ระดับทักษะการต่อสู้ของเขานั้นเพิ่มมาอีก2ระดับ ซึ่งถึือว่ารวดเร็วพอสมควร เนื่องจากระดับที่สูงขึ้นดังนั้นการเลื่อนระดับทักษะไปในระดับสูงๆจึงต้องใช้เวลานานกว่าระดับต่ำๆ
ทักษะการต่อสู้ระดับ 33 (6.32%)
"อารู้สึกหิว เมื่อกี้เล่นใช้พลังงานไปตั้งเยอะ"โม่หลินพึมพัมเบาๆ ซึ่งสุดท้ายแล้วเขาก็สามารถฝึกซ้อมได้กับหุ่นซ้อมแค่ระดับกล้ามเนื้อเท่านั้น ส่วนระดับผิิวหนังนั้นโม่หลินคิดว่าไม่มีีความจำเป็นเพราะ ถึงค่าสถานะจะเยอะกว่าเขาแต่ในด้านทักษะต่อสู้เขาเหนือกว่าหุ่นระดับผิวหนังแล้ว
ถ้าค่าสถานะเขาสูงกว่านี้ครั้งหน้าถ้ามีโอกาสเขาจะลองสู้กับหุ่นซ้อมระดับ กระดูกหรือสูงกว่า ซึ่งโม่หลินไม่ได้รู้เลยว่าทักษะการต่อสู้ของหุ่นซ้อมนั้นจะเป็นขีดจำกัดของระดับนั้นๆ ซึ่งจะเรียกว่าเป็นขีดจำกัดก็ว่าได้ ยกตัวอย่างง่ายๆคนที่อยู่ในระดับผิวหนังนั้นจะไม่สามารถมีทักษะการต่อสู้ระดับเดียวกับระดับกล้ามเนื้อได้ แต่โม่หลินนั้นแตกต่างเนื่องจากเขามีตัวช่วยคือระบบทักษะทำให้เขาไม่มีขีดจำกัดในการพัฒนา
โม่หลินเดินออกจากสนามซ้อม ก่อนที่เขาจะกดลิฟท์ลงไปที่ชั้น3 ซึ่งเป็นห้องอาหารโดยที่ชั้นสนามซ้อมอยู่ที่ชั้น4
ลักษณะของห้องอาหารนั้นดูคล้ายๆกับร้านอาหารหรูปที่ตกแต่งไปในแนวทางและสไตล์วัฒนธรรมแบบจีนร่วมสมัย
"ว้าว หรูชมัด แถมกินฟรีอีก"โม่หลินพึมพัมเบาๆ เขาไม่เคยมาร้านอาหารหรูๆแบบนี้ก่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว
"ว่าไงน้องชาย นายก็มาเข้าร่วมการแข่งขันด้วยหรอ"เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังของเขา
"ใช่"โม่หลินกล่าวตอบออกไปด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยสนใจอีกฝ่ายมากนัก เพราะคิดว่ายังไงทุกๆคนในนี้ก็เป็นคู่แข่ง ดังนั้นการไม่สร้างสายสัมพันธ์อะไรต่อกันจะเป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียว
"เอาน่าน้องชาย ตอนร่วมงานแรกๆชั้นก็เป็นแบบนี้แหละ"ชายคนนั้นกล่าวบอกเขาเข้าใจอยู่ว่าโม่หลินกำลังคิดอะไรอยู่
"งั้นแสดงว่าคุณก็เข้าร่วมงานมาหลายครั้งแล้วสินะครับ"โม่หลินกล่าวถามอีกฝ่ายตอนนี้เขาเริ่มมีความสนใจขึ้นมาบ้างแล้ว อย่่างน้อยได้ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับแข่งขึ้นอีกนิดก็ยังดีเพราะครูเอกไม่ได้บอกอะไรเขาเลยตั้งแต่ตอนมาถึง
"เอาหล่ะๆ เราไปนั่งคุยกันตรงนู้นดีกว่า"ชายคนนั้นก็ล่าวบอกก่อนที่จะเดินนำโม่หลินไปนั้งยังบริเวณที่โต๊ะดังกล่าว
"ข้าขอแนะนำตัวก่อน ข้าชื่อประกิจ จะเรียกสั้นๆว่ากิจก็ได้เหมือนกัน"ประกิจกล่าวแนะนำตัวกับโม่หลิน
"ผมโม่หลินครับ คุณช่วยเล่าเรื่องเกี่ยวกับการแข่งขันนี้ให้ฟังหน่อยได้มั้ย"โม่หลินกล่าวถามอีกฝ่าย ถึงแม้จะได้ข้อมูลเพิ่มมาอีกนิดหน่อยก็ยังดีเพราะเขาไม่ได้มีข้อมูลอะไรมากนัก
"อืมเรื่องนี้มันก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอกนะ และชั้นก็ไม่ได้รู้อะไรมาก เพราะว่าสถานที่แข่งขันจะเปลี่ยนทุกๆ1ปี ดังนั้นข้อมูลที่มีก็คงพอกับที่นายมีแหละ"ประกิจกล่าวบอกโม่หลิน
"งั้นหรอ"โม่หลินพึมพัมเบาๆเขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายไม่รู้จริงๆหรือจงใจไม่บอก เพราะยังไงพวกเขาทั้ง2คนก็เป็นคู่แข่งกัน ไม่แน่พวกเขาทั้งคู่อาจจะต้องสู้กันก็ได้ใครจะไปรู้ เป็นโม่หลินเองเขาก็ไม่คิดที่จะบอกข้อมูลให้คนอื่นเหมือนกัน
"นั่นไม่ใช่ไอขี้แพ้หรอกหรอ"เสียงที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยามดังขึ้น เมื่อหันไปมองโม่หลินก็พบกับคนกลุ่มหนึ่งซึ่งมีจำนวน 4คนกำลังเดินเข้ามายังโต๊ะที่ทั้ง2คนกำลังนั่งอยู่
"อู่หลง แกก็มาเข้าร่วมงานในครั้งนี้หรอ"ประกิจกล่าวเรียกชื่อของชายที่ยืนอยู่หน้าสุดของกลุ่มซึ่งโม่หลินคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นหัวหน้าของกลุ่มนี้
"แน่นอนสิ แต่ที่น่าแปลกใจคือแกก็ยังมาถึงจะแพ้ไปแล้วถึง5รอบ คนอ่อนแออย่างแกไม่มีโอกาสได้เข้าไปในรอบที่5ได้หรอกนะ อย่าฝันไปหน่อยเลย ถ้าเทียบกับชั้นที่เข้าไปถึงรอบที่ 5 คนอย่างนายก็เป็นได้แค่ขยะเท่านั้นแหละ"อู่หลงกล่าวด้วยความดูถูกและโอ้อวดใส่ประกิจ
ประกิจได้แต่นิ่งเงียบไม่โต้ตอบเพราะที่อีกฝ่ายกล่าวมานั้นก็เป็นเรื่องจริงทั้งหมด ซึ่งโม่หลินก็ได้แต่นั่งมองเหตุการณ์อยู่ข้างๆ เพราะมันไม่ใช่เรื่องของเขาและอีกอย่างเขาก็พึ่งรู้จักกับประกิจเมื่อกี้เองดังนั้นจึงไม่มีหน้าที่หรีือความจำเป็นที่จะต้องเข้าไปช่วยเหลือแต่อย่างใด
"หือ นี่เพื่อนนายงั้นหรอ ก็คงเป็นขยะเหมือนนายสินะ อย่างที่คนโบราณกล่าวเอาไว้คนประเภทเดียวกันมักจะอยู่ด้วยกันนั่นคงเป็นเรื่องจริง"อู่หลงนั้นหันมาสังเกตุเห็นโม่หลินนั่งอยู่โต๊ะเดียวกับประกิจจึงทำให้คิดว่าโม่หลินเป็นเพื่อนกับประกิจจึงกล่าวใส่โม่หลินด้วยความดูถูกเหมือนที่ทำเช่นเดียวกันใส่ประกิจ
"ใครกันแน่ที่ขยะ"โม่หลินกล่าวขึ้น ความอดทนของเขาก็ไม่ได้สูงเท่าไหร่นัก นี่เขาอุส่าอยู่นิ่งเงียบๆไม่เข้าไปยุ่งแต่สุดท้ายไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้ากล่าวดูถูกใส่เขาแบบนี้ ซึ่งนั่นก็ทำให้โม่หลินไม่พอใจเป็นอย่างมาก
"ยังจะกล้าถามอีก ก็พวกแก2คนไงที่เป็นขยะ"อู่หลงกล่าวขึ้นก่อนที่จะหัวเราะด้วยความสะใจโดยที่มีลูกน้องอีก3คนด้านหลังหัวเราะตามเจ้านายของมัน
"น่าสมเพช กล่าวว่าคนอื่นเป็นขยะแต่ไม่ดูตัวเองเอาเสียเลย"โม่หลินกล่าวขึ้นพร้อมกับส่ายหัวไปมา การกระทำของอีกฝ่ายนั้นก็เหมืิอนกับพวกนักเลงข้างถนนไม่มีผิดที่หาเรื่องคนอื่นไปทั่วซึ่งเป็นพวกขยะสังคมดีๆนี่เอง
"แกว่าไงนะ"อู่หลงกล่าวขึ้นด้วยความไม่พอใจเป็นอย่างมากเมื่อได้ยินคำกล่าวของโม่หลิน
"ไม่คิดว่าเป็นขยะแล้วสมองจะยังไม่ดีอีก คำพูดแค่นี้ยังไม่สามารถทำความเข้าใจได้ น่าสงสารจริงๆ"โม่หลินกล่าวพร้อมกับส่ายหัวไปมาเล็กน้อย
"หนอยแก ลองโดนหักแขนขาสักข้างข้าจะคอยดูว่ายังจะกล้าปากดีแบบนี้ได้อีกมั้ย จัดการมัน"อู่หลงกล่าวขึ้นด้วยความเดือดดาลพร้อมกับสั่งให้ลูกน้องของตัวเองเข้าไปจัดการกับโม่หลิน
"ปากดีก็ลองกินหมัดของชั้นดูหน่อยเป็นไง"ลูกน้องคนหนึ่งของอู่หลงกล่าวพร้อมกับพุ่งเข้าใส่โม่หลินซึ่งต้องบอกว่าอีกฝ่ายมีความสามารถพอสมควรอยู่ในระดับเดียวกับนักมวยอาชีพเลยทีเดียว แต่มันก็เท่านั้นเมื่อมาเจอกับโม่หลินความสามารถของอีกฝ่ายทั้งหมดก็ไร้ประโยชน์
ตุบ
"อ๊อก"ชายคนแรกที่พุ่งเข้าใส่โฒ่หลินถูกต่อยสวนเข้าที่ท้องจนกระอักเลือดออกมา ไม่ใช่ว่าพลังหมัดของโม่หลินรุนแรงแต่เป็นเพราะทักษะการต่อสู้ของโม่หลินที่รู้ว่าจะทำยังไงให้อีกฝ่ายบาดเจ็บมากที่สุดด้วยพลังในปัจจุบันของเขา
"เข้าไปจัดการมันสิวะจะยืนนิ่งกันทำไม"อู่หลงกล่าวตวาดสั่งลุกน้องของตัวเองทันที ซึ่งลูกน้องอีก2คนที่เหลือก็ได้แต่มองหน้ากันไปมาพร้อมกับมองเพื่อนของตัวเองที่ลงไปนอนกับพื้นแล้ว ก่อนที่จะตัดสินใจพุ่งเข้าใส่โม่หลินพร้อมกับ ซึ่งระดับความสามารถของทั้งคู่ก็ไม่ต่างจากชายตนแรกดังนั้นผลลัพท์จึงไม่ได้แตกต่างกันมากนัก
ตุบๆ
ร่างของทั้งคู่ล่วงลงไปนอนกับพื้นเนื่องจากโดนลูกเตะและหมัดของโม่หลินถึงความเร็วจะอยู่ในระดับทั่วไปแต่มันก็เป็นหมัดและลูกแตะที่หลบได้ยากมากถึงจะมีความเร็วเหนือกกว่าก็ตามที แต่แทบไม่มีทางที่จะหลบเลย ซึ่งมันก็เป็นความดีความชอบของทักษะการต่อสู้ที่สูงของเขา และก่อนหน้านี้โม่หลินไม่ได้ใช้ทักษะไปสู้กับคนอื่นนอกจากครูเอกและหุ่นซ้อมดังนั้นเขาจึงไม่ได้รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในทักษะการต่อสู้ของเขาเท่าไหร่นัก แต่วันนี้เขาก็เข้าใจขึ้นมาทันทีว่าทักษะของเขานั้นมีความสามารถอยู่แค่ไหนกันแน่ในตอนนี้
"ต่อไปก็นาย"โม่หลินกล่าวขึ้น
"หึ แค่ชนะลูกน้องของชั้นได้3คนอย่าทำเป็นอวดเก่งไปหน่อยเลย"อู่หลงกล่าวด้วยท่าทางไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อยซึ่งหลังจากที่เขาเห็นการต่อสู้ของโม่หลินเขาก็เข้าใจว่าโม่หลินไม่ได้แข็งแกร่งอะไรความเร็วของโม่หลินนั้นไม่ได้มากมายอะไรเท่าไหร่นัก ถึงพลังในการโจมตีจะสูงก็ตาม แต่ถ้าไม่โดนจะมีประโยชน์อะไร(?)
ตุบๆ
สุดท้ายแล้วอู่หลงก็จบแบบเดียวกันกับลูกน้องทั้ง3ของตัวเองถึงความเร็วจะเหนือกว่าโม่หลินก็จริงแต่ประเด็นสำคัญคือการโจมตีของโม่หลินนั้นเป็นอะไรที่หลบได้ยากหรือจะเรียกได้ว่าในระดับผิวหนังไม่มีใครหลบการโจมตีของเขาไปได้
"ชั้นก็อยากจะรู้จริงๆว่าไอคนที่แพ้ขยะจะถูกเรียกว่าอะไร"โม่หลินกล่าวขึ้นหลังจากที่จัดการอู่หลงเรียบร้อยแล้ว ท่ามกลางสายตาของคนที่อยู่ในห้องอาหารแห่งนี้
จบบบ