แม่เล้าเมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็นึกขึ้นได้ แต่ก็อดส่ายหน้าอย่างผิดหวังไม่ได้ "นายน้อย ท่านก็รู้ นางโลมเช่นข้า มีสิทธิ์ทรัพย์สินมากกว่าทาสก็เพียงเล็กน้อย"
"หากท่าน้านำสมุนไพริญญาาาหญ้าทมิฬเช่นนี้ มาเก็บไว้ในห้องเก็บหญ้าทมิฬแล้วละก็ มันก็เป็เป็จะยิ่งแสดงถึงความต่างของสมุนไพริญญากับสมุนไพรธรรมดา" เนื่องจากกลิ่นอายิญญาของจะสมุนไพร มิได้ถูกดูดซับด้วยผืนแผ่น ทำให้กลิ่นอายิญญา แพร่กระจายตามอากาศไป ยิ่งจะทำให้ผู้อื่นรู้ว่านางของล้ำค่า
ทองส่ายศีรษะยิ้มร่า "แม่นาง ท่านอย่าลืมสิว่า ท่านยังมีข้า ข้าเพียงลงชื่อเป็เ้าของ ส่วนเ้าผลิต และหาผู้จำหน่าย เ้าสี่ส่วน ข้าสี่ส่วน ผู้จำหน่ายสองส่วน"
แม่เล้าเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ตื่นเต้น แต่นางก็ยังคงส่ายหัวอย่างผิดหวังเช่นเดิม "นายน้อย ข้าขอถามท่านนะว่าท่านอายุเท่าไรกันเชียว และอีกอย่างหากท่านจบบัณฑิตน้อยมารึยัง ข้าว่าท่านนะ ยังไม่เรียนจบบัณฑิตน้อยมาใช่รึไม่"
ในแคว้นแห่งนี้ ผู้จะมีสิทธิ์ใช้ชื่อตนเองทรัพย์สินได้ จะต้องมีอายุ10ปีขึ้นไป หรืออย่างน้อยก็ต้องจบบัญฑิตน้อยมา ซึ่งทองลืมไปเลยว่ามันหกขวบ และเคยไปเรียนต่อบัณฑิตน้อยเพียงครึ่งปี กับพระอาจารย์แล้วก็ออกมา มันจะเอาเวลาไหนไปเรียนจบ เมื่อบัณฑิตน้อยจะต้องใช้เวลาเรียนสองปี ถึงจะถูกมอบชื่อว่าบัณฑิตน้อย มันเรียนจบคือการศึกษาภาคบังคับ ทำให้อ่านออกเขียนได้ในคำง่ายๆเท่านั้น
ทองหน้านิ่ว มันลืมเื่สำคัญเช่นนี้ได้อย่างไรนะ
แต่ทว่าไม่ทันใดมันก็นึกถึงบัณฑิตน้อยยาจกผู้หนึ่งที่มันพบกันในป่า ทันใดนั้นตามันก็สว่างขึ้น "แม่เล้าพวกเรามีทางกันแล้ว เดี๋ยวข้าจะต้องไปหาสหาย ท่านหนึ่ง ซึ่งตอนนี้มันผู้นั้นน่าจะกำลังรอข้าอยู่เป็แน่ แต่ข้ารับปากมันไว้ว่าจะเอาหญ้าทมิฬไปให้ แต่ตอนนี้ข้าจนปัญญาจริงๆ ไม่รู้จะไปหาหญ้าทมิฬมาจากที่ไหน"
ทองมีสีหน้าเคร่งเครียด หากมันเอาหญ้าทมิฬชั้นสูง ที่เกิดมาพร้อมกับสมุนไพริญญาาาหญ้าทมิฬแล้วล่ะก็มีหวัง ความลับได้ถูกเปิดเผยแน่
เพราะหญ้าทมิฬชั้นสูงนั้นมักจะเป็ผลพลอยได้ของาาหญ้าทมิฬ หากมีผู้คิดถึงเื่นี้ได้ มันก็จะไม่ปลอดภัย
แม่เล้าเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของทองก็อดรู้สึกหน้าเสียมิได้ นางจึงถอนหายใจ "นายน้อย ท่านตามข้ามา"
ทองเมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็รู้สึกงงงัน หรือว่านางจะปล้ำมัน ก่อนส่ายหัวปฏิเสธความคิดฟุ้งซ่าน ถึงนางปล้ำมันไป นางก็คงไม่เจ็บไม่คันหรอก เนื่องจากมันมีอายุเพียงหกขวบ เมื่อเป็เช่นนั้นจะปล้ำมันให้เสียเวลาทำไม
ทองเดินกลับเข้ามาภายในหอ เนื่องจากท่าน้ำที่พวกนางใช้ อยู่ไม่ไกลมากนัก มันจึงใช้เวลาไม่นานก็มาถึง
เมื่อเดินเข้ามาในหอ แม่เล้าพามันออกจากหอตัวหลัก เดินผ่านห้องมาจำนวนไม่น้อย ในที่สุดมันก็มาถึงห้องเก่าๆ ที่แลดูโทรมไม่เป็ที่สนใจ แม่กุญแจที่ใช้ล็อคประตูนั้น มีสภาพเก่าโทรมที่พร้อมจะแตกหรือหักได้ทุกเมื่อ
แม่เล้าปลดล็อคกุญแจพร้อมเปิดประตูเข้าไป
ภาพที่ปรากฎในสายตาของทองคือ สมุนไพรชนิดต่างๆนับสิบหีบ ขณะที่ครึ่งหนึ่งนั้นก็คือ หญ้าทมิฬที่นางปฏิเสธมันนักหนาว่าไม่มีเมื่อตอนพบกันครั้งแรก
ทองมองค้อนส่งสายตาเ็าไปทางแม่เล้า หากมิใช่แม่เล้ายืนกรานว่าไม่มีหญ้าทมิฬแล้วล่ะก็ มันคงไม่ดั้นด้นเดินทางเลาะลำธารเพื่อหญ้าทมิฬมาเพาะปลูก จนดันไปพบสมบัติล้ำค่าที่มันจะนำพาเื่เดือดร้อนมาให้ภายหลัง ไม่แน่ภายภาคหน้าหากแม่เล้าเกิดโลภมากอยากได้ผลประโยชน์ของมันด้วย มันกับแม่เล้าอาจจะต้องฆ่าฟันเพื่อผลประโยชน์ และเนื่องจากมันเป็เด็ก ยังไม่มีเส้นสาย หรือพละกำลัง หากเรียกร้องความช่วยเหลือจากผู้อื่น ไม่แน่นั่นอาจจะเป็การฝังดินกลบตนเอง ไม่ได้การล่ะต้องคิดแผน...
"นายน้อย ท่านก็ต้องเข้าใจข้าด้วย หากข้าบอกกับคนนอกเื่นี้ หอของข้ายังจะเปิดต่อไปได้อีกหรือ"
เนื่องจากนางนั้นมีที่ดินส่วนตัวที่ใช้ชื่อคนรักของนางเป็เ้าของ นางจึงสามารถปลูกสมุนไพรขายได้ เนื่องด้วยกฎหมายของแคว้น ห้ามนางโลมมีที่ดินเกินห้าไร่ และทำการค้าขายอย่างอื่นนอกจากขายเครื่องดื่มและอาหาร ซึ่งนางต่างจากแม่เล้าจีน นางผู้เป็คนธรรดาที่มาเปิดหอนางโลม แต่ตัวนางนั้นไม่ใช่ นางเป็ทาสที่ถูกตีตราทำสัญญาให้เป็นางโลม ซึ่งนางยังดีกว่าทาสเล็กน้อย ที่สามารถสะสมทรัพย์สมบัติได้ แต่ทาสนั้นไม่สามารถมีทรัพย์สมบัติของส่วนตัวได้ หากเ้านายไม่ยินยอมก็จะสามารถยึดสินทรัพย์ได้ทันที
นี่ล่ะคือชะตาอันน่าเศร้าของคนเป็ทาส หากมีเ้านายดี ก็ดีไป อาจมีความหวังที่จะกลายเป็คนธรรมดาได้ในบั้นปลายชีวิต แต่หากมีเ้านายชั่วร้าย ก็จะต้องตายอย่างน่าอดสูในเรือน
"เช่นนั้นท่านเอาสมุนไพรพวกนี้มาจากไหน" ทองถามด้วยความงุนงง
แม่เล้ายิ้มตอบ "นายน้อย.. ข้านั้นมีที่ดิน ที่ใช้ชื่อคนรักของข้า ข้าได้แอบปลูกมันไว้ใช้ไว้ขายบ้าง แต่เมื่สองสามวันก่อนก็มีกลุ่มคนมาแย่งชิงสมุนไพรของข้าและผู้อื่นไปหมดเลย โชคดีที่ข้าเก็บสมุนไพรไว้สองที่ จึงยังพอเหลือ สมุนไพร ไว้บางส่วน แต่ทว่าข้าก็ไม่สามารถ นำมันออกมาขายได้อีกแล้ว เนื่องจากหากคนพวกนั้นรู้เข้า มีหวังข้าคงไม่เหลือสมุนไพรแล้ว"
ทองพยักหน้าอย่างเข้าใจ มันรู้ว่านางเป็เพียงนางคณิกา เนื่องจากนางคณิกา ถูกห้ามในการสินธิ์ทรัพย์อื่นๆ นอกจากส่วนที่ทางการกำหนดมา นางจึงอยู่ในสภาพ กลืนไม่เข้าคลายไม่ออก เมื่อโดนปล้น แต่ถ้าหากเป็ทองละก็ เื่ราวอาจจะต่างกว่านี้อีกเล็กน้อย ซึ่งมันก็เล็กน้อยจริงๆนั่นแหละ
ทองเดินเข้าไปหยิบต้นหญ้าทมิฬมาประมาณเจ็ดแปดต้น มันหันไปบอกแม่เล้า "ฝากใส่ถุงให้ข้าด้วย ส่วนเื่แม่นางสา ท่านก็ขังนางไว้ก่อน อย่าให้นางออกไปพูดอะไร ที่มันจะเป็ผลเสียต่อเรา"
แม่เล้าพยักหน้า นางก็รู้ในความจริงข้อนี้ดี นางจึงสั่งให้แม่นางสาเฝ้าที่ตรงนั้น และหาคนไปคอยคุมนางอีกที ซึ่งมันผู้นั้นก็หูหนวก ไม่รู้หนังสือ แถมเป็ใบ้ จึงไม่อาจคุยกับคนอื่นได้ ถ้าหากไม่ใช้ภาษามือที่นางคิดค้นขึ้นมาเอง
ทองพยักหน้า และเดินออกไป ขั้นตอนแรก มันจะต้องหาทางหนีทีไล่ไว้ก่อน จึงได้เอาหญ้าทมิฬมาเจ็ดแปดต้น หวังปลูกมันขายหายเงินอย่างลับๆ
แม้ว่าหญ้าทมิฬพวกนี้จะถูกเก็บมานาน และเหี่ยวแห้งไปแล้ว แต่มันมีคุณสมบัติพิเศษชนิดหนึ่ง ซึ่งทำให้มันฟื้นชีพ เมื่อนำน้ำแช่กายของสตรีมารด ประมาณสองสามชั่วยาม อย่างต่อเนื่อง คุณสมบัติพิเศษในเื่นี้ มันพบด้วยความบังเอิญ เมื่อสมัยที่มันยังเป็เด็กเสิร์ฟ ่ๆแรก
ซึ่งมันก็ไม่ทราบได้ว่าผู้อื่นจะรู้คุณสมบัติพิเศษนี้หรือไม่
มันเดินกลับไปยังสถานที่ที่มันให้บัณฑิตน้อยผู้นั้นรออยู่ แต่ทว่าเนื่องจากเวลานี้ เลยเวลาที่มันสัญญากับบัณฑิตน้อยผู้นั้นแล้ว มันจึงได้แต่ภาวะนาให้บัญฑิตน้อยผู้นั้นยังคงรอมันอยู่
เมื่อมันไปถึง มันก็เป็บัญฑิตน้อยผู้นั้น ยืนปาดน้ำตาสะอึกสะอื้นอยู่ มันเห็นเช่นนั้นก็สงสัย "บัณฑิตน้อย เ้าเป็อย่างไร เหตุใดจึงมายืนร้องไห้เช่นนี้"
บัณฑิตน้อยผู้นั้น เมื่อเห็นทองกลับมา ก็ยิ้มสะอื้น "สหาย ข้ารอท่านตรงนี้อยู่นาน สองนาน แต่ท่านก็ไม่มาเสียที ข้าคิดว่าท่านจะหลอกข้าเสียแล้ว เพราะเนื่องจากข้านั้นโง่งม ถึงมักถูกผู้อื่นหลอกลวงบ่อยๆ"
ทองเมื่อได้ฟังเช่นนั้นมันก็เข้าใจ เนื่องจากบัณฑิตน้อยผู้นี้ตั้งความหวังกับมันไว้สูงมาก แต่เมื่อถึงเวลานัดแล้วก็ยังไม่เห็นมันโผล่มาเสียที ความรู้สึกผิดหวังถาโถมเข้าสู่หัวใจ จึงทำให้มันผู้นั้นร้องไห้ออกมา
"ขอโทษด้วยบัณฑิตน้อย เนื่องจางหญ้าทมิฬนั้นหายากกว่าที่ข้าคิดไว้มาก หากเ้า้า ข้าสามารถมอบให้เ้าได้ห้าต้น"
ในคราแรกทองจะมอบหญ้าทมิฬ ให้บัณฑิตน้อยเพียงสองสามต้นเท่านั้น แต่เมื่อเห็นบัณฑิตน้อยรอคอยตน เป็เวลานานถึงขนาดนี้ และตนก็เอารัดเอาเปรียบบัณฑิตน้อย ในเื่ต่างๆ มันจึงอดรู้สึกผิดมิได้
บัณฑิตน้อยเมื่อเช่นนั้นก็แสดงอาการดีใจออกมา แต่ทว่าในแววตาตาของมันกลับแฝงความผิดหวังและความเศร้าออกมา
ทองซึ่งมักจะเป็คนชอบสังเกตุพฤติกรรมของผู้อื่นอยู่ตลอด มันจึงรับรู้ความรู้สึกในแววตาของบัณฑิตน้อย
"บัณฑิตน้อยท่านเป็อะไร"
"ไม่มีอะไรหรอกสหาย" บัณฑิตน้อยส่ายศีรษะปฏิเสธ
ทองเซ้าซี้ "เ้ามีเื่อันใด ก็บอกข้ามา เ้าก็ถือว่าเป็สหายต่างเมืองคนแรกของข้า"
บัณฑิตน้อยทำท่าจะปฏิเสธอีกรอบ แต่เมื่อได้ยินว่าทองนับถือมันเป็สหาย มันจึงเล่าเื่ราวที่มันกังวลใจออกมา
"สหายจริงๆแล้ว ปู่ของข้าป่วยหนักมาก ท่านหมอกล่าวว่า ปู่ข้าต้องทานหญ้าทมิฬติดต่อกัน อาทิตย์ละครั้ง แต่ทว่าสมุนไพรพวกนี้มันตายแล้ว ข้าไม่รู้ว่าหากใช้จนหมดสิ้นแล้ว ข้าจะสามารถหายาให้ปู่ข้าทานได้หรือไม่"
เมื่อฟังถึงตรงนี้ทองก็เข้าใจ บัณฑิตน้อยผู้นี้ ้าหาหญ้าทมิฬไปปลูกเพื่อจะสามารถหายาให้ปู่ตนเองทานได้เรื่อยๆ จนหายดี
ทองเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก มันคิว่าบัณฑิตน้อยผู้นี้มีเื่ยากลำบากอะไร แต่กลับเป็เพียงเื่เล็กน้อยแค่นี้
ทองกำลังจะเอ่ยปากบอกวิธีชุบชีวิตหญ้าทมิฬที่ตนเองรู้ให้บัณฑิตน้อยฟัง แต่ก็ต้องชะงักลงอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่มันจะ เอ่ยเสียงออกมาด้วยความจริงใจ สุดจะประมาณ "บัณฑิตน้อย ถ้าหากเ้ากังวลเื่นี้แล้วล่ะก็ เ้า้ามาทำการค้ากับข้าหรือไม่ ข้าจะให้หญ้าทมิฬแก่เ้าหนึ่งต้นทุกๆวัน"