การฝึกวิชาเทพยุทธ์โบราณนั้น ถูกแบ่งเป็ พลังปราณออกเป็สองประเภท คือ
หนึ่งปราณเทพยุทธ์ มี ห้าขั้น ระดับ 1- 100 คือ ปราณยุทธ์ ปราณพรหมเทพ ปราณอัครพรหมเทพ ปราณราชันยุทธ์ และ ปราณจักรพรรดิยุทธ์
สองปราณเซียน ก็มี ห้าขั้น ระดับ 1-100 คือ เซียนมนุษย์ เซียนราชัน เซียนจักรพรรดิ เซียนฟ้า เซียน์
ในตำราของตระกูลบอกเอาไว้ว่า บรรพบุรุษ ยุคแรกของตระกูลมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถฝึกฝนได้ถึง ระดับ เซียน์ จนกลายไปเป็เซียนะ คือท่านเจียงจไท่กง แต่นับจากนั้นมา ก็มีบรรพบุรุษอีกคน คือ เจียงมู่เฉิน ที่สามารถฝึกฝนได้ถึงระดับสูงสุด นี่คือข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ในตำเรา
เฟยหลงได้ศึกษาการใช้ท่าร่าง ของเพลงหมัดตระกูลเจียง จนจำได้ทั้งหมด
แต่มีปัญหาก็คือ ในเมื่อเฟยหลงไม่สามารถใช้พลังลมปราณในร่างได้ เพราะถูกปิดกั้นเอาไว้ เพื่อสยบหัวใจเทพเ้าไม่ให้แสดงพลังออกมาแบบนี้ แล้วจะฝึกฝนพลังหมัดตระกูลเจียงได้อย่างไร คงทำได้แต่ใช้ ขบวนท่าเท่านั้นไม่สามารถปล่อยลมปราณออกมาช่วยเสริมอานุภาพได้
เฟยหลงใช้เวลาฝึกหมัดนกกระเรียนฟ้า ซี่งเป็หนึ่งในวิชาหลักของเพลงยุทธ์ของตระกูลจนคล่องแคล่ว แล้วจึงลองใช้พลังร่างกาย ปล่อยหมัดนกกระเรียนฟ้าออกไปที่ต้นไม้ ตูม ! ต้นไม้ทะลุเป็รูกลวงโบ๋เลย
“ โอ้โห ท่านพ่อพลังหมัดนกกระเรียนฟ้านี่ไม่ธรรมดาจริงๆ ไม่ต้องมีพลังปราณ ก็ใช้พลังหมัดนกกระเรียนฟ้า ออกมาได้เช่นกัน สุดยอดจริงๆ”
“ เ้าหมั่นฝึกยอดยุทธ์โบราณ บ่อยๆ ถึงแม้มันจะช้า แต่ก็จะทำให้เ้ามีพื้นฐานในการต่อสู้ที่มั่นคง แข็งแรง ว่องไว กว่าผู้อื่น ที่คนธรรมดาทั่วไป” พอเจียงเฉินเอ่ยจบก็ใช้มือซ้ายที่เป็มือปกติ ปล่อยหมัดกระเรียนฟ้าออกไปบ้าง ตูม ! ตูม ! ต้นไม้ที่ยืนต้นอยู่ ะเิสลายหายไปเลย
“ โอ้โห มีพลังปราณแล้วอานุภาพขนาดนี้เลยเชียวหรือนี่?”
เจียงเฉินตบไหล่บุตรชายคล้ายปลอบใจ จากนั้นเวลาก็ผ่านไปจนครบ 7 วัน ถึงเวลาต้องไปเรียนแล้ว
“ ท่านพ่อ ข้าไปเรียนก่อนนะ” เฟยหลง เอ่ยจบก็รีบเดินทางจากบ้านทันที ไม่นานก็มาถึงสถานีเคลื่อนย้าย โดยที่ซู่ติงรออยู่
“ เฟยหลง จ้าวหู่มันก็ได้ไปเรียนกับพวกเราด้วยล่ะ”
“ ก็ไม่เห็นเป็อะไรเลยนี่ พวกเราก็มาจากที่เดียวกัน สามัคคีกันไว้จะดีกว่า”
“ ฮึ หากมันคิดเหมือนกับเราก็ดีน่ะซิ”
ทั้งสองนั่งเครื่องเคลื่อนย้าย ไปไม่นานก็มาถึงเมืองหลวง เซาท์ซิตี้ หลังจากที่มาครั้งที่แล้ว เฟยหลงก็พอรู้ทางเข้าออก แต่ก็ยังมึนงง กับเส้นทางอยู่ดี เพราะ นอกจากการ โดยสารระหว่างเมืองที่ใช้เครื่องเคลื่อนย้าย แล้ว ที่เมืองหลวงยังมี
แท็กซี่ไซบอร์ก คอยพาผู้โดยสารไปตามสถานที่ต่างๆ โดยใช้เหรียญทอง เติมเข้าไป ทั้งสองคนนั่งแท๊กซี่ไซบอร์ก มาถึงที่สถาบันยอดยุทธ์ เดอะวัน จึงเดินเข้าไปยื่นจดหมายมอบให้ คนเฝ้าประตูทันที
“ เชิญเข้ามาได้ อาจารย์จงลี่ถัง อยู่ตึกใหญ่ด้านหน้า วันนี้ศิษย์ใหม่เข้ามาหลายคน พวกเ้าทั้งสองคนเข้าไปเลย”
“ ขอบคุณขอรับ”
ทั้งสองคนเข้าไปในเขตสถาบันยอดยุทธ์ แล้วตื่นตาตื่นใจมาก ภายในนี้ มีตึกสูงตระหง่าน ถึงสิบกว่าตึก มียานบินส่วนตัว บินว่อนไปมา บนท้องฟ้า เฟยหลงสงสัยยิ่งทำไม พวกมันถึงไม่บินชนกันบ้างหรือยังไง
“ ที่นี่มันทันสมัย มากกว่าที่ข้าคิดไว้เยอะเหมือนกัน”
“ เ้าไม่เคยมา ก็อาจคิดว่ามันล้ำสมัย แต่พออยู่ไปแล้ว มันก็จะชินไปเอง ตอนที่ข้ามากับท่านพ่อ ข้าเคยเห็นยานลำใหญ่กว่านี้บินขึ้นลงด้วย” ซู่ติงเคยเห็นมาก่อนเลยไม่รู้สึกตื่นเต้นมากเท่าไร
ทั้งสองเดินเข้าไปใน ตึกใหญ่ พบว่า ด้านในเป็ห้องโถงที่ใหญ่ มีเด็กนักเรียนเข้ามารอพบกับ อาจารย์จงลี่ถัง กันประมาณ 50 คน รวมถึงพวกจ้าวหู่อีกสามคน ที่มายืนรออยู่แล้ว ทั้งสองคนเลยไปต่อแถว เป็สองคนสุดท้าย จากนั้นไม่นาน ก็มีชายแต่งชุดสีดำ เสื้อด้านในสีขาว มีไม้กางเขน แขวนคอ แต่งกายแบบนี้คล้ายกับนักบวชยิ่งนัก
“ ยินดีต้อนรับ ศิษย์ใหม่ทุกๆ คน ข้าคือ อาจารย์จงลี่ถัง วันนี้ได้มาเพื่อทดสอบศิษย์ใหม่ทุก ๆ คน ดังนั้น วันนี้พวกเ้าทำตัวตามสบาย หายใจลึกๆ สำนักของเรามีทั้งหมด สี่สาขา คือ สาขายอดยุทธ์ สาขาแพทย์ สาขาศาสตราวุธ และสาขาหุ่นยนต์ พวกเ้าอาจตั้งใจมาแล้วว่าจะอยู่สาขาอะไร แต่ว่า ด้านหน้านี้คือศิลาพยากรณ์ จะเป็ตัวช่วยชี้แนะแนวทางฝึกฝนให้พวกเ้าได้รู้ว่า หนทางที่ดีที่สุดของเ้า นั้นคือ สาขาอะไร เข้าแถวตอนเรียงหนึ่ง เข้ามาแล้วใช้มือทั้งสองข้าง ััศิลาพยากรณ์ทีละคน”
เสียงอาจารย์จงลี่ถังเอ่ยจบ ทุกคนก็เข้าแถว แล้วเริ่มมีคนััศิลาพยากรณ์ทันที
“ คณะวิชาแพทย์ ระดับ 8”
“ คณะวิชายอดยุทธ์ ระดับ 9”
“ คณะวิชาหุ่นยนต์ระดับ 8”
“ คณะวิชาศาสตราวุธ ระดับ 7”
เฟยหลงมองดูศิลาพยากรณ์ เปล่งเสียงออกมาได้แบบนี้เหมือนมันจะเป็หุ่นยนต์มากกว่า ไม่ได้เป็ของวิเศษอะไร คงอาศัยลายมือ แล้วตรวจสอบอนาคต เหมือนพวกศาสตร์หมอดู แบบโบราณ ไม่อยากเชื่อ ว่า สถาบันยอดยุทธ์เดอะวันที่ ทันสมัย ยังจะเชื่อเื่งมงายเช่นนี้ แล้วทุกคนตรวจสอบกันหมด น่าแปลก ซู่ติง กลับถูกศิลาพยากรณ์แนะนำให้ ไปเรียนคณะวิชาศาสตราวุธแทน โดยมีคะแนนวัดได้สูง ถึงระดับ 10 ซึ่งถือว่าเป็อัจฉริยะ ทางด้านสาขานั้นๆ เลย อาจารย์จงลี่ถัง ถึงกับ เข้ามาสอบถามชื่อ แซ่ ของ ซู่ติงกันเลยทีเดียว
พอมาถึงคิวของ เฟยหลง พอเอามือััไปที่ศิลาพยากรณ์ ก็มีเสียงพูดออกมาว่า
“คณะวิชาหุ่นยนต์ 13 ! คณะวิชาศาสตรวุธ 14 !”
ทุกคนมองมาอย่างตกตะลึงเพราะทักษะที่สูงขนาดนี้ไม่ใช่มนุษย์แล้ว แต่ว่า ศิลาพยากรณ์ มันยังไม่หยุดพูด มันยังพูดต่ออีกว่า
“ คณะวิชาแพทย์ 15 ! คณะวิชายอดยุทธ์ 20 !” ตูม !! ศิลาพยากรณ์เกิดะเิไฟลุกไหม้ทันที อาจารย์จงลี่ถี ถึงกับเป่าปากออกมา
“ เฮ้อ... ข้านึกว่าเจอพระเ้ากลับมาเกิดใหม่เสียอีก ที่แท้ เ้าศิลาพยากรณ์ นี่มันถูกใช้งานมากเกินไป เครื่องมันเลยร้อนนี่เอง”
ทุกๆ คน ต่างก็เป่าปากออกมาเหมือนกัน นึกว่าเฟยหลงเป็พระเ้ากลับมาเรียนพร้อมกับพวกเขาเสียแล้ว ตัวเฟยหลงเองก็ประหลาดใจเช่นกัน แต่ก็รู้สึกสบายใจ หากตนเองมีทักษะสูงระดับนั้นจริง คงได้กลายเป็ตัวประหลาดของสถาบันแน่ ๆ เลย
“ เอาล่ะ นี่คือศิษย์พี่เ้าทั้งสี่คน จากสี่สาขา จะพาพวกเ้าไปสถานที่เรียนของพวกเ้าที่เลือกเอาไว้ ทุกคนไปได้ แต่ซู่ติงรอก่อน”
เฟยหลงเลยต้องไปกับ รุ่นพี่ของคณะวิชาหุ่นยนต์ เพื่อไปหาอาจารย์ ส่วนซู่ติงรอเจรจากับ อาจารย์จงลี่ถิง
“ เ้าเลือกมาเรียนคณะวิชาหุ่นยนต์ แต่ว่า ทักษะที่ดีที่สุดของเ้า การศึกษาศาสตราวุธ อาจารย์อยากให้เ้าเลือกคณะวิชา ศาสตรวุธจะดีกว่า”
“ ข้าเองก็ไม่รู้ยังไง แต่ว่าเพื่อนของข้าล่ะ”
“ ไม่ต้องห่วงเขา ที่นี่เ้าสามารถไปเรียนกับเพื่อน ของเ้าก็ได้ แต่ว่าคณะหลักของเ้า ควรเป็ ศาสตราวุธ มากกว่า”
“ ก็ได้ขอรับ ข้าจะเลือกคณะวิชาศาสตราวุธ”
“ ดีมาก นี่คือป้ายศิษย์สายใน ข้าคืออาจารย์ใหญ่ของ คณะวิชาศาสตรวุธ ต่อไปเ้าสามารถเข้าพักที่ ห้องพักของ สถาบันได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดใด ทั้งสิ้น”
“ ขอบคุณท่านอาจารย์ ข้าขอให้เพื่อนอยู่ด้วยคนได้ไหมขอรับ”
“ ได้ ห้องของเ้าใหญ่โตพออยู่แล้ว” อาจารย์จงลี่ถัง เอ่ยอย่างยิ้มแย้ม
ส่วนเฟยหลง นั้นมีศิษย์พี่ จิมมี่ เป็พาเข้ามาใน ตึกของคณะ ที่มีหุ่นยนต์ั้แ่ทางเข้าด้านหน้า แต่ไม่ได้เหมือนคนมากนัก เป็แค่ หุ่นธรรมดาไม่ได้ซับซ้อนอะไร คนที่มาเรียนที่คณะวิชาหุ่นยนต์ มีจำนวน 10 คนเท่านั้น ดูแต่ละคนก็ท่าทางเป็คนที่ชอบด้านนี้มาั้แ่เด็ก
“ ที่นี่คือ ห้องเรียนของสาขาหุ่นยนต์ของเรา มีอยู่ ทั้งหมด แปดชั้น แต่ละชั้นก็แบ่งตามเทคโนโลยีที่มีระดับ ต่ำไปจนถึงระดับสูง ก่อนที่จะเข้าเรียน ทุกคนต้อง นำหุ่นที่ตนได้สร้างเอาไว้ มาทดสอบกัน แล้วทางอาจารย์จะเป็คนพิจารณาเอาเองว่าจะควรที่จะได้ ศึกษาอยู่ชั้นไหน มีใครอยากทดลองกับหุ่นทดสอบ ของสถาบันเราบ้าง”
แต่ละคนก็มองหน้ากัน มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งวัย 15 ปี ก้าวเท้ามาแล้ว นำ หุ่นออกจากกระเป๋ามิติของตนออกมา
“ ข้า หานจี๋ ขอนำหุ่นนักรบ ที่ข้าสร้างขึ้นมาทดสอบขอรับ”
รุ่นพี่มองไปที่หุ่นนักรบแล้วพยักหน้า ชื่นชม แล้วส่งสัญญาณไปที่ ห้องของเหล่าอาจารย์ เพื่อให้อาจารย์ทั้ง หมดได้ชมไปพร้อมๆ กัน
“ ส่งมันขึ้นไปบนเวทีเลย หุ่นทดสอบ เอ7 ออกมา”
หุ่นเอ7 เดินออกมาจากม่านแสงด้านหลัง ทุกคนเห็นก็ใ เพราะว่า สรีระของมันใหญ่โตคล้ายั์โทรน ในตำนาน แต่ว่า มีแต่โลหะ ไม่ได้ใช้สารโพลีเมอร์ซิลิโคนหุ้มไว้
มีดวงตาเพียงดวงเดียว กำปั้นด้านขวา ใหญ่กว่าด้านซ้ายสองเท่า ลำแขนทั้งสองข้าง มีปลอกแขนที่หนามแหลมคม ติตตั้งเอาไว้ ผู้สร้างสามารถทำให้มันสมดุลกันได้อย่าง น่าอัศจรรรย์ ส่วนที่เท้านั้น ก็ไม่ธรรมดา เป็เท้าที่ใหญ่โตมีหัวแหลมคล้ายมีด
“ ไม่ต้องห่วงรุ่นนี้เราไม่ได้ติดตั้งอาวุธ เพราะเป็แค่หุ่นระดับพื้นฐาน แต่ถ้าหากระดับกลาง จะเริ่มมีอาวุธ เอาล่ะ เริ่มประลองกันได้”
พอศิษย์พี่จิมมี่เอ่ยจบ หุ่นเอ7 ก็เดินใส่อย่างตรงๆ หุ่นรบปล่อยหมัดเหล็กเข้าใส่ลำตัว เปรี้ยง ! หุ่นเอ 7 ไม่สนใจเงื้อมมือ ทุบเข้าใส่ หุ่นนักรบ แต่ว่ามันสามารถหลบออกมาได้ทัน แล้ว กลับลอยตัว ใช้เข่าลอย พุ่งเข้าใส่หุ่นเอ 7 เช้าที่หน้ามัน จนหงายหลังลงไปนอน แต่ว่ามันยังคงแข็งแกร่ง ะโเข้ามากอด เ้าหุ่นนักรบ
คราวนี้มันออกแรง กอดแน่ หุ่นนักรบถึงกับ ควันขึ้น ร่างกลายเป็เศษเหล็กไปในทันที หานจี๋ เข้าไปดูอย่างเศร้าใจ
“ ไม่เลว สู้กับ เ้าเอ7 ได้เกือบนาที สามารถโจมตีมันได้ด้วย อาจารย์ให้เ้าไปเรียนที่ชั้นที่ 3 ไปเรียนเพิ่มความแข็งแกร่งของหุ่นยนต์ต่อได้เลย เอาล่ะมีใครไหม”
ที่เหลือ ต่างส่งหุ่นยนต์ของตนออกมาสู้กับ หุ่น เอ 7 ของสถาบัน แต่สุดท้ายไม่เกิน 1 นาที ก็ถูกทุบจนพังไปจนหมด เหลือเพียง เฟยหลงเป็คนสุดท้ายอีกแล้ว
“ เหมียวน้อย ถึงเวลาที่เ้าลงมือแล้ว”
เ้าเหมียวน้อย ะโออกมาจาก กำไลมิติ สะพายกระบี่อยู่ด้านหลัง เดินสองเท้าแบบมนุษย์ เดินไปมา แล้วมองหน้าหุ่น เอ7
“ หุ่นกระป๋องแบบนี้ เ้านาย้าทำลายมันไปเลย หรือ แค่สั่งสอนก็พอ”
“ สั่งสอนก็พอ” เฟยหลงตอบไปแบบไม่อยากให้สถาบันต้องเสียงงบประมาณมาก
แต่ทุกคนได้เห็นเ้าแมวหุ่นยนต์เดินไปมา ก็ใแล้ว แต่พอได้ยินบทสนทนาแบบนี้ ก็ยิ่งตื่นเต้น ใยิ่งขึ้นไปอีก
“ เริ่มได้แล้ว” ศิษย์พี่จิมมี่หมั่นไส้หุ่นแมวตัวนี้ เลยรีบสั่งให้ เอ7 โจมตีทันที
เ้าหุ่นเอ 7 ก้าวเดินส่าย อาด ๆ เข้ามายกมือหมายจะทุบเข้ากับ เ้าแมวเหมียว
ตุบ ! แต่ว่า มือขวาที่ใหญ่โตถูกจับด้วยมือแมวอันนิดเดียว มันจับนิ้วก้อยของหุ่นเอ 7 แล้วเหวี่ยงซ้าย ขวาไปมา ลงที่พื้น โครม ๆ !! มันเหวี่ยงแบบนี้เหมือนกับว่าหุ่นเอ 7 เบาเหมือนหมอนข้าง พอโดนฟาดไปแบบนี้ เ้าหุ่นเอ 7 ก็นอนนิ่งชิ้นส่วนหลุดออกมาเป็ชิ้นๆ ควันขึ้นขโมง แน่นิ่งไป
“ โอ๊ะ โอ่ สงสัยข้าออกแรงมากไปหน่อยนะ” เ้าแมวโดดพริ้วขึ้นมายืนบนไหล่ของเฟยหลง
“ ทำได้ไม่เลว เ้าเหมียวน้อย”
ทุกคนที่มองดูอยู่ล้วนตะลึงอ้าปากตาค้าง ไม่คิดว่าจะมี แมวน้อยหุ่นยนต์ที่ร้ายกาจแบบนี้ด้วย คราวนี้ ศิษย์พี่จิมมี่ได้ รับคำสั่งมาเข้าหู เลยเอ่ยกับ เฟยหลงว่า
“ นี่เ้าสร้างเ้าหุ่นแมวนี้ด้วยตนเองหรือ?”
“ เปล่าหรอก ข้าเก็บมันได้จากสุสานหุ่นยนต์ แล้วซ่อมแซมใหม่ จนได้ขนาดนี้”
“ ดีมาก ตอบตรงดี อาจารย์ใหญ่ฉางคุนอยากพบเ้า”
“ อาจารย์ใหญ่คณะวิชาหุ่นยนต์รึ?”
“ ใช่ ตามข้ามา ส่วนพวกเ้า พรุ่งนี้ก็มาเรียนตาม คลาสที่คัดตัวเอาไว้ได้เลย”
เฟยหลงถูกนำตัว มาขึ้นลิฟท์มาบนชั้นที่ 8 ชั้นสุงสุด
“ คำนับอาจารย์ใหญ่” ศิษย์พี่จิมมี่คำนับ เฟยหลงรีบทำตาม
“ จิมมี่ เ้าออกไปก่อน”
ภายในห้องอาจารย์ใหญ่เหลือแต่เพียง อาจารย์ใหญ่เดวิดกับเฟยหลง
“ อืม หุ่นที่ทำให้พูดได้นี้นับว่าไม่ธรรมดาแล้ว แต่พลังการต่อสู้แบบนี้ ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน เ้าสร้างมันได้อย่างไรกัน”
“ ข้าเพียงแต่เปลี่ยนชิพ แล้วใช้พลังจิต ช่วยในการอัพเกรตหุ่นยนต์เข้าไปเท่านั้น”
“ เ้าสามารถใช้พลังจิต อัพเกรดหุ่นยนต์ได้ด้วยหรึอนี่?”
เฟยหลงอยากจะบอกว่า คนที่ใช้นั้น เป็ ศิลานักปราขญ์ แต่ไม่กล้าพูดออกมา กลัวว่า จะถูกแย่งชิงไป เลยเอ่ยออกไปว่า ตนเองเป็ผู้หลอมรวมกับมือ
“ ก็ได้เพียงพื้นฐานเท่านั้น ยังต้องฝึกอีกเยอะขอรับ”
“ อืม อัจฉริยะจริงๆ ข้าเคยได้ยิน เทพผู้สร้าง ตู้ฉางฟงเท่านั้นที่สามารถใช้พลังจิต หลอมรวม เพื่ออัพเกรด หุ่นยนต์ นึกไม่ถึง เ้าจะทำเช่น ท่านเทพผู้สร้างได้ ต่อไปเ้ามาเป็ศิษย์หลักของข้า อยากได้ทรัพยากรแบบไหน ก็บอกอาจารย์ได้เลย ข้าจะสนับสนุนเ้าเต็มที่ ฮ่า ฮ่า แล้วต่อไปนี้ เ้าห้ามบอกใครว่าเ้า สามารถ ใช้พลังจิต อัพเกรดหุ่นยนต์ได้ มิเช่นนั้น ชีวิตเ้าอยู่ไม่เป็สุขแน่”
“ ขอบคุณท่านอาจารย์”
“ ดีมาก เช่นนั้นข้าจะให้ จิ่มมี่พาเ้าไปสถานที่พักของศิษย์หลัก นี่คือป้ายศิษย์หลักของเ้า”
“ ข้าพาเพื่อนมาอยู่ได้ด้วยไหมขอรับ”
“ ได้ซิ ห้องพักของเ้านั้นใหญ่ สามารถพักได้หลายคนอยู่แล้ว”
เฟยหลงกับ ซู่ติง ต่างก็พูดเช่นเดียวกันเลย
จากนั้นจิมมี่ก็เข้ามา พอรู้ว่า เฟยหลงได้เป็ศิษย์หลักของอาจารย์ใหญ่ฉางคง ก็ต้องคำนับเฟยหลงทันที ถึงแม้ว่าเขาจะอายุ 20 แล้ว ศิษย์หลักก็ถือว่ามีตำแหน่งที่ใหญ่กว่า
“ ไม่เป็ไร เรียกข้าว่า เฟยหลง เถอะ”
“ อย่าเลยศิษย์พี่ ธรรมเนียมเช่นนี้พวกเราปฏิบัติกันมานานแล้ว อย่าให้มาถูกทำลายลงเพราะข้าเลย” เฟยหลงได้ยินก็ได้แต่ยิ้ม
หลังจากที่ได้มาอยู่ในห้องพักศิษย์หลักแล้ว ตึกศิษย์หลักมีทั้งหมด 8 ชั้น แต่ละชั้นมีเพียงแค่ สี่ห้องเท่านั้น เฟยหลงได้อยู่ที่ชั้น 5 มีเพื่อนข้างห้องอีก สามห้องไม่รู้ว่าเป็ใคร แต่ต้องเป็ศิษย์หลักเหมือนกันอย่างแน่นอน....