นิยายแห่งรักพันผูกที่ผูกพันธ์ พ่อลูก-ผูก-พัน-รัก เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๓๐
มายด์มองน้ำแข็งในสมองก็หาวิธีที่จะคุยกับเธอ “โอ..ข้าปรารถนาให้เรือนร่างอันโสมมของข้า สูญสลายไปในอากาศ” มายด์พูดคำพูดของแฮมเล็ตจากบทละครที่เขาร่วมแสดงกับน้ำแข็งเพื่อจะบอกความในใจของเขากับน้ำแข็ง และหวังให้น้ำแข็งระลึกถึงเรื่องราวเก่าๆในอดีต
คำพูดเหล่านั้นช่วยให้น้ำแข็งหวนรำลึกถึงเรื่องราวในอดีตที่แสนหวานของเธอน้ำแข็งเข้าใจความหมายของคำพูดในบทละครนั่นดี ..มันบอกถึงความต้องการให้ทุกอย่างหายไป .. หรือ .. คือการฆ่าตัวตายนั่นเอง
แต่คนที่ไม่เข้าใจคือ.. ซี ซีฟังแล้วก็งุนงงเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่านั่นคือคำพูดจากบทละครเรื่องแฮมเล็ต
“หากพระผู้เป็นเจ้าจะไม่เห็นว่าสิ่งที่ข้าทำนั้นผิดหากเป็นเชนนั้น ข้า.. ”
“พอแล้ว!! ไม่ต้องพูดแล้ว” น้ำแข็งรีบห้ามมายด์ เธอรู้คำต่อไปนั่นเป็นอย่างดีคำที่แฮมเล็ตเคยบอกว่า .. ข้าจะฆ่าตัวตาย ..
การที่น้ำแข็งห้ามมายด์พูด ทำให้มายด์รู้ทันทีว่าเธอยังมีเยื่อใยบางอย่างอยู่มายด์เลือกข้ามวรรคที่เธอห้ามไปหนึ่งวรรค แล้วพูดบทของแฮมเล็ตต่อ “ทำไมเส้นทางชีวิตข้า ช่างเหนื่อยล้าไร้ซึ่งจุดหมาย .. ”
น้ำแข็งยกมือห้ามมายด์แล้วเดินไปนั่งเก้าอี้ตัวที่ใกล้ที่สุด ฟุบหน้าลงกับโต๊ะร่างกายเธอสั่นเทาขึ้นเล็กน้อย คล้ายกับว่าเธอกำลังร้องไห้
ซีลังเลว่าเขาจะทำอะไรได้บ้างซีมองไปที่พี่น้ำแข็งแล้วก็พี่มายด์แต่ดูเหมือนทั้งสองจะกลับเข้าไปในโลกของกันและกันแล้ว ซีได้แต่บอกตัวเองว่า ..สังเกตทุกอย่างให้ดี หากต้องเข้าไปช่วยใคร จะได้ไม่พลาด
“โอฟีเลีย ทุกอย่างที่ข้าทำลงไป ข้าไม่รู้เลยว่ามันทำร้ายจิตใจเจ้าไปมากขนาดไหน” มายด์พูดทั้งความรู้สึกของตนที่ทำร้ายน้ำแข็งและความรู้สึกของแฮมเล็ตที่ทำร้ายโอฟีเลีย
“หยุด!!” น้ำแข็งพูดขึ้น เสียงนั่นสั่นเครือเล็กน้อยแต่ก็ทำให้มายด์และซีรู้สึกได้ “ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ไม่ต้องขอโทษ ไม่มีใครต้องโทษอะไรใครทั้งสิ้น” น้ำแข็งยืนขึ้น “ในฐานะโอฟีเลีย ยังไงฉันก็จะเลิกกับแฮมเล็ต.. ในความเป็นน้ำแข็ง ยังไงฉันก็ต้องเลิก”
มายด์น้ำตาตก
น้ำแข็งตัดสินใจหันมามองหน้ามายด์เต็มตาเป็นครั้งแรก “มายด์ .. แกน่ะ แกล้งไม่รู้อะไรเลย แกล้งชอบผู้หญิงแกล้งทำให้ผู้หญิงรัก ทั้งที่จริงแล้ว.. แกชอบผู้ชาย ชอบมาตลอด ชอบมาตั้งแต่เด็กแล้วแต่แกไม่ยอมรับมันเท่านั้นเอง”
คำพูดทั้งหมดของน้ำแข็ง ตบหน้ามายด์ กระแทกใจมายด์อย่างแรง แต่มายด์ยังอยากจะทำภารกิจให้สำเร็จ “น้ำแข็ง มายด์ยังอยากจะ..”
“ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว” น้ำแข็งตะโกนห้ามอีกครั้ง คราวนี้ในน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราดของเธอสั่นเครือขึ้น “ไม่ต้องมาแกล้งพูดดีไม่ต้องมาขอโทษ ยังไงฉันก็จะทำอย่างนี้ ฉันเป็นอย่างนี้!!” เธอย้ำความเป็นตัวเธอราวกับจะบอกตัวเองให้มั่นคง มากกว่าที่จะบอกมายด์
มายด์ทั้งเสียใจ ทั้งสับสนความสับสนเรื่องตัวเองก็ยังไม่หมดไป คำพูดของน้ำแข็งมาทำให้มายด์สับสน ..พลุ่งพล่านในใจยิ่งขึ้นไปอีก
“แล้วก็ไม่ต้องมาเจอกันอีก” น้ำแข็งพูดเสียงดังฟังชัด “ฉันไม่อยากเห็นหน้าคนอย่างแก” แล้วเธอก็เดินออกไปจากห้องนั้น
แต่คำพูดทั้งมวลของเธอยังดังก้องอยู่ในโสตประสาทของมายด์
... แล้วความเงียบก็ปกคลุมห้องนั้นชั่วครู่
ซีเองก็ไม่มั่นใจว่าเขาควรดูอยู่แบบนี้ หรือควรจะเข้าไปปลอบพี่มายด์ดีและถ้าปลอบจะปลอบอย่างไร?
“ซี” มายด์เรียกชื่ออย่างแผ่วเบา
ซีรีบเข้าไปสัมผัสตัวพี่มายด์
“ไปตามครูโชมาหาพี่หน่อยสิ”
ซีรับคำ แล้วรีบเดินออกไปตามหาครูโชทั้งที่เขาไม่คุ้นเคยกับบ้านหลังนี้เลย แต่ซีก็เดินตามหาครูโชจนพบ และรีบพาครูโชมาหาพี่มายด์
“พ่อรู้.. รู้ทุกอย่างมาตลอด” มายด์พูดขึ้นเมื่อเขาเห็นหน้าครูโช
“รู้อะไร?” ครูโชถามขึ้น
“พ่อรู้มาตลอดว่าผมชอบผู้ชาย”
ครูโชหลบสายตามายด์
“ทำไมพ่อไม่บอกมายด์ ทำไมพ่อใม่ห้ามที่มายด์จีบผู้หญิงทำไมพ่อไม่ทำอะไรเลย” มายด์ทั้งเสียใจทั้งโกรธ “กระทั่งเรื่องน้ำแข็ง พ่อก็รู้” มายด์เสียงดังขึ้น ดังขึ้น ทั้งโกรธทั้งไม่พอใจ “แต่ก็ไม่บอกมายด์ไม่ห้ามอะไรเลย ทำไมอะพ่อ? ทำไม?” มายด์ตะโกนถามใส่หน้าครูโช
“จะให้พ่อบอกอะไร” ครูโชถามขึ้นเรียบๆ “จะให้พ่อบอกมายด์ว่า.. มายด์อย่าจีบผู้หญิงเลย เพราะมายด์ชอบผู้ชาย ในวันที่มายด์ไม่ยอมรับตัวเองในวันที่มายด์อยากจีบผู้หญิง และพยายามต่อต้านความรู้สึกตัวเองน่ะเหรอ?”
มายด์ฟังคำพูดครูโชด้วยความโกรธ ไม่พอใจ!!
แต่ซีฟังแล้วเข้าใจในสิ่งที่ครูโชต้องการอธิบาย
“น้ำแข็งมาหาพ่อบ่อย ตั้งแต่มายด์ไปเรียนต่างประเทศเราคุยกันหลายเรื่องตามประสาครูกับลูกศิษย์ แต่ไม่เคยพูดเรื่องมายด์แล้วจะให้พ่อบอกอะไรมายด์”
“แต่พ่อรู้ พ่อรู้พ่อรู้ว่ามายด์ชอบผู้ชายตั้งแต่เมื่อไหร่?” มายด์รวบรวมความกล้าทั้งหมดถามขึ้น
ครูโชยังมองหน้ามายด์นิ่ง
“พ่อรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่?” มายด์ถามย้ำอีกครั้ง
“พ่อเลี้ยงมายด์มาตั้งแต่เล็ก อยู่กับมายด์มาตลอด เห็นพัฒนาการของมายด์ทุกจังหวะชีวิต” ครูโชทอดเสียงลง.. “มีอะไรบ้างที่เกี่ยวกับมายด์..แล้วพ่อจะไม่รู้”
“พ่อรู้จริงๆ ด้วย พ่อรู้มาตลอด แต่พ่อไม่ยอมบอก” แววตามายด์แสดงความเกลียดชังชัดเจน
“พี่มายด์” ซีเรียกชื่อมายด์ ทำให้รังสีความเกลียดของมายด์ลดลง “พี่มายด์ใจเย็นๆ นะ”
มายด์พยักหน้ารับคำของซี
“ซีว่า.. ไม่ใช่ครูโชไม่อยากบอกหรอกพี่แต่ครูโชคงมีเหตผลของแกแหล่ะพี่” ซีพยายามเรียบเรียงคำพูด “แล้ว..ซีว่า.. การบอกอะไรบางอย่าง มันก็ขึ้นอยู่กับอายุ จังหวะ และโอกาสด้วยนะพี่” แล้วซีกันหันมาถามครูโช “ใช่ไหมครับครู”
ครูโชยิ้มให้ แล้วก็ช่วยซีประคองมายด์ขึ้นนั่งที่เก้าอี้ตัวที่ใกล้ที่สุด “สงบจิตสงบใจแล้วค่อยคุยกัน” ครูโชบอกเรียบๆ
ชีททำความเข้าใจและซ้อมบทพูดบทสุดท้ายของจูเลียตตอนที่เธอตื่นขึ้นมาในสุสาน แล้วไม่พบใครเลย ทั้งที่ก่อนที่เธอจะหลับด้วยฤทธิ์ยาบาดหลวงลอเรนซ์บอกเธอว่า เมื่อตื่นขึ้น จะพบกับโรมิโอผู้เป็นยอดรักในทันที
ชีทในฐานะจูเลียตจึงมองหาชายคนรัก “โรมิโอ.. สามีข้าอยู่แห่งใด ข้าตื่นมาแล้ว ใยไม่พบท่าน” แล้วเธอก็จินตนาการว่าเห็นโรมิโอนอนนิ่งอยู่ข้างๆเธอ “โรมิโอ.. ใยนอนนิ่ง”
ด้วยความหวั่นใจ ไม่แน่ใจ เธอจึงเอื้อมมือไปแตะจมูกโรมิโอความจริงก็ปรากฏ “สิ้นใจนั่น!!ใยจึงทิ้งกัน .. ทิ้งรักมั่นไปใย” พลันสายตาจูเลียตก็เหลือบไปเห็นขวดยาพิษที่โรมิโอใช้วางอยู่ข้างๆตัวเธอ “ยาพิษ..ข้าจะดับชีพไปอยู่กับท่าน” เธอยกขวดยาพิษขึ้นดื่ม “แต่มันไม่เหลือสักนิดให้ข้าใช้” เธอจึงวางขวดยาพิษลง “จากปากท่าน ข้าขอจูบให้ชื่นใจ ปากยังอุ่นละไมแต่ไร้ยาพิษ”
จูเลียตจึงร้องไห้เมื่อสิ้นหนทาง “ข้าไม่ขอห่างจากพี่อีกแล้ว รักพี่แน่แน่วแนบใจน้องแสนสนิท” พลันจูเลียตก็เห็นว่าที่เอวโรมิโอมีมีดพกเหน็บอยู่ เธอหยิบมีดขึ้นมา “มีดเอ๋ย.. กายข้าคือฝัก จงดับชีวิต” แล้วเธอก็แทงที่เอวตัวเอง “ให้ดวงจิตข้าพบกับรักนิรันดร์”
เสียงตบมือของพ่อชลกับอาแซนดังขึ้น ช่วยให้ชีทคืนสติกลับมาเป็นตัวเอง
“ดีมากลูก” ชลชมลูกสาว
“อย่าเหลิงนะ” แซนเบรคชีทต่อทันที
ชีทไม่ตอบอะไร แต่ยิ้มให้อาของเธอ
เสียงประตูห้องแซนถูกไข และเปิดออก แล้วซีก็เดินนำเข้ามา ครูโชและมายด์ตามเข้ามาติดๆ “ฉันเอามายด์มาส่งคืนแล้วนะ”
“ครับครู” ทั้งชลและแซนตอบเกือบพร้อมกัน
“ฉันว่า.. มายด์มีบางอย่างจะบอกเธอสองคน” ครูโชพูดต่อแทบจะทันที และหันไปบอกซี “ซีอยู่ฟังด้วยนะ”
“ครับครู” ซีตอบ
“ชีทพาครูไปดูห้องพักของเธอหน่อยสิ”
“ค่ะ ทางนี้ค่ะ” แล้วชีทก็เดินนำครูโชออกจากห้องอาแซนไป เพื่อไปเข้าห้องพักของเธอกับพ่อชล
มายด์นั่งนิ่งตั้งสติชั่วครู่
“พี่มายด์ครับ” ซีเรียก
มายด์มองหน้าซี พยักหน้าให้ซีราวกับจะบอกซีว่าพร้อมแล้วหรือบอกตนเองก็เป็นได้ “พี่แซนครับพี่ชลครับ”
พี่ทั้งสองมองหน้ามายด์รอฟังตั้งแต่ก่อนที่มายด์จะเรียกชื่อเขาอีก
“สองสามวันมานี้ มายด์ไปพบเบียร์ พี่ฝุ่นดิน พี่ต้นน้ำและน้ำแข็งครับ” มายด์พยายามไล่เรียงทุกอย่างเพื่อสรุปมาเป็นคำพูดที่หนักแน่นที่สุด “การพูดคุยกับทุกคนทำให้มายด์รู้ใจตัวเองมากขึ้น เข้าในตัวเองมากขึ้น” มายด์หยุดพูดเพื่อกลืนน้ำลายความมั่นใจกลับคืนมา “ถึงตอนนี้..มายด์มั่นใจครับ มายด์รักซี มายด์อยากขอดูแลซีครับ”
แซนกับชลฟังทุกคำ ทุกข้อความก็นิ่งไป ความจริงทั้งสองรู้มาตลอดว่ามายด์เป็นคนดีไม่มีอะไรที่เสียหาย ไม่มีอะไรที่น่ารังเกียจ แต่ความโลเล ไม่แน่ใจตนเองที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาไม่ไว้ใจ
“พ่อครับ” ซีพูดขึ้น “ซีก็ไม่รู้หรอกนะครับว่า.. อนาคตจะเป็นอย่างไร ซีอาจจะต้องเจ็บแบบพี่ต้นน้ำอาจจะต้องเสียใจแบบพี่เบียร์ อาจจะต้องทุกข์ทรมานแบบพี่น้ำแข็ง แต่วันนี้..” ซีมองสบตาพ่อแซนและพ่อชลอย่างมั่นใจ “ซีรักพี่มายด์ครับ ซีอยากอยู่ใกล้ๆ พี่มายด์ครับพ่ออย่าห้ามพวกเราเลยนะครับ”
“ซีตัดสินใจดีแล้วใช่ไหมลูก” แซนถามลูกชาย
“ครับพ่อ”
แซนฟังคำตอบลูกชายแล้วก็นิ่งไป ในใจเขาคิดไปหลายเรื่องหลายอย่าง ไม่ว่าจะสิ่งที่ซีเคยบอกแซนว่า .. เขายินดีเจ็บเพราะรักเพื่อเรียนรู้รัก .. เขายินดีรักแบบที่โรมิโอรัก .. เขายินดีเจ็บแบบที่จูเลียตเจ็บ..
ซีมองหน้าพ่อแซน เขาอยากให้พ่อตอบรับ เขามีความสุขมากที่บ้านนี้พูดกันทุกเรื่องตกลงกันทุกอย่าง และทำตามที่คุยกัน ซีอยากให้พ่อยอมรับและยินดีให้เขาคบกับมายด์
มายด์ได้พูดอย่างที่อยากจะพูด ได้ทำอย่างที่อยากจะทำตอนนี้เขาจึงรอลุ้นว่า พี่แซนกับพี่ชลของเขา จะตัดสินใจอย่างไร
คำพูดของมายด์ทำให้ชลรู้ว่า อย่างน้อยที่สุด..มายด์ก็กล้าที่จะวิ่งเข้าหาความจริง ไม่หลบหนีเหมือนเช่นที่ผ่านมา เขามองหน้าแซนแม้ในใบหน้า ชลจะเห็นว่า แซนกำลังคิดสารพัดอย่างแต่ก็ไม่มีวิธีคิดในแง่ลบผุดขึ้นมา
“ตอนนี้ซีเพิ่งสิบห้าเศษๆ เท่านั้นเอง ถือว่ายังเด็กมาก” ชลพูดทำลายความเงียบขึ้น
มายด์รู้สึกหนักใจกับสิ่งที่ได้ยิน
ซีมองหน้าพ่อชล มองหน้าพ่อแซนพ่อแซนก็ไม่ได้ห้ามในสิ่งที่พ่อชลพูด หรือเค้าตกลงกันมาแล้ว
“และที่สำคัญ.. ซีกำลังจะมีชื่อเสียง จะมีแฟนคลับจับตามองจะมีสื่อคอยจับผิดสารพัดเพื่อเล่นข่าว” ชลพูดต่ออย่างชัดเจน
มายด์และซีรู้สึกได้ทันทีว่านี่คือปัญหาใหญ่ที่ต้องหาทางแก้ไขให้ได้หากจะต้องคบ หรือ.. หากได้รับอนุญาตให้คบกัน
แต่ตอนนี้ด่านแรกคือ จะได้คบกันหรือเปล่า??
“หนึ่ง มายด์ควรมาหาซีที่นี่เท่านั้นห้ามนัดซีเจอที่อื่นแบบส่วนตัวเด็กขาด” ชลพูดชัดเจน “สอง ถ้าจะพากันไปที่ใดใดก็ตามควรมีชีท หรือผม หรือแซน หรือคนอื่นไปด้วยอีกสองสามคนเป็นอย่างน้อย ห้ามไปกันสองคน.. และสาม ถ้ามายด์ทำอะไรไม่ดี ทำอะไรให้ซีเสียใจ พี่จะแจ้งความ ข้อหาพรากผู้เยาว์นะติดคุกอย่างเดียวนะ” ชลพูดข้อแม้ต่างๆ จนครับ
“พี่พูดแบบนี้แสดงว่าให้เราคบกันได้ใช่ไหมครับ” มายด์รีบถามขึ้นด้วยความดีใจ
“เด็กอายุสิบห้าสิบหกเนียะ ถ้าเป็นคดีความติดคุกอย่างเดียวนะมายด์ พี่ย้ำอีกที” ชลบอกมายด์ซ้ำอีกครั้ง
มายด์ดีใจมาก เป็นซีที่หันมากอดพี่มายด์ของเขา และหอมแก้มพี่มายด์ของเขาทั้งสองข้ามอย่างชื่นใจ
“ขออนุญาตจูบปากคนรักนะครับ” มายด์หันไปบอกชลกับแซน
“วันนี้ ผมไม่เห็นอะไรทั้งนั้น” ชลตอบแล้วชี้ชวนให้แซนดูผนังห้องที่ควรจะทาสีใหม่สักที
มายด์จูบปากซีเป็นครั้งแรก ด้วยความรัก ความเสน่หาและความปรารถนาในกันและกัน
และเป็นครั้งแรกที่ซีโดนจูบแบบดูดดื่มอย่างนี้ .. จน.. ระทวยอ่อนในอ้อมแขนคนรัก .. รสจูบมันซาบซ่าน สร้างพลังสิเน่หาให้คุกรุ่นในใจได้มากมายอย่างนี้นี่เอง
ซีกอดและลูบไล้ไปตามเรือนร่างของพี่มายด์ ในแต่ละสัมผัสมันตอบสนองภาพฝันในอดีตที่ซีเคยอยากลูบไล้ในเรือนร่างพ่อชล
แต่พอเป็นพี่มายด์ที่ซีรักดั่งชีวิตกลับให้รสสัมผัสนั่นมีพลังกว่าในความฝันเป็นทบเท่าทวีคูณ
“พอละ พอละ วันแรกนี้พอแค่นี้ดีกว่ามั้ง?” เสียงแซนดังขึ้น
มายด์ถอนริมฝีปากที่จูบซีอยู่
กลับเป็นซีที่ชะงักสักครู่ แล้วตามไปจูบปากพี่มายด์อีกคราพร้อมกับยกมือข้างหนึ่งส่งสัญญาณให้พ่อเขารู้ว่า .. ขออีกนิด
ชลได้แต่หัวเราะหึ.. หึ.. ส่วนแซนส่ายหน้าให้กับเหตุการณ์ตรงหน้า ทั้งสองเข้าใจดีว่า จูบแรกมันซาบซ่านและตราตรึงแค่ไหน
ในเย็นวันศุกร์ ที่เด็กๆ ทุกคนต้องไปค่ายการแสดง ชีทขออาวรวุธจัดงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดที่ชีทอายุครบ๑๕ วรวุธจึงงดการฝึกการแสดงในเย็นและคืนวันศุกร์และเปิดห้องรับรองในอาคารที่เป็นอาณาจักรงานศิลป์ของเขาเพื่อจัดงาน
ชีท.. เจ้าของงานอยู่ในชุดสีขาวโดดเด่นที่สุดราวกับเธอเป็นเทพธิดา เธอยืนต้อนรับผู้คนที่มางานอยู่ที่ทางเข้างาน เล็กกับโก้ตามมางานเลี้ยงในวันนี้ด้วยและทั้งสองยืนประกบซ้ายขวา เป็นผู้ช่วยชีทอย่างดี
มายด์กับซียืนเม้ากันอยู่ในมุมหนึ่งของงาน ใกล้ๆ กันวรวุธกับยืนเม้าอยู่กับนน แซนกับชลก็อยู่ไม่ไกลจากตรงนั้น ครูโชนั่งอยู่ในจุดที่เห็นทุกคนชัดเจน
กายมางานเลี้ยงกับ ‘อาย’ แม่ของเขาที่อยากเป็นลูกศิษย์ครูโชใจแทบขาดจึงไม่แปลกที่ แม่อายของกายจะเข้ามาเม้ามอยกับครูโชอย่างออกรส
ยูมาคนเดียวเช่นเคย แต่พอเดินเข้างานพร้อมกับเคน จึงไม่แปลกที่ดูเหมือนทั้งสองจะมาพร้อมกัน รักมากับเพื่อนสาวหล่อของเธอที่วันนี้ดูหล่อกว่าทุกวันที่อยู่ในค่าย เพื่อนคนอื่นๆ ทะยอยกันมาจนครบ
แล้ว.. ชีทก็เห็น ชายคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาในงานของเธอ เขาอยู่ในชุดผ้าไหมทั้งเสื้อและกางเกง ทีมงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ของวรวุธเข้ามาถ่ายรูปทันทีและยังให้ชีทถ่ายรูปกับเขา ฝ่ายต้อนรับของวรวุธที่มาเป็นทีมเสริมให้ชีท ต่างกระวีกระวาดมาต้อนรับอย่างดิบดี จนชีทเล็กและโก้แปลกใจ ลึกๆทั้งสามก็รู้สึกคุ้นหน้าพอควร แต่นึกไม่ออก
“เชิญข้างในนะครับ คุณต้นน้ำ” หนึ่งในทีมต้อนรับของวรวุธพูดขึ้น “คุณวุธกับครูโชอยู่ข้างในครับเดี๋ยวผมพาพบครับ”
ชายชุดผ้าไหมที่ถูกเรียกว่า ‘คุณต้นน้ำ’ พยักหน้ารับแล้วเดินตามทีมต้อนรับเข้าไปในงาน
“เล็กนึกออกแล้ว คุณต้นน้ำผู้กำกับละครโทรทัศน์ที่ทำเรื่องไหนก็ดังเรื่องนั้นไงล่ะ” คำพูดเล็กทำให้ชีทกับโก้เข้าใจทันทีว่าทำไมจึงรู้สึกคุ้นแต่นึกไม่ออก เพราะเวลากำกับละครต้นน้ำจะอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้น และภาพนั้นก็เป็นข่าวบ้าง แทบไม่เคยมีใครเห็นเวลาที่ต้นน้ำแต่งชุดเรียบหรูที่เฉิดฉายแบบนี้
ต้นน้ำเข้าไปทักทายทุกคนแล้วก็เดินมาหามายด์กับซี ทั้งมายด์และซียิ้มให้ แต่ในใจก็หวั่นๆว่าจะเกิดอะไรขึ้น
“พี่อยากคุยกับเธอสองคน เรื่องระหว่างพี่กับมายด์” ต้นน้ำเริ่มการสนทนา
“ครับ” มายด์ทำได้เพียงรับคำ
“ที่จริง.. พี่ไม่ได้ติดใจอะไรตั้งแต่วันที่มายด์บอกเลิกพี่เมื่อหลายปีก่อนแล้ว”
มายด์มองต้นน้ำราวกับเขาได้ยินเรื่องราวที่สุดแสนแปลกประหลาด
“แต่พี่รู้ว่ามันเป็นปมในใจของมายด์ ก็ตอนที่มีเกย์มาตามจีบแล้วมายด์ก็หนีไปเรียนต่อต่างประเทศ พี่เคยถามครูโช แกก็บอกว่าใช่”
“แสดงว่าวันนั้น พี่กับพ่อรู้กัน” มายด์พูดขึ้น
แต่ต้นน้ำส่ายหน้า “วันนั้นพี่ว่าง เลยนัดเม้ากะพี่ฝุ่น พอครูโชโทรหาพี่ฝุ่นบอกว่ามายด์อยากคุยเรื่องอดีตกับพี่ฝุ่น พี่เลยบอกพี่ฝุ่นว่าอย่าบอกใครว่าพี่มาด้วย”
“พี่ใจร้าย” มายด์ตัดพ้อ
“พี่อยากช่วยให้เธอทิ้งปมในใจไปเสียและเข้าใจความรู้สึกตนเองซะที พี่รักเธอมากต่างหาก” ต้นน้ำสารภาพทั้งแววตาและน้ำเสียงมันแสนจริง
“ขอบคุณพี่มากครับ” มายด์ตอบ
ซีโอบกอดทั้งพี่มายด์และพี่ต้นน้ำ ให้ทั้งสองกอดกันโดยมีซีโอบกอดอีกคน “กอดกันหน่อยครับพี่พี่” ทั้งสามกอดกันอยู่ครู่หนึ่ง ก็คลายวงแขนออก
“ไม่ว่าอย่างไร มายด์คือคนเดียวที่พี่รักและพี่จะรักตลอดไป” ต้นน้ำบอกทั้งสองคน “ซี..ดูแลพี่มายด์ให้ดีนะ ถ้าเค้ามาขอนอนกับพี่เมื่อไหร่พี่จะไม่ปล่อยให้กลับมาหาเธออีกเลยนะ อย่าหาว่าพี่ใจร้ายนะ”
ซีได้แต่ยิ้มรับ ทั้งที่อยากจะตอบไปเสียเหลือเกินว่า .. ถ้าพี่มายด์ไปไหวก็ไปเถอะครับ .. แต่ซีรู้ดีว่า เขาเป็นเด็ก ไม่ควรพูดเล่นกับพี่ต้นน้ำที่เป็นผู้ใหญ่กว่าเขามาก
“พี่ต้องไปละ” ต้นน้ำบอกทุกคน
“ไปไหนพี่” มายด์ถาม
“เธอคิดว่า พี่จะใส่ชุดสุดหรูแบบนี้มางานที่กันเองแบบนี้เหรอพี่มีงานเลี้ยงอีกที่นึง”
“พี่ต้นน้ำอวยพรให้ชีทน้องของซีก่อนไปนะครับ”
ต้นน้ำพยักหน้ารับ แล้วซีก็พาต้นน้ำเดินไปที่มุมหนึ่งซึ่งมีไมโครโฟนวางอยู่ ซีหยิบไมค์ขึ้นบอกทุกคนว่าพี่ต้นน้ำอยากจะอวยพรให้ชีท
“กราบเรียนอาจารย์เตโช มิ่งไม้งามที่เคารพ” พูดจบต้นน้ำก็ไหว้ครูโชอย่างดงาม “และสวัสดีเพื่อนร่วมอาชีพทุกท่านทุกคน” ต้นน้ำมองเลยกลุ่มเด็กๆ ไปก็เห็นฝุ่นดินเพื่อนรักกำลังดื่มอยู่กับครูอั้มอย่างเป็นกันเอง บลู ทยุต อุรวีและอีกหลายคนที่เธอมองหน้าไม่ชัด บ้างยกแก้ว บ้างโบกมือทักทายเธอ อีกมุมหนึ่งวรวุธรุ่นน้องของต้นน้ำก็รวมกลุ่มเพื่อนๆ ของเขา ทั้งป๊อกทั้งกานต์ และอีกบางคนที่เธอจำชื่อไม่ได้
“ต้นน้ำขอเป็นตัวแทนพี่ทุกคน ต้อนรับเด็กๆเข้าสู่อาชีพการละครที่คนหลายคนไฝ่ฝัน โดยที่พวกเขาไม่รู้หรอกว่าต้องทุ่มเทอะไรไปบ้าง ต้องฝึกฝนอย่างเหนื่อยยากแค่ไหน กว่าจะได้มา ..
เด็กๆ จ๊ะ ทุกคนโชคดมากที่ได้ก้าวเข้ามาเป็นครอบครัวลูกศิษย์ครูโชพวกเรารักกัน เป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้องและร่วมกันสร้างสรรค์งานศิลป์ให้ปรากฏงดงามบนโลกใบนี้
และวันนี้ต้นน้ำขออวยพรให้.. ชีท ..เจ้าของวันเกิด และทุกคนในที่นี้มีแต่ความสุข ความเจริญ และสมหวังทุกประการ”
สิ้นเสียงต้นน้ำ ทุกคนในงานก็ปรบมือ ต้นน้ำเดินมาหาครูโช คุกเข่าตรงหน้าครูโชเธอมองหน้าครูโช แล้วหยิบเอาบางอย่างออกจากกระเป๋าสะพายของเธอวางตรงหน้าครูโช
.. โทรฟี่รูปทรงแปลกตา ..
“นี่คือ .. รางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งเอเซีย ..ต้นน้ำขอมอบให้ครู ต้นน้ำเพิ่งไปรับรางวัลเกียรติยศนี้ และตรงมาหาครูทันที”
คงเพราะห้องจัดงานไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก เพื่อนผองน้องพี่จึงทะยอยเดินเข้ามาดูว่าต้นน้ำจะพูดอะไรกับครูโช แล้วพอทุกคนเห็นรางวัล รับรู้ว่าเป็นรางวัลอะไร ทุกคนก็ยินดีไปกับต้นน้ำด้วย
ครูโชมองลูกศิษย์ด้วยความอิ่มเอมใจจนน้ำตาแห่งความปีติคลอที่ดวงตา “ฉันขอรับด้วยใจ เธอเอาตัวรางวัลนี้ไปประกาศให้คนทั้งประเทศรู้ว่าคนไทยที่มีฝีมือยังมีอยู่ ขอเพียงได้รับการสนับสนุนที่ดีเราก็สามารถสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมประดับให้โลกนี้งดงามขึ้นได้”
หลังจากที่รับประทานอาหารจนอิ่มหนำหลายคนก็เริ่มแยกย้ายกันกลับ เหลือเพียงคนที่สนิทกับชีทเท่านั้น ที่ยังนั่งพูดคุยกันต่อ
“สิบห้าแล้ว ยังงี้ก็มีแฟนได้แล้วสิ” ซีแซวลูกพี่ลูกน้อง
“แล้วไง .. ยังไงซีก็เป็นแฟนชีทไม่ได้อยู่แล้ว” ชีทแซวกลับ “หรือพี่มายด์จะยอม”
“ม่ายยยยยย” มายด์ตอบ
“อยากมีแฟนแล้วเหรอ” พ่อชลถามลูกสาว พร้อมกับเอามือยีเส้นผมชีทเล่น
ชีทเงียบ ไม่ตอบพ่อ
“เล็กช่วยสแกนให้ค่ะพ่อ” เล็กเสนอตัว “นะชีท ไม่ต้องห่วงเชื่อสายตาเล็กเถอะ”
“ยังไม่ได้บอกเลย ว่าอยากมีแฟนหรือเปล่า?” ชีทโดครวญ
“เอาน่า.. เล็กกะซี อ้อ.. โก้อีกคน รับรองคนที่ผ่านพวกเราได้ ต้องเป๊ะเวอร์”
“ถ้าสแกนขนาดนี้ ชีทว่า ชีทไม่มีแฟนแน่ๆ”
เคนซึ่งนิ่งเงียบมาพักใหญ่พูดขึ้น “พ่อชลครับ เคนขอคุยกับชีทนะครับ” แม้น้ำเสียงจะสั่นจนคนฟังรู้สึกได้แต่ความหมายที่พูด ชัดเจนมาก
“เฮ่ย!! ไม่ถามชีทก่อนเหรอ?ว่าอยากคุยด้วยมั้ย?”
เคนหันไปมองชีท ที่โวยวายอยูไม่ห่างเขาเท่าใดนัก แล้วหันกลับมาสบตาพ่อชลอีกครั้ง “ขออนุญาตนะครับ” เคนย้ำคำพูดอีกที
ชลวิทย์ได้แต่ยิ้ม
“พ่อคะ” ชีทโอคครวญ “ชีทททททท”
“ชีทครับ หลังจากเวลานี้ไป เคนขอคุยกับชีทในฐานะคนพิเศษนะครับ”
คำพูดเคนเรียกเสียงฮือฮาจากกลุ่มได้มาก
“ตกลงนี่ จะเฮ่ย จะอุย จะโน่นนี่นั่น แล้วไม่สแกนเหรอ” ชีทถามกลุ่มเพื่อน
“โก้ไม่รู้จัก วันนี้จึงบอกอะไรไม่ได้”
“เล็กด้วย ลอกการบ้านโก้”
“อ้าววววววว” ชีทโวย
“เหลือซีคนเดียวละ” นนพูดขึ้น
“แล้วนนไม่ออกความเห็นเหรอ?” ซีถามกลับ
“คนนี้นนชอบ” นนตอบทันที
ซีพยักหน้าย้ำแทนคำตอบ
ชลกับแซนยิ้มให้เด็กๆ เขาสองคนไม่เลือกห้ามอย่างที่เคยห้ามมายด์กับซีอีกแล้ว แต่เลือกที่จะเป็นผู้มอง เป็นที่ปรึกษาเป็นทุกอย่างที่จะช่วยให้ชีวิตและความรักของเด็กเจริญเติบโตขึ้น
เด็กๆ เหล่านี้ ยังไงก็เป็นเด็กในสายตาผู้ใหญ่เสมอ แม้บางครั้ง.. เด็กเหล่านี้ก็มีความเป็นเด็กที่เด๊กเด็กบางทีก็เริ่มโต บางทีก็เป็นผู้ใหญ่เสียเต็มประดา
แต่ไม่ว่าจะแบบไหน ถ้าพวกเขาได้รับคำแนะนำที่ดี มีคำสอนเป็นแนวทาง มีการพูดคุยถามไถ่เป็นเครื่องหล่อเลี้ยง เส้นทางชีวิตของพวกเขาก็เดินต่อไปได้อย่างมั่นคง แม้ว่าโลกนี้จะน่าหวาดกลัวเท่าใดก็ตาม
เรื่องราวก็มาถึงกาลปริโยสาน