“หญิงผู้นั้นรำสวยโดดเด่นกว่าใครนะเ้าคะคุณป้า” คนฉลาดอย่างแก้วจันตา นึกสนุกอยากรู้จักนิสัยใจคอของคนในเรือนนี้ก่อนจะเข้ามาเป็สะใภ้เต็มตัว
“นั่นคือนังกลิ่นจันทร์ ป้าพึ่งรับเข้ามาได้ไม่นาน เมื่อครู่ก็นั่งคิดแบบเ้านั่นแหละ ถ้าไม่ติดว่า...” คุณเอื้องฟ้าส่งสายตาไม่เป็มิตรสอดส่องไปยังใบหน้าของกลิ่นจันทร์ พลางนึกเคืองขึ้นมา เมื่อย้อนถึงกิริยาไม่งามที่กลิ่นจันทร์คิดจะจับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอ
“ไม่ติดว่าอะไรฤาเ้าคะ”
“ช่างเถอะ” คุณเอื้องฟ้าสะบัดหน้าพร้อมกับยกพัดขึ้นมาพัดถี่ๆ อย่างไม่สบอารมณ์ แก้วจันตาหันกลับไปมองยังหญิงสาวคนดังกล่าว แม้ท่าทางการรำจะแสดงออกมาได้อย่างงดงาม หากแต่แววตานั้นช่างเศร้าสร้อยจนน่าใจหาย เป็แววตาที่สิ้นหวังโดยแท้ เธอหันกลับมามองพระพาย เขาเองมีท่าทีไม่ต่างจากมารดาเสียเท่าไหร่
“จริงสิ เ้าอยู่เรือนนี้มาก็หลายวันแล้ว ใคร่ไปเที่ยวเล่นละแวกนี้ฤาไม่ มีตลาดผ้าที่ขึ้นชื่ออยู่ หากเ้าเบื่อก็ให้พระพายพาไปนะ” คุณเอื้องฟ้าเปลี่ยนสีหน้าหันมายิ้มให้กับแก้วจันตา ราวกับเป็คนละคนกับเมื่อครู่
“ถ้าข้าอยากไปเวลานี้ได้ฤาไม่เ้าคะ” คุณเอื้องฟ้าแย้มยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าเป็การอนุญาต
“ตามแก่ใจเ้า ป้าให้เ้าเลือกบ่าวไพร่ติดตามไปด้วยหนึ่งคน หากเ้าไปกับพระพายเพียงลำพังใครเห็นจักไม่งาม” คุณเอื้องฟ้ายกพัดขึ้นมาพัดเบาๆ แล้วมองทั้งสองด้วยรอยยิ้ม
“ให้ข้าเลือกฤาเ้าคะ” แก้วจันตาหันไปย้ำกับคุณเอื้องฟ้าอีกครั้ง
“เลือกได้หมดทุกคน ถูกใจคนไหนก็ให้มันตามไปรับใช้” คุณเอื้องฟ้ายังคงยืนยันคำเดิม ด้วยเพราะเอ็นดูหญิงสาวเป็อย่างยิ่ง แก้วจันตาเลื่อนสายตามองดูบ่าวไพร่บริเวณนั้นช้าๆ บางคนตัวเล็กเรี่ยวแรงน้อย บางคนเป็แผลมีอาการาเ็ บางคนก้มหน้าหลบแสดงออกว่าชัดเจนว่าไม่ใคร่อยากไปด้วยนัก ก่อนจะเลื่อนสายตาหันมาที่เหล่านางรำ แล้วนึกสนุกบางอย่างได้จึงตัดสินใจชี้มือตรงไปยังกลิ่นจันทร์
“ข้าเลือกกลิ่นจันทร์ ผู้นี้เ้าค่ะ” คุณเอื้องฟ้าถึงกับพัดในมือที่ถืออยู่หล่นลงพื้น ไม่คิดว่าแก้วจันตาจะเลือกกลิ่นจันทร์ หญิงฉำฉ่าที่คิดจับพระพาย
“เ้าไม่เปลี่ยนใจใช่ฤาไม่ แก้วจันตา”
“ข้าเลือกกลิ่นจันทร์เ้าค่ะ” แม้จะไม่พอใจในการเลือกของแก้วจันตานัก หากแต่ไม่อยากทัดทานให้เสียผู้ใหญ่เมื่อเอ่ยปากไปแล้ว
“ตามแต่ใจเ้า เอ้า! ยืนบื้ออยู่ใย คุณแก้วจันตาเลือกเอ็งให้ไปเป็บ่าวใกล้ชิดด้วย ใยยังไม่ก้าวออกมา” คุณเอื้องฟ้าเปลี่ยนเสียงตวาดดังขึ้น ทำเอากลิ่นจันทร์สะดุ้งตัวแล้วค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาหา ก่อนจะนั่งลงกับพื้นด้วยความสำรวม
“ไปแล้ว อย่าให้เกิดเื่เช่นวันก่อน ไม่อย่างนั้นข้าจะเฆี่ยนให้หลังลาย” คุณเอื้องฟ้าพูดขู่ พร้อมกับสายตาแข็งกระชับแน่นตรงมายังหญิงนางรำ
“วันก่อน” กลิ่นจันทร์ส่องแววตาว่างเปล่าไม่เข้าใจกลับไปหาเ้านาย ก่อนจะนึกบางอย่างได้จึงก้มหน้ารับ
“เข้าใจเ้าค่ะ” แก้วจันตาสังเกตท่าทางของกลิ่นจันทร์อยู่ตลอดเวลา มีหลายอย่างที่เธอแคลงใจถึงนิสัยใจคอของหญิงผู้นี้อยู่มาก
เรือสำปั้นจ้างพาคณะของพระพายมุ่งหน้าตรงไปยังตลาดผ้าที่ว่านั้น กลิ่นจันทร์นั่งอยู่ด้านหลังของพระพายและแก้วจันตา ซึ่งทั้งสองนั่งอยู่ระนาบเดียวกัน บ่าวที่อยู่ในชุดสีหมองเหลือบมองคู่รักของเ้านายด้วยสายตาโศกเศร้า ก่อนจะเบือนหน้ามองดูสายน้ำใสด้านนอก ตัดสลับกับป่าไม้สองข้างริมน้ำ ถึงกับต้องกลั้นน้ำตา ด้วยเพราะคะนึงหาถึงคนรักเป็อย่างมาก ภาพแห่งความทรงจำที่เคยมี่เวลาด้วยกันด้วยกัน ย้อนกลับมากรีดกลางใจให้ทุกข์ระทมอย่างแสนสาหัส
“คุณพี่เ้าคะ ตลาดผ้านั้นอีกไกลฤาไม่เ้าคะ ใหญ่กว้างเท่าใดเ้าคะ” แก้วจันตาเอี้ยวตัวหันมาถามพระพายพร้อมกับการถึงเนื้อถึงตัวอย่างไม่ระวังกิริยา ด้วยความอยากรู้อยากเห็น แลผิดจากเมื่อครู่ที่มีท่าทีอ้อนช้อยงดงามสมกับกุลสตรี
“ก็ไกลพอสมควร ใช้เวลาจากนี่ไปสักระยะก็จะผ่านสองโค้งน้ำจักเห็นตลาดที่ว่า ตลาดที่นี่ใหญ่พอตัว เ้าอยากได้ผ้าแบบใดก็เลือกเอา” พระพายพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก่อนจะค่อยๆ แกะมือของแก้วจันตาที่วางนาบอยู่บนขาของตัวเองออกช้าๆ
“เ้าทำอันใด ระวังกิริยาเสียบ้าง” พระพายกระซิบเตือนหญิงสาวเบาๆ ด้วยความหวังดี ก่อนที่มือของหญิงสาวจะถูกดึงกลับไปอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน