บทที่ 19 ผิดพลาดตรงไหนกัน?
บรรยากาศการเตรียมงานกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อวันนี้ดูเหมือนว่าสภาพอากาศจะเป็ใจยิ่งนักเพราะมีสายลมเย็นพัดผ่าน อีกทั้งดวงอาทิตย์ที่ไม่ค่อยแผดแสง และไอร้อนลงมามากนัก ชาวบ้านที่เริ่มว่าเว้นจากการทำไร่ ทำสวน ต่างก็หลั่งไหลกันเข้ามารวมตัวที่งานเพราะในวันพรุ่งก็จะเป็วันแรกที่งานเริ่มจัดขึ้น
“พี่ไป๋ฮวา มานั่งทำอะไรตรงนี้” เสียงเจื้อยแจ้วดังขึ้นมาแต่ไกลทำให้หญิงสาวที่มองต้าเหวินโหร่วนั้น จำต้องละสายตาหันกลับไปยังต้นเสียงสดใสนั่นอีกครั้ง เห็นเป็เด็กน้อยที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม ทั้งในมือที่ถือขนมน้ำตาลมาด้วย
“อร่อยหรือเปล่าล่ะ ถิงถิง” เธอจำได้ดีว่าถิงถิงคนนี้คือคนที่คอยพูดให้กำลังใจเธอ และคอยอยู่เคียงข้าง เมื่อ่ที่เธอป่วยหนักก่อนย้อนเวลากลับมา ถึงแม้ครอบครัวของถิงถิงจะแสดงท่าทีเกลียดชัง อีกทั้งยังต่อว่าเธอด้วยคำพูดที่เต็มไปด้วยถ้อยคำหยามเยียดสักเพียงใด แต่เด็กหญิงก็ยังคงยืนหยัดและคอยอยู่เคียงข้าง จวบจนกระทั่งครอบครัวถิงถิงได้ย้ายไปอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง เนื่องจาก่นั้นเริ่มมีต่างชาติเข้ามา อาชีพค้าขายเลยเป็หนึ่งทางเลือกที่ชาวบ้านยากจนมักจะหยิบจับเพื่อหวังจะถีบตัวเองให้สูงขึ้นไป แต่ถึงอย่างนั้นก็จำเป็ต้องย้ายถิ่นฐานไปอยู่กันที่เมืองหลวง เนื่องจากการค้าขายจะดูคึกคักกว่าหมู่บ้านที่อยู่แถบชานเมืองเช่นนี้
ดวงตาที่ใช้มองเด็กน้อยนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยน เธอซึ้งใจที่อย่างน้อยก็มีถิงถิงมาพูดคุยให้เธอคลายเหงา แม้จะเป็เพียง่เวลาสั้น ๆ แต่นั่นก็ดีมากแล้วสำหรับหลิวไป๋ฮวาในตอนนั้น
“กินอย่างไรให้เลอะถึงหน้าผากเช่นนี้ล่ะ” ถิงถิงอมยิ้มด้วยความทะเล้น ก่อนจะยืนขนมน้ำตาลในมือตรงหน้ามาให้หลิวไป๋ฮวา
“พี่ไป๋ฮวาชิมสิ ขนมน้ำตาลนี่อร่อยนัก เมื่อครู่แม่ค้าจากต่างหมู่บ้านเดินเข้ามาขาย เห็นบอกว่าผสมพุทราเข้าไปด้วย ทำให้ราคาสูงกว่าขนมน้ำตาลปกติ แต่ถิงถิงชิมแล้วไม่เห็นมีกลิ่นพุทราแห้งเหมือนที่แม่ค้าบอกเลย” เด็กน้อยเอ่ยฟ้องหลิวไป๋ฮวา อีกทั้งเรียวคิ้วน้อยขมวดขึ้น และใบหน้าที่ยับยู่ของเธอประกอบคำพูดเจื้อยแจ้วนี้
“ถิงถิง เด็กฉลาดคงโดนแม่ค้าต้มเสียแล้วล่ะ”
“คอยดูเถอะเจอกันคราวหน้า ถิงถิงจะเอาคืนให้สาสมเลย”
“เป็เด็กเป็เล็กพูดจาเช่นนั้นได้อย่างไรกันถิงถิง ตัวก็เล็กเช่นนี้จะไปสู้ใครเขาได้กันล่ะ หื้ม” ทุกคำที่เอื้อนเอ่ยออกไปนั้นเต็มได้ความเอ็นดูเสียเต็มประดา บนใบหน้างดงามมีรอยยิ้มประดับอยู่ไม่จางหายไปไหน
หลิวไป๋ฮวาไม่รู้ตัวเลยว่าเธอนั้นได้ตกเป็เป้าสายตาของใครอีกคนที่มองมาั้แ่แรกแล้ว
“เช่นนั้นถิงถิงขอแรงพี่ไป๋ฮวาไปจัดการได้หรือเปล่า เอาให้หลาบจำเลยจะได้ไม่มาโกหกปลิ้นปล้อนถิงถิงเด็กฉลาดคนนี้”
หญิงสาวหลุดหัวเราะให้กับคำพูดของถิงถิง
ยิ่งฟังยิ่งน่าเอ็นดูเสียจริง…
“หากแม่ค้าคนนี้ย้อนกลับมา พี่ไป๋ฮวาคนนี้จะจัดการถิงถิงให้เอง ดีหรือไม่”
“ดีเลย! เช่นนั้นถิงถิงจะไปยืนเฝ้าที่ปากทางเข้าหมู่บ้านนะ หากเจอ ถิงถิงจะรีบวิ่งมาตามพี่ไป๋
ฮวาโดยเร็วเลย” ถิงถิงเอ่ยจบก็วิ่งเตลิดออกไปจนฝุ่นตลบ ไม่เห็นตัว หลิวไป๋ฮวาคนนี้เอ่ยรั้งเด็กน้อยไม่ทันเสียแล้ว
“แล้วแม่ค้าจะอยู่รอจนพี่ไป๋ฮวาคนนี้ไปถึงหรือไงกัน” หญิงสาวเอ่ยพึมพำพร้อมทั้งส่ายหน้าไปมา ก่อนที่เธอจะลากสายตากลับไปยังอีกฝั่ง ที่มีใครอีกคนกำลังช่วยงานอย่างขันแข็งอยู่ในตอนนี้ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความใ เมื่อเธอหันไปก็เจอว่าต้าเหวินโหร่วมองเธออยู่ก่อนแล้ว ถึงได้ทำทีเฉไฉไปมองสิ่งอื่น
วันทั้งวันนี้ทุกคนค่อนข้างยุ่งอยู่กับการเตรียมงาน ทำให้ไม่มีเวลาปลีกตัวไปไหนกันโชคยังดีที่วันนี้มีผู้ใหญ่ใจดีจัดอาหารมาเลี้ยง ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาไปหาทานกันด้านนอก ทานเสร็จก็ทำงานต่อเป็อยู่เช่นนั้น
จวบจนดวงอาทิตย์ใกล้จะลาลับขอบฟ้า แสงสว่างที่มีลดน้อยลงแต่ก็ไม่ได้มืดจนถึงขั้นมองไม่เห็น สถานที่จัดงานเองก็เสร็จเรียบร้อยไปแล้ว อาจจะเหลือตกแต่งด้วยดอกไม้เพื่อเพิ่มสีสันนิดหน่อยซึ่งชาวบ้านเองก็ตกลงกันว่ามาติดเพิ่มพรุ่งนี้ในตอนใกล้สว่าง ซึ่งมองว่าอย่างไรก็ทันการแน่นอน
“กลับกันเถอะหลิวไป๋ฮวา” ต้าเหวินโหร่วที่เดินถือผ้า เช็ดเหงื่อตามกรอบหน้ามาหาหญิงสาวที่นั่งมองเขาอยู่
“เหนื่อยหรือเปล่า?” เธอเอ่ยถาม ชายหนุ่มส่ายหน้าก่อนจะเดินตามหลังหลิวไป๋ฮวาที่ออกตัวเดินไปก่อนแล้ว ในตอนที่ชาวบ้านคนอื่น ๆ ก็ทยอยกันกลับแล้วเช่นกัน
“ทำไม…ถึงไม่มาเดินด้วยกันล่ะ”
“กลางคืน…ค่อนข้างจะอันตรายไปเสียหน่อย ผมคอยเดินระวังด้านหลังให้น่ะดีแล้วล่ะ”
ตลอดเส้นทางมีเพียงความเงียบงัน ไร้ซึ่งบทสนทนาจนได้ยินเสียงจิ้งหรีดที่กรีดเสียงร้องดัง และมีเพียงเสียงฝ่าเท้าที่กระทบพื้นอย่างเป็จังหวะการก้าวเดินระหว่างคนทั้งสอง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้สร้างความอึดอัดใจใด ๆ เลย และเป็เช่นนี้กระทั่งคนทั้งคู่เดินมาจนเกือบถึงหน้าบ้านของหลิวไป๋ฮวา
ทว่าแสงไฟจากรถที่สาดส่องเข้ามากระทบใบหน้าของคนทั้งสองจนจำต้องหรี่ตาลงทำให้การก้าวเดินหยุดชะงัก ก่อนที่แสงไฟจากหน้ารถดับลง ต้าเหวินโหร่ว มองรถตรงหน้าด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนที่จะเห็นบุคคลที่เป็เ้าของรถเปิดประตูลงมา เป็คนเดียวกับที่เขาเห็นเมื่อวาน
การแต่งกายดูดีมีชาติตระกูล อีกทั้งยังดูสะอาดสะอ้าน ผิวพรรณผุดผ่องอย่างลูกผู้ลากมากดี แตกต่างจากเขาที่เป็เพียงคนต่ำต้อย ไม่มีโอกาสได้ร่ำเรียน ทำงานใช้แรงงานหาเงินประทังชีวิตไปวัน ๆเช่นนี้ และคงไม่มีวันที่จะดีกว่านี้ได้ หากมาคบค้าสมาคมด้วยก็คงจะพากันตกต่ำ
“ไป๋ฮวา ขอโทษด้วยที่วันนี้ผมมาช้าเพราะเพิ่งไปช่วยงานพ่อที่ โรงงานในเมืองมาน่ะ” โจวอี้หานเดินเข้ามาหาพร้อมกับพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม หลิวไป๋ฮวาพยักหน้าอย่างเข้าใจ และไม่ได้เคืองโกรธอะไร โดยที่หญิงสาวไม่ได้รู้เลยว่าบัดนี้ต้าเหวินโหร่วได้ก้าวเท้าไปด้านหลังหนึ่งก้าวแล้ว เพื่อเป็การเว้นระยะห่างระหว่างกันอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
“จะเข้าบ้านหรือเปล่า วันนี้ผมซื้อซุปไก่โสมยาจีนมาฝากด้วย” โจวอี้หานเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้า อีกทั้งยังยกถุงในมือให้เธอดูประกอบคำพูด ทว่าหลิวไป๋ฮวากลับไม่ได้สนใจเื่นี้เลยแม้แต่น้อย เธอหมุนตัวกลับไปหมายจะชวนต้าเหวินโหร่วเข้าไปในบ้านเพื่อทานอาหารด้วยกัน แต่ทว่าสิ่งที่เห็นคือแผ่นหลังของต้าเหวินโหร่ว ที่สะท้อนแสงไฟอยู่ในที่ไกล ๆ
“คุณรอฉันตรงนี้ครู่เดียว เดี๋ยวฉันจะรีบกลับมา” น้ำเสียงที่เอ่ยออกไปเต็มไปด้วยความร้อนรน ก่อนที่เธอจะรีบวิ่งไปหาต้าเหวินโหร่วที่เดินห่างออกไปเรื่อย ๆ
“เหวินโหร่ว ช้าก่อน!” ถึงแม้จะเอ่ยรั้งอีกฝ่ายเอาไว้เช่นนั้น ทว่าต้าเหวินโหร่วกลับไม่คิดที่จะหยุดรอเธอเลยแม้แต่น้อย กระทั่งเป็หลิวไป๋ฮวาที่วิ่งไปจนกระทั่งถึงตัวอีกฝ่าย ด้วยสภาพเหนื่อยหอบ ใบหน้าชื้นไปด้วยเหงื่อ ที่แม้เป็เช่นนั้นอีกฝ่ายก็ไม่แม้จะหยุดรอ จนต้องคว้าแขนเขาเอาไว้ พร้อมทั้งสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อกอบโกยอากาศที่ใกล้จะหมดลงในไม่ช้า
“คุณจะรีบไปไหนกัน”
“...” ทว่ากลับมีเพียงความเงียบงันที่ตอบกลับมา เงาสะท้านั์ดวงตาคู่สีน้ำตาลอ่อนในตอนนี้คือภาพที่ต้าเหวินโหร่วเบือนหน้าหนี ทำไมเธอถึงได้รู้สึกว่าเขาไม่อยากจะเห็นหน้าเธออีกครั้งล่ะ ทำไมตอนนี้บรรยากาศระหว่างเราที่เคยดีขึ้น ทว่าบัดนี้กลับไปเหมือนเดิมอีกครั้งเหมือนในตอนที่เราห่างเหินกันล่ะ
แม้จะไม่ได้ถึงขั้นดึงแขนตัวเองออกจากการเกาะกุม และแสดงท่าทีรังเกีจราวกับไม่อยากแตะเนื้อต้องตัวกัน แต่ทว่าสีหน้าและสายตาที่อีกฝ่ายมีนั้นกลับคล้ายว่าเขาในตอนนี้หนีห่างเธอไปไกลแล้ว
ดวงตาคู่สวยสั่นระริก ไอร้อนผ่าวพุ่งเข้าเล่นงานตรงกระบอกตาอย่างจังด้วยความไม่เข้าใจ ที่เพียงแค่ไม่กี่วินาทีอีกฝ่ายถึงได้แปรเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็หลังมือเช่นนี้ หลิวไป๋ฮวาไม่รู้เลยว่าเธอนั้นกระทำอะไรผิดพลาดไปตรงไหน