องหาต้นกำเนิดเสียง
“นั้นอะไร?" เขาเห็นโขดหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางทุ่งโล่ง เมื่อลองเข้าไปสำรวจก็พบกับช่องว่าง ขนาดพอที่จะให้ผู้ใหญ่คนหนึ่ง ลอดเข้าไปได้ “เป็ไงเป็กันว่ะ" ทางเดินทอดลงไปด้านล่าง เขาถือไฟฉายเดินคลำทางมาไกลพอสมควร ก็พบกับประตูศิลาขนาดมหึมา บนประตูมีรูปเต่าั์สีดำ ที่มีงูงอกออกมาจากหาง ขดไว้รอบตัว
“อะไรว่ะเนี่ยะ" คนขับรถบรรทุกไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง เขาใช้มือขยี้ตาอยู่สักพัก “ข้างในต้องมีสมบัติอยู่แน่ๆ" หลังจากสำรวจลูบคลำประตูอยู่สักพัก ประตูจึงค่อยๆเปิดออก ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโลภ เขาตัดสินใจเดินเข้าไปอย่างไม่ลังเล ผ่านไปชั่วครู่ก็มีเสียงร้องด้วยความหวาดกลัวดังขึ้น พร้อมกับประตูที่ค่อยๆปิดตัวลง
**********************************
โบสถ์ใหญ่แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในเมือง ลิมา ประเทศเปรู มีชายสองคนที่กำลังยืนอยู่ที่หน้าโบสถ์ “ทำไมพวกนั้นถึงชอบส่งฉันมา ทำงานกับแกด้วย ไอแซ็คแกไม่เบื่อหน้าฉันบ้างรึไง" ชายชาวต่างชาติผมสีทอง หันไปถามชายเชื้อสาย แอฟริกันอเมริกันที่มากับเขา “ฉันมีหน้าที่แค่ ทำงานให้สำเร็จ" เขากล่าวเสียงเรียบ “เห่ออออ...ยังทำตัวน่าเบื่อเหมือนเดิม
พวกเขาเดินเข้าไปในโบสถ์ มีเ้าหน้าหลายคนกำลังตรวจสอบบางอย่าง อยู่ภายในโบสถ์ “ผมเ้าหน้าที่หน่วยพิเศษ อัลเบิร์ต" ชายผมทองแสดงบัตรให้เ้าหน้าที่ดู เ้าหน้าที่คนนั้นยื่นเอกสารให้เขาดู “เราพึ่งพบทางเข้าโบราณสถานที่ฝังตัวลึกลงไป อยู่ใต้โบสถ์แห่งนี้ ทางเข้าถูกล็อคอย่างแ่า จากการณ์วิเคราะห์ ทางเข้าที่ทอดตัวลงไปน่าจะถูกสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 300 ปีก่อนคริสตกาล
อัลเบิร์ตบึนปากเล็กน้อย “โอ้...เก่าแกน่าดู" เขาจุดบุหรี่สูบ “แล้วสถานการณ์เป็ไงบ้าง"
“สุดทางเดินมีประตูขนาดใหญ่ เราลองส่งคนเข้าไปในนั้นแล้ว แต่ไม่มีใครรอดออกมา“ เ้าหน้าที่อธิบาย
“เพราะอย่างนั้นเลยต้องเรียกเ้าหน้าที่ระดับ 4 แบบเรามาสินะ งั้นช่วยนำทางหน่อย" พวกเขาเดินลงมายังด้านล้าง ก็พบกับประตูขนาดใหญ่ ที่มีรูปภาพของเสือสีขาว ที่กำลังคำรามอย่างน่าเกรงขาม
“คุณรออยู่นี่ เดียวพวกผมสองคนจะเข้าไปดูเอง" ‘พรึบ!' อัลเบิร์ตเรียกเปลวไฟสีแดงฉานขนาดใหญ่ ขึ้นมาบนฝ่ามือ เขาเดินเข้าไปพร้อมกับไอแซ็คที่ยังคงเงียบขรึม หลังจากเดินเข้ามาได้สักพัก พวกเขาก็ได้ยินเสียงแปลกๆ มันคล้ายกับเสียงการเคลื่อนตัวของหินที่เสียดสีกันไปมาทั่วบริเวณ
จู่ๆก็มีแท่งหินแหลม แทงออกมาจากพื้นที่พวกเขายืนอยู่ ทั่งสองคนะโหลบออกมาแต่ในขณะนั้นเองที่ด้านข้าง ก็มีหินแหลมอีกชุดเสือกแทงออกมาอย่างรวดเร็วไปที่ไอแซ็ค
ิัของไอแซ็คเริ่มกลายสภาพเป็เหล็กกล้าสีนิล เขาตั้งท่าป้องกันอย่างมั่นคง อัลเบิร์ตที่เห็นอย่างนั้น ก็ไม่ได้เป็ห่วงเพื่อนมากนัก
‘ฉึก!!!' ภาพต่อมาทำให้เขาหน้าซีดทันที ไอแช็คที่ควรจะไร้รอยขีดข่วน กลับถูกแท่งหินเสียบทะลุเกล็ดเหล็กกล้า แท่งหินขนาดใหญ่ ที่แทงทะลุตัวไอแซ็ค ทิ้งรูขนาดเท่ากับลูกบอลไว้บนกลางอกของเขา ไอแซ็คสิ้นใจตายในการโจมดีเดียว
ที่ด้านนอก เ้าหน้าที่กำลังรอพวกเขากลับมา ‘ครืนนน....' เสียงประตูค่อยๆถูกปิด “ไม่ไหวสินะ..." เขากล่าวตัดพ้อ แต่ใน่ที่ประตูกำลังจะปิดสนิท ก็มีร่างร่างหนึ่ง พุ่งตัวออกมาทันเเวลา
อัลเบิร์ตหายใจเหนื่อยหอบ ตามร่างกายของเขามีาแหลายแห่ง แลแขนขวาของเขาขาดหายไป “อย่าให้ใครเข้าไปในนี้..." เขาหมดสติไป เ้าหน้าที่รีบพาเขาส่งโรงพยาบาลทันที
ในองค์กรของเขา มีผู้มีพลังพิเศษจากการทดลองอยู่หลายคน โดยเรียงระดับความแข็งแกร่งจาก 1 ถึง 5 และอัลเบิร์ตอยู่ในระดับ 4 เขาถือเป็คนที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆ ขององค์กร แต่เมื่ออยู่ภายในนั้น พลังของเขาดูไร้ประโยชน์ไปเลย มันไม่สามารถต่อกรกับแท่งศิลา ที่แทงมาจากทุกทิศทุกทางได้ เื่นี้คงจะต้องให้เ้าหน้าที่ระดับ 5 ที่แข็งแกร่งที่สุดมาดูแล พวกเขามีเพียง 3 คนเท่านั้นและล้วนเป็คนระดับสูงในองค์กร
(*อัลเบิร์ตกับไอแซ็ค ไม่ใช่ไม่เก่งนะครับ แต่เขาวงกตที่นี่แข็งแกร่งเกินไป ในด้านกายภาพ)
*************************
ชิงเทียนกำลังเขียนคำตอบลงไปในกระดาษคำถาม เขาทำเส็จภายใน 30 นาที จากโจทย์รวมทุกวิชา 750 ข้อ นั่นหมายความว่าแต่ละข้อเขาใช้เวลาเฉลี่ยประมานข้อละ 2.4 วินาที
หลานลู่จื่อ รับกระดาษคำตอบมาด้วยความมึนงง เมื่อชิงเทียนเดินออกจากห้องไป เธอจึงลองตรวจข้อสอบดู ‘ถูกหมดทุกข้อ!' เธออ้าปากค้าง เธอรู้ว่าเขาเปลี่ยนไปมาก แต่นี่ก็ดูจะมากจนเกินไป
หลังกลับบากโรงเรียน เขานั่งแท็กซี่กลับมาที่วิลล่า เขาเห็นรถเบนซ์ทรงสปอร์ตสีขาว จอดอยู่หน้าบ้าน ‘หรือจะเป็หลงหยวน'เขาคิด
เมื่อเดินเข้ามาในบ้าน ก็พบกับแม่ของเขากำลังนั่งคุยกับโอวหยางเจิ้งหยูอยู่ ชิงอันที่มองเห็นเขา ก็รีบเดินตรงมากระซิบที่ข้างหู ‘นี่ลูกไปเป็อาจารย์เขาได้ยังไงกัน?" ชิงเทียนอ้ำอึ้ง “เอ่อ....ผมยังบอกไม่ได้ครับ" ชิงอันขมวดคิ้ว แต่เธอก็ไม่ถามอะไรต่อ แล้วเดินขึ้นห้องไป
โอวหยางเจิ้งหยูเดินเข้ามาหาเขา “ท่านอาจารย์ ศิษดีใจที่เห็นท่านปลอดภัยดี" เขาประสานมือคำนับแล้วก้มหัวลง ชิงเทียนเชิญให้เขาไปนั่ง ตอนนี้โอวหยางเจิ้งหยูอยู่ขอบเขต รวมรวมปราณขั้นกลางแล้ว
“ถือว่ามีการพัธนา" ชิงเทียนยื่นรายชื่อสมุนไพรให้โอวหยางเจิ้งหยู แล้วใช้นิ้วแตะไปที่ชายชรา หลังจากซึมซับข้อมูลเส็จเขาก็ค่อยๆลืมตาขึ้นแล้วทำความเคารพชิงเทียน “ที่ข้าให้เ้าไป คือวีธีในการหลอมร่างกาย และรายชื่อวัตถุดิบ”
“ศิษขอบคุณท่านอาจารย์"ก่อนหน้านี้โอวหยางเจิ้งหยูได้พบกับ หลิวลู่ซือ เขาไม่คิดว่าจะมีศิษน้องที่มีอายุเท่าหลานสาว แต่เมื่อเทียบกับที่เขามีชิงเทียนเป็อาจารย์ เื่นั้นก็ดูเล็กจ้อยไปเลย
“แล้วมาหาข้ามีธุระอะไร" ชิงเทียนเอ่ยถาม
“ศิษลืมไปว่าท่านอาจาร์ยังไม่มีรถยนต์ใช้" เขายื่นกุญแจรถให้ชิงเทียน
“คันที่จอดอยู่ด้านนอก?" เขาถามด้วยความสงสัย
โอวหยางเจิ้งหยูส่ายหัว “เชิญท่านอาจารย์ไปดูในโรงรถเองดีกว่า ศิษขอตัวลา หวังว่าท่านอาจารย์จะชอบของขวัญ ที่ศิษมอบให้" เขาขับรถเบ็นซ์สีขาวจากไป
ชิงเทียนเริ่มจะตื่นเต้น โอวหยางเจิ้งหยูมักจะให้สิ่งที่ดีกับเขาเสมอ ประตูโรงรถถูกเปิดออก มีรถสปอร์ตสีฟ้าครามจอดอยู่ด้านใน
“ท....เท่ห์ชะมัด!" เขาเริ่มคนหาชื่อรถ ชื่อของรถคันนี้คือ แลมโบกินี่ อเวนทาดอร์ พรุ่งนี้เขาต้องไปทำใบขับขี่ให้ได้!!
----------------------------------