ร่างของเสือขาวขนาดสองเมตรที่ถูกหินปาอัด ถึงกับลอยไปตามความแรงที่กันต์ขว้างออกมา จนไปชนเข้ากับต้นไม้นับสิบๆ ต้นจนหักโค่นลง ทว่าร่างของเสือขาวนั้นแทบไม่มีร่องรอยบาดเจ็บใดใดปรากฏออกมาเลย พอมันลุกขึ้นมามันถึงกับส่งเสียงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว แววตาเต็มไปด้วยความกระหายในการฆ่าฟัน
พลางกระโจนเข้าใส่มนุษย์ตรงหน้าอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับตะปบด้วยขาหน้าที่ใหญ่โตของมัน กันต์ถึงกับยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ เพราะภาพที่เสือขาวกระโจนใส่เขานั้น ยังคงเป็นภาพสโลโมชั่นเช่นเดียวกันกับตอนที่สู้กับกลุ่มของชายฉกรรจ์ ทำให้เขาเอี้ยวตัวหลบได้อย่างง่ายดาย และทดสอบหมัดเปล่าๆ ของเขาอัดใส่เต็มแรงครั้งแรก
"ตู้มมมมมมมมมม!!!!"
หมัดขวาซัดตรงไปที่ลำตัวของเสือขาว แล้วอัดลงกับพื้นดินที่แข็งจนกลายเป็นหลุม ล้มสัตว์กลายพันธุ์ระดับสูงเพียงหนึ่งหมัด ทั้งยังร่างของสัตว์กลายพันธุ์ที่กลายเป็นเศษเนื้อ ทำให้ทุกสายตาถึงกับเบิกกว้างอย่างห้ามไม่ได้ หากพวกเขาเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้คนอื่นๆ ฟังต้องถูกกล่าวหาว่าบ้าอย่างแน่นอน แม้แต่ใบหม่อนกับโชคที่เป็นนักล่าแนวหน้า ยังอดหวาดหวั่นในพลังของกันต์ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนอดอิจฉาไม่ได้คือ สิ่งของที่ดรอปได้จากเสือขาวตัวนั้น แม้จะมองจากระยะไกล แต่ก็ยังสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน ส่วนกันต์เมื่อเห็นสิ่งของที่ดรอปก็อดผิวปากอย่างอารมณ์ดีไม่ได้ เพราะสิ่งที่ดรอปออกมาคืออัญมณีสีแดงกับสีเขียวอย่างละสองก้อน ถุงมือและรองเท้าสีดำอย่างละหนึ่งคู่ พร้อมกับเงินหนึ่งเหรียญทอง
เขาเก็บเข้าคลังอย่างสบายอารมณ์ แม้ตลอดเส้นทางจะเห็นกลุ่มของเอกดรอปของได้มากมาย แต่ยังไม่มีใครได้ของดีเหมือนกับเขา และเขาเป็นคนแรกที่ดรอปได้อัญมณีในวันนี้ ทั้งยังต่อสู้เพียงแค่ครั้งเดียวอีกด้วย ถือว่าคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้มเสียอีก ก่อนจะกลับไปรวมกลุ่มด้วยใบหน้าที่สดชื่นมากขึ้นกว่าเดิม
ผิดกับกลุ่มของเอกที่คิดกันไปต่างๆ นานา เช่น ถ้าไม่ใช่คนรู้จักของพี่โชค ถ้าไม่เห็นการต่อสู้เมื่อกี้ หรือถ้าบังเอิญไม่เคยรู้จักมาก่อน แล้วมาเห็นเขากำลังเก็บของพวกนี้อยู่ ในสภาพสวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์ร้องผ้าใบ อาจได้มีการปล้นชิงเกิดขึ้นแน่นอน ถือว่าโชคดีแล้วที่พวกเขาไม่ได้หาเรื่องกันต์ ไม่งั้นสภาพศพคงไม่ต่างไปจากเสือขาวตั้วนั้น
พอทุกคนในกลุ่มพร้อมแล้วก็เริ่มออกเดินทางกันต่อ ส่วนกันต์ก็ลองสำรวจอัญมณีที่ได้มา ก็พบว่ามีขนาดเล็กกับกลางอย่างละสองก้อน เขาก็เลยเอาขนาดเล็กให้ใบหม่อนใช้เพิ่มค่าสถานะ จะได้แข็งแกร่งมากพอที่จะเอาตัวรอด จะได้ไม่เป็นภาระของเขาในอนาคต ทำให้ใบหม่อนอดที่จะซาบซึ้งใจในตัวพี่เขยไม่ได้
เพราะถึงแม้จะบอกว่าเป็นญาติกัน แต่เธอกับพี่เขยไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน และพี่สาวของเธอก็ตายไปแล้ว พูดง่ายๆ ว่าเธอกับพี่เขยแทบจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกันอีก แต่ของที่มอบให้กับเธอทั้งดาบและอัญมณี เป็นของที่มีค่ามาก ขนาดพี่น้องแท้ๆ ยังแทบจะฆ่ากันตายเพื่อแย่งชิงมาเป็นของตัวเองเลยด้วยซ้ำ
ผ่านไปราวสี่ชั่วโมงกลุ่มของพวกเขาก็เริ่มเข้าสู่เขตป่าต้องห้าม แม้แต่กันต์เองยังถึงกับต้องอยู่ในชุดพร้อมรบเต็มอัตราศึก เพราะป่าต้องห้ามไม่ใช่อะไรที่ประมาทได้ สัตว์กลายพันธุ์ระดับเดียวกับเสือขาวนั้น สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า ภายในป่าต้องห้ามมีมากมายนับไม่ถ้วน และอาจมีตัวที่เหนือกว่าอย่างเทียบไม่ติดอีกด้วย
ตลอดเส้นทางในเขตป่าชั้นในนั้น ทุกย่างก้าวนั้นเต็มไปความระมัดระวังอย่างถึงขีดสุด จนมาหยุดอยู่หน้าปากทางเข้าถ้ำ ซึ่งสัญญาณชีพในลิสต์ของโชค มันดันระบุว่าน้องสาวเขาอยู่ลึกภายในถ้ำราวๆ 500 เมตร ทำเอาทุกคนถึงกับต้องหยุดชะงักไป เพราะถ้ำส่วนมากมีทางเข้าออกเพียงทางเดียวและอันตรายมากที่สุด
สัตว์กลายพันธุ์ระดับพิเศษส่วนมากล้วนแต่มีสติปัญญาในการล่าเหยื่อ และสิ่งที่น่ากลัวกว่าคือพวกมันทำได้แม้กระทั่งวางกับดักล่อเหยื่อ ขณะที่พวกเขากำลังปรึกษาวางแผนกันอย่างเคร่งเครียด กันต์ก็พูดตามที่เขาคิดขึ้นมา
"ผมจะเข้าไปคนเดียว ส่วนพี่โชคให้พาทุกคนหลบขึ้นต้นไม้ และรอซัพพอร์ตผมจะดีกว่า"
"แต่..พี่เขย.." ใบหม่อนอดทักท้วงอย่างเป็นห่วงไม่ได้
"ไม่มีแต่ ถ้าพากันเข้าไปเยอะมีแต่จะเป็นภาระพี่ อย่าลืมว่าพี่เป็นโซโล่ถนัดเรื่องการเอาตัวรอดมากที่สุด"
"ไหวแน่นะกันต์" โชคเองก็อดห่วงไม่ได้เหมือนกัน
"หากน้องสาวพี่ยังมีชีวิตอยู่ ผมมั่นใจว่าสามารถพาเธอออกมาได้ ถ้ายัยลัคกี้มันไม่กัดผมก่อนอ่ะนะ" กันต์ตอบตามความรู้สึกของเขา
"อึก.." ทำเอาโชคถึงกับพูดไม่ออกทันที เขาดันลืมไปว่ากันต์กับลัคกี้ไม่ค่อยถูกกัน ที่สำคัญยัยน้องสาวตัวแสบของเขายังปากเสียมากอีกด้วย ยิ่งเวลาสองคนนี้เจอหน้ากันทีไรด่ากันไฟแล่บทุกครั้งไป
"วางใจเถอะพี่ผมรับปากว่าจะช่วย ผมก็จะทำให้ดีที่สุด" กันต์พูดให้โชครู้สึกสบายใจขึ้น แต่ประโยคต่อมาทำเอาโชคแทบหน้าคว่ำ "แต่ผมขอสั่งสอนเธอสักเล็กน้อยก็แล้วกันครับ"
คนอื่นๆ ได้แต่มองตามกันตาปริบๆ เพราะไม่เข้าใจในเรื่องที่ทั้งสองคุยกัน ก่อนที่มิ้นจะเริ่มเล่ารายละเอียดคร่าวๆ ให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้คือระหว่างที่กลุ่มพวกเขา ถูกสัตว์กลายพันธุ์ระดับสูงจำนวนมากไล่ต้อน แต่จู่ๆ พวกมันก็รีบหนีไป แล้วก็มีสัตว์กลายพันธุ์แปลกๆ สวมใส่ชุดเกราะเข้ามา และฆ่าเพื่อนร่วมกลุ่ม 2 คน ในเสี้ยวพริบตา
เพื่อให้คนอื่นๆ หนีรอดลัคกี้จึงเสียสละตัวเองล่อมันไปทางอื่น จุดสังเกตว่าใช่ตัวเดียวกันกับที่พวกเขาเจอหรือไม่คือ หางของมันมีสีเขียวกับดาบสีเงินวาวเท่านั้น เมื่อสรุปแผนการได้แล้วกันต์ก็เข้าไปภายในถ้ำ ยังดีที่ชุดคลุมถุงมือรองเท้าและดาบเป็นสีดำ ทำให้กลมกลืนกับความมืดภายในถ้ำได้เป็นอย่างดี
เมื่อเข้ามาได้สักประมาณ 400 เมตร เขารู้สึกว่าเริ่มคลำทางไปต่อไม่ถูก เพราะรอบๆ ตัวของเขากลายเป็นมืดสนิทจนมองอะไรไม่เห็นเลย ในเวลานี้เขาต้องอยู่แนบชิดกับกำแพงเพื่อเกาะและเดินทางเข้าไปต่อ หากในเวลานี้เขาถูกโจมตีบอกได้คำเดียวว่าโอกาสรอดน้อยมาก แต่เหมือนฟ้าจะยังพอเห็นใจเขาอยู่บ้าง
เพราะในเวลานี้เขาได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวาย ทำให้เขาเลือกเดินตามเสียงนั้นไป พอเข้าไปได้ในระยะสัก 50 เมตร เสียงนั่นก็ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นภาษาพูดของมนุษย์ร้อยเปอร์เซ็น ที่สำคัญเป็นคำด่าทอสาปแช่งล้วนๆ ซึ่งเดาได้ไม่ยากว่าเป็นใครที่ปากจัดขนาดนี้
ไม่นานนักก็เริ่มมีแสงไฟสลัวๆ ออกมา เขาอาศัยความมืดเป็นที่กำบัง แล้วรอดูว่ามีตัวอะไรที่รอเขาอยู่ด้านใน ทว่าเพียงแว้บแรกที่เห็นเขาแทบถึงกับตกตะลึงไป เพราะไอ้ตัวที่รอเขาอยู่นั้นมันคล้ายๆ กับกิ้งก่าที่ยืนสองขามีดาบสีเงินวาวพาดหลัง คล้ายๆ กับลิซาร์ดแมน กำลังยืนมองลัคกี้ด่ามันด้วยแววตาหยาดเหยิ้ม เหมือนได้เจอกับรักแรกพบ
ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าในจุดที่ลิซาร์ดแมนอยู่ มีของตกแต่งเต็มไปหมดไม่ต่างไปจากเรือนหอของมนุษย์เลย ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมลัคกี้ถึงยังมีชีวิตรอดอยู่ และที่ตะโกนด่าอย่างไม่หยุดหย่อนเป็นเพราะอะไร แต่มันก็ทำให้เขาอดขำกับภาพตรงหน้าไม่ได้ พลางครุ่นคิดไปด้วยว่าจะช่วยเหลือเธอออกมายังไงดี
จากสายตาของเขาประเมินความสามารถของลิซาร์ดแมนตรงหน้า ก็เริ่มที่จะเคร่งเครียดขึ้นมา เพราะมันไม่ใช่สัตว์กลายพันธุ์เหมือนที่ผ่านๆ มา แต่ดูแล้วเหมือนกับพวกนักรบซะมากกว่า คงไม่มีใครคิดว่าจะได้เห็นกิ้งก่าแบบนี้ถือดาบได้ และเลือกจะผสมพันธุ์กับมนุษย์เป็นแน่ ระหว่างที่เขากำลังคิดหาแผนการช่วยเหลืออยู่นั้น
"ฟุด..ฟิด..!!"
"ผู้บุกรุก" สิ้นเสียงของลิซาร์ดแมน มันเบนสายตาไปทางมุมมืดทันที พร้อมกับยกดาบขึ้นในท่าเตรียมพร้อม
"พี่คะ รีบหนีไปไอ้ตัวเขียวนี่อันตรายมาก!!" ลัคกี้ที่ได้ยินแบบนั้นก็ตกใจ รีบตะโกนออกไปทันที
แม้ลัคกี้จะมองไม่เห็นว่าใครเข้ามา แต่เธอก็คิดว่าน่าจะเป็นพี่ชายของเธอ เพราะคงมีแต่พี่ชายของเธอเท่านั้น ที่คิดติดตามออกมาเพื่อช่วยเหลือเธอ และด้วยคำพูดของลัคกี้ทำให้ลิซาร์ดแมนต้องชะงักไปเล็กน้อย ส่วนกันต์กำลังอึ้งเมื่อลิซาร์ดแมนพูดภาษามนุษย์ได้ ก่อนจะค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงามืด
ทำเอาลัคกี้ถึงกับอึ้งจนพูดอะไรไม่ออกไปเลย เพราะเธอไม่คิดว่าคนที่อ่อนแอแบบนี้ จะเป็นคนที่มาเพื่อช่วยเหลือเธอ แม้สีหน้าของเธอจะซาบซึ้งและประทับใจ แต่ปากกลับตะโกนต่อว่าอย่างไม่อาจห้ามปากตัวเองได้
"กันต์แกบ้ารึเปล่ามาที่นี่ทำไม ไม่มีฝีมือแล้วยังไม่เจียมตัวอีก คิดว่าตายโง่ๆ แล้วฉันจะซาบซึ้งหรือไง"
กันต์ที่ได้ยินคำพูดของลัคกี้แทบอยากด่าสวนกลับทันที แต่พอเห็นสายตาที่มองมาของลิซาร์ดแมน ทำให้เขาคิดอะไรแผลงๆ ขึ้นมาได้ พลางหันไปมองลัคกี้แล้วยกยิ้มขึ้นมาอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาลัคกี้เงียบกริบไปเลย ผิดกับลิซาร์ดแมนที่มองผู้มาใหม่ด้วยแววตาที่วาวโรจน์
"อ้าว!! ฉันก็มาช่วยคนรักจากอสูรกายแบบมันไง หรือว่าเธอคิดที่จะทิ้งฉันเพื่อไปแต่งงานใหม่กับอสูรกายอย่างมันกันล่ะ!?"