ผ่านมากว่า 23 ปี จากทารกในวันวาน ผ่านร้อนผ่านหนาว จนเป็สาวเต็มตัว เรนิตา รีบเด้งตัวจากที่นอน เพื่อจะรีบไปทำงาน แม้จะต้องเจอกับสภาพอากาศที่ขมุกขมัว เหมือนจะครึ้มฟ้า ครึ้มฝน พอเข้าห้องน้ำเสร็จเรียบร้อย เดินงัวเงียออกมา ประโยคแรกที่เข้าหู
น้าแก้ว – ไม่เชื่อน้าจริงๆ เหรอ อยากเป็นักข่าวให้ได้เลยรึ น้าอยากให้มาทำงานราชการ ไม่สนใจหรอ สวัสดิการก็ดี อะไรก็ดี
เรนิตา – ก็หนูอยากทำงานนักข่าวจริงๆ แล้วที่นี่เค้าก็ให้โอกาสแล้ว เงินเดือนก็ดี เกือบห้าพัน เลยนะน้า สำหรับเด็กจบใหม่ ให้หนูทำเถอะ แล้วถ้าไม่ดีอย่างที่น้าบอก หลังจาก 3 เดือน แล้วหนูจะลาออกหางานใหม่
“แน่ใจนะ งั้นก็จะให้ไปทำ แต่ให้เวลาแค่เดือนครึ่งเท่านั้นพอ และก็จะรู้เองว่า ลำบากอย่างที่น้าพูดไม๊”
“แต่ เค้าให้ทดลองงานสามเดือนเลยนะน้าแก้ว ถึงจะรู้ว่าผ่านงานหรือเปล่า”
“ไม่! น้าให้เวลาแก แค่นั้นแหละ ให้ทำงานสบายๆ ไม่ชอบ”
“อือๆ ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน น้าแก้ว”
พอแต่งตัวเสร็จ เรนิตา หยิบกระเป๋าคล้องคอ ใส่รองเท้า รีบออกจากบ้านไปทำงาน ส่วนน้าแก้วก็บ่นพึมพำตามประสา
คนห่วงหลาน “เฮ้อ ดื้อจริง ไอ้เด็กคนนี้”
###########
หลังจากได้เข้าไปทำงานในสำนักงานข่าวพิราบขาว ได้ไม่นาน เรนิตา ก็ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าจุ้ย ให้ไปงานแถลงข่าว
เปิดตัวร้านอาหารแห่งหนึ่ง ่บ่ายแก่ๆ
หัวหน้าจุ้ย – “เร” อะอันนี้ หมายข่าว งานแถลงเปิดตัวร้านอาหาร ไปทำข่าวนี้หน่อย
เรนิตา – ได้ค่ะ “พี่จุ้ย” งาน่บ่าย 3 แถวๆ บางบัวทอง เหรอ
“ใช่ๆ เห็นว่า เ้าของร้านอาหารลงทุนไปเยอะมาก เกือบๆ 10 ล้าน ได้มั้ง หรืออาจจะเกิน เพิ่งทำเสร็จไม่นาน อ้าว ! มาพอดี
เดี๋ยวเร ไปกับพี่คิมหันต์นะ พี่เค้าจะช่วยถ่ายภาพในงานให้ด้วย”
“สวัสดีค่ะ พี่”
คิมหันต์ – สวัสดีครับ อ้อ!! “พี่จุ้ย” สงสัยวันนี้ คงต้องนั่งรถเมล์ไปแล้วหละ พอดีมอเตอร์ไซค์สตาร์ทไม่ติด ต้องทิ้งไว้ที่ทำงานก่อน
“อ้าวเหรอ! งั้นคงต้องเดินกันเหนื่อยหน่อยนะ “เร” เดินให้ทัน พี่คิมเค้านะ”
“ไม่มีปัญหาค่ะ พี่”
“งั้นกินข้าวเที่ยงเสร็จ เราไปกันเลยนะ น้องเร”
“ได้ค่ะพี่”
###########
หลังการแถลงข่าวของเ้าของร้านอาหารสิ้นสุดลง ทางผู้จัดงานได้ให้นักข่าวสัมภาษณ์แบบส่วนตัวอีกครั้ง เรนิตา และนักข่าว
คนอื่นๆ เกือบสิบกว่าคน ต่างกรูกันไปยื่นสมุดจด ยื่นไมโครโฟนถามผู้บริหารในประเด็นที่้า รวมทั้งตากล้องที่รอถ่ายภาพ
จังหวะที่เรนิตา หยิบสมุดจดเพื่อเตรียมจดการให้สัมภาษณ์ ทำให้รอยปานแดงรูปหัวใจ ใต้ท้องแขนซ้ายหงายขึ้นมา เป็จังหวะเดียวกับ
ที่คุณณาดา เ้าของร้านอาหาร เหลือบตาไปเห็นรอยปานดังกล่าวจึงทำหน้ากึ่งสงสัย คิ้วขมวดนิดๆ และชำเลืองมามองหน้าเรนิตา แต่
ไม่ได้จ้องแบบผิดสังเกตอะไร โดยคุณณาดาให้สัมภาษณ์อยู่เกือบ 15 นาที และก่อนจะแยกย้าย นักข่าวแต่ละคนก็ขอแลกนามบัตรกับ
ทางคุณณาดา ซึ่งทางเรนิตา ก็ได้รับนามบัตรมาด้วยเช่นกัน
คุณณาดา – เอ่อ! หนูจ๊ะ โทษทีนะ หนูชื่ออะไรเอ่ย มาจากที่ไหนค่ะ
เรนิตา – อ่อค่ะ! หนูชื่อ เร ชื่อจริง “เรนิตา ค่ะ” มาจากสำนักข่าวพิราบขาว มีอะไรเพิ่มเติมไม๊ค่ะ
“ก็ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะ เห็นหนูถามคำถามดีอยู่ เผื่อจะฝากให้หนูช่วยแนะนำร้านอาหารนี้ ให้คนอื่นได้รู้จักด้วยนะ”
“อ่อ ได้ค่ะ! (นึกในใจ ถามดีตรงไหน) ไม่มีปัญหา เดี๋ยวหนูจะให้หัวหน้า ช่วยประชาสัมพันธ์อีกทางนึง”
“ถ้ามีโอกาส แวะมาทานข้าวที่ร้านได้นะ เดี๋ยวน้าดูแลให้เอง”
“อ่อ! ขอบคุณมากค่ะ งั้นหนูขอตัวกลับก่อนนะค่ะ ไว้มีโอกาสจะแวะมาแน่นอน สวัสดีค่ะ”
“อ่อ จ๊ะ! สวัสดี เดินทางปลอดภัยนะหนู”
ณาดา มองส่งเรนิตา ด้วยสายตาที่ห่วงใย ซักพักน้ำตาก็คลอเบ้า และครุ่นคิดว่า เรนิตา น่าจะเป็คนเดียวกับที่เธอปล่อย
ทิ้งไว้เมื่อ 23 ปีก่อน เพราะทั้งชื่อและรอยปานแดงที่ท้องแขนช่างเหมือนกับที่เธอได้รู้ได้เห็นมา
###########
หลังเสร็จงานเรนิตา รีบออกจากร้านอาหารไปขึ้นรถเมล์พร้อมคิมหันต์ เพื่อกลับบ้านย่านนนทบุรี ขณะยืนอยู่บนรถที่มีผู้โดยสาร
หนาแน่นพอสมควร คิมหันต์หาที่ยืนได้ จับราวบนหลังคารถอย่างถนัด แต่เรนิตา ดันเซถลา มาชนหลังคิมหันต์อย่างจัง ตอนรถกำลังเบรก
เรนิตา - อุ้ย! ขอโทษค่ะ พี่คิม
คิมหันต์ - อ่อ ไม่เป็ไร ไม่เจ็บนะ
“(ยิ้มๆ) ไม่เจ็บค่ะ”
“เออนี่ ตอนใกล้เสร็จงาน เห็นคุณณาดา เดินมาคุยกับเร ด้วย”
“อ่อ! ใช่ค่ะ เห็นแกดูสนใจ ยังไงไม่รู้ และยังชวนกินข้าวด้วย แล้วพี่คิม อยู่ข้างนอกถ่ายรูปบ่อย เหนื่อยมั่งมั้ยเนี่ย”
“อึม! ก็ไม่นะ เพราะชอบงานที่ทำด้วยแหละ” “เร ชอบถ่ายรูปหรอ”
“ก็ชอบถ่ายรูปเหมือนกัน แต่ไม่เคยได้เรียนมา”
“ถ่ายรูปไม่ยากหรอกงั้น ไว้มีโอกาสหรือไปงานข้างนอกด้วยกันอีก พี่จะสอนให้เบื้องต้น”
“ จริงนะ งั้นขอบคุณล่วงหน้า อ้าว! ถึงบ้าน พอดี ไว้เจอกันพรุ่งนี้ ค่ะพี่”
“ได้ครับ”
###########
พอถึงปลายทาง เรนิตา ได้เรียกรถสามล้อถีบ ไปส่งที่บ้าน ระยะทางเกือบ 1 กม. พอถึงบ้าน เปิดประตูเรียก “น้าแก้ว น้าแก้ว”
น้าตอบกลับ “กลับมาแล้วเหรอ”
น้าแก้ว - เป็ไง เหนื่อยไม๊ งานวันนี้
เรนิตา – อืม! ก็ไม่นะ แถมได้กินข้าวฟรีด้วย เค้าเปิดตัวร้านอาหารณาดา
“(ฉุกคิดเล็กน้อยกับชื่อ ณาดา) แล้วนักข่าวไปเยอะไม๊”
“ก็เกือบๆ 20 คนได้ รวมตากล้อง อาหารอร่อยมาก ไว้จะชวนน้าแก้วไปกิน”
“ถ้าว่าง ก็เสาร์-อาทิตย์ โน่นแหละ มีแค่ 2 วัน แล้วเย็นนี้ จะกินอะไร บอกนะ เดี๋ยวทำให้”
“ได้ๆ เดี๋ยวหนูไปอาบน้ำก่อน ร้อนมาก เดี๋ยวมาบอก”
เรนิตา วางกระเป๋า ทำงานบนโต๊ะกินข้าว พร้อมนามบัตรของคุณณาดา แล้วเข้าห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่ออาบน้ำ คล้อยหลัง
ไม่นาน แก้วตา หันกลับมาที่โต๊ะกินข้าวจะหยิบกระเป๋าของหลานสาวไปเก็บ ได้เหลือบไปเห็นนามบัตรใบนึงวางอยู่ เลยหยิบขึ้นมาอ่านดู
เขียนชื่อว่า “ณาดา อุษาคเนย์” แก้วตาก็เริ่มมีสีหน้าเอ๊ะใจ ทำท่านึกคิดซักพัก ชื่อและนามสกุลนี้ ดูจะคุ้นๆ แต่ก็ไม่แน่ใจจะใช่คนเดียว
กับอดีตคนรักของพี่คีรินหรือเปล่า และเธอก็เอานามบัตรไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัยในห้องนอนของเธอ