บทที่ 18 คนสารเลวนี่ เขาบ้าไปแล้วหรือไง?
ไม่รู้ว่าเป็เพราะชาติที่แล้วเคยเป็ิญญาเร่ร่อนหรือเปล่า เสิ่นตัวอวี๋ถึงได้ตื่นขึ้นมากะทันหันด้วยสัญชาตญาณการระแวดระวังตัวสูง
เธอกระชับมีดที่วางไว้ข้างๆ พลางจ้องมองชายสองคนที่กำลังย่องเข้ามาในห้อง เสิ่นตัวอวี๋โปรยผงสีขาวออกไปทันที
ชายสองคนนั้นยังไม่ทันได้ทำอะไร ทุกอย่างก็จบลง
ผงสีขาวนั้นคือผงอูโถวผสมกับสมุนไพรอีกหลายชนิด ออกฤทธิ์รุนแรง ชายสองคนนั้นล้มลงไปกองกับพื้นทันที
เสิ่นตัวอวี๋จุดตะเกียงน้ำมัน จึงเห็นว่าเป็พวกอันธพาลสองคนจากหมู่บ้านอู่หลี่ถุน ที่ค่อนข้างสนิทกับลู่จวิน
ดูเหมือนว่าไอ้สารเลวนั่นจะส่งคนมาเล่นงานเธอ ชาติที่แล้ว เธอรู้จักคนพวกนี้ ตอนที่เธอเพิ่งย้ายมาที่หมู่บ้านอู่หลี่ถุน ชายสองคนนี้มักจะมองเธอด้วยสายตาแปลกๆ
สายตาที่น่าขยะแขยงแบบนั้น เธอไม่มีวันลืม แต่มันก็หยุดเพราะลู่จวินห้ามไว้ ไม่คิดว่าจะมาเจอกันที่นี่
ในชาติที่แล้ว พวกมันสองคนเป็เหมือนหมาล่าเนื้อของลู่จวิน คอยทำเื่สกปรกที่ลู่จวินไม่อยากยุ่งเกี่ยว
ฐานะทางบ้านของลู่จวินค่อนข้างดี เขาจึงมีเงิน พวกอันธพาลพวกนี้ก็เลยยอมอยู่ใต้อาณัติของเขา
เสิ่นตัวอวี๋ค้นกระเป๋าของชายสองคนนี้ พวกมันมาที่นี่ก็คงหวังจะทำลายความบริสุทธิ์ของเธอ
“ไอ้พวกขี้แพ้… มีเงินแค่ห้าหยวน ยังกล้ามาหาเื่ฉันอีก” เธอค้นอยู่นานก็เจอแค่เงินห้าหยวนกับคูปองอาหารอีกสองสามใบ
เธอจับพวกมันมัดไว้ แล้วคิดว่าจะจัดการกับพวกมันยังไงดี หรือว่าจะโยนไปให้สัตว์ป่ากินบนูเา?
หรือโยนลงแม่น้ำให้ปลากิน? หรือจะตอนพวกมันให้กลายเป็ขันที? ดูเหมือนจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่
สุดท้าย เธอจึงเรียกกู้เหลียนออกมา เพราะตอนนี้เธอกับเขาเป็หุ้นส่วนกัน กู้เหลียนคงไม่นิ่งดูดายแน่
กู้เหลียนยังคงมึนงงหลังจากถูกปลุก เสิ่นตัวอวี๋กระซิบเสียงเบาว่า
“ตามฉันมา”
กู้เหลียนถูกพาตัวกลับมาที่บ้านของเสิ่นตัวอวี๋ในยามดึกสงัด เขามองเสิ่นตัวอวี๋ที่เดินนำหน้า แล้วคิดว่าเกิดอะไรขึ้น? หรือว่าเสิ่นตัวอวี๋อยากจะ… ชวนเขาไปมุดไร่ข้าวโพด?
คิดแล้วหน้าเขาก็แดง ถ้าเสิ่นตัวอวี๋เต็มใจ เขาก็ไม่ขัดข้อง
เมื่อมาถึงบ้าน เสิ่นตัวอวี๋ก็เปิดประตู หัวใจของกู้เหลียนเต้นแรง เขากลืนน้ำลาย นี่เธอจะทำอะไร?
“นี่! เ้าท่อนไม้ ยืนนิ่งอยู่ทำไม? มานี่มาดูสิ ว่าจะจัดการกับสองคนนี้ยังไงดี?” เสิ่นตัวอวี๋เปิดประตูแล้วพูดด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย
กู้เหลียนเห็นชายสองคนนอนอยู่บนพื้น ก็โมโหจนเตะพวกมันไปคนละทีสองที “โยนไปให้หมาป่ากินบนเขานู่นเลย”
“แบบนั้น… มันไม่ค่อยเหมาะมั้ง? ”
กู้เหลียนมองเธอด้วยสายตาเ็า “แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไง?”
“ความคิดของฉันคือ…” เสิ่นตัวอวี๋บอกความคิดของเธอ กู้เหลียนยิ้มมุมปาก “แน่ใจเหรอ?”
“แน่ใจ แน่ใจมาก…”
กู้เหลียนจึงเรียกเพื่อนคนหนึ่งมาช่วยกันยกชายสองคนนั้นขึ้นเกวียน แล้วขับออกไป
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ชาวบ้านอู่หลี่ถุนได้ยินเสียงประหลาดดังมาจากกองฟาง ตอนแรกพวกเขาคิดว่าแมวหรือหมาทะเลาะกัน แต่พอฟังไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่าไม่ใช่
ไม่นานนัก ผู้คนก็มามุงดูกันมากขึ้น แล้วก็เห็นเถี่ยจู้กับหวังหม่าจือ อยู่ในสภาพ… อุจาดตา
ไม่มีใครเคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน?
“โอ๊ย! ขำจะตายอยู่แล้ว ถึงว่าทำไมสองคนนั้นถึงชอบอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ที่แท้ก็เป็แบบนี้นี่เอง”
“ฮ่าๆๆ… ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน เหลือเชื่อจริงๆ”
“หัวหน้าหมู่บ้านพาคนไปแยกก็แยกไม่ออก เสื่อมเสียศีลธรรมจริงๆ!”
เื่นี้แพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านอู่หลี่ถุน ลู่จวินมีสีหน้าบึ้งตึง เมื่อวานเขาให้เถี่ยจู้กับหวังหม่าจือไปทำงาน ไม่คิดว่าวันนี้จะได้ยินว่าทั้งสองคนอยู่ในกองฟางด้วยกันทั้งคืน
“เถี่ยจู้กับหวังหม่าจือน่าขยะแขยงจริงๆ พี่ลู่จวิน เราไปทำงานที่ไร่กันเถอะ” เฉาซู่เฟินคว้าแขนเขาพร้อมกับมองเขาอย่างเขินอาย
แต่ด้วยรูปร่างอ้วนดำของเธอ ทำให้ลู่จวินหมดอารมณ์
สิ่งที่ลู่จวินคิดคือการเอาชนะใจเสิ่นตัวอวี๋ เพื่อที่จะได้แต่งงานกับเธอ
เขาได้ยินซ่งเวยพูดว่า ตอนนี้เสิ่นตัวอวี๋ขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพร เขาไม่รู้ว่าเธอไปเรียนรู้การเก็บสมุนไพรั้แ่เมื่อไหร่ แต่ก็ขายได้เงินจริงๆ ซ่งเวยเห็นเธอหอบเสบียงอาหารกลับมาเยอะมาก
ผู้หญิงแบบนี้ถ้าแต่งเข้าบ้าน คงจะเป็แม่บ้านแม่เรือนที่ดี เสียดายที่ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ ๆ เสิ่นตัวอวี๋ถึงเกลียดเขามากขนาดนี้
เขาคิดจะให้ไอ้สองคนนั้นพาตัวเธอกลับมา แล้วบังคับให้แต่งงานกัน พอถึงตอนนั้น เสิ่นตัวอวี๋ก็คงต้องยอมรับ
เขาก็จะได้กำจัดเฉาซู่เฟินไปด้วย แต่ทุกอย่างไม่เป็ไปตามแผน
เขาเดินไปที่นาด้วยสีหน้าเขร่งขรึม ครอบครัวของเฉาซู่เฟินเร่งรัดให้เขาแต่งงาน เขาต้องหาวิธีจับเสิ่นตัวอวี๋ให้ได้
เสิ่นตัวอวี๋พาเพื่อนๆ ขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพร วันนี้ พวกเขาเจอหมูป่ากำลังหาอาหารอยู่
กู้เหลียนส่งเสียง “ชู่ว” แล้วส่ายหัว บอกเป็นัยๆว่า “ไปกันเถอะ!”
หมูป่าพวกนี้รับมือไม่ง่าย มีหมูป่าตัวผู้สี่ตัว ตัวใหญ่กำยำมาก ถ้ามันพุ่งชนมาละก็ คงจะกระดูกหักแน่ๆ
แต่เสิ่นตัวอวี๋กลับวิ่งเข้าหาฝูงหมูป่า ไม่ใช่แค่กู้เหลียนเท่านั้นแม้แต่หมูป่าก็ยังตกตะลึง
ทุกคนเห็นกลุ่มควันสีขาวพุ่งเข้าหาฝูงหมูป่า เสิ่นตัวอวี๋ก็หันหลังวิ่งหนี แล้วปีนขึ้นต้นไม้ทันที
คนอื่นๆ มองด้วยความงุนงง กู้เหลียนก็เช่นกัน เสิ่นตัวอวี๋ปีนขึ้นไปบนต้นไม้ มองฝูงหมูป่าแล้วพูดเบาๆ ว่า “1… 2… 3…”
“โครมๆๆๆ” หมูป่าทั้งหกตัวล้มลงไปกองกับพื้นเหมือนคนเมา
เสิ่นตัวอวี๋ปีนลงมาจากต้นไม้ กู้เหลียนก็เข้ามาอุ้มเธอไปอีกฝั่งทันที
เสิ่นตัวอวี๋จัดเสื้อผ้าแล้วถามว่า “มีอะไรเหรอ?”
“มีอะไรเหรอ? เธอรู้ไหมว่ามันอันตรายแค่ไหน? ถ้าผงยานั่นไม่สามารถทำให้หมูป่าสลบได้ล่ะ จะทำยังไง?” กู้เหลียนพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เสิ่นตัวอวี๋ประหลาดใจ “นี่! กู้เหลียน นายพูดมากขนาดนี้ได้ด้วยเหรอ? เก่งขึ้นเยอะเลยนะ!”
กู้เหลียนมองเสิ่นตัวอวี๋ที่เตี้ยกว่าเขาและกำลังพูดจ้อไม่หยุด เขาจึงก้มลงจูบเธอ
ริมฝีปากนุ่มๆ ัักัน ทั้งสองคนต่างก็ตกตะลึง
เสิ่นตัวอวี๋ค่อยๆ จูบตอบกู้เหลียน สุดท้าย เธอก็ผลักกู้เหลียนออกแล้วถอยหลังไปหนึ่งก้าว ใบหน้าแดงก่ำ เธอทำอะไรลงไปเนี่ย?
กู้เหลียนก็รู้สึกว่าตัวเองบ้าไปแล้ว เขาแค่้าปิดปากที่จ้อไม่หยุดของเธอ แต่ทำไมถึงจูบเธอไปได้?
์เท่านั้นที่รู้ว่าเขาเป็อะไร
เขาหันหลังเดินกลับไปที่ฝูงหมูป่า เสิ่นตัวอวี๋ยืนกำหมัดด้วยความโกรธ คนสารเลวนี่ เขาบ้าไปแล้วหรือไง?
เสิ่นตัวอวี๋ปรับอารมณ์แล้วเดินกลับไปหากู้เหลียน กู้ตงเทียนพูดด้วยความดีใจ “ตัวอวี๋ เธอเก่งมาก! ผงเมื่อกี้คืออะไรเหรอ? ทำไมถึงได้ผลขนาดนั้น? ขอฉันบ้างได้ไหม?”
กู้จิ่วตีกู้ตงเทียนที่หัว “เร็วๆหน่อย เตรียมตัวกลับกันเถอะ แล้วหมูป่าพวกนี้จะทำยังไง?”
กู้จิ่วหันไปมองกู้เหลียนกับเสิ่นตัวอวี๋ กู้เหลียนพูดว่า “เรายกมันลงจากเขาก่อน พอตกเย็น ฉันจะไปยืมเกวียน แล้วเราจะเอาไปขายในเมือง”
การแบกหมูป่าลงจากเขาตอนกลางวันแสกๆ มันจะดูน่าสงสัยเกินไป