ผู้คนต่างก็หันมามองตามเสียงด้วยความสนใจ แน่นอนว่าคนในยุคนี้ยังไม่รู้จักถู่โต้วและไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน ดังนั้นนี่ก็เป็อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นต่างก็หยุดมองมาด้วยความอยากรู้ ยิ่งเห็นเด็กหญิงที่ร้องะโเสียงดังเมื่อครู่กำลังนั่งกินถู่โต้วทอดอย่างเอร็ดอร่อยหลายคนจึงเดินเข้ามาถามด้วยความสนใจ
"แม่นางน้อย สิ่งนี้คืออะไร? แล้วเ้าให้ชิมไม่คิดเงินจริงๆหรือ?" บุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินเข้ามาถามด้วยความอยากรู้
"ท่านลุง นี่คือถู่โต้วของบ้านเรา ถู่โต้วนี้กินได้และอร่อยด้วยสามารถนำไปทำอาหารได้หลากหลายทั้งต้ม แกง ผัดทอดหรือนำไปตุ๋นใส่เนื้อก็อร่อยนะเ้าคะ ท่านลุงลองชิมก่อนได้ข้าไม่คิดเงินเ้าค่ะ หากถูกปากก็ซื้อหากไม่ถูกปากท่านก็ไม่ต้องซื้อเ้าค่ะ" เวินหนิงเหมยตักถู่โต้วทอดใส่จานเล็กหนึ่งจานและตักซอสทั้งสองแบบใส่ถ้วยใบเล็กวางลงตรงหน้าของของท่านลุงคนนั้นอย่างใจกว้าง
ชายคนนั้นยกยิ้มขึ้นก่อนจะหยิบถู่โต้วชิ้นหนึ่งขึ้นมากินเปล่าๆหนึ่งชิ้นแล้วพยักหน้าเล็กน้อยแต่ไม่พูดอะไรก็หยิบอีกชิ้นขึ้นมาจิ้มน้ำจิ้มถ้วยแรกมุมปากก็แย้มยิ้มกว้างขึ้นกว่าครั้งแรกเล็กน้อยจนกระทั่งหลังจากจิ้มน้ำจิ้มอีกถ้วยแล้วก็พยักหน้าอย่างพอใจ คนที่ยืนรอลุ้นต่างก็รีบเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
"เป็อย่างไรบ้าง?"
"อร่อยหรือไม่? ท่านรีบตอบพวกข้าหน่อยสิ"
"อื้ม อร่อยใช้ได้เลย กรอบนอกนุ่มในกินคู่กับน้ำจิ้มทั้งสองแบบนี่อร่อยไม่เลวเลย นับเป็ของกินยามว่างที่เข้าท่าเลยเชียว" บุรุษผู้นั้นพูดขึ้นเสียงดังก่อนจะหันไปหาแม่ค้าอีกครั้งแล้วพูดว่า "แม่นางน้อย ข้าเอาสองร้อยอีแปะ"
เวินหนิงเหมยยิ้มกว้างตอบรับอย่างยิ้มแย้ม "ได้เลยเ้าค่ะ รบกวนท่านลุงรอสักครู่ พี่สาวเจียงช่วยข้าตักน้ำจิ้มหน่อยเ้าค่ะ จริงสิ! ถู่โต้วทอดในจานนี้เชิญทุกท่านลองชิมได้เลยนะเ้าคะ"
"เ้าค่ะคุณหนู"
แน่นอนว่าหลังจากที่ผู้คนได้ลองชิมแล้วก็รีบมาต่อแถวซื้อถู่โต้วทอดของพวกนางกันมากขึ้นเรื่อยๆเพียงแค่สองเค่อแถวก็ยาวออกไปไกลแล้ว และยังมีคนที่ถูกบอกกันปากต่อปากที่ต่างก็รีบมาต่อแถวซื้อกันอย่างกระตือรือร้น เมื่อมีลูกค้ามายืนต่อแถวรอมากขึ้นเรื่อยๆ เวินหนิงลี่ก็เปลี่ยนมาช่วยพี่สาวตักของให้ลูกค้าแทน ส่วนเจียงเฟินก็ย้ายไปทำหน้าที่ทอดถู่โต้วแทน เพียงแค่ครึ่งวันถู่โต้วที่เตรียมมาก็ถูกขายจนหมดแล้ว!
"หมดแล้วหรือ? น่าเสียดายจริงๆ แม่หนูพรุ่งนี้พวกเ้าจะมาขายอีกหรือไม่?" ท่านป้าผู้หนึ่งเอ่ยถามด้วยความเสียดาย
"วันนี้ขายหมดแล้วเ้าค่ะ แต่พรุ่งนี้พวกเราจะมาขายอีกแน่นอนเ้าค่ะ" เวินหนิงลี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใส
ถู่โต้วทอดของพวกนางขายดีเป็ผลพลอยได้ให้ร้านขนมแป้งทอดข้างๆก็พลอยขายดีไปด้วย หลังจากพวกนางเก็บร้านเสร็จขนมแป้งทอดก็ขายหมดแล้วเช่นกันเรียกรอยยิ้มมีความสุขของทุกคนได้อย่างน่ายินดี ก่อนจะแยกย้ายเวินหนิงเหมยยังไม่ลืมนับเงินหนึ่งร้อยอีแปะจ่ายเป็ค่าเช่าที่ตั้งร้านให้กับท่านป้าจี้และไม่ยอมให้นางปฏิเสธไม่รับเงินด้วย ป้าจี้แม้ไม่อยากรับก็ต้องรับมาอย่างเลี่ยงไม่ได้เพราะคำพูดของนางสู้คุณหนูสองคนนี้ไม่ได้จริงๆ
เวินหนิงเหมยและเวินหนิงลี่พาสองแม่ลูกกลับไปที่โรงเตี๊ยมด้วยกันและขอเช่าห้องเพิ่มอีกหนึ่งห้องให้กับสองแม่ลูก หลังจากเจียงเฟินพาลูกเข้าไปในห้องของนางแล้ว เวินหนิงลี่และเวินหนิงเหมยก็เข้าห้องของพวกนางไปด้วยความยิ้มแย้ม
"หนิงลี่ วันนี้พวกเขาขายได้เงินมาไม่น้อยเลย รีบมาช่วยข้านับเงินเร็วเข้า" เวินหนิงเหมยพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี
"เทเงินลงบนเตียงได้เลยข้าจะช่วยเ้านับเอง" เวินหนิงลี่ตอบรับอย่างมีความสุข
รายได้จากการขายถู่โต้วทอดวันนี้พวกนางได้เงินกลับมาถึงสิบห้าตำลึงเงินกับอีกเจ็ดร้อยสิบอีแปะ แค่วันเดียวพวกนางก็หาเงินได้มากขนาดนี้แล้ว สองพี่น้องถึงกับหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขก่อนจะเข้ามิติของเวินหนิงลี่แล้วช่วยกันทำอาหารเพื่อเลี้ยงฉลองกัน
สองแม่ลูกถูกเรียกมาที่ห้องของสองพี่น้องก่อนจะร่วมทานอาหารกันอย่างมีความสุข หลานเฟินตัวน้อยถึงกับเอ่ยชมว่าอาหารอร่อยไม่หยุดปากเรียกรอยยิ้มเอ็นดูให้ทุกคนได้ไม่น้อย เห็นเด็กน้อยกินอย่างมีความสุข ผู้ใหญ่ก็เปลี่ยนกันตักอาหารเติมข้าวให้นางด้วยความเอ็นดูจนกระทั่งทุกคนทานอิ่มแล้วเวินหนิงเหมยจึงจ่ายค่าแรงให้พวกนางสองแม่ลูกไปหนึ่งร้อยอีแปะก่อนจะให้สองแม่ลูกไปพักผ่อนที่ห้องของพวกนางได้
"ฮ๊าาา!! มิติของพวกเรานี่วิเศษจริงๆเลย แต่ว่าถู่โต้วที่เราเตรียมไว้เหลือไม่มากแล้วคิดว่าคงไม่พอขายวันพรุ่งนี้หรอก" เวินหนิงลี่พูดขึ้นมาก่อนจะคิดไปถึงถู่โต้วกระสอบใหญ่ในครัวของเรือนเวินหนิงเหมยก่อนจะถอนหายใจออกมา แค่คิดถึงก็รู้สึกเหนื่อยล้าแล้ว
"เฮ้ออ!! แค่คิดว่าต้องนั่งปลอกถู่โต้วหั่นถู่โต้วเป็กระสอบๆข้าก็หมดแรงแล้ว แค่คิดยังรู้สึกล้าขึ้นมาเลย" เวินหนิงเหมยพูดขึ้นมาด้วยความท้อแท้
"การขายของสนุกก็สนุกอยู่หรอก แต่ว่าการเตรียมวัตถุดิบนี่ไม่ใช่เล่นเลยนะ เฮ้อ…ช่างเถอะๆ ไปปลอกถู่โต้วช่วยกันก่อนเถอะ" เวินหนิงลี่พูดจบก็ลุกขึ้นเดินไปที่ห้องครัวทันที
เช้าวันต่อมาเจียงเฟินก็พาลูกสาวมาที่ห้องของสองพี่น้องเวิน ก่อนจะออกจากโรงเตี๊ยมไปขายของพวกนางก็ทานข้าวมื้อเช้าด้วยกันก่อนจะช่วยกันขนของไปขายที่เดิม สตรีท่าทางสง่างามสูงส่งมีผ้าปิดหน้าครึ่งหนึ่งเอาไว้เดินไปพร้อมกับสตรีม่ายและลูกสาวของนางไปจนถึงที่ตั้งร้านั้แ่ยามเฉิน
ป้าจี้เ้าของร้านขนมแป้งทอดก็มาถึงที่ตั้งร้านแล้วเช่นกัน วันนี้นางยังพาลูกสะใภ้และหลานชายมาช่วยขายด้วย เมื่อเห็นพวกเวินหนิงเหมยมาถึงก็ทักทายพวกนางอย่างยิ้มแย้มเป็มิตร หลังจากช่วยกันตั้งร้านเสร็จเจียงเฟินก็เริ่มจุดเตาตั้งหม้อใบใหญ่เตรียมทอดถู่โต้วทันที
"ท่านป้าจี้ นี่ถู่โต้วทอดเ้าค่ะ ให้พวกท่านทานให้อร่อยนะเ้าคะ" เวินหนิงเหมยส่งจานถู่โต้วที่พึ่งทอดเสร็จกับน้ำจิ้มไปให้อย่างมีน้ำใจ
"ขอบคุณคุณหนูเวินมาก พวกเ้ารอก่อนนะรอให้สะใภ้ใหญ่ของป้าทอดขนมแป้งทอดเสร็จก่อนเดี๋ยวป้าจะเอามาให้พวกเ้าได้กินก่อนเริ่มขายของ" ป้าจี้รับจานถู่โต้วทอดมาด้วยความเกรงใจแต่เพราะอยากจะให้หลานชายได้ลองกินถู่โต้วทอดดูบ้างจึงทำหน้าหนารับมาพร้อมกับตั้งใจจะมอบขนมแป้งทอดตอบแทนน้ำใจของคุณหนูทั้งสองคน
"เช่นนั้นข้าจะไม่เกรใจท่านป้าแล้วนะเ้าคะ" เวินหนิงเหมยยิ้มแย้มพูดขึ้น
ตอนที่เจียงเฟินทอดถู่โต้วหม้อที่สองเสร็จนำขึ้นมาเทลงถาดเวินหนิงเหมยและเวินหนิงลี่ก็ขายถู่โต้วหม้อแรกหมดแล้ว หลานเฟินน้อยยังคงทำหน้าที่ตระโกนเรียกลูกค้าเสียงใสดูแล้วช่างน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนักจนกระทั่งผ่านไปอีกสักพักหนึ่งเวินหนิงลี่ก็บอกให้นางลงมานั่งกินขนมแป้งทอดกับถู่โต้วทอด
"ถู่โต้วทอดนี้เ้าขายอย่างไรหรือ?" คุณชายคนหนึ่งเดินเข้ามาถามด้วยความสุภาพ
เวินหนิงเหมยตอบกลับด้วยความสุภาพ "ข้าขายห่อล่ะสิบสองอีแปะเท่านั้นเ้าค่ะ คุณชาย้าเท่าไรเ้าคะ?"
"เช่นนั้นข้าเอาหนึ่งตำลึงเงิน รบกวนคุณหนูห่อใส่กล่องนี้ให้ข้าด้วย" คุณชายท่าทางราวบัณฑิตพยามยามมองใบหน้าของแม่ค้าสาวทั้งสองคนแต่น่าเสียดายที่พวกนางทั้งสองคนล้วนนำผ้ามาปิดหน้าเอาไว้ตลอด เมื่อไม่สามารถเห็นใบหน้าของนางจึงตอบคำถามนางกลับพร้อมกับยื่นตระกร้าที่มีกล่องไม้ใบกลางอยู่ในนั้นหนึ่งกล่องมาให้
"ได้เ้าค่ะ" เวินหนิงเหมยเปิดฝากล่องไม้ออกแล้วตักถู่โต้วใส่ลงไปจนเต็มแล้วปิดฝากล่องก่อนจะวางถ้วยน้ำจิ้มตามไปสองถ้วยใหญ่ๆแล้วยื่นให้ลูกค้าแล้วรับเงินมา
"ท่านลุง วันนี้รับเท่าไรดีเ้าคะ?" เวินหนิงลี่ถามลูกค้าคนแรกของพวกนางอย่างสดใส เมื่อวานเป็ท่านลุงคนนี้ที่ซื้อถู่โต้วทอดร้านนางเป็คนแรกนางจะจำไม่ได้ได้อย่างไร
"วันนี้ข้าเอาตามจำนวนเงินนี่เลย เมื่อวานลูกหลานที่จวนชอบมากยังบ่นว่าข้าซื้อกลับไปน้อยเกินไป วันนี้เลยตั้งใจจะซื้อไปฝากพวกเขาได้กินอย่างอิ่มหนำเลย" ท่านลุงพูดอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับยื่นเงินให้เวินหนิงลี่
เวินหนิงลี่มองก้อนเงินแวววาวตรงหน้าด้วยความยินดีแต่ก็ยังถามเพื่อความแน่ใจ "ซื้อทั้งหมดสิบตำลึงเงินเลยหรือเ้าคะ? จะกินหมดหรือ?"
"ซื้อหมดนี่ล่ะ ที่บ้านข้ามีคนเยอะยังไงก็กินหมดแน่นอน เ้าเอาถู่โต้วทอดใส่ในตระกร้าได้เลย"
เวินหนิงลี่รับเงินมาอย่างยิ้มแย้มหยิบตระกร้ามาอย่างไว "ได้เลยเ้าค่ะ ท่านลุงรอสักครู่นะเ้าคะ"
"แม่หนู ของป้าเอาสามถุง"
"ของยายเอาห้าถุง"
ลูกค้าที่ต่อแถวก็ขยับมาสั่งซื้ออย่างต่อเนื่องทำให้พวกนางไม่ได้หยุดพักเลยแม้แต่น้อย ทางด้านเจียงเฟินก็ทอดถู่โต้วคนเดียวถึงสองเตาก็ยังไม่ได้หยุดพักเช่นกัน เวินหนิงเหมยและเวินหนิงลี่ยังแนะนำให้ลูกค้าไปซื้อขนมแป้งทอดอย่างใจกว้างทำให้ร้านของท่านป้าจี้พลันขายดีขึ้นมาทันตา สองคนแม่สามีลูกสะใภ้ก็ช่วยกันทอดและขายกันอย่างขมักเขม้น
ถู่โต้วที่เตรียมมามากกว่าเมื่อวานถึงสองเท่ากลับขายหมดเร็วเพียงนี้…แค่ครึ่งวันพวกนางก็ขายของหมดแล้ว ดังนั้นทั้งสามคนจึงช่วยกันเก็บร้านและหันไปตอบคำถามลูกค้าที่มาซื้อไม่ทันไปพลาง ก่อนจะกลับยังไม่ลืมจ่ายค่าเช่าที่และยื่นกล่องถู่โต้วทอดกล่องใหญ่ไปให้ป้าจี้อย่างมีน้ำใจ
"ขอบใจพวกเ้ามาก พวกเ้าก็เอาแป้งทอดกลับไปกินกันด้วย ขนมแป้งทอดของป้าก็ใกล้จะหมดแล้วอีกเดี๋ยวก็จะเก็บร้านกลับบ้านกันแล้วเหมือนกัน พวกเ้ารีบกลับไปพักผ่อนเถอะ" ป้าจี้ยื่นห่อขนมแป้งทอดให้พวกนางอย่างใจดี
"ขอบคุณท่านป้าเ้าค่ะ เช่นนั้นพวกข้ากลับก่อนนะเ้าคะ ลาก่อนเ้าค่ะพี่สาวจางเสี่ยวหลงน้อย" เวินหนิงเหมยพูดจบก็ช่วยกันเข็นรถกลับโรงเตี๊ยมทันที
"ฮ๊าาาา!! วันนี้ได้ตั้งห้าสิบตำลึงเงินเลยเหรอเนี่ย? ขายดีเกินคาดเลยแฮะ…ถ้าเราขายอีกสักสิบวันก็ได้เงินพอจะเดินทางไปท่องเที่ยวเมืองอื่นแล้วสินะ" เวินหลินลี่พูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี