บทที่ 2 นางชอบครอบครัวนี้จริง ๆ (รีไรต์)
“ท่านแม่!”
“พวกเ้าไม่เป็อะไรใช่หรือไม่”
สือไห่ถังสะใภ้สามกอดฉินเยาเยาไว้แนบอก ลากฉินลิ่งอันหรือเสี่ยวลิ่วตัวน้อย วิ่งหน้าตาตื่นมาหาฉินเหล่าซาน นางสำรวจร่างของเขาอย่างร้อนรน
เมื่อครู่นี้เหตุการณ์นั้นน่ากลัวจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ทั้งพื้นดินสั่นะเือย่างกะทันหัน จนเกิดรอยแยกขนาดใหญ่ขึ้นบนพื้น
พวกเขามองดูอยู่ไกล ๆ รอยแยกนั้นดูเหมือนกับว่ากำลังแตกออกใต้ฝ่าเท้า ราวกับว่าอีกไม่กี่อึดใจ พวกเขาก็จะถูกมันกลืนกิน
แต่พวกเขากลับไม่ได้รับาเ็แม้แต่น้อย ต่างจากทหารม้าหนานหมานที่ตกลงไปในเหวลึกทั้งหมด
ฉินเหล่าซานได้สติกลับมา เขามองดูรอยแยกที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก รู้สึกเย็นะเืไปทั่วแผ่นหลัง
“โชคดีจริง ๆ เกือบไปแล้ว เกือบจะถูกแผ่นดินกินอยู่แล้ว”
คนอื่นในตระกูลฉินมองดูหลุมั์ที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม พวกเขารู้สึกเย็นะเืไปทั่วแผ่นหลังเช่นกัน จนพากันถอยหลังออกไปโดยไม่รู้ตัว
“ต้องเป็เพราะเสี่ยวชีเป่าช่วยพวกเราไว้แน่ ๆ!”
“เสี่ยวชีเป่าอยู่ไหน ขอข้าอุ้มดาวนำโชคของข้าหน่อย!”
แม่เฒ่าฉินเป็ม่ายั้แ่อายุยังน้อย ต้องเลี้ยงดูลูกชายทั้งห้าคนด้วยตัวคนเดียว นางเป็คนกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ไม่เคยกลัวผีสางเทวดา แม้จะเป็ชาวนาธรรมดา ๆ แต่นางก็ไม่เคยเชื่อเื่ลึกลับ นางเชื่อว่าทุกอย่างเกิดจากน้ำมืุ์
แต่หลังจากผ่านประสบการณ์เฉียดตายอย่างน่าอัศจรรย์ นางก็เชื่อมั่นว่าต้องเป็เพราะเด็กน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลกอย่างเสี่ยวชีเป่าแน่ ๆ
์คงสงสารที่เสี่ยวชีเป่าอาจต้องมาตายั้แ่เพิ่งเกิด จึงส่งเทพยดาลงมาช่วยชีวิตเสี่ยวชีเป่าเอาไว้ ทำให้ครอบครัวของนางปลอดภัย
“โอ๊ย! สะใภ้สาม เ้าอุ้มเสี่ยวชีเป่ากลับหัวแบบนี้ได้อย่างไร!”
ตอนที่แม่เฒ่าฉินรับฉินเยาเยาจากอ้อมแขนของสะใภ้สาม นางก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าฉินเยาเยาถูกอุ้มกลับหัวอยู่ตลอดเวลา จึงร้องออกมาด้วยความใ
เห็นหน้าฉินเยาเยาแดงก่ำเพราะเืคั่ง แม่เฒ่าฉินก็รู้สึกเ็ปใจจนทนไม่ไหว หันไปตีแขนสะใภ้สามอย่างแรง พลางร้องว่า “คุณพระคุณเ้า สร้างกรรมแท้ ๆ!”
สะใภ้สามถูกแม่เฒ่าฉินตีก็ไม่กล้าพูดสักคำ นางจ้องมองฉินเยาเยาด้วยความกังวลจนน้ำตาคลอเบ้า
ถ้าฉินเยาเยาเป็อะไรไปเพราะความประมาทของนาง นางจะไปตอบคำถามกับน้อง ๆ อย่างไรไหว
อาการไร้เรี่ยวแรงของฉินเยาเยา ทำให้แม่เฒ่าฉินเป็กังวลอย่างมาก จนนางร้องะโด้วยความร้อนใจ “เร็วเข้า! เหล่าซื่อรีบถอดเสื้อออก แล้วเอาเสี่ยวชีเป่าแนบอกไว้ เสี่ยวชีเป่าคงจะใ แบบนี้จะช่วยเรียกขวัญนางกลับมาได้”
ฉินเหล่าซื่อไม่สนใจอะไรทั้งนั้น รีบถอดเสื้อออก แล้วอุ้มฉินเยาเยาแนบอกทันที
ตัวเด็กน้อยเพิ่งจะรู้สึกตัว ก็ถูกโอบกอดด้วยอ้อมแขนที่อบอุ่น จมูกพลันได้กลิ่นเฉพาะของผู้ชาย ได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นตุบ ๆ ทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก
หลังถูกตบเบา ๆ ชายคนนั้นปลอบนางด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “เด็กดี พ่ออยู่นี่แล้ว เ้าไม่ต้องกลัว พ่อจะปกป้องเ้าเอง พวกเราจะไม่เป็ไร”
พ่อ
ดวงตาของฉินเยาเยาพร่ามัว กระทั่งน้ำตาไหลรินออกมา
ตอนฉินเยาเยาอายุห้าขวบ พ่อแม่ของนางเสียชีวิตพร้อมกัน แม้ว่าฉินเยาเยาจะได้รับการอุปการะจากรัฐบาล ไม่ขาดแคลนเงินทอง อาหารและเสื้อผ้า แต่คำว่า ‘พ่อ’ ช่างห่างไกลจากนางเหลือเกิน
ก่อนหน้านี้ ฉินเยาเยาได้แต่เฝ้ามองเพื่อน ๆ เล่นกับพ่อแม่อยู่ข้าง ๆ จนนางมักจะจินตนาการว่า ถ้าได้เกิดในครอบครัวธรรมดา ๆ ก็คงจะดี เวลากลับถึงบ้าน ก็คงไม่ต้องเผชิญกับความเงียบเหงา
บางที์อาจจะสงสาร ปล่อยให้นางได้เกิดใหม่ ชดเชยสิ่งที่นางโหยหา
ฉินไห่โจวลูกชายคนที่สี่ของตระกูลฉิน ก้มลงมองเด็กน้อยในอ้อมแขนที่ร้องไห้น้ำตาไหลพราก ก็รู้สึกเ็ปใจ กำลังจะเอ่ยปลอบ แต่พอเห็นบางอย่างเข้า เขาก็ร้องออกมาด้วยความดีใจ “โอ้! เสี่ยวชีเป่าเป็เด็กผู้หญิง ข้ามีลูกสาวแล้ว!”
ทันใดนั้น แม่เฒ่าฉินก็รีบวิ่งเข้ามาดูด้วยความดีใจจนร้องเสียงหลงว่า “โอ้! นี่ไงแก้วตาดวงใจของข้า”
แม่เฒ่าฉินอุ้มฉินเยาเยาขึ้นมา ก่อนจะสังเกตเห็นว่าสายสะดือของนางยังไม่ได้ตัด จึงรีบสั่งให้คนอื่นว่า “เหล่าซื่อ พาสะใภ้สี่ไปหาที่สะอาด ๆ แล้วทำความสะอาดร่างกายให้หลานข้าที”
“ส่วนพวกเ้าที่เหลือ ไปหาหม้อกับผ้า และของใช้ที่พอจะหาได้แถวนี้มา แล้วก็เอาน้ำมาด้วย”
ั้แ่หนีภัยามา พวกเขามักถูกไล่ล่าเสมอ ข้าวของที่นำติดตัวมาจากบ้านก็หายไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้จะไปอาศัยอยู่ที่ใด เหลือเพียงเสื้อผ้าที่สวมติดกายอยู่เท่านั้น
แต่เมื่อมีหลานสาวอยู่ในอ้อมแขน พวกเขาก็ไม่หวั่นเกรงต่อความยากลำบากใด ๆ
“ขอรับ”
ทุกคนรับคำเป็เสียงเดียวกัน ก่อนจะแยกย้ายกันออกไปหาของตามที่ได้รับมอบหมาย ส่วนเื่กองทัพทหารม้าที่ถูกฝังทั้งเป็นั้น พวกเขาไม่ได้สนใจไยดีอีกต่อไป
เพราะไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าหลานสาวคนเดียวของตระกูล!
ในยามเภทภัยเช่นนี้ ตามข้างทางเต็มไปด้วยซากศพ ดังนั้นการหาของใช้ตามข้างทางจึงไม่ใช่เื่แปลก พวกเขาต้องอาศัยเก็บของและพืชผักข้างทางประทังชีวิตเช่นนี้มาเป็เวลาครึ่งเดือนแล้ว
ไม่นานนัก สะใภ้สามก็ตักน้ำเต็มหม้อดินเผากลับมา ฉินไห่หลินลูกชายคนรองกับฉินไห่ชิวลูกชายคนที่สามก็แบกฟืนกับเสื้อผ้ามากองใหญ่
ส่วนฉินลิ่งอันยังหาข้าวสารได้อีกถุงหนึ่ง
สะใภ้สามเห็นดังนั้นจึงรีบตั้งเตาก่อไฟ ส่วนพี่น้องบ้านตระกูลฉินกับหลานชายที่โตหน่อยก็ช่วยกันเอาเสื้อผ้าที่หามาได้ ไปกางเป็กระโจมพักง่าย ๆ บนก้อนหินใหญ่ ให้สวี่ซิ่วอิงและเ้าตัวน้อยได้พัก
แม่เฒ่าฉินเชี่ยวชาญยิ่งนัก จัดแจงเช็ดตัวทำความสะอาด ตัดและผูกสายสะดือให้เรียบร้อย แล้วจึงหาผ้าสะอาดอีกผืนมาห่อตัวฉินเยาเยาเอาไว้
“แอ้”
เ้าตัวน้อยถูกเช็ดตัวจนสะอาด พอรู้สึกสบายตัวก็ส่งเสียงอ้อแอ้ ยิ้มหวานให้แม่เฒ่าฉิน
“โอ๋ ๆ หลานย่า” แม่เฒ่าฉินเห็นหลานสาวยิ้มให้ก็ปลื้มใจ อุ้มไปอุ้มมาจนยิ้มแก้มแทบปริ
“ท่านย่าขอข้าดูนางหน่อย” ฉินลิ่งอันวิ่งมาเกาะขาแม่เฒ่าฉินอย่างออดอ้อน
ส่วนคนอื่น ๆ แม้จะไม่เอ่ยปาก แต่สายตาก็จับจ้องไปที่เ้าตัวน้อยในอ้อมกอดแม่เฒ่าฉินไม่วางตา
เริ่มั้แ่รุ่นท่านทวดของบ้านตระกูลฉิน ก็เหมือนตกลงไปในไหปลาร้า เพราะท่านทวดมีลูกชายห้าคน พอถึงรุ่นปู่ก็มีลูกชายอีกห้าคนเช่นกัน
ตระกูลฉินมีลูกชายด้วยกันห้าคน แต่ลูกชายคนโตของตระกูลได้หายสาบสูญไป
บุตรชายคนที่สองฉินไห่หลิน มีลูกชายสองคน คือหลานชายคนโต ฉินลิ่งอวี่และหลานชายคนที่สาม ฉินลิ่งเฟิง
บุตรชายคนที่สามฉินไห่ชิว มีลูกชายสองคน คือหลานชายคนที่สอง ฉินลิ่งิและหลานชายคนที่สี่ ฉินลิ่งเหวิน
บุตรชายคนที่สี่ฉินไห่โจว มีลูกชายสองคน คือหลานชายคนที่ห้า ฉินลิ่งผิง และหลานชายคนที่หก ฉินลิ่งอัน
โดยหลานชายคนที่ห้ากับคนที่หกเป็ฝาแฝดกัน
ส่วนบุตรชายคนที่ห้ายังไม่ได้แต่งงาน
ครั้งนี้ที่สวี่ซิ่วอิงตั้งครรภ์ ทุกคนในครอบครัวต่างก็หวังว่าลูกในท้องของนางจะเป็เด็กผู้หญิง และในที่สุดความปรารถนาก็เป็จริง พวกเขามีเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่น่ารัก นับจากนี้ไปครอบครัวของพวกเขาก็จะมีเด็กผู้หญิงตัวน้อย ๆ ที่หอมนุ่มนิ่มแล้ว ไม่ต้องกลัวคนอื่นหัวเราะเยาะว่าครอบครัวของพวกเขาเป็บ้านที่เต็มไปด้วยบุรุษอีกต่อไป
แม่เฒ่าฉินอุ้มฉินเยาเยาด้วยท่าทางระมัดระวัง ย่อตัวลงครึ่งหนึ่งเพื่อให้หลานชายคนที่หกและคนอื่น ๆ ได้ดู
“์! ทำไมนางตัวเล็กเหมือนลูกแมวเลยล่ะ”
ฉินลิ่งอวี่และพี่น้องทั้งหกคนพูดคุยกันขณะดูน้องสาวของพวกเขา
“เหตุใดเ้าต้องทำหน้ายู่ยี่เหมือนคนแก่ น่าชังเสียจริง ๆ!”
คำพูดของฉินลิ่งเฟิงกับฉินลิ่งเหวินเพิ่งจะจบลง ก็โดนฉินไห่หลินเคาะศีรษะดัง ‘ป๊อก’ ทำเอาพวกเขาหัวร้อง “โอ๊ย!” ออกมาด้วยความเ็ป