บทที่ 3 ทหารแปลกหน้า
หนิงหรานเหลือบมองคนพวกนั้นแล้วก็ทราบตัวตนพวกเขาได้ในทันที
พวกเขาคือเหล่าชายชาตรีในชุดทหาร
พวกเขาคือทหาร
คนเหล่านี้ล้วนสูงใหญ่กำยำ สวมเครื่องแบบทหารสีเขียวขี้ม้า มอบความรู้สึกปลอดภัยให้กับเธออย่างบอกไม่ถูก
หนิงหรานถอนหายใจอย่างโล่งอก รีบเก็บมีดเข้าไปในมิติอย่างเงียบเชียบ
ผู้คนในยุคนี้ล้วนแต่ให้ความเคารพและเชื่อมั่นในตัวทหาร เธอเองก็เช่นกัน
หนิงหรานชื่นชมพวกเขามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทหารที่ประจำการตามชายแดน
ท่ามกลางกลุ่มทหาร มีทหารหนุ่มอายุราวยี่สิบปีคนหนึ่งกำลังแบกทหารอีกคนไว้บนหลัง ดูเหมือนว่าคนๆ นั้นจะหมดสติไปแล้ว ร่างกายส่งกลิ่นคาวเืรุนแรง ทำให้หนิงหรานสังเกตเห็นได้ไม่ยากนัก
คนๆ นั้นได้รับาเ็สาหัส
ทหารกลุ่มนั้นมองหนิงหรานด้วยความประหลาดใจที่เห็นเด็กสาวตัวเล็ก ๆ ผู้มีร่างกายเต็มไปด้วยาแอยู่ในป่าลึกยามวิกาล
ชาวบ้านละแวกนี้รู้กันดีว่าูเาลูกนี้ไม่ปลอดภัย แทบจะไม่มีใครกล้าเข้ามา ยิ่งยามค่ำคืนยิ่งไม่ต้องพูดถึง
แล้วเด็กสาวที่ดูอายุแค่สิบกว่าขวบมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
พวกเขาตั้งใจจะเดินทางตอนกลางคืนก็เพราะคิดว่าคงไม่มีใครผ่านมาทางนี้ แต่ตอนนี้....จะทำอย่างไรดี?
เหล่าทหารมองหน้ากันอย่าง ในที่สุดก็มีทหารคนหนึ่งรวบรวมความกล้า หันไปรายงานหัวหน้า
"หัวหน้าครับ....มี...มีเด็กผู้หญิงครับ"
มีคนอื่นอยู่อีกงั้นเหรอ?
หนิงหรานรู้สึกหวาดระแวง เธอพยายามขยับถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ทว่าการขยับเพียงเล็กน้อยกลับทำให้าแที่ขาส่งความเ็ปมาอย่างรุนแรง ใบหน้าพลันย่นยู่ด้วยความเ็ป
โดยไม่คาดคิด ท่าทางน่าสงสารของเธอได้อยู่ในสายตาของเหล่าคนร่างใหญ่ตรงหน้า ทำให้คนที่ได้เห็นรู้สึกใจอ่อนยวบ
ชายหนุ่มที่เป็หัวหน้ากลุ่มก้าวไปด้านข้าง เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่กำยำก้าวเดินอย่างมั่นคงท่ามกลางความมืด
หนิงหรานมองเห็นใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน
หัวใจของเธอก็เต้นระส่ำในทันใด
สิ่งแรกที่สะดุดตาหนิงหรานคือ ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยว ลึกล้ำดั่งห้วงเหวลึก แฝงประกายเย็นเยียบ แผ่รังสีน่าเกรงขาม แค่สบตาเพียงครู่ก็ทำให้รู้สึกหวาดหวั่น
จากนั้นสายตาของเธอก็เลื่อนมองไปยังใบหน้าของเขา ใบหน้าคมคายแข็งกร้าวนั้นดูเ็า แต่นั่นทำให้เขาดูเป็ชายชาตรีผู้แข็งแกร่งที่น่าดึงดูดใจอย่างประหลาด
ความรู้สึกแรกคือชายคนนี้ไม่ใช่คนที่จะรับมือได้อย่างง่ายดาย
"เฉินฉี" ชายหนุ่มเอ่ยเรียกลูกน้อง
เฉินฉีรีบยืนตัวตรง ทำความเคารพอย่างรวดเร็ว "ครับผม!"
ชายหนุ่มหัวหน้าทีมมองหนิงหรานนิ่ง ๆ จากนั้นจึงหันหลัง ก้าวเท้ายาวๆ เดินนำหน้าไป
"ไปถามให้แน่ชัดว่าหล่อนมาจากหมู่บ้านไหน จากนั้นก็พาหล่อนกลับไปให้เรียบร้อย"
น้ำเสียงทุ้มต่ำ ดังชัดเจน แฝงไปด้วยอำนาจ และเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้หัวใจเต้นไม่เป็ระส่ำ
หนิงหรานยืนนิ่ง
ผู้ชายคนนี้ ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จักเธอ แต่กลับยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเธออย่างนั้นหรือ?
หัวใจของหนิงหรานพลันอุ่นซ่าน
เธอไม่ได้ััถึงความหวังดีจากคนแปลกหน้าแบบนี้มานานแล้ว
เธอรู้สึกซาบซึ้งในความหวังดีนี้เหลือเกิน
เฉินฉีได้ยินแล้วก็หัวเราะร่วน จากนั้นก็รับคำสั่ง เดินเข้ามาหาหนิงหรานพลางพูดว่า "ไม่ต้องกลัวนะสหายน้อย แถวนี้มันอันตราย ในเมื่อพวกเราเจอกันแล้ว ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอต้องเผชิญอันตรายเพียงลำพังอย่างแน่นอน"
ดูเหมือนว่าเขาจะคิดว่าหนิงหรานหวาดกลัว จึงพยายามปลอบโยน "ไม่ต้องกลัวนะ พี่ชายรับรองว่าจะพาเธอกลับบ้านอย่างปลอดภัย"
เหล่าทหารคนอื่น ๆ ต่างส่งยิ้มให้ จากนั้นก็พยุงเพื่อนทหารที่ได้รับาเ็เดินตามหัวหน้าของพวกเขาไปอย่างรวดเร็ว
เฉินฉีเองก็เป็คนฝีเท้าว่องไว จึงก้าวตามพวกเขาไปติด ๆ ในเวลาไม่นาน
"เดี๋ยวก่อน !" หนิงหรานร้องห้าม เธอไม่สามารถปล่อยให้พวกเขจากไปแบบนี้ได้
กลัวว่าพวกเขาจะไม่ได้ยิน เธอจึงรวบรวมแรงทั้งหมด พยุงตัวเองขึ้นโดยใช้ลำต้นไม้เป็ที่ยึด แต่ร่างกายของเธอกลับเซไปมา เฉินฉีเห็นเข้าจึงรีบเข้ามาประคองอย่างรวดเร็ว
สายตาของเขามองสำรวจร่างกายของเด็กสาวตรงหน้าด้วยความใ เด็กคนนี้....ถึงจะตัวเล็ก แต่าแที่ได้รับกลับน่ากลัวมาก
เหล่าทหารที่กำลังจะเดินตามหัวหน้า ชะงักฝีเท้าทันที หันกลับมามองหนิงหรานอย่างพร้อมเพรียง
ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหน้าขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาหยุดเดิน ค่อย ๆ หันกลับมา ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวกวาดมองหนิงหราน ใบหน้าเรียบเฉย ไร้ความรู้สึก
หนิงหรานรู้สึกหวั่นใจ เธอหลบสายตาโดยไม่รู้ตัว แต่ก็ยังรวบรวมความกล้าเอ่ยขึ้น "เพื่อนทหารของพวกคุณาเ็สาหัสมาก"
ทันทีที่สิ้นเสียง ไม่ใช่แค่เพียงเหล่าทหารเท่านั้น แม้แต่หัวหน้าหนุ่มที่ยืนนิ่งราวกับรูปสลัก ก็ยังเผยความประหลาดใจออกมา แววตาของเขาฉายแวบหนึ่ง...ยากจะคาดเดา
สายตาของเขาสร้างแรงกดดันให้กับเธออย่างประหลาด
มันทำให้หนิงหรานไม่กล้าขยับตัว ได้แต่ยืนนิ่ง พิงลำต้นไม้ โชคดีที่ท่าทางนี้ไม่ทำให้าแที่ขาต้องรับน้ำหนักมากจนเกินไป
หนิงหรานพยายามควบคุมสติอารมณ์อีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยต่อ "เพื่อนของพวกคุณ้าการรักษาอย่างเร่งด่วน ไม่อย่างนั้น....เขาคงอยู่ได้อีกไม่เกินหนึ่งชั่วโมง"
สิ่งที่เธอพูดคือเื่จริง
ในชาติก่อน เพราะภายในกำไลข้อมือของเธอเต็มไปด้วยตำราสมุนไพรและตำราแพทย์ ทำให้เธอสนใจศาสตร์การแพทย์เป็อย่างมาก
ใน่หนึ่งเพื่อหลอกล่อให้เธอเปิดเผยกุญแจที่ซ่อนอยู่ในกำไลข้อมือ ทางองค์กรลับจึงได้เชิญผู้เชี่ยวชาญทางด้านการแพทย์แผนจีนระดับประเทศมาสอนวิชาแพทย์แผนจีนและเภสัชศาสตร์ให้กับเธอเป็การส่วนตัว
ในเมื่อออกไปไหนไม่ได้เธอก็ได้แต่ทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการศึกษาตำราแพทย์ จนกระทั่งแม้แต่ปรมาจารย์แพทย์แผนจีนยังเอ่ยปากชม
ด้วยเหตุนี้ความรู้ความสามารถทางการแพทย์แผนจีนของเธอ จึงไม่ด้อยไปกว่าแพทย์แผนจีนในโรงพยาบาลเลย
แค่มองแวบแรก บวกกับกลิ่นคาวเืรุนแรงที่โชยมา เธอก็พอจะเดาได้ว่า ไม่เพียงแต่คนผู้นั้นจะได้รับาเ็สาหัสเท่านั้น แต่อาจเป็แผลที่เกิดจากะุปืน
าแแบบนี้...จำเป็ต้องได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด !
แต่นี่มันในป่าลึก กว่าจะเดินออกไปถึงถนนใหญ่ ผู้ชายที่แข็งแรงก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการจะพาคนเจ็บไปโรงพยาบาล
กว่าจะไปถึง...คงไม่ทันการณ์