ถุงมือฟ้าประทาน

    ตอนที่9 การร้องเพลงที่ไม่เหมือนใคร

    ร้านหมูกระทะจุ๊บแจงตั้งอยู่ซอยบัวไล พัทยาใต้ บ้านเลขที่ 37ตัวร้านเป็นแบบเอาท์ดอร์ นั่งกินลมชมวิวไปกับเสียงเพลงดนตรี แถมยังเป็นหมูกระทะแบบบุฟเฟ่ต์ หัวละ 399 นั่งได้ไม่จำกัดชั่วโมง แถมน้ำดื่มยังเป็นแบบรีฟิลราคานี้คนต่างจังหวัดอาจมองว่าแพง แต่อย่าลืมสิว่านี่คือเมืองแห่งการท่องเที่ยว ค่าครองชีพสูงตามไปด้วย รวมถึงกุ้ง ปลา ปู หอยที่จับได้จากทะเลไม่ใช่ถูกๆ อีกทั้งยังการันตีถึงความสดสะอาด ไม่เหมือนกับต่างจังหวัดต้องน็อคน้ำแข็งใส่ฟอร์มาลีนไปจำหน่ายตัดกลับมาที่บรรยากาศภายในร้านหมูกระทะจุ๊บแจง ตัวร้านทำแบบง่ายๆ พื้นถูกปูลาดด้วยปูนหยาบ โต๊ะเก้าอี้เป็นพลาสติกไม่ต่างจากงานวัดในต่างจังหวัดในส่วนของผัก เนื้อหมู กุ้ง ปู ฯลฯ ลูกค้าต้องเดินไปตักเอง โดยส่วนนี้ทำใส่ไว้เป็นล็อกใครล็อกมันอย่างเป็นระเบียบ ช้อนจานชามเองก็ถูกวางแยกเป็นระเบียบ เป็นเรื่องง่ายที่จะหยิบเลือกขึ้นมาตักอาหารมีเวทีวงดนตรีเล็กๆ ตั้งอยู่ที่หัวมุมร้าน ให้คนที่เข้ามาทานสนุกสนานไปกับเสียงเพลงดนตรีภายในร้านโดยซอยบัวไลไม่ได้ตั้งอยู่ในทำเลทองที่มีสถานบันเทิงเยอะๆ ที่เต็มไปด้วยเเสงสีเสียง กลับกันเลยมันเป็นซอยคลาคล่ำไปด้วยเหล่านักศึกษามหาวิทยาลัย พนักงานโรงงาน นักเรียน เรียกได้ว่าซอยนี้อัดแน่นไปด้วยหอพักชุกชุมดังนั้นร้านหมูกระทะจุ๊บแจงที่ตั้งอยู่ในซอยจึงไม่ต่างจากแลนด์มาร์คของนักศึกษาที่มักจะมานั่งทาน กินหมูกระทะกับกุ้งเผา หมึกย่าง น้ำจิ้มซีฟู้ดอร่อยๆโดยวันนี้ลูกค้าค่อนข้างเยอะ พนักงานเสริ์ฟยกเตามีไม่กี่คนแทบจะทำไม่ทัน แถมยังมีลูกค้าบางส่วนโวยวายอยากดูดนตรีสดเจ้าของร้านวัยสามสิบกว่า เจ้จุ๊บแจงจึงมีสีหน้าค่อนข้างเคร่งเครียด เพราะตนไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ เป็นต้นว่านักร้องประสบอุบัติเหตุอยู่โรงพยาบาล ถูกเมียซ้อมแล้วตัดอวัยวะเพศ ไม่รู้ว่าป่านนี้กลายเป็นขันทีหรือยัง“อะไรนะ เจมส์จะร้องเพลงเหรอ?” สามีวัยสี่สิบกว่าปีของเจ้จุ๊บแจง ชื่อดอน มีสีหน้าประหลาดเมื่อเจมส์เสนอตัวขึ้นไปร้อง“ตอนนี้วงดนตรีพร้อมเล่นแล้ว ขาดแต่นักร้องนำ ผมสามารถร้องเพลงได้ แค่ให้เวลาผมเตรียมตัว 10 นาที” เจมส์ตอบ ท่าทางดูเหมือนไม่ได้ล้อเล่น แต่แค่นั้นยังไม่คลายความกังวลของเจ้จุ๊บแจงและสามีวัยสี่สิบปี“เจมส์ร้องเพลงได้เหรอ ไหนลองร้องให้พี่ฟังหน่อยสิ ถ้าหากเสียงดีจริงๆ เดี๋ยวคืนนี้เจมส์ขึ้นไปร้องเลย เรื่องยกเตาถ่านไปตั้งให้ลูกค้า พี่ให้คนอื่นจัดการเอง” จุ๊บแจงรู้จักกับเจมส์มาเป็นปีก็จริง แต่ถึงอย่างนั้นหล่อนต้องการรู้ว่านักศึกษามหาวิทยาลัยรายนี้ มีความสามารถจริงอย่างที่พูดไหมดอนไม่ขัดข้องอะไรอยู่แล้ว ถึงเจมส์จะตัวดำ สูงเพียงร้อยหกสิบกว่านั่นไม่เป็นปัญหา เพราะตอนนี้นักร้องเสียงเพราะสำคัญสุด ไม่งั้นลูกค้าอาจโวยถึงขั้นพังร้านได้“เอ่อ...ขอเวลาให้ผมได้เตรียมตัวซัก 10 นาทีนะพี่ ถ้าหากผมตื่นเต้นมากๆ จะร้องไม่ได้ ต้องมีการเตรียมตัวก่อนอย่างน้อยช่วงเวลาหนึ่ง” เจมส์ได้แต่โกหกไป แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่สามารถร้องได้ เพราะในระหว่างช่วงเช้าอยู่โรงอาหารก่อนเข้าเรียน เขาใช้เวลาส่วนใหญ่กับการอ่านหนังสือการ์ตูน จำได้ว่ามีอยู่เล่มหนึ่งที่ทำให้กลายเป็นนักร้องเสียงเพราะได้แต่อย่างที่รู้ เจมส์ต้องมีเวลาดึงของสิ่งนั้นออกมาจากหนังสือ รวมถึงมองผลเสียอาจเกิดขึ้นกับร่างกาย เช่นกระหายน้ำมาก“ก็ได้ พี่จะให้เวลาเจมส์เตรียมตัวสิบนาที” จุ๊บแจงเลือกเชื่อเจมส์ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนักศึกษามหาวิทยาลัยรายนี้ทำงานอยู่ที่ร้านของเธอเป็นปีแล้ว พบว่าเป็นเด็กขยันคนหนึ่ง ไม่ใช่ประเภทโกหกเอาตัวรอดไปวันๆส่วนดอนภรรยาว่ายังไงก็ว่าอย่างนั้น แต่ถ้าหากท้ายสุดเจมส์ยังร้องไม่ได้ คงได้แต่กล่าวขอโทษขอโพยลูกค้า เปิดเพลงจากแผ่นซีดีให้ฟังแทน.....เจมส์เข้ามาในห้องน้ำร้านหมูกระทะ หยิบกระเป๋าเป้แขวนไว้บนราวประตู รูดซิปหาหนังสือการ์ตูนที่อ่านเจอเมื่อเช้าไม่นานเจมส์เจอหนังสือปกสีแดงมีตัวการ์ตูนเย่อหยิ่งคนหนึ่ง 'ย้อนอดีตกลับมาคว้าบัลลังก์' นั่นคือหนังสือการ์ตูนที่เจมส์เลือกจะนำของบางชิ้นออกมาใช้งานวันนี้โดย'ย้อนอดีตกลับมาคว้าบัลลังก์'กล่าวถึงตัวเอกซอนฮารัม ทำงานในกองถ่ายตั้งแต่ยังเป็นหนุ่มวัยรุ่น อายุได้ 60 ปีถูกไฟฟ้าช็อตตายในขณะเตรียมฉาก ไม่รู้เพราะเหตุใดจึงย้อนกลับมาเมื่อตัวเองอายุได้ 16 ปี พร้อมกับระบบชื่อเสียง ที่พอสั่งสมชื่อเสียงได้มากพอ ก็จะสามารถซื้อของในระบบได้เจมส์เร่งเปิดหน้าหนังสือการ์ตูน หาดูว่าของสิ่งนั้นที่บังเอิญอ่านเจอเมื่อเช้าอยู่หน้าไหนเวลาผ่านไป 2 นาทีแล้วแต่เจมส์ยังไม่เจอ และหนังสือการ์ตูนเล่มนี้เขาไม่ค่อยได้อ่านนัก จึงไม่คุ้นชินกับมันเท่าเจ้าหนูโฮยอนเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ในขณะที่เจมส์เหงื่อออกซก คนข้างนอกที่รออยู่อย่างจุ๊บแจงอดไม่ได้ที่จะกังวล กลัวว่าเจมส์จะไม่สามารถทำอย่างที่พูดได้มองดูนาฬิกาใกล้ถึง 10 นาทีตามคำขอแล้ว จุ๊บแจงจัดระเบียบทรงผมให้เรียบร้อย เตรียมตัวจะออกไปบอกลูกค้าว่าวันนี้ทางร้านเกิดเหตุขัดข้อง จึงจะขอเปิดซีดีเพลงแทนเล่นดนตรีสดแต่เจ้าของร้านวัย 30 ปียังไม่ทันก้าวขาออกไป ก็พบกับเจมส์ในสภาพคาบบุหรี่ที่ใกล้จะหมดมวนวินาทีนั้นจุ๊บแจงอยากจะถามเหลือเกินว่าเขาเริ่มสูบบุหรี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ไม่วายถูกนักศึกษามหาวิทยาลัยรายนี้ ออกคำสั่งว่า“ให้นักดนตรีเตรียมพร้อมได้เลย เดี๋ยวนี้!”ไม่สิ นี่ไม่ใช่คำสั่งแต่เป็นเสียงตะคอกอันดุดันเสียมากกว่าจุ๊บแจงทั้งตกใจทั้งผวา แต่ยังคงยิ้มให้เจมส์ บอกว่าเดี๋ยวพี่จะจัดการให้หลังจากที่จุ๊บแจงเดินออกไปบอกนักดนตรี เจมส์เอามือลูบศีรษะ พึมพำเสียงเบา“แย่ชะมัด ผลเสียด้านลบของบุหรี่หรรษาคือทำให้เราอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย แถมบุหรี่มวนหนึ่งมีประสิทธิภาพเปลี่ยนเส้นเสียงให้ดีแบบนักร้องเสียงเพราะได้แค่ 1 ชั่วโมง”นั่นคือข้อดีของบุหรี่หรรษาและข้อเสียของมัน หากใช้ไม่ระวังหรือกะเวลาไม่ดีพอ มันอาจกลายเป็นจุดจบอันน่าอายที่อยู่ๆ เสียงอันไพเราะก็กลายเป็นเสียงไก่ขันรวมถึงข้อเสียชนิดที่ว่าแกว่งเท้าหาตีนได้ง่ายๆ เจมส์พบว่าหลังจากที่ตัวเองดูดบุหรี่หรรษา อารมณ์สงบนิ่งเริ่มฉุนเฉียว พร้อมจะมีเรื่องทุกเมื่อ“เจมส์ นักดนตรีพร้อมแล้ว” จุ๊บแจงบอก ไม่กล้าถามเกี่ยวกับเรื่อง'บุหรี่'ให้มาก เพราะจากสายตาของเจมส์ตอนนี้ดูอันตรายดั่งสัตว์ร้ายเจมส์ผงกศีรษะ หลังจากดูดบุหรี่หมดมวน โยนก้นบุหรี่ทิ้ง เขาในสภาพสวมเสื้อคอกลม กางเกงยีนส์ขายาวเดินขึ้นไปบนเวที...........“ร้านนี้เป็นร้านหมูกระทะประจำของไอซ์ ไม่รู้ว่าจะถูกปากพี่หรือเปล่า แต่สำหรับไอซ์มันอร่อยมากเลยค่ะพี่”ไอซ์ ดาวคณะอาศัยอยู่ในซอยบัวไลพัทยาใต้ จึงไม่แปลกที่จะไม่เคยกินหมูกระทะร้านจุ๊บแจง“พี่กินอะไรก็ได้ที่ไอซ์กินเชื่อไหมล่ะ” เสือว่าอย่างนั้นก่อนจะใช้สายตาโลมเลียร่างกายของดาวคณะไอซ์ทำท่าทางเขินอาย ก่อนจะเลือกหาโต๊ะตัวว่าง ส่วนลูกน้องของเสือสองคนนั่งอีกโต๊ะตัวนึงใกล้กันระหว่างนั่งรอเตาถ่านยกมา เวลานี้นักล่าที่ดีควรลุกไปตักเนื้อหมู กุ้ง ปู หมึก มันหมู ผักมาเตรียมไว้ ไม่งั้นหากเตามาถึงเมื่อไหร่ ไม่แคล้วกลายเป็นเตาสีดำเมื่อมโดยที่ยังไม่ทันกินไอซ์ที่กำลังไปตักอาหารมาไว้บนโต้ ต้องเหลียวมองบนเวทีอย่างช่วยไม่ได้จะอย่างไรเสียร้านหมูกระทะจุ๊บแจงคือร้านที่หล่อนมากินบ่อยๆ กับเพื่อน จึงพอจะจำนักร้องประจำร้านได้ ว่ามีหน้าตาเป็นยังไงแต่วันนี้พบว่านักร้องคนดังกล่าวเปลี่ยนไป เป็นแฟนเก่าของเธอ ที่มีเงินกินได้แค่ข้าวราดแกงราคาถูก“มีอะไรเหรอ ทำไมถึงยังไม่ไปตักอาหาร...” เสือถาม ก่อนจะเห็นว่าไอซ์มองใครอยู่เจมส์ไม่รับรู้ถึงสายตาดังกล่าวสองคู่ที่จ้องตนตาเป็นมันส์เวลานี้หลังจากที่ยืนอยู่บนเวที เสียงดนตรีสดๆ ดังกระหึ่ม ไม่มีอะไรมาฉุดรั้งเขาได้อีกต่อไปหลังจากสูบ'บุหรี่หรรษา'อาการประหม่าในทีแรกเพราะความไม่เคยชินต่อหน้าคนเยอะ อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย ถูกแทนที่ด้วยความฉุนเฉียว“โย่ว โย่ว ลุกขึ้นมาสิวะพวก โอ้ยจะนั่งอยู่ทำไม ลุกขึ้นมาโว้ยเห้ยยย”นั่นคือสิ่งแรกที่เจมส์ตะโกนออกไปหลังจากจับไมค์ร้องเพลง แทบจะเรียกตีนแขกกันให้ขวัก และคนที่ใจหายที่สุดคงหนีไม่พ้นจุ๊บแจง หล่อนไม่คิดเลยว่าเจมส์จะตะโกนอะไรบ้าๆ แบบนี้ออกมา“ฮ่าๆ ดูไอ้โง่นั่นสิ ร้องเพลงไม่เป็นแต่อยากขึ้นไปโชว์ สงสัยมันเห็นเธอเข้ามาในร้านแน่ๆ ถึงได้ขอเจ้าของร้านขึ้นไปร้อง คงกะจะทำเท่ต่อหน้าสาว ไม่ดูสารรูปตัวเองเลยไอ้กระจอก” เสือหัวเราะว่า แต่รอยยิ้มของลูกผู้มีอิทธิพลรายนี้ยังยกขึ้นไม่ทันไร ต้องกลายเป็นกระตุกทีหนึ่งเมื่อเจมส์เริ่มร้องเพลงเช่นเดียวกับลูกค้าท่านอื่นที่กำลังจะโวยวาย ว่าเอาใครขึ้นมาร้องเพลง แต่เมื่อเจมส์เริ่มร้องเพลงด้วยความดุดัน บ้าคลั่ง อารมณ์เมื่อครู่ที่ไม่พอใจจึงถูกแทนที่ด้วยความเร่าร้อน จนต้องโยกไม้โยกมือตามเสียงเพลงอย่างไม่อาจควบคุม