หลังจากนั้นองค์หญิงฉานชิงก็ทรงเรียกประชุมกับเสนาบดีและเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่เพื่อแก้ปัญหาเื่แผนการของชิตัน
องค์หญิงทรงเล่าแผนการของชิตันโดยละเอียด และประกาศบอกว่า “เื่นี้ข้าจะไม่ยุ่งพวกท่านจะต้องเป็คนสืบและแก้ปัญหากันเองแต่สำหรับเื่รักษาชาวบ้านข้าขอเป็ผู้สั่งการเองเท่านั้นงั้นตอนนี้ข้าขอตัวก่อน” องค์หญิงตรัสจบก็เสด็จออกมาจากห้องประชุมทันที
“พะย่ะค่ะ”เหล่าขุนนางกล่าวรับคำ
แล้วองค์หญิงก็เสด็จกลับที่ประทับเพื่อปรึกษาหารือร่วมกันกับหลินยี่ฉานชิงและหลินยี่จะคุยกันแบบเพื่อนเมื่ออยู่กันตามลำพังแต่หากเป็คำสั่งจากองค์หญิง หลินยี่ก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่ง และเนื่องจากฉานชิงมักจะเล่าเื่ราวในอดีตเกี่ยวกับท่านเสนาฯจื่อหลิงหลานและอ้ายกว่าให้หลินยี่ฟังด้วยซึ่งหลินยี่ก็มองออกว่าฉานชิงนั้นยังคงมีใจให้กับจื่อหลิงหลานอยู่ จึงล้อว่า
“เขาคนนั้นเดินทางมาถึงที่นี่ น่าจะทำให้พระองค์ทรงมีกำลังใจมากขึ้นอย่าทรงเครียดมากนักเลยเพคะ” หลินยี่กล่าว
“บ้าสิ เพราะเขานั่นแหละที่ทำให้ข้าต้องเผยตนเองและกลายมาเป็ผู้ใช้อำนาจแบบที่ข้าไม่ชอบน่ะ” ฉานชิงไม่อยากเผยตัวตน
หลินยี่ได้เล่าว่า “ยังไงท่านเสนาฯก็ได้มาขอเข้าพบองค์หญิงก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรนะเพคะแสดงว่าเขาก็เห็นความสำคัญและเป็ห่วงพระองค์มาก”
“เอาเถิดหลินยี่ข้าไม่อยากพูดถึงและเกี่ยวข้องกับท่านเสนาฯอีก ยังไงข้ากับเขาก็เดินคนละเส้นทางเพราะมีอุดมการณ์ต่างกัน ข้าขอร้องล่ะ อย่ากล่าวถึงเขาอีกเลย” ฉานชิงไม่อยากพูดถึงท่านเสนาฯอีก
********************************************************
ข่าวการแก้ปัญหาโรคระบาดสำเร็จ ได้รู้ไปถึงทางแคว้นชิตันเนื่องจากองค์ชายชิตันทรงประชวรมานานจากการได้รับพิษซูซึ่งเกิดจากการถูกลอบทำร้ายแต่ยังคงรักษาไม่หาย ท่านอ๋องผู้ปกครองชิตันรู้สึกดีใจมากที่ได้รู้ว่ามีหมอสามารถรักษาผู้ป่วยที่ได้รับพิษซูได้
จริงๆแล้ว ท่านอ๋องไม่ได้้าก่อาระหว่างแคว้นเพียงแต่้าหาหมอมารักษาบุตรชายของตนเท่านั้น แต่การกระทำของทางชิตันทำให้ชาวบ้านแคว้นฉินที่อยู่นานกิงล้มตายเป็จำนวนมากท่านอ๋องทรงยอมทำเช่นนี้ก็เพราะทรงรักองค์ชายมากและไม่อยากให้เสียองค์ชายไปขณะนี้องค์ชายทรงมีสภาพนอนเป็ผัก เกิดอัมพาตทั้งตัว วิธีการรุนแรงโหดร้ายเช่นนี้จึงเป็วิธีที่หาหมอที่มีความสามารถได้เร็วที่สุด
ทางเสนาบดีจื่อหลิงหลานพร้อมกับท่านทูตขอเข้าเฝ้าอ๋องชิตันเพื่อสอบถามเหตุผลและอยากรู้ว่าทางชิตันจะแก้ตัวอย่างไรแต่การเจรจาต้องประนีประนอมมากที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงา
“พระองค์ทรงกระทำเช่นนี้ทำไมพะย่ะค่ะหรือว่าพระองค์้าทำลายปวงชนแคว้นฉิน” ท่านเสนาฯกล่าว
“เราขอโทษในการกระทำอันไม่สมควรแบบนั้นความจริงแล้วลูกของเราได้รับพิษซู ถึงรักษาชีวิตได้แต่เขาก็ต้องกลายสภาพเป็อัมพาตเคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้เลย เรา้าหาหมอเก่งๆมารักษาเขาให้หายเท่านั้น”ท่านอ๋องกล่าวเสียงเศร้า
“ความจริง พระองค์ทรงส่งพระราชสาส์นขอความช่วยเหลือก็ได้นะพะย่ะค่ะ”ท่านทูตแคว้นฉินกล่าว
“แต่ถ้าเราได้ข่าวไม่ผิดบรรดาหมอหลวงในวังและหมอาุโก็ยังสู้หมอหญิงสาวทั้งสองไม่ใช่หรือดังนั้นการส่งสาส์นก็ไม่ได้ช่วยอะไร จริงมั้ย”ท่านอ๋องส่งคนจับตาดูทุกอย่าง
“ทรงส่งสายลับจับตามองมาโดยตลอดสินะ พะย่ะค่ะ”ท่านเสนาฯกล่าว
“เอาล่ะ อย่าได้โกรธเราเลย เราแค่้าให้หมอหญิงสาวคู่นั้นมารักษาอาการลูกของเราเท่านั้น”ท่านอ๋องทรงรู้สึกว่ามีความหวัง
“ก็ได้พะย่ะค่ะ กระหม่อมจะพาตัวพวกนางมาที่นี่งั้นตอนนี้กระหม่อมทูลลาพะย่ะค่ะ” ท่านเสนาฯทำท่าคารวะ
หลังจากกลับมาที่เมืองนานกิง ท่านเสนาบดีได้แจ้งข่าวการขอหมอมารักษาองค์ชายชิตันให้องค์หญิงทรงทราบเนื่องจากสถานฝึกแพทย์มีองค์หญิงเท่านั้นที่สั่งการได้
“ข้ารับทราบแล้ว ขอข้าคิดดูก่อน แล้วจะแจ้งท่านอีกที”แล้วองค์หญิงฉานชิงก็ทรงเสด็จจากท่านเสนาฯไปอย่างเ็า
ท่านเสนาฯได้แต่มองตามไปเพราะรู้ว่าองค์หญิงคงยังทรงโกรธตนไม่หายทำได้เพียงเก็บความรู้สึกเอาไว้ในใจเท่านั้น
********************************************************
ณ ตำหนักองค์หญิงฉานชิง
องค์หญิงฉานชิงได้ปรึกษากับหลิงเอ๋อเกี่ยวกับการรักษาองค์ชายชิตันแม้ว่าวิธีการรักษาจะสามารถช่วยรักษาชาวบ้านได้ทั้งหมด แต่ติดปัญหา คือหากผู้ใดได้รับพิษเป็เวลายาวนาน นอกจากจะยากต่อการขับพิษออกทั้งหมดแล้วยังไม่สามารถรักษาให้ฟื้นตัวกลับมาเป็เหมือนดังเดิมได้
หลิงเอ๋อจึงเสนอว่าควรปรึกษากับหัวหน้าหมอหญิงฝ่ายเขียว
ดังนั้นองค์หญิงฉานชิงจึงทรงเรียกหัวหน้าหมอหญิงาุโฝ่ายเขียวมาเข้าเฝ้านางมีนามว่า โอหยาง เนื่องจากอยู่ตามลำพัง องค์หญิงจึงทรงอนุญาตให้สนทนากันแบบกันเองไม่ต้องใช้คำาาศัพท์
โอหยางกล่าวว่า “มีคนหนึ่งที่จะสามารถรักษาได้นั่นคือ…ฉินยี่” หลังจากนั้นโอหยางก็ได้เล่าประวัติของฉินยี่ให้ฟังว่าฉินยี่เป็หมอหญิงที่มีความสามารถมากแต่ถูกกลุ่มหมอหญิงฝ่ายแดงกลั่นแกล้งทำให้ไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควรอีกทั้งได้รับโทษที่ไม่สามารถรักษาองค์ชายฉินซึ่งเป็น้องชายของฝ่าาได้ตามที่ตนกล่าวอ้างฝ่าาทรงมีแผนจะให้องค์ชายฉินเป็รัชทายาทแต่ติดตรงที่ว่าองค์ชายฉินมีสุขภาพอ่อนแอเมื่อสูญเสียน้องชายไป จึงปลดฉินยี่ออกจากการเป็หมอหญิงและขับไล่ให้นางมาทำงานปลูกสมุนไพรแทนจริงๆแล้วนางสามารถรักษาได้หากไม่ถูกคนของฝ่ายแดงกลั่นแกล้ง โดยการแอบใส่พิษลงในยาที่ใช้รักษาองค์ชายเป็เหตุให้องค์ชายฉินถึงแก่ความตาย หมอหญิงฝ่ายแดงคนนั้นจริงๆแล้วทำงานให้กับขุนนางฝ่ายเหลืองท่านหนึ่งซึ่งหมายจะกำจัดองค์ชายฉินจึงออกคำสั่งหมอหญิงคนนั้นให้แอบวางยาพิษแม้ว่าโอหยางจะรู้ดีแก่ใจแต่ก็ไม่อาจช่วยเหลืออะไรได้เพราะตนไม่มีหลักฐานทำได้เพียงแต่ช่วยขอให้ลดโทษแก่ฉินยี่ไม่ให้ถึงกับถูกปะาชีวิตโอหยางกล่าวว่าฉินยี่เป็ผู้มีความสามารถในการฝังเข็มอย่างดีเยี่ยม ซึ่งการฝังเข็มสามารถใช้ในการรักษาผู้ป่วยเรื้อรังและรวมถึงผู้ที่ได้รับพิษมาเนิ่นนานแบบองค์ชายชิตันได้น่าเสียดายที่ฉินยี่ได้เสียชีวิตไปแล้ว
ฉานชิงถามโอหยางอีกว่า “หมอหญิงฝ่ายแดงล่ะมีใครที่พอจะช่วยได้บ้าง”
โอหยางรีบคัดค้านเพราะหมอหญิงฝ่ายแดงส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องกับเหล่าขุนนางเลยว่า“เราไม่รู้ว่าพวกนางเป็พวกเดียวกันกับขุนนางที่ประสงค์ร้ายหรือไม่หากหมอคนนั้นแกล้งรักษาองค์ชายไม่ได้ชิตันอาจใช้โอกาสนี้จุดชนวนาระหว่างแคว้น เราไม่อาจไว้ใจหมอหญิงฝ่ายแดงได้”
เมื่อยังตัดสินพระทัยไม่ได้ องค์หญิงฉานชิงจึงทรงให้โอหยางและหลิงเอ๋อกลับไปสถานฝึกแพทย์หญิงก่อน