“คุณพ่อขา เราจะไปไหนคะ”
เขาหันมามองหน้าฉันยิ้มๆก่อนจะเอ่ยสิ่งที่ทำเอาฉันและหยางหยางสงสัยกว่าเดิม
“สำนักงานเขต”
“หืม? ไปทำไมคะ”
“เป็ความลับ” เขาเอ่ยขึ้นมายิ้มๆ
“อยากกินอะไรมั้ย เดี๋ยวฉันพาไปกิน”เขาถามขึ้น
“ไม่ค่ะ/ครับ” ฉันและหยางหยางตอบขึ้นพร้อมกัน
สำนักงานเขต
เมื่อเดินทางมาถึงที่สำนักงานเขตเราทั้งสามก็เดินเข้าไปด้านใน โดยในมือของคุณพ่อมีเอกสารหลายแผ่น พวกเราเดินเข้ามาเ้าหน้าที่ที่จดจำใบหน้าของจ้าวลี่ิได้ก็มองพวกเราอย่างแปลกใจแต่ก็ต้อนรับอย่างดี
“สวัสดีค่ะประธานจ้าว มีอะไรให้ฉันรับใช้คะ”เ้าหน้าที่สาวจ้องชายตรงหน้าตาเป็มัน เขามีใบหน้าหล่อเหลา ฐานะก็ร่ำรวยมหาศาลและยังโสดอยู่ด้วยแต่คำที่เขาตอบกลับมาทำเอาเธออ้าปากค้าง
“รับรองบุตร เปลี่ยนนามสกุลและย้ายทะเบียนบ้านของลูกฉัน”คุณพ่อตอบออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทำเอาฉันและหยางหยางตาโต
“ลูก!” เสียงะโที่ดังขึ้นทำเอาเ้าหน้าที่ที่ก้มหน้าทำงานอย่างตั้งใจเงยหน้าขึ้นมามอง เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นรอบข้างฉัน แต่ถ้าทุกคนจะใขนาดนี้ก็ไม่น่าแปลกใจหรอกคุณพ่อน่ะไม่เคยมีข่าวเดทเลยสักครั้งจู่ๆดันมีลูกฝาแฝดโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ ก็ต้องใเป็ธรรมดา คนดังนี่นา
“ฉันขอด่วนที่สุด และหวังว่าจะไม่มีข่าวฉาวหลุดออกไปหรอกนะ” คุณพ่อเอ่ยดักเอาไว้เพราะเหมือนเ้าหน้าที่บางคนเริ่มที่จะเอากล้องขึ้นมากดถ่าย
เมื่อคุณพ่อเซ็นต์เอกสารทุกอย่างจนเรียบร้อย พวกเราจึงเดินออกมาจากสำนักงานโดยที่ฉันและหยางหยางยังใไม่หาย
“พ่อคะ หนูกับหยางหยางเปลี่ยนมาใช้นามสกุลของพ่อเหรอคะ”
“อืม ส่วนทะเบียนบ้านก็ย้ายมาที่ที่อยู่ตอนนี้ หรืออยากได้บ้านใหม่ล่ะ”เขาเลิกคิ้วถาม
“ไม่ค่ะ ไม่” ใบหน้าเล็กส่ายพัลวันจนผมเผ้ายุ่งเหยิง
จ้าวลี่หยางจึงหันมาจัดทรงผมให้ฝาแฝด จ้าวลี่ิมองดูก็รู้สึกอุ่นใจที่ลูกๆของเขารักกันดี
“เดี๋ยวฉันจะพาไปที่ห้างนะ”เขาเอ่ยขึ้นพวกเราจึงพยักหน้ารับ
ห้างสรรพสินค้า
“เอารุ่นที่ดีที่สุดมาสองเครื่อง อยากได้สีอะไรกันล่ะ” คุณพ่อหันมาเอ่ยถามความเห็นของพวกเราโดยที่ยังทันตั้งตัว
“พ่อคะ พวกเราไม่…” เธอเริ่มปฏิเสธอีกครั้งเมื่อเขาจะซื้อของราคาแพงให้
“ถ้าไม่เลือกแล้วจะติดต่อกันยังไงล่ะ” เขาเอ่ยเหตุผลที่ทำเอาฉันและหยางหยางไปต่อไม่เป็ พวกเราจึงช่วยกันเลือกสีโทรศัพท์อย่างตั้งใจ
“ตัวเอาสีไหนอ่ะ เค้าเอาสีขาว” เสียงเจื้อยแจ้วของจ้าวลี่ซือเอ่ยอย่างร่าเริง
“ฉันไม่รู้”จ้าวลี่หยางตอบด้วยใบหน้าเรียบนิ่งจนฉันนึกหมั่นไส้
“เค้าว่าตัวเหมาะกับสีดำนะ”
“เอาสิ”
“พ่อคะ พวกเราเลือกได้แล้วค่ะ” ได้ยินดังนั้นคุณพ่อจึงเรียกพนักงานมาจัดการอะไรต่างๆ เมื่อพวกเราซื้อของเรียบร้อยแล้วก็เดินทางกลับบ้านกัน เพราะในตอนนี้ทุกสายตาจับจ้องมาที่เราสามคนอย่างสนอกสนใจ เฮ้อ! เพราะอย่างนี้สินะคนที่มีชื่อเสียงเขาถึงจ้างบอดี้การ์ด
บ้าน
เมื่อกลับมาถึงบ้านฉันและหยางหยางก็แยกกันขึ้นไปบนห้องเพื่อทำธุระส่วนตัว
“นั่นมัน!” หลังจากเดินเข้ามาในห้องฉันก็ได้เจอกับตุ๊กตาผู้หญิงผมเปียหน้าตาน่ารักตัวหนึ่งสวมชุดกระโปรงสีฟ้าน่ารักคุมโทนกับสีห้องที่ชุดปักชื่อว่า “จ้าวลี่ซือ”
สาวน้อยรีบวิ่งไปที่ห้องพ่อของเธอเพื่อที่จะเอ่ยขอบคุณ
เธอเคาะประตูอยู่สองสามที ประตูก็เปิดออกพร้อมกับใบหน้าของจ้าวลี่ิที่โผล่ออกมา
“พ่อคะ ขอบคุณนะคะ” เธอเอ่ยพร้อมเขย่งเท้าพยายามโน้มใบหน้าไปหอมแก้มเขา แต่ด้วยความยาวของขาที่ไม่สมดุลกับความสูงของผู้เป็พ่อ เธอจึงไม่สามารถหอมแก้มเขาได้ คุณพ่อยังหนุ่มจึงย่อเข่าลงเพื่อช่วยลูกสาว
ฟอด! เธอหอมแก้มเขาฟอดใหญ่จนจ้าวลี่หยางที่เดินถือตุ๊กตาเด็กผู้ชายตามมาด้านหลังขมวดคิ้ว
“ซือซือ” เขาเอ่ยเรียกฝาแฝดเสียงเย็น
“หืม?” สาวน้อยที่ยืนอยู่ระหว่างชายสองวัยทำหน้างงเมื่อหยางหยางนั้นเอ่ยเรียกเธอแต่สายตากลับจดจ้องไปที่จ้าวลี่ิด้วยสายตาเดือดดาลปนอิจฉา ซึ่งจ้าวลี่ิก็จ้องกลับด้วยสายตาที่เรียกได้ว่าขิง ข่า ตะไคร้มาทั้งสวน
ในด้านของลี่ซือที่กำลังดีใจกับตุ๊กตาอยู่นั้นก็ไม่ได้สังเกตสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เธอจึงเดินไปกระตุกแขนเสื้อของลี่หยางเบาๆแล้วกระซิบให้เขาเอ่ยขอบคุณผู้เป็พ่อ
“หยางหยาง ตัวต้องขอบคุณคุณพ่อนะ”
“ม…” เมื่อเห็นเขาตั้งท่าจะปฎิเสธเธอจึงพองลมที่แก้มอย่างแง่งอน จ้องเขาด้วยแววตาเอาเื่
“ขะ…ขอบคุณ” เขารีบเอ่ยด้วยเสียงตะกุกตะกักเพราะกลัวฝาแฝดน้อยจะงอน
“หางเสียงล่ะ” แต่สิ่งที่เขาเอ่ยออกมาดูจะไม่ถูกใจเธอนัก
‘เฮ้อ! เ้าน้องชายคนนี้ก็ยังคงเป็เด็กสินะ ไม่เป็ไรนะพี่สาวคนนี้จะสั่งสอนนายเอง!’ เธอคิดอย่างฮึกเหิมในใจ
“ขอบคุณครับ” เสียงที่เอ่ยออกมาเสียงดังฟังชัดแม้จะขัดกับใบหน้าที่ในตอนนี้แดงปลั่งดั่งมะเขือเทศสุกเพราะความอาย
เมื่อได้ยินคำตอบที่พอใจจ้าวลี่ซือจึงยิ้มออกมาด้วยความพอใจ จนจ้าวลี่ิที่ยืนพิงขอบประตูอยู่นึกขำเมื่อเห็นจ้าวลี่หยางที่ร่างกายเริ่มสูงใหญ่เข้า่วัยรุ่นแล้วนึกกลัวสาวน้อยร่างเล็ก ดูบอบบางอย่างจ้าวลี่ซือ เขาจึงยื่นมือไปยีหัวลูกทั้งสองด้วยความเอ็นดู
“เดี๋ยวพรุ่งนี้พ่อจะพาไปสมัครเรียน เื่ชุดเดี๋ยวลุงเลขาจัดการให้”กึก! สองฝาแฝดชะงักเมื่อเขาเอ่ยสรรพนามแทนตนเองที่แปลกไปจากเดิม
“ไปลองใช้โทรศัพท์ใหม่สิถ้าใช้ไม่เป็ก็เอามาให้พ่อสอน”
“ไม่เป็ไรค่ะ หนูจะพยายามศึกษาด้วยตัวเอง ไปกันหยางหยาง” จ้าวลี่ซือที่เริ่มตั้งสติได้เอ่ยตอบออกไปก่อนจะชวนฝาแฝดกลับห้อง
“นายมีอะไร” เมื่อคาดว่าพ้นสายตาของลูกสาวตัวน้อยแล้วจ้าวลี่ิจึงเอ่ยถามจ้าวลี่หยางลูกชายตัวแสบเสียงห้าว
“ซือซือหอมแก้มผมได้คนเดียว เธอเป็แฝดของผม” ลี่หยางรีบเอ่ยตอบออกไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“แต่ฉันเป็พ่อไง ว่าแต่ใครเป็พี่เป็น้องกันแน่”เขาเอ่ยอวดก่ขึ้นมาก่อนจะถามสิ่งที่สงสัยออกไป
“พวกเราไม่รู้หรอกแต่ซือซืออยากเป็พี่ผมเลยยอมให้”ก่อนหน้านี้ฝาแฝดทั้งสองได้คุยเื่ราวตอนเด็กๆจนกระทั่งพูดมาถึงลำดับการเกิด จ้าวลี่ซือที่เคยทะลุไปมิติอื่นตั้งสองปีจึงคิดว่าตนมีวุฒิมากกว่าเลยอยากได้ศักดิ์เป็พี่สาว ซึ่งจ้าวลี่หยางก็ต้องยอมตามน้ำไป
“ยังไงก็เถอะเธอทั้งสองคนก็คือลูกของพ่อนั่นแหละ”
“แทนตัวเองแบบเดิมเถอะ ผมเลี่ยน”
‘ไอ้เด็กนี่’ จ้าวลี่ิมองหน้าลูกชายที่เหมือนเขาราวกับกำลังยืนส่องกระจกพร้อมสบถในใจเบาๆ
“ไปหาซือซือได้แล้วเดี๋ยวก็โดนโกรธ”เขาเอ่ยไปด้วยน้ำเสียงขบขันเมื่อนึกถึงใบหน้าอันบูดบึ้งของลูกสาวยามเธอโกรธ
จ้าวลี่หยางที่นึกได้จึงรีบวิ่งไปที่ห้องของเขาเพื่อเข้าไปหยิบโทรศัพท์ก่อนจะเข้าไปหาจ้าวลี่ซือที่ห้อง ภาพที่เห็นทำเอาจ้าวลี่ิหัวเราะลั่นบ้าน