“มะลิ แกไม่ไปกินข้าวหรออ่านหนังสือหนักขนาดนี้ แกจะเอาท็อปของชั้นปีเลยหรือไง” น้ำใสเพื่อนคนแรกที่เข้ามาพูดคุยกับฉันที่ย้ายเข้ามาเรียนกลางคันและสนิทกันมาจนถึงตอนนี้
แม้จะไม่ใช่ฟีลเพื่อนรักเพื่อนเรียนเพราะยัยน้ำใสเป็ลูกคนมีฐานะ แถมยังติดเที่ยวกลางคืนเป็ที่สุดจนไม่ค่อยได้เห็นหน้าในคลาสเท่าไร เพราะเธอชอบตื่นสายไม่ก็ไม่มาเรียนเลย
ถึงคนอื่นๆ จะไม่ชอบที่ยัยนี่หยิ่ง นิสัยไม่ค่อยดี แถมยังจัดได้ว่าปากแซ่บที่สุดในคลาสเลยก็ตาม
แต่ฉันว่าคนแบบยัยน้ำใสนี่แหละน่าคบหาที่สุดแล้ว ไม่ชอบไม่ถูกใจก็ด่ากันเลย
ยัยนี่มักจะด่าและมีเื่กับคนที่มาปากหมาใส่ไปทั่ว ซึ่งต้นเหตุมันก็มาจากตัวเธอนั่นแหละ ที่เป็สาเหตุของข่าวลื่อไม่ดีในมหาลัย
ซึ่งมันก็มีทั้งเื่จริง และก็เื่ไม่จริงผสมกัน
เื่ที่จริงก็คือยัยน้ำใสชอบหักอกพูดชาย นางคบผู้ชายมาหลายคนก็จริงแต่น้ำใสก็คบพวกเขาทีล่ะคน และไอ้พวกบ้านั่นก็นิสัยแย่จนเกินรับไหวเธอก็เลยต้องเลิกกับไอ้บ้าพวกนั้นยังไงล่ะ
และเื่ที่ไม่จริงสุดๆ เลยก็คือเื่ที่หาว่ายัยนั่นขายตัว เป็เื่ตลกน่าดูที่ข่าวลื่อนั่นออกมานก็เพราะว่ายัยน้ำใสเปย์ผู้ชายฉ้ามมมม ใครๆ ก็รู้แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้ยังเชื่อข่าวลื่อพวกนั้นอีก
“ถ้าเป็ท็อปของชั้นปีก็ดีน่ะสิ จบเอาเกียรตินิยมได้เลยก็ยิ่งดี ฉันจะได้ยืนฝึกงานที่บริษัทดีๆ ได้โดยไม่โดนปฏิเสธ”
“โหยแกไม่ต้องกลัวหรอก ที่มอ.จีอ่ะไม่ต้องสอบได้คะแนนดีมากจนเป็ท็อปของชั้นหรือติดเกียรตินิยม ก็ได้ฝึกงานบริษัทดีๆ ได้แก”
“ให้มันจริงเถอะ”
“เอาจริงๆ ฉันก็ไม่รู้อ่ะ ไม่ได้สนใจเื่ฝึกงานเท่าไร แต่ถ้าแกไปฝึกงานที่อยากฝึกไม่ได้จริงๆ แกก็ไปฝึกงานที่บริษัทพ่อ ไม่ก็ของแม่ฉันเป็เพื่อนฉันก็ได้ไม่เห็นเป็ไรเลย” บอกอย่างไม่ค่อยใส่ใจในเื่อนาคตพร้อมกับจับหนังสือที่ฉันกำลังอ่านอยู่ให้ปิดลง
“เลิกอ่านได้แล้วแกไปกันเถอะ”
“ไปเถอะน่า ไปกินข้าวกันฉันหิวแล้ว”
“…”
“อย่ามาทำตัวเป็เด็กเนิร์ดให้ฉันเห็นนะ เดี๋ยวฉันก็เลิกคบซะเลย”
“ฉันก็ไม่ได้อยากคบกับแกซะหน่อย แกนั่นแหละที่มาตื้อขอคบกับฉัน”
“นั่นเพราะฉันเห็นแกมาเข้าเรียนใหม่กลางคันแล้วไม่มีใครคบต่างหากล่ะย่ะ ลุกเลยๆ ฉัแลท้องร้องไม่ไหวแล้ว”
“โอ๊ยมันเจ็บน้ำใส ปล่อยก่อนให้ฉันเก็บของก่อนโว๊ย!!”
ตบตีอยู่กับเพื่อนสาวอยู่พักใหญ่ สุดท้ายฉันก็ถูกลากไปที่โรงอาหารจนได้
และฉันก็ไม่ได้อ่านหนังสือต่ออีกเลยจนกระทั่งเข้าห้องสอบ ยัยน้ำใสค่อยป่วนตอนฉันอ่านหนังสือจนไม่ได้อ่านมันอย่างสงบสุข สุดท้ายฉันก็เลยเลิกอ่านมัน
ปล่อยวางและปล่อยจอยไปเลย
“ข้อสอบง่ายกว่าที่คิดเยอะเลย” ยัยน้ำใสบอกด้วยน้ำเสียงสบายๆ จนฉันยังแอบหมั่นไส้ ถึงจะคิดว่าข้อสอบมันง่ายกว่าที่คิดอย่างที่น้ำใสบอกจริงๆ
“จ้าอีคนหัวดี”
“ฉันความจำดีต่างหากล่ะ” ยัยน้ำใสเถียงพร้อมกลับส่งแก้วชาไข่มุกที่ร้านพึ่งทำเสร็จมาให้ฉัน
“ของแกอร่อยไหมชิมหน่อย” ไม่รอให้ฉันอนุญาตยัยน้ำใสก็มาดูดแก้วของฉันแล้ว
“แหวะ ไม่อร่อยเลยของฉันอร่อยกว่าตั้งเยอะแกชิมดิ” ยัยน้ำใสป้อนแก้วตัวเองมาที่ปากของฉัน
“บอกว่าให้ชิมไง ของฉันอร่อยกว่า”
“เออๆ กำลังดูดนี่ไง” ฉันก้มดูดชานมไข่มุกในแก้วของน้ำใสแล้วก็พบว่ามันหวานนนน
“ก็อร่อยแหละ อร่อยแบบหวานร้อย หวานตัดขาโดยไม่ต้องพึ่งโรคเบาหวานเลยน้ำใส”
“นี่แหละความลับของฉันกัปตัน ฉี่หวานหอยก็ต้องหวานป่ะว่ะ ที่หนุ่มๆ ติดตรึมแบบนี้ก็เพราะว่าหอยหวานไงล่ะ”
“หนุ่มๆ แกเป็โรคเบาหวานกันหมดแล้วป่ะ ถ้าบอกว่าหอยหวานขนาดนั้น”
“เย็นนี้ไปบ้านฉันไหมสอบเสร็จแล้วไปตี้กัน”
“ไม่ย่ะฉันไม่ใช่ลูกคนรวยแบบแก ไม่มีเงินไปตี้ด้วยหรอก”
“ฉันเลี้ยงเอง”
“ไม่ๆ ฉันจะไปทำงานเก็บเงินซื้อคอนโดถูกๆ อยู่แล้ว แกไปตี้เถอะมะรืนเจอกัน อ่านหนังสือสอบมาด้วยอย่ามัวแต่จะติดตี้”
ตรงกับบ้านเตรียมตั้งกล้องจัดมุมเพื่อเตรียมไลฟ์สดเต้นโชว์เรียกเงินโดเนทดั้งเช่นที่เคยทำบ่อยๆ ่นี้มี FC กระเป๋าหนักหลายคนต้องไลฟ์บ่อยๆ กระแสจะได้ไม่ตก
คุณแมวเหมียวขี้อ้อนสมัครสมาชิก VIP คนที่ฉันจะต้องส่งคลิป 3 คลิปให้เขาจะได้ไม่คิดว่าฉันหนีหายไม่ยอมส่งคลิปให้เขา
หนึ่งชั่วโมงต่อมาหลังจากลงไลฟ์คุยเล่นกับแฟนคลับ และกวาดเงินได้อีกหลักพันจากค่าโดเนทวันนี้ ฉันก็ว่าจจะถ่ายรูปเซอร์วิสอีกซักสองสองรูป
ถ่ายอะไรดีนะ
จริงสิชุดใหม่ที่พี่เขาให้มาเมื่อคืน เอามาถ่ายโชว์เรียกแขกซะหน่อยดีกว่า
เดินไปหยิบชุดออกจากถุงของร้านสวนอีเดนจัดวางเรียงเอาไว้บนเตียงที่เอาผ้าขนสัตว์นุ่มๆ ปูรองเพื่อความหรูหราให้ชุด
จัดแสงไฟให้ดูนวลเนียนตาขึ้นอีกนิดก็น่าจะเพิ่มยอดไลฟ์ได้
“หวังว่าชุดที่ฉันตั้งใจเลือกนี่พวกเขาจะชอบกันนะ”