“เด็กคนนี้มีที่ไปที่มายังไงครับคุณแม่” บุรินทร์ตัดสินใจถามหลังเซ็นเอกสารตามที่ผู้เป็แม่้าแล้ว .
“แม่รับดารินมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า” คุณหญิงเกสรบอกลูกชาย
“แม่ของเด็กตายทิ้งไปหลังดารินเกิดได้ไม่นาน” นั่นเป็ประวัติของเด็กน้อยที่ได้มาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่นางได้มา
“แล้วพ่อของเด็กล่ะครับ?” บุรินทร์ถามต่อ
“ก็คงตายด้วยหรือไม่ก็ทิ้งไปนั่นแหละค่ะ” นาถฤดีแทรกขึ้น .
“ไม่งั้นเด็กนั่นคงไม่ได้มาอยู่ในสถานสงเคราะห์หรอก” หล่อนปรายตามองหนูน้อยดารินที่ยังดูหวาดผวาตัวเองอยู่ .
“น่าเวทนาแกนะครับ” แต่ผู้เป็สามีกลับรู้สึกเห็นใจเด็กน้อยคนนี้มากกว่า
เวลาล่วงเลยมาจนเด็กหญิงดารินอายุได้แปดขวบ ดารินน้อยเติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูของผู้เป็ย่าจนเริ่มกลายเป็เด็กอ้วนท้วนจ้ำม่ำตามวัยของเด็กที่กำลังกิน แต่กลับไร้การเหลียวแลจากนาถฤดีผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็แม่ ในขณะที่น้องสาวของเธอทั้งสองคน วิเวียนและวาววากลับได้รับความรักจากนางอยู่ตลอดเวลา
เื่ที่เด็กหญิงดารินถูกเก็บมาเลี้ยงนั้นทุกคนในบ้านต้องปิดปากเงียบตามคำสั่งของคุณหญิงเกสรที่ไม่อยากให้เด็กมีปมเพิ่ม ดารินที่เริ่มโตและจดจำเื่ราวต่างๆได้มากขึ้นจึงเข้าใจว่าบุรินทร์และนาถฤดีคือพ่อแม่แท้ๆ ของเธอ แล้วเพราะความเ็าได้ ไม่เคยได้รับความรักความเอาใจใส่จากนาถฤดีและบุรินทร์เหมือนน้องสาวทั้งสองนั่นเองที่ทำให้เด็กน้อยได้แต่แอบน้อยใจอยู่ลึกๆ และแอบตั้งคำถามอยู่ตลอดเวลาว่าทำไมถึงมีแค่ย่าที่รักตน
“เสียงเอะอะอะไรกัน” คุณย่าเกสรมองไปทางตึกใหญ่ด้วยความสงสัย
“งานวันเกิดของน้องวาววาค่ะ” ดารินบอกผู้เป็ย่า
“เพื่อนๆ ที่โรงเรียนของน้องวาววามากันเยอะแยะเลย” เด็กน้อยพูดต่อ.
“จริงสิ ย่าลืมไปเลย” นางเองก็ลืมไปเสียสนิทว่าวันนี้เป็วันเกิดหลานคนเล็ก แต่แม่ลูกสะใภ้ทำอะไรก็ไม่เคยบอกนางอยู่แล้วเหมือนกัน.
“แล้วทำไมหนูดารินถึงไม่ไปวันเกิดน้องล่ะ?” ย่าเกสรถามและนั่นก็ทำให้เด็กน้อยหน้าหมองลง .
“คุณแม่บอกว่าหนูดารินไปก็แกะกะเพื่อนๆ ของน้องวาววาเปล่า ให้อยู่ในเรือนเล็กไปก็ดีแล้วค่ะ” เด็กน้อยบอกตามคำพูดของนาถฤดี
“แม่นาถนี่ใจแคบจริงๆ” คุณย่าเกสรบ่น ซึ่งความจริงนาถฤดีก็แสดงออกอย่างชัดเจนชิงชังดารินั้แ่วันแรกที่เข้ามาอยู่ในบ้านนี้แล้ว แต่นางก็ไม่นึกว่าลูกสะใภ้จะใจแคบถึงขนาดนั้น
“ไม่เป็ไร เดี๋ยวหนูดารินไปกับย่าก็ได้” นางบอกแล้วไขกุญแจเปิดลิ้นชักตรงหัวเตียง จากนั้นก็หยิบกล่องเครื่องประดับกล่องหนึ่งมาเลือกจนได้สร้อยจี้พลอยเล็กๆ เส้นหนึ่งเป็ของขวัญวันเกิดแก่หลานคนเล็ก .
“คุณย่าจะให้สร้อยนี้เป็ของขวัญวันเกิดน้องวาววาหรอคะ” เด็กน้อยถาม
“ใช่จ้ะ”
“ดารินก็มีของขวัญให้น้องเหมือนกันค่ะ” ว่าแล้วเด็กน้อยก็หยิบช็อกโกแลตกล่องหนึ่งที่สะสมค่าขนมไว้เพื่อซื้อเป็ของขวัญให้น้องออกมา ยิ่งสร้างความเอ็นดูให้กับผู้เป็ย่านานวันขึ้น
“ไปกันเถอะจ้ะ จูงย่าเข้าไปในงานด้วยนะ” แล้วสองย่าหลานก็พากันเข้าไปในงาน
“นี่ค่ะพี่สิงห์ พี่เสือ ทานกันเยอะๆนะคะ” หนูวาววาเ้าของวันเกิดนำขนมมาให้เด็กชายสองพี่น้องที่มาร่วมในวันเกิดด้วย
“นี่ของคุณลุงคุณป้าค่ะ” และไม่ลืมเอาให้พ่อแม่ของเด็กชายลายสิงห์และลายเสือด้วย
“ขอบใจจ้ะหลาน แหมน่ารักจริงๆเลยนะคะคุณ” พิณทองหันไปพูดกับพิศาลสามี
ทั้งคู่เป็พ่อแม่ของหนุ่มน้อยลายสิงห์กับลายเสือและเป็เพื่อนสนิทกับบุรินทร์ ความสัมพันธ์ของสองครอบครัวนี้มีมาั้แ่รุ่นคุณย่าเกสรและคุณย่าหอม ย่าของสองหนุ่มั้แ่ยังสาวแล้ว ดังนั้นในรุ่นเหลนก็หวังว่าเด็กๆ จะมีความสัมพันธ์อันดีกัน โดยเฉพาะนาถฤดีที่มีความคาดหวังว่าลูกสาวทั้งสองคนของนาง ไม่คนใดก็คนหนึ่งต้องได้เกี่ยวดองแต่งเข้าเป็สะใภ้ของตระกูลนี้หรือไม่ก็ได้เข้าไปเป็สะใภ้ทั้งสองคนเลยเพราะต้นตระกูลของพิศาลนั้นเป็ตระกูลเก่าที่มีสมบัติมากมายให้ลูกหลานได้กินได้ใช้ ชาตินี้ก็คงจะใช้ไม่หมดเลยล่ะ
“เอ๊ะ! ว่าแต่หนูดารินล่ะวันนี้ยังไม่เห็นเลย” พิณทองหันไปถามนาถฤดี แต่ยังไม่ทันที่นาถฤดีจะได้ตอบอะไร สายตาของพิณทองก็เหลือบไปเห็นหนูน้อยดารินกำลังจูงคุณย่าเกสรเข้ามาในงานพอดี นางจึงรีบเข้าไปช่วยประคองแล้วให้หนูดารินเข้าไปเล่นกับน้องสาวทั้งสองและลูกๆ ของตนท่ามกลางความไม่พอใจอยู่เงียบๆ ของนาถฤดี .
“ดาริน มานั่งด้วยกันสิ” ลายสิงห์หนุ่มน้อยพี่ใหญ่สุดเรียกเมื่อเห็นดารินเดินเข้ามา
“เสือ ขยับเก้าอี้ให้น้องดารินหน่อย” และบอกหนุ่มน้อยลายเสือให้ขยับให้ดารินมานั่งร่วมวงด้วย เด็กน้อยจึงรีบเดินเข้ามาด้วยความดีใจ
“นั่งสิ ยัยลูกเป็ด” ลายเสือหันไปบอกและเรียกดารินว่ายัยลูกเป็ดจนติดปากเพราะดารินนั้นจ้ำม่ำติดไปทางอ้วนตามวัยของเด็กที่กำลังกินพร้อมกับแว่นอันหนาเตอะเพราะสายตาสั้น
“เ้าเสือ คุณแม่เคยบอกนายแล้วนะว่าอย่าเรียกน้องแบบนั้น” ลายเสือที่ค่อนข้างจะรู้ความและดูสุขุมกว่าวัยเอ็ดน้องชาย
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะพี่สิงห์ น้องดาชินแล้วค่ะ” หนูน้อยดารินบอกและเคยชินกับการถูกลายเสือแกล้งมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว จากนั้นเด็กน้อยก็หันไปหาวาววาน้องสาวที่นั่งอยู่ใกล้ๆ แล้วยื่นขนมในมือให้
“อ่ะ น้องวาว สุขสันต์วันเกิดนะ” ดารินยื่นให้น้องสาว ส่วนวาววาเมื่อเห็นก็รีบรับขนมจากมือดารินมาถือแล้วรีบแกะกินทันทีเพราะเป็ขนมที่ตนชอบกินมาก แต่ถูกผู้เป็แม่ห้ามไม่ให้กินเด็ดขาดโดยบอกว่ามันจะทำให้อ้วนเหมือนดาริน แต่ด้วยความเป็เด็กแล้วก็เป็ขนมที่ชอบ หนูน้อยวาววาก็ไม่สนใจรีบเอาเข้าปากทันที
“ตายแล้ววาววา เดี๋ยวก็อ้วนเหมือนดารินหรอก” วิเวียนรีบบอกพร้อมกับท่าทีใ ซึ่งมันก็เป็จังหวะเดียวกับที่นาถฤดีหันมาเห็นพอดี นางจึงใช้จังหวะที่ผู้ใหญ่ทุกคนกำลังนั่งคุยกันอยู่ ไม่ได้สนใจเด็กๆ อีกโดยเฉพาะแม่สามีรีบเดินมาหาเด็กๆ ที่โต๊ะทันที .