แสงสุริยาพ้นหลังคาจวนส่องมารำไรถัดเข้าไปในห้อง สองร่างยังคงนอนรัดกันแน่นไม่ปล่อยอันเย่วมารดาของอี้เฉินนึกแปลกใจ ยามปกติเ้าเด็กคนนี้จะตื่นเช้าออกมาจิบชาอุ่นๆด้านนอกห้องเหตุใดวันนี้ถึงที่ขี้เซานัก มารดาเดินตรงเข้าไปเปิดประตูมุ่งตรงไปที่เตียงเพื่อเรียกลูกชายให้ตื่น เปิดผ้าม่านลายเมฆาสีฟ้าออกภาพตรงหน้าทำให้มารดาต้องเลื่อนผ้าม่านเข้าไปปิดอีกที ก่อนที่นางจะถอยออกมากระแอมเสียงเบาๆในลำคอ "อะ แฮ่ม!! อี้เออร์ ฟ้าสางแล้ว"
สองร่างบนเตียงรู้สึกตัวแล้วสะดุ้งขึ้นมาพบว่าเสียงที่เรียกเป็เสียงของมารดา ทำเอาทั้งสองไม่กล้าเปิดม่านดีที่ผู้ที่มาเห็นคือมารดา หากคือบิดาล่ะ คงน่าอับอายยิ่งกว่านี้
มารดาเอ่ยเสียงเรียบ "รีบตื่นเถอะแม่มีเื่คุยกับเ้า" พูดจบนางเดินออกไปจากห้องเงียบๆ
ณ ศาลากลางจวนมารดานั่งรออยู่บนเก้าอี้ ค่อยๆจิบชาในมือ สายตานิ่งเรียบเยือกเย็นดังเดิมทำเอาอี้เฉินไม่กล้าเข้าไป แต่ถึงอย่างไรเขาก็ต้องเข้าไปอยู่ดี
"ข้าจะแต่งกับน้องหนีหนี่เองอี้เออร์รู้ผิดแล้ว" อี้เฉินรีบยอมรับก่อนที่มารดาจะกล่าว
"พี่ใหญ่เ้าไม่อยู่จวนเขาเองก็เพิ่งจะแต่งกับองค์หญิงจี้ซ่ง รอเขากลับมาค่อยจัดพิธีแล้วกัน"
มารดาพยายามรั้งเพื่อรอให้มู่เฉินกลับมาแต่ลูกผู้ชายอกสามศอกเช่นอี้เฉิน ไม่มีทางยอมปล่อยปะละเลยได้เขาเรียกร้องให้หาฤกษ์ยามดีเพื่อรีบจัดงานมงคลมารดาเองก็ต้องยอมทำตามความ้าของเขา
ซูหนี่กลับมาในห้องของตัวเองถอดเสื้อผ้าแล้วทิ้งตัวลงบนอ่างน้ำที่เย็นเฉียบกำลังนั่งร่ำไห้อยู่กับชีวิตที่เล่นตลบนางถึงเพียงนี้ ยามนี้นางรู้สึกว่าทั้งตัวนางสกปรกจนอาบน้ำกี่รอบก็ไม่สะอาดอีกสองมือเรียวขัดถูไปทั่วเนื้อหนังนุ่มจนเกิดเป็รอยแดง บนดวงตาไหลรินด้วยหยดน้ำใสหัวใจดวงน้อยกำลังเ็ปราวกับถูกมีดเชือดเฉือน
มือของใครบางคนกำลังเคาะประตูจากด้านนอกเรียกหานางซึ่งเป็เสียงของพี่ชายนางเอง
ซูหนี่ยืนขึ้นแล้วเดินออกไปยังราวแขวนเสื้อผ้าที่อยู่ข้างอ่างหยิบเสื้อสีขาวตัวในสุดมาสวม ต่อด้วยเสื้อสีชมพูอ่อนทับสุดท้ายหยิบเสื้อคลุมตัวนอกสุดคลุมอีกที เดินออกไปเปิดประตู
"พี่ใหญ่มีอะไรเหรอ"
"พวกเรากลับบ้านกันเถอะ"
ซูหนี่สีหน้าเปลี่ยนสายตาเย็นเยือกทันที หลุบแก้มที่ยิ้มเมื่อครู่ลง อะไรคือกลับกุ้ยหลินนางยังไม่บรรลุเป้าหมายหากกลับตอนนี้เื่ที่นางตั้งใจวางยาปลุกกำหนัดในชาของอี้เฉินก็เท่ากับเปล่าประโยชน์
"พี่ใหญ่..." ซูหนี่ไม่ทันพูดจบสองพ่อลูกตระกูลเฉินเดินเข้ามาพร้อมกับหนังสือวันเดือนปีเกิดของอี้เฉิน
"คุณชายซูพวกเราขอคุยด้วยหน่อย"
ทุกคนนั่งอยู่ในห้องโถงกว้างมองหน้าซึ่งกันและกัน ซูห่าวไม่อาจรู้ได้เลยว่าน้องสาวตัวดีก่อเื่อะไรไว้ก่อนที่บิดาของอี้เฉินจะพูดขึ้น
"เดิมพิธีนี้ต้องให้น้องซูหลงบิดาของพวกเ้าเป็คนรับรู้เพียงแต่ระยะทางไปกุ้ยหลินแสนไกล อยู่ที่นี่เ้าคือผู้ปกครองของแม่นางซูดังนั้นเลยต้องเชิญเ้ามารับหนังสือวันเดือนปีเกิดของอี้เฉินเ้าเพียงแค่เขียนวันเดือนปีเกิดของหนีหนี่ก็พอ"
ซูห่าวรู้ได้ทันทีว่าตระกูลเฉินกำลังสู่ขอน้องสาวที่รักของเขาซูห่าวนั่งนิ่งไปชั่วขณะ
"เื่นี้ควรให้น้องสาวข้าเป็คนตัดสินใจ"
ซูหนี่ผู้ไร้มารยาทเดินเข้ามาในห้องโถงเอ่ยเสียงดังออกมา "ข้ายินดีแต่ง" คำตอบของซูหนี่ทำให้ซูห่าวตกตะลึงเวลาเพียงไม่กี่วัน เขาไม่เชื่อว่าน้องสาวจะหลงรักอี้เฉินได้ เขาอยู่กับนางมาจนโตนางยังไม่เคยมองเขาด้วยสายตาพิศวาสเลยแม้เพียงครั้งเดียว แล้วอี้เฉินคือใครกันต่อให้น้องสาวตอบตกลงแต่พี่ใหญ่ก็คัดค้านอยู่ดี "หนีหนี่พี่ไม่อนุญาตให้เ้าแต่งเ้าอายุยังน้อย ไม่เหมาะจะแต่งงาน"
อี้เฉินพูดแทรกขึ้นมา "ข้ารักนางด้วยใจจริงตอนอยู่กุ้ยหลิน นางก็แทรกซึมเข้ามาในใจข้าแล้ว มอบนางให้ข้าดูแลเถอะพี่ห่าว"
แม้อี้เฉินจะรับคำทุกอย่างแต่ซูห่าวกลับยังแข็งข้อไม่ยอมรับการสู่ขอในครั้งนี้ "หนีหนี่พี่จะพาเ้ากลับบ้านพวกเรากลับไปดูแลโรงย้อมผ้าด้วยกันดีหรือไม่" ร้อยแปดคำห้ามเพื่อไม่ให้น้องสาวที่เขารักมาโดยตลอดต้องแต่งกับชายอื่นต่อหน้าต่อตากระนั้นน้องสาวตัวดีกลับเอ่ยออกมาอย่างหน้าไม่อาย
"ข้าวสารได้กลายเป็ข้าวสุกไปแล้วพี่ใหญ่จะรั้งสตรีเปื้อนมลทินเช่นข้าไว้ทำไมกัน"
ประโยคนี้ของซูหนี่ทำให้พี่ใหญ่เปิดตาโตอะไรคือข้าวสารเป็ข้าวสุก อะไรคือเปื้อนมลทิน
"หนีหนี่เ้าหมายความว่าไง"
"เมื่อคืนนี้ข้ากับพี่อี้เมาทั้งคู่พอตื่นขึ้นมา พวกเราก็นอนบนเตียงผืนเดียวกันแล้ว"
ได้ยินประโยคนี้ของน้องสาวซูห่าวกำหมัดแน่นแล้วเหวี่ยงหมัดไปต่อยหน้าอี้เฉินสุดแรง
"ไอ้เดรัจฉาน!!เ้ามันฉวยโอกาส" ซูห่าวยกหมัดขึ้นมาอีกครั้ง แต่ซูหนี่วิ่งเข้าไปห้ามไว้
"เลิกวุ่นวายได้แล้วค่ะพี่ใหญ่ท่านแค่ตกลงก็สิ้นเื่"
"เ้ารักอี้เฉินจริงเหรอ"ซูห่าวถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจเขาไม่อยากให้น้องสาวต้องแต่งกับชายที่ตนไม่ได้รัก
"ข้ารักเขาไม่เช่นนั้นคงไม่ตามมาหาเขาถึงเมืองหลวง เมื่อคืนคงไม่สมยอม"คำพูดของซูหนี่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อที่ให้พี่ชายรับปากนางไม่สนใจชื่อเสียงที่สะสมมาครึ่งชีวิต เมื่อนางพูดถึงเพียงนี้แม้ซูห่าวจะเ็ปเพียงใดก็ได้แต่ตอบตกลง เขาอยู่ในฐานะพี่ชายเท่านั้นไม่อาจเปลี่ยนแปลงความคิดน้องสาวได้
"ข้าหาฤกษ์มงคลไว้แล้วงานแต่งถูกจัดขึ้นในอีกครึ่งเดือน ทางด้านสินสอดพวกเราจะขนไปกุ้ยหลินพร้อมกับส่งจดหมายไปให้น้องเขย"
ซูห่าวนั่งกองบนพื้นไม่อยากจะรับรู้เื่ของน้องสาว เหตุใดจึงเป็เช่นนี้ไม่ใช่ว่านางแค่มาเที่ยวเมืองหลวงเล่นหรอกเหรอเหตุใดถึงได้มาแต่งงานแดนไกลเพียงนี้ แล้วความฝันที่เขาเคยวาดไว้ตอนวัยเยาว์ล่ะฝันว่าเขากับนางจะช่วยกันดูแลโรงย้อมจนผมขาวโพลนล่ะเขาทั้งโกรธทั้งแค้นที่ไม่อาจคว้ามือนางไว้ให้แน่น เอาแต่โทษตัวเองที่ไม่เอาไหน