“อ้าวหลินเอ๋อตื่นแล้วหรอลูก ทำไมรีบตื่นตื่นจังเลยฟ้ายังไม่สางเลย” เว่ยยู่ซินที่ตื่นเช้าขึ้นมาเติมอาหารไว้รอบุตรสาวเพราะคิดว่าต้องเดินทางเข้าเมืองกันแต่เช้าด้วยกลัวบุตรสาวของตนจะเหนื่อยเกินไป
พอทานอาหารเช้าเสร็จสองแม่ลูกก็เตรียมตัวออกเดินทางเพื่อที่จะต้องเดินเท้าจากท้ายหมู่บ้านเพื่อไปขึ้นเกวียนลาท่านลุงจงที่หน้าหมู่บ้าน
“หลินเอ๋อใช้ผ้าคลุมปกหน้าไว้ดีหรือไม่” เว่ยมู่หลินแม้จะไม่เข้าใจในสิ่งที่มารดากำลังจะสื่อแต่ก็ทำตามอย่างว่าง่าย คงมีเหตุผลบางประการที่มราดา้าให้เธอปิดบังใบหน้าเอาไว้ แต่ในเมื่อมารดาไม่พร้อมที่จะบอกเธอก็จะไม่ถาม พอมาถึงหน้าหมู่บ้านก็มีคนรอขึ้นเกวียนอยู่แล้วประมาณ4-5คน ค่าเกวียนลาเข้าเมืองคนล่ะ 2 อีแปะ ใช้เวลาครึ่งชั่วยามก็มาถึงในเมือง ต่างคนต่างแยกย้ายไปทำธุระของตัวเอง
“อีกสองชั่วยามให้มารอข้าตรงนี้หากพวกเ้า้าจะกลับหมู่บ้าน“ท่านลุงจงท่าทางใจดีกล่าว
”ขอบคุณมากเ้าค่ะ เสร็จธุระแล้วพวกเราจะมารอตรงนี้เ้าค่ะ“ กล่าวเสร็จสองแม่ลูกก็แบกตะกร้าสานขึ้นหลังแล้วเดินจากไป
“ท่านแม่ ท่านรู้หรือเ้าคะว่าเราต้องไปที่ใด” เว่ยมู่หลินค่อนข้างตื่นเต้นเพราะนี้เป็ครั้งแรกที่เธอเข้ามาในเมืองั้แ่ทะลุมิติ เข้ามาอยู่ในร่างนี้
“แม่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่เหมือนแม่เคยเห็นร้านขายสมุนไพรแถวๆร้านที่แม่มาส่งผ้าปัก เราคงต้องลองไปถามดูก่อนว่าเขารับซื้อหรือไม่” เดินมาไม่นานนักก็ถึงหน้าร้านสมุนไพร
“มีอะไรให้ช่วยหรือไม่ขอรับ”เสี่ยวเอ้อของร้านขายสมุนกล่าวอย่างเป็มิตร
“เอ้อ ที่นี่รับซื้อสมุนไพรหรือไม่เ้าคะ?”
“รับขอรับ ไม่ทราบว่าท่านสองมีสมุนไพรชนิดไหนมาขายหรือขอรับ ขอข้าน้อยดูได้หรือไม่?”
เว่ยมู่หลินจึงหยิบห่อผ้าที่มีเห็ดหลินจือออกมาหนึ่งดอก เปิดให้เสี่ยวเอ๋อดู
”เดี๋ยวข้าน้อยจะไปตามหลงจู้มาให้นะขอรับ เพราะข้าน้อยไม่สามารถประเมินราคาสมุนไพรชิ้นนี้ได้ เชิญแม่นางทั้งสองที่ห้องรับรองก่อน“ ไม่นานเสี่ยวเอ๋อก็กลับมาพร้อมชายชราท่าทางใจดี ดูท่าทางตื่นไม่น้อย
”แม่นาง ได้ยินว่าแม่นางทั้งสองมีของดีมาขายรึ ขอข้าลองชมหน่อยได้หรือไม่“
”นี่เ้าค่ะท่านหล๊งจู“เว่ยมู่หลินกล่าวทั้งยื่นห่อผ้าลงบนโต๊ะ
”โอ้นี้!!! ของดีจริงๆ แม่นางคิดจะขายเท่าไหร่รึ?”
“ท่านหล๊งจูตีราคาให้หน่อยได้หรือไม่เ้าคะ เพราะข้าก็ไม่ค่อยจะรู้ราคาที่แท้จริงของของสิ่งนี้” เว่ยมู่หลินลองยั่งเชิงดู เพราะถ้าได้ราคาที่เหมาะสม ไม่รู้สึกว่าถูกกดราคาจรเกินไปก็จะได้ขายให้ที่นี่เพียงที่เดียว
“300 ตำลึงเป็อย่างไร กล่าวถามตรงถ้าหากนำไปขายที่เมืองหลวงก็น่าจะได้สัก450ตำลึง หากข้านำไปขายก็ได้กำไรส่วนต่างประมาณนี้ แต่ก็ยังมีค่าขนส่งค่าอื่นๆอีก เพราะจากนี่ไปเมืองหลวงก็ใช้เวลาเดินทางหลายวัน”
เว่ยมู่หลินคำนวณในใจแล้วจึงกล่าว
“หากท่านจ่ายได้ในราคา350ตำลึงต่อ1ดอก ข้ามีให้ท่านทั้งหมด3ดอกเ้าค่ะ”
เห็นดังนั้นหลงจูจึงรู้สึกดีใจมากที่ได้ได้กดราคานางั้แ่แรก
“ข้าตกลง 3ดอก รวมเป็เงิน 1050ตำลึง เ้าจะรับเป็ตั๋วเงินหรือตำลึงกันล่ะ?“
”ข้าขอรับเป็1000เป็ตั๋วเงินและส่วนที่เหลือเป็ตำลึงเงินเ้าค่ะ หลงจูรับซื้อเห็ดหอมด้วยหรือไม่เ้าคะ?“
”รับๆ ข้ารับซื้อเฉพาะที่ตากแห้งแล้วในราคาชั่งล่ะ 2ตำลึง เ้าจะขายกี่ชั่งล่ะแม่หนู“ หลงจูเรื่อยถูกชะตาแม่นางน้อยนี้ที่ฉลาดมีไหวพริบดี
“ข้าถามเผื่อไว้เฉยๆเ้าค่ะ วันนี้ไม่ได้น้ำมาด้วย“
“เช่นนั้นข้าจะให้คนนำตั๋วเงินและตำลึงเงินมามอบให้”
“ขอบคุณท่านหลงจูมากเ้าค่ะ”เว่ยมู่หลินเอ่ยพลางค้อมศรีษะให้ชายชรา
“ไม่ต้องเกรงใจ มีของดีก็อย่าลืมนำมาขายให้ข้าอีกเล่า”
“เ้าค่ะ” หลังจากออกจากร้านสมุนไพร เว่ยมู่หลินก็เดินซื้อของจำเครื่องปรุง ข้าวสารอาหารแห้ง เว่ยยู่ซินมองตามหลังลูกสาวที่กำลังเลือกซื้อของ ‘ลูกสาวของนางโตเป็ผู้ใหญ่แล้วจริงๆ’
หลังจากซื้อของเสร็จก็เดินมายังจุดนัดเพื่อขึ้นเกวียนลากลับหมู่บ้าน สองแม่ลูกต่างไม่ได้สนทนาอะไรกันมากนัก ต่างคนต่างจมอยู่กับความคิดตนเอง เว่ยมู่หลินมองมารดาพรางคิด ‘ในยุคที่ซาลาเปาลูกล่ะไม่กี่อีแปะ สำหรับเงินที่หาได้วันนี้สามารถอยู่อย่างสบายได้หลายปี แต่มารดากับไม่ตื่นเต้นกับเงินจำนวนมากนี้เลยสักนิด มันออกจะแปลกๆสักหน่อย‘