ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่649 ของขวัญที่ล้ำค่าที่สุด

     ภาพที่หมู่ชนเห็น ชายวัยกลางคน ถูกเหวี่ยงฟาดลงกับพื้นเบื้องล่าง ซ้ำไปซ้ำมา ส่งให้โลหิตสาดกระเซ็น อาบย้อมลานประลอง ใบหน้าบวมตุ่ยจนไม่มีเค้าโครง ความน่าคร้ามเกรง ของผู้อาวุโสอีกต่อไป ก่อนหมู่ชนโดยรอบ จะได้สติกลับมา สายตาเริ่มฉายแววความหวาดกลัว ในตัวอี้เฉิน ขึ้นมาหลายเท่า ไม่เว้นแม้กระทั่ง เหล่าเจ้าสำนักชรา

 


     แล้วยิ่งเห็นสภาพผู้อาวุโส เจียงหยุน แววตาฉายประกายความหวาดกลัว ในตัวอี้เฉินขึ้นมาสุดขีด ราวกับเห็นผีก็มิปาน พร้อมกับร่างที่ห้อยอยู่เบื้องหน้าอี้เฉิน ไม่กล้าสบตาอี้เฉินตรงๆ อีกต่อไป

 


     ทันใดอี้เฉินหันปรายตาไปมองบริเวณทางเข้างาน ของแขกผู้มาเยือน เห็นโม่กวางสืบฝีเท้า เข้ามาภายในงานแต่งเมิ่งอี้ อี้เฉินปล่อย ผู้อาวุโส เจียงหยุน ตกลงสู่พื้นสนามประลองในทันใด ไม่คิดยื้อเวลาอีกต่อไป

 


     ใบหน้าของผู้คนแปรเปลี่ยน ไปหลากหลายอารมณ์ในทันใด ทว่าสิ่งที่รับรู้ได้คือ จักรพรรดิอี้เฉินบัดนี้ ขั้นพลังของเขา แตะไปอยู่ขั้นครึ่งก้าวเซียนสวรรค์แล้วในยามนี้ แล้วยิ่งเห็นอี้เฉินสืบฝีเท้า ไปพูดคุยทักทาย กลุ่มคนที่มาใหม่ มันก็ทำให้ใบหน้า เหล่าเจ้าสำนักชราบูดเบี้ยว กล่าวพูดพึมพำออกมา ด้วยความไม่พออกพอใจ “หืม!! ไอ้เวรอี้เฉิน มันคิดจะถ่วงเวลา ให้คนกลุ่มนี้มาทันงานแต่งงาน เช่นนั้นหรือ?”

 


      ระหว่างที่อี้เฉินพูดคุยกับจักรพรรดิ เมิ่งฉิน ที่มาพร้อมกับเหล่าขุนนาง ภายในพระราชสำนัก พวกเขาก็ต้องหดตัวกันจนเล็กแคบ เมื่อรับรู้ถึงปราณพลัง ที่มากมหาศาล ทั่วบริเวณงานแต่งเมิ่งอี้ในยามนี้

 


     ก่อนอี้เฉินจะเชิญ จักรพรรดิ เมิ่งฉินไปนั่งที่นั่งกิตติมศักดิ์ พร้อมเสียงผู้อาวุโสใหญ่ เผ่ามังกรคะนองน้ำ สืบฝีเท้าขึ้นมาบนลานประลอง กระแอมไอออกมาเสียงดังก้อง ให้สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ตัวเขา “เชิญคู่บ่าวสาว ที่แท่นทำพิธี บัดนี้ เราจะเริ่มจัดพิธีมงคลสมรส”

 


     ครั้นสิ้นเสียงผู้อาวุโสชรา เสียงดนตรีประเภทเป่าก็ดังก้อง ไพเราะขึ้นมาทั่วงานแต่ง คู่บ่าวสาวที่ดูโดดเด่น เดินสืบฝีเท้า เคียงคู่กันออกมาช้าๆ ให้หมู่ชนได้เชยชม เป็นประจักษ์พยาน แม้เจ้าสาวจะถูกผ้าคลุมแดง ปกปิดใบหน้า ก็ไม่อาจบดบังความงดงาม ของเมิ่งอี้ลงได้แม้แต่น้อย

 


    ภาพนั้นทำให้จักรพรรดิ เมิ่งฉินไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง ว่าบุตรสาวของเขา กำลังจะออกเรือน แต่งงานแล้วในยามนี้ ทำให้เขานึกถึงมเหสีที่ตายจาก เสียดาย ที่นางไม่ได้อยู่ในเส้นทางการฝึกฝน ของเหล่าจอมยุทธ์ ไม่อาจมีอายุขัยยืนยาว เห็นบุตรสาวแต่งงานได้

 


อี้เฉินไต่ถามเสียงเนิบช้าจริงจังออกมา “จักรพรรดิ เมิ่งฉิน ท่านจะลงไปเข้าร่วมพิธีแต่งงาน เมิ่งอี้หรือไม่”

 


     “ข้าดูอยู่ห่างๆ ดีกว่าอี้เฉิน” ครั้นชายวัยกลางคน กล่าวพูดเสร็จสิ้น เขาก็ปรายตามองบุตรสาว เข้าทำพิธีแต่งงาน ตามขั้นตอนต่างๆ อยู่ห่างๆ ไม่ได้กล่าวพูดสิ่งใด เหล่าขุนนางที่ตามติด จักรพรรดิ เมิ่งฉิน พวกเขาต่างก็ไม่ได้กล่าวค้าน รับรู้ว่าพวกเขาไม่มีสิทธิ์ มีเสียงภายในสถานที่แห่งนี้

 


     ทว่าเมื่อถึงช่วงเวลา กราบไหว้ฟ้าดิน แลกจอกสุรา สายตาเมิ่งอี้กลับไหววูบไม่น้อย เมื่อเห็นท่านพ่อของนาง นั่งอยู่ข้างๆ อี้เฉิน จับจ้องสายตามา ที่ตัวนางด้วยสายตายินดี นางส่งรอยยิ้มทอประกายออกไปให้ ท่านพ่อของนางก่อนจะเข้าร่วม ทำพิธีแต่งงานจนเสร็จสิ้น

 


      บุตรมังกรจงจิ้น ที่ทำหน้าที่ส่งแขก พร้อมรับของกำนัล เขารู้สึกแปลกใจไม่น้อย เหตุใดวันนี้เมิ่งอี้ นางดูยิ้มเก่งเป็นพิเศษ ทำให้พ่อตาเผ่ามังกรคะนองน้ำ พออกพอใจสะใภ้ คนนี้ไม่น้อย

 


บุตรมังกรจงจิ้น ไต่ถามกลัวว่าเมิ่งอี้ นางจะเหนื่อยเกินไปหรือเปล่า “เจ้าไปพักก่อนดีหรือไม่ น้องหญิงแขกภายในงาน ยามนี้เหลือไม่มากแล้ว”

 


“ท่านพี่ ข้าไม่เป็นไร ข้าอยากพูดคุยกับมิตรสหายของข้า”

 


     ครั้นบุตรมังกรจงจิ้นได้ยิน เขาจึงถอนลมหายใจออกมายาว เมื่อเห็นกลุ่มของอี้เฉินอยู่ไม่ห่างมากนัก พอจะคาดเดาได้ว่า พวกเขาทั้งสอง มีความสัมพันธ์ ที่ไม่ธรรมดา

 


     ก่อนที่กลุ่มคนของวิหารเยือกแข็ง ที่มาพร้อมกับคนภายในราชสำนัก จะส่งของกำนัลออกไปให้บุตรมังกรจงจิ้น กล่าวแสดงความยินดี กับพวกเขาทั้งสอง อย่างไรหลินเฟยก็คุ้นเคยกับ พวกเขาเป็นอย่างดี เนื่องด้วยพวกเขาเคยศึกษา ที่สถาบันยอดเขาสวรรค์มาด้วยกัน “พี่เมิ่งอี้ ข้าขอแสดงความยินดีกับพวกท่านด้วย”

 


      หญิงสาวสวมอาภรณ์แต่งงานสีแดงสด เข้ามาจับไหล่ หลินเฟยเอาไว้แน่น “อืมๆ ข้าขอบคุณเจ้ามาก ที่มาร่วมแสดงความยินดีกับข้าในยามนี้หลินเฟย ..แล้วเจ้าจะแต่งงานเมื่อใดเล่า อย่างไรก็ต้องมาเชิญข้าให้ได้นะ” ก่อนเมิ่งอี้ จะหันปรายตาไปมอง กลุ่มคนด้านหลังไปยังทิศทางของกลุ่มอี้เฉิน

 


     ทำให้หลินเฟย ที่ปั้นหน้าเย็นชา ใบหน้านางแดงซ่าน หัวใจเต้นตึกตักขึ้นมาทันใด ครั้นคิดจะได้ใส่ชุดแต่งงานเฉกเช่น ที่พี่เมิ่งอี้สวมใส่ “พี่เมิ่งอี้ ทำพูดเข้า เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”

 


      โยวี่ไข่มุกเม็ดงาม นางกลับไม่พออกพอใจ สายตาหลินเฟย ที่มองอี้เฉินแวบหนึ่งเท่าใดนัก ห่างคิ้วของนางสั่นกระตุกน้อยๆ จะให้นางแพ้ทุกเรื่องให้กับหลินเฟย นางยอมไม่ได้ ก่อนนางจะส่งให้คนไปสืบเรื่องราวของทั้งสอง ว่ามีความเป็นมาอย่างไรกันแน่

 


    ...ไม่นานก็ถึงคราวของอี้เฉิน เขาที่อยากจะตามหลินเฟยไปให้ทัน เกรงว่ายามนี้ จะไม่ทันตัวนางเสียแล้ว เมื่อเห็นเกี้ยวนั่งหยก วิจิตรงดงามจากไป จากครรลองสายตาของเขา ก่อนอี้เฉินจะ ถอนลมหายใจออกมายาว กล่าวพูดบอกบุตรมังกร จงจิ้น อย่างไม่มีปิดบัง “ข้าไม่มีสิ่งใดให้เจ้าต้องขออภัยด้วย”

 


      บุตรมังกรจงจิ้น ครั้นได้ยินคำพูดที่โอหัง พร้อมเสียงถอนหายใจของอี้เฉิน เขาห่างคิ้วสั่นกระตุกน้อยๆ ทว่าเมื่อเห็นอี้เฉินถอยห่าง ให้ชายวัยกลางคนเข้ามาพูดคุย สวมกอดเมิ่งอี้ มันก็ทำให้ บุตรมังกรจงจิ้น มีความประหลาดใจ อยู่ในกรอบสายตา

 


“นี่หมายความว่าอย่างไร น้องหญิง”ชายหนุ่ม กล่าวไต่ถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นรอยยิ้ม เมิ่งอี้ที่ทอประกายออกมา

 


“ท่านพี่ นี่คือท่านพ่อ ที่อยู่ภายในดินแดนเบื้องล่างของข้า ข้านึกว่า จะไม่มีโอกาส ได้พบเจอ เห็นใบหน้าท่านพ่อข้าอีกต่อไป เสียอีก”

 


บุตรมังกรจงจิ้น สีหน้าเขาตื่นตะลึงไม่น้อย “น้องหญิง ที่เจ้าพูดเป็นเรื่องจริงหรือ?” ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบคำนับ พ่อตาของเขาในทันใด

 


ก่อนเมิ่งอี้จะกล่าวขอบคุณอี้เฉิน “ข้าขอบคุณเจ้ามากอี้เฉิน ที่ทำให้งานแต่งงานครานี้ของข้า ได้ถูกเติมเต็ม เป็นของขวัญที่มีค่าที่สุดของข้า”

 


       อี้เฉินโบกฝ่ามือ ยกความดีความชอบให้โม่กวาง “ข้าไม่อาจรับความดีความชอบได้ หากไม่ได้โม่กวาง เรื่องจะไม่จบลงเฉกเช่นนี้” ก่อนอี้เฉินจะสืบฝีเท้า ไปรอด้านนอกพร้อมกับพี่อี้ฟางหรง ปล่อยให้พวกเขา พูดคุยกันให้หายคิดถึง

 


     โม่กวาง เขาถึงกับตัวลอยครั้นได้ยินคำพูดกล่าวชม ถึงตัวเขาออกมาไม่ขาด ก่อนเขากับซีเผิง จะจากลาจากสถานที่แห่งนั้น ไม่ได้รบกวนการพูดคุย ของสองพ่อลูกอีกต่อไป

 


   ...พวกอี้เฉินใช้เวลารอไปถึงครึ่งชั่วยาม ก่อนจักรพรรดิเมิ่งฉิน พร้อมกับเหล่าขุนนางคนสนิททั้งสอง จะสืบฝีเท้าออกมาจากงานแต่งเมิ่งอี้ ขึ้นเกี้ยวกล่าวขอโทษขอโพยอี้เฉิน ที่ทำให้ต้องเสียเวลาเป็นการใหญ่

 


     อี้เฉินที่นั่งรอเขาไม่ได้ใส่ใจ โบกฝ่ามือให้จักรพรรดิ เมิ่งฉิน ทว่ามีเพียงพี่อี้ฟางหรง ที่กล่าวเสียงชิ!! เล็ดลอดออกมาจากไรฟัน ราวกับนางไม่ค่อยพอใจ สถานการณ์ในยามนี้เท่าใดนัก

 


       จักรพรรดิ เมิ่งฉิน จ้องมองสตรีที่อยู่ข้างๆ อี้เฉิน ด้วยสายตาคมกล้า พอมองดู ดี ดีนางผู้นี้ งดงามไม่น้อย ก่อนจักรพรรดิ เมิ่งฉิน เขาจะสะดุ้งโหยง รีบประสานมือคำนับอย่างไว เมื่อรับรู้ถึงพลังที่มากล้น ชนิดที่เขาไม่เคยเห็นจากผู้ใดมาก่อน

 


      “ขออภัยท่านเซียนหญิง ที่ข้าเสียมารยาท” ครั้นหญิงสาวปลดปล่อย ปราณพลังเล็ดลอดออกมา มันก็ทำให้ จักรพรรดิ เมิ่งฉิน ส่งสายตามาประเมินตัวอี้ฟางหรง ต้องรีบกล่าวขออภัยในทันใด

 


       อี้ฟางหรง นางแค่นเสียงแข็งออกมาเล็กน้อย “เจ้าช่างใจกล้าห่อฟ้านัก ที่กล้าประเมินข้า” ก่อนโบกฝ่ามือ ส่งให้เกี้ยวนั่งออกเดินทาง หลับตาพริ้ม ไม่ได้ใส่ใจพวกเขาอีกต่อไป

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน