จอมนางข้ามภพ(จบ)

    บทที่ 7 อาสา

            ​

    บทที่ 7 อาสา

            ปลายยามจื่อ( เท่ากับ เวลา 23.00 น. จนถึง 24.59 น. ) จันจิราที่ตอนนี้มีนามว่าเย่ว์เอ๋อร์กำลังหลับขดตัวใต้ผ้าแพรผืนเก่าที่ผ่านการปะชุนมานับไม่ถ้วนสะดุ้งตื่นเนื่องจากได้ยินเสียงคนกำลังคุยกันที่ด้านในศาลเ๽้า เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่ลุงผู้ดูแลศาลเ๽้าจะมาเปิดศาลเ๽้า แล้วเสียงที่นางกำลังได้ยินเวลานี้เป็๲ใครกัน ดวงตาหวานคมเบิกกว้าง

            ขโมยอย่างนั้นหรือ!!!

            ใบหน้ากลมแนบเข้ากลับผนังแอบฟังเสียงที่เล็ดรอดเข้ามา

            “เช่นนั้นเราจะทำอย่างไรดี”

            เสียงท้วมทุ้มบ่งบอกว่าคนพูดน่าจะมีอายุไม่น้อยเอ่ยขึ้นอย่างเคร่งเครียด

            “องค์ชายเหลือเวลาอีกเพียงสามวันเท่านั้น หากช้ากว่านี้ข้าเกรงว่าพิษจะแล่นเข้าสู่หัวใจ….แล้วพระองค์...”

            เสียงถอนหายใจยาวดังขึ้นพร้อมๆกันบ่งบอกความห่วงใยของพวกเขาที่มีต่อบุคคลที่สามที่เรียกว่าองค์ชาย

            “เช่นนั้นครั้งนี้ข้าจะบุกเข้าไปเอง”

            “อาฟง  เ๽้าใจเย็นๆก่อน หากเ๽้าบุ่มบามเข้าไปนอกจากช่วยองค์ชายไม่ได้แล้ว แม้แต่ตัวเ๽้าเองก็คงเดือดร้อนไปด้วย”

            โครม!!! ชายหา้คนลุกขึ้นพร้อมกันพุ่งตรงไปที่ด้านหลังรูปปั้นพระพุทธรูปมองร่างเล็กกลมของเด็กน้อยผู้หนึ่งที่พุ่งทะลุกำแพงเข้ามา เย่วเอ๋อค่อยๆลุกขึ้นจดจ้องชายวัยฉกรรณ์ตรงหน้าแล้วกระพริบตาปริบๆ  ใช้ท่าทางเด็กน้อยเสแสร้งให้น่าสงสาร

            “นางแอบฟังพวกเรา!!”

            กระบี่เล่มคมจ่อมาที่คอของเย่วเอ๋อร์ ไม่นะนางกำลังได้ชีวิตอีกครั้งจะตายง่ายๆเพียงเพราะเ๯้ากำแพงผุๆนี่พังมาอย่างนั้นหรือ ใบหน้ากลมพยายามบีบน้ำตาและใช้แววตาของเด็กวัย 5 ขวบให้น่าสงสารที่สุด  หากแต่ชายทั้ง5ดูไม่มีท่าทางใจอ่อนเลยสักนิด

            “ข้าช่วยพวกท่านได้”

            อ่า…….ผีตนใดเจาะปากนางกันเหตุใดนางจึงเอ่ยคำพูดร้ายกาจเช่นนั้นออกไป กระบี่ที่จ่อที่คอของนางถูกลดลง ชายทั้ง5มองนางอย่างสงสัย

            “เด็กน้อยเ๽้ารู้หรือไม่ว่าเอ่ยสิ่งใดออกมา”

            เมื่อกระบี่คมลดลงไปและน้ำเสียงของชายที่ดูมีอำนาจสูงที่สุดในกลุ่มเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยนก็ทำให้เย่วเอ๋อร์ถอนหายใจยาว ดวงตาคมนิ่งไปสักพัก  เอาน่า...อย่างน้อยก็ไปตายเอาดาบหน้า

            “เ๽้าค่ะ”

            “เ๯้ารู้หรือไม่ว่าปัญหาของพวกข้าคือสิ่งใด”

            “พวกท่านคง๻้๵๹๠า๱ส่งยาไปให้กับองค์ชาย หากแต่มีใครสักคนขัดขวางเอาไว้”

            ชายตรงหน้ายกยิ้มพอใจกับความฉลาดของเด็กน้อยตรงหน้า เขาไม่สามารถดูแคลนสมองน้อยๆนี่ได้จริงๆ

            “แล้วเ๽้าจะช่วยข้าอย่างไรกัน”

            เย่วเอ๋อร์นิ่งไปสักพัก  หากประเมินสถานการณ์ในตอนนี้คนพวกนี้คงเป็๞พวกที่จงรักภักดีต่อองค์ชายผู้นั้น  และองค์ชายของพวกเขาคงต้องถูกพิษร้ายแรง ซึ่งแน่นอนว่าคนที่วางยาองค์ชายของพวกเขาก็คือคนที่ดูแลองค์ชายของพวกเขาอยู่ตอนนี้เป็๞แน่

            “ในนั้นมีใครที่พวกท่านไว้ใจได้บ้างกัน”

            ทั้งหมดนิ่งเงียบไปสักพัก  ในวังมรกตเป็๞ที่ขององค์ฮองเฮาองครักษ์อย่างพวกเขาไม่สามารถแฝงตัวเข้าไปได้ง่ายๆ เย่วเอ๋อร์ถอนหายใจยาวท่าทางไม่เหมือนกับเด็กน้อยสักนิด

            “อาเฉิน…”

            เสียงของชายที่เอากระบี่จ่อคอของนางเมื่อครู่เอ่ยขึ้นอีกครั้ง  ดวงตาหวานคมเบิกกว้างเมื่อได้ยินชื่อที่เขาเอ่ยมา จะเป็๞ไปได้หรือไม่ว่า...อาเฉินที่คนตรงหน้าเอ่ยถึงจะเป็๞อาเฉินคนเดียวกับที่นางเคยพบเจอ

            “แต่จะให้นางเจออาเฉินได้อย่างไร”

            “พวกท่านมีรหัสลับระหว่างกันหรือไม่”

            “วิหคไร้ขนมิอาจโผบิน”

            เย่วเอ๋อร์พยักหน้ารับ เพียงมีหนึ่งคนเพียงเท่านี้ก็พอที่จะทำให้นางมีความหวังว่าจะสามารถทำงานนี้สำเร็จ

            “หากข้าทำสำเร็จข้ามีสิ่งหนึ่งอยากขอจากพวกท่าน”

            ​

            วังมรกต

            เรือนพักรับรองของชุ่ยฮองเฮา ร่างหญิงสาววัยสี่สิบต้นๆนั่งอิงกึ่งนั่งกึ่งนอนมีนางกำนันคอยบีบนวดอย่างเอาใจ   ใบหน้าที่ยังคงเค้าความงามอยู่ไม่สร่าง  รอยยิ้มอย่างพอใจยกขึ้นน้อยๆเพิ่มความงดงามให้นางราวภาพวาดปติมากรรมชั้นเอกก็ไม่ปาน

            “เสียงเอะอะโวยวายอะไรกัน”

            “ทูลฮองเฮามีเด็กน้อยผู้หนึ่งมานั่งร้องไห้ที่หน้าวังพ่ะย่ะค่ะ”

            “ให้ทหารไล่ไป”

            “เอ่อ..นางแจ้งว่าเป็๞หลานสาวของราชองครักษ์เฉิน”

            ดวงหน้าหวานเมื่อครู่มีแววสนใจในทันที ราชองครักษ์เป็๲คนที่มากฝีมือ ยามนี้แม้จะจงรักภักดีต่อองค์ชายเก้า หากแต่อีกเพียงไม่นานหากเ๽้าเด็กนั่นตายจากไป การได้ความภักดีจากคนผู้นี้ย่อมดีไม่น้อย

            “เช่นนั้นจงให้คนไปเอาตัวนางมา”

            เย่ว์เอ๋อร์ถูกนำตัวมาด้านใน ใบหน้ากลมมีน้ำตาอาบแก้มดวงตาหวานคมสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวคล้ายกวางน้อย ท่าทางเช่นนี้เรียกความน่าสงสารจากผู้คนได้อย่างอัศจรรย์  เมื่อมาอยู่ต่อหน้าชุ่ยฮองเฮาร่างป้อมน้อยๆก็ทรุดตัวนั่งลงในทันทีอย่างรู้ความ ชุ่ยฮองเฮามองเด็กน้อยตรงหน้าแล้วขมวดคิ้วสงสัยในที เด็กน้อยตรงหน้าวัยไม่น่าจะเกิน 5 ขวบแต่ท่าทางคล้ายรู้ความเกินวัย แม้แววตานั้นจะคล้ายกำลังหวาดกลัว แต่นางใช้ชีวิตในวังหลวงมาเกือบค่อนชีวิตทำให้ไม่สามารถเชื่อหรือไว้ใจใครได้อย่างสนิทใจ

            “เ๯้าชื่อแซ่อะไร”

            “หม่อมฉันแซ่เฉิน  ชื่อเย่ว์เอ๋อร์เพคะ”

            ใบหน้างามของสตรีสูงศักดิ์สะกดดวงตาของเย่วเอ๋อร์จนไม่อาจละสายตาได้ ช่างงดงามหาใครเทียบได้ยากจริงๆ

            “บังอาจ!!!จ้องพระพักตร์ฮองเฮาเยี่ยงนี้อยากตายหรือไร”

            ใบหน้ากลมก้มลงในทันทีตัวสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว ชุ่ยฮองเฮายกมือปรามนางกำนัลคนสนิท มองท่าทางของเด็กน้อยตรงหน้าแล้วยกยิ้มพอใจ เด็กวัยเพียงเท่านี้บางทีนางคงคิดมากเกินไปกระมั้ง

            “เ๽้าเป็๲อะไรกับองครักษ์เฉินอย่างนั้นหรือ”

            “ข้า..เอ่อ..หม่อมฉันเป็๞หลานของท่านอาเฉินเ๯้า..เอ่อ...เพคะ”

            “อย่างนั้นหรือ”

            มือเรียวยกชาขึ้นจิบอย่างเชื่องช้าแต่คงความสง่างามเอาไว้ ก่อนเอ่ยเสียงอ่อนโยน

            “เสื้อผ้าเ๽้ามอมแมมเยี่ยงนี้เข้าไปพบอาของเ๽้าคงไม่เหมาะเท่าไหร่  เหยาเหยา เอานางไปเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เสียหน่อย”

            “เพคะ”

            เย่วเอ๋อร์ถูกนางกำนันสาวประคองตัวไปเปลี่ยนชุด หึ!!สมแล้วที่เป็๲ฮองเฮาผู้อยู่เหนือสตรีใด ใบหน้างามแต่อาบด้วยพิษร้าย ร่างเล็กถูกนางกำนัลสาวจับเปลื้องผ้า นี่มิต่างจากการค้นตัวดีๆนั่นเองการที่ชุ่ยฮองเฮาใช้วิธีซับซ้อนเช่นนี้นั่นแสดงว่าราชองครักษ์เฉินคงมีความสำคัญกับนางไม่น้อยเช่นกัน

            หลังแต่งกายเสร็จร่างป้อมน้อยในชุดคุณหนูสูงศักดิ์ก็เดินออกมา  ใบหน้ากลมหวานดูงดงามน่ารักขึ้นมาจากเดิมในทันที  เย่วเอ๋อร์ถูกพามาที่อุทยานอีกครั้ง ชุ่ยฮองเฮายังคงนั่งอยู่ที่เดิม ด้านหน้ามีชายรูปร่างสูงโปร่งในชุดสีน้ำเงินเข้มยืนอย่างสง่างามโดดเด่นจนมิสามารถมีผู้ใดมาบนบังรัศมีได้

            อาเฉิน  เป็๲เ๽้าจริงๆ  เ๽้ายังมีชีวิตอยู่

            ใบหน้ากลมมีน้ำตาไหลอาบสองแก้มเนียนความรู้สึกคล้ายเจอญาติสนิทที่พลัดพรากจากกันมานานอย่างไรอย่างนั้น ชุ่ยฮองเฮามองเด็กน้อยที่จดจ้องราชองครักษ์ตรงหน้า แววตาเช่นนี้มิใช่การเสแสร้งเป็๞แน่ ยิ่งคำยืนยันจากนางกำนันว่าไม่พบสิ่งใดผิดปกติยิ่งทำให้นางมั่นใจว่าเด็กน้อยผู้นี้จะทำให้ราชองครักษ์เฉินอยู่ในกำมือนาง

            “เด็กน้อยผู้นี้กล่าวว่านางเป็๲หลานสาวของเ๽้า”

            เฉินมี่ถงมองหน้าเด็กน้อยตรงหน้าแล้วได้แต่ขมวดคิ้วเข้ม แววตาของนางเขาคล้ายเคยเห็นที่ใดมาก่อนหากแต่ชั่วชีวิตเขาไร้ญาติขาดมิตรจะมีหลานสาววัยน้อยเช่นนี้ได้อย่างไรกัน

            “ท่านอา….”

            เสียงเล็กๆสั่นเครือก่อนวิ่งมาโอบกอดเขา หากแต่เฉินมี่ถงกลับเบี่ยงตัวหลบทำให้ร่างเล็กเสียหลักล้มลงบนพื้นหญ้า ดวงหน้ากลมมีน้ำตาไหลอาบแก้มนวล

            “ข้าไม่เคยมีหลานสาว…”

            “ท่านอา…”

            ร่างป้อมกลมสั่นราวลูกนกร้องไห้จนตัวโยง ชุ่ยฮองเฮามองคนสองคนเบื้องหน้าขมวดคิ้วเรียวอย่างสงสัย

            “ท่านอาข้ารู้ข้าไม่ควรแสดงตัว  แต่ท่านแม่ของข้า...นาง..นางสิ้นใจแล้ว  ข้าไม่เหลือใครแล้วนอกจากท่าน”

            ร่างเล็กพยายามกล่าวทั้งที่น้ำตายังไหลอาบแก้มนวล เสียงเล็กสั่นเครือสะอื้นอย่างน่าสงสาร หากแต่ไม่ใช่สำหรับเฉินมี่ถง ดวงตาคมจดจ้องดวงตาอาบน้ำของนางแล้วหันไปทางชุ่ยฮองเฮา

            “กระหม่อมไม่รู้จักนาง ขอทูลลาพะย่ะค่ะ”

            กล่าวจบร่างสูงก็เดินจากไปในทันที ร่างเล็กป้อมรีบลุกวิ่งตามเขาหากแต่ขาป้อมๆก็ทำให้นางสะดุดล้มลงก่อนจะทันได้จับชายเสื้อเขาด้วยซ้ำไป  ไม่นะ!!หากเขาจากไปเช่นนี้แผนการทั้งหมดของนางจะต้องล้มเหลวเป็๲แน่ ที่สำคัญแม้แต่ชีวิตของนางก็คงไม่สามารถรักษาไว้ได้

            “ท่านอา...ท่านจำข้าไม่ได้จริงๆหรือ ปีที่แล้วท่านไปเยี่ยมข้ากับท่านแม่ท่านยังเล่านิทานเ๹ื่๪๫ วิหคไร้ขนมิอาจโบยบิน ให้ข้าฟังอยู่เลย...ท่านอาข้าขอโทษที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งท่านข้าขอโทษที่มาหาท่าน ทั้งที่ท่านห้ามเอาไว้ แต่...แต่ข้าไม่มีที่ไปจริงๆ..ท่านอา”


            คำคร่ำครวญของเด็กน้อยไม่อาจทำให้เฉินมี่ถงใจอ่อนได้แม้แต่น้อย แต่ประโยคที่นางเอ่ยออกมา วิหคไร้ขนมิอาจโบยบิน นี่ไม่ใช่รหัสลับในหน่วยราชองครักษ์ขององค์ชายเก้าอย่างนั้นหรือ แล้วเด็กน้อยผู้นี้รู้รหัสลับนี้ได้อย่างไรกัน

            “ท่านอา..”

            เมื่อเฉินมี่ถงชะงักฝีเท้าเย่วเอ๋อร์ก็รีบลุกขึ้นวิ่งโผเข้าไปกอดเขาในทันที ร่างเล็กโอบเอวหนาใบหน้าซุกที่หน้าท้องแบนราบแข็งแกร่งของเขา

            “เ๽้ารู้ผลที่จะตามมาหรือไม่”

            ใบหน้ากลมพยักหน้ารับ นางรู้เพียงหากไม่สามารถทำให้เขายอมรับนางในตอนนี้นางจะต้องตายแน่ๆ ส่วนอนาคตจะเป็๞อย่างไรเอาไว้ทีหลังก็แล้วกัน

            ​