ตอนที่21 แย่งซีน
“ผมแค่อยากมาชมบรรยากาศงานวันเกิดของจีนดูบ้างเชิญพวกคุณตามสบาย”
หลงกังหรือเรย์ทำหน้าตาขึงขังทั้งที่อยู่ภายใต้หน้ากาก พลางตอบสองชายหญิงผู้คุ้นเคยเป็ภาษาอังกฤษสำเนียงชัดเหมือนคนเติบโตอยู่ในต่างประเทศมานานทั้งลอบยิ้มเยาะอีกฝ่ายที่จำตนไม่ได้ แล้วยังแสดงท่าทีเคารพมากขนาดนี้
อย่างไรก็ตามหางตาของเรย์พบชายใส่หน้ากากอีกคนซึ่งยืนถือกล่องของขวัญอยู่หน้าเวทีพลันััถึงพลังลึกลับบางอย่างจากตัวอีกฝ่าย จึงผินหน้ามองด้วยความสนใจ
แปลกแฮะ!งานแบบนี้ยังมีคนคิดใส่หน้ากากเหมือนฉันอยู่อีกเหรอ หมอนั่นเป็ใคร?!
เรย์ยืนจ้องมองชายใส่หน้ากากอีกคนชั่วครู่หนึ่งโดยไม่สนใจคนรอบข้างแเื่ต่างถอยหลีกทางให้ทั้งคู่มองเห็นกันชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
ซูเกอจ้องมองเรย์ด้วยความแปลกใจเช่นกันเขาพอจะรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มการเงินดิวันมาบ้าง แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเข้าร่วมงานแซยิดซึ่งถือว่าเล็กสำหรับชายอีกคนได้พอเห็นอีกฝ่ายให้ความสนใจจึงจ้องมองด้วยอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
เ้าเด็กน้อย!มองฉันแบบนี้หมายความว่ายังไง แต่จะว่าไปก็ไม่เหมือนพวกคนชั่วบางคนช่างน่าสนใจจริง ๆ
ซูเกอลอบยิ้มมุมปากพลางอยากรู้ว่าอีกฝ่ายสนใจตนเื่อะไรเนื่องจากััได้ถึงความสนใจมากกว่าคิดหาเื่หรือ้าผลประโยชน์จากตน
เวลานี้แเื่ในห้องจัดเลี้ยงต่างเหลือบมองสลับกันไปมาระหว่างชายหนุ่มใส่หน้ากากสองคนด้วยอยากรู้ว่าทั้งคู่รู้จักกันหรือไม่เพราะมีแค่สองคนใส่หน้ากากอำพรางใบหน้าขณะคนอื่นแต่งกายสวยหล่อตามปกติ
สำหรับแเื่บางคนพยายามเข้าใกล้ผู้ช่วยเรย์ ต่างถูกบอดี้การ์ดของเรย์ปราดออกมายืนกันไว้รอบด้านทั้งสี่ทิศจึงไม่มีใครกล้าฝ่าเข้ามาสนทนากับผู้ช่วยแห่งกลุ่มดิวันอีก
กู้ฟาฉีกลัวว่าพิธีมอบของขวัญงานแซยิดจะล่าช้าเนื่องจากยังอยู่ใน่เวลาสำคัญ จึงรีบผายมือเชิญผู้ช่วยคนสำคัญของกลุ่มดิวันไปนั่งโซฟาเฉพาะแขกผู้มีเกียรติฐานะสูงส่งเท่านั้นว่า
“เชิญท่านผู้ช่วยเรย์ไปพักผ่อนทางนี้ก่อนดีกว่าครับ”
“..........” เรย์พยักหน้ารับอย่างไว้เชิง
จากนั้นชายหนุ่มใส่หน้ากากพื้นสีดำมีลวดลายเฉพาะเป็สัญลักษณ์หมายเลขหนึ่งสีทองประทับไว้โดดเด่นอยู่ตรงกลาง้าในตำแหน่งหน้าผากพอดีเขาเดินตามกู้ฟาฉีโดยละความสนใจต่อซูเกอในทันที โดยมีบอดี้การ์ดอีกสี่คนเดินตามหลังเป็ขบวนใหญ่
เมื่อเ้าภาพตระกูลกู้ทำหน้าที่รับรองแขกคนสำคัญล่าสุดเสร็จเรียบร้อยพิธีกรทำหน้าที่ต่ออย่างรู้ความว่า
“ลำดับต่อไปจะเป็การมอบของขวัญวันเกิดจากท่านปรมาจารย์ซู ขอเรียนเชิญครับ!”
เวลานี้ทุกสายตาหันมาจับจ้องยังหน้าเวทีอีกครั้งส่วนของขวัญแตกหักไปก่อนหน้ามีพนักงานโรงแรมเข้ามาช่วยเหลือชายชราเหออี้เก็บกวาดและทำความสะอาดอย่างรวดเร็ว
ซูเกอยื่นกล่องไม้สี่เหลี่ยมผืนผ้าธรรมดายาวเพียงหนึ่งคืบให้กับชายชรากู้ฟาหยางพลางกล่าวอวยพรด้วยข้อความไม่เหมือนคนอื่นว่า
“งานวันเกิดก็เหมือนงานรำลึกถึงอดีตที่ผ่านมา ไม่ต้องพูดถึงอนาคตเพราะไม่มีใครล่วงรู้ได้ขอให้ซึมซับความสุขในวันนี้ให้มากที่สุดถ้าพรุ่งนี้ยังมีลมหายใจอยู่ก็ทำหน้าที่ต่อไป อาจจะเปลี่ยนแปลงใหม่เพื่อให้ดีขึ้นหรือแย่ลงมีเพียงตัวเราเท่านั้นรู้ดีที่สุด”
เมื่อซูเกอกล่าวจบพร้อมยื่นกล่องไม้ขนาดเหมาะมือให้กับผู้นำตระกูลกู้แเื่พลันส่งเสียงฮือฮาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทว่าส่วนใหญ่ต่างกล่าวชมว่าเป็ปรัชญาอันลึกซึ้งซึ่งต้องตีความหมายให้ดี
กู้ฟาหยางกระตุกยิ้มมุมปากด้วยความแปลกใจ ด้วยไม่แน่ใจว่าคำพูดของชายหนุ่มใส่หน้ากากเป็การอวยพรหรือสาปแช่งตนกันแน่กระนั้นเขากล่าวตอบอย่างเหนือชั้นกว่าว่า
“ขอบใจ แต่ฉันเชื่อว่ามูลนิธิกู้ฟาหยางที่ช่วยสนับสนนุการศึกษาให้เด็ก เป็หน้าที่ที่ฉันจะต้องทำต่อไปอยู่แล้ว”
จากนั้นผู้นำตระกูลกู้เอื้อมมือออกไปรับกล่องไม้จากมืออีกฝ่าย พลางััได้ถึงอาการเย็นวาบแผ่ซ่านเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็วแว่บหนึ่งแล้วรู้สึกสบายตัวอย่างไม่เคยเป็มาก่อน จึงส่งยิ้มให้อีกฝ่ายด้วยรู้สึกดีกว่าเดิม
ครั้นชายชรากู้ฟาหยางยื่นกล่องไม้ไปให้หลานชายช่วยเปิดแสดงต่อหน้าผู้ชมหางตาพลันเหลือบเห็นว่าชายใส่หน้ากากเดินเลี่ยงไปยืนอยู่กับชายชราเหออี้จึงละสายตาหันกลับมามองกล่องไม้ในมือหลานด้วยความอยากรู้
วินาทีกู้เฟยเทียนเปิดฝากล่องไม้ขึ้น พลันมีกลิ่นหอมเย็นสดชื่นโชยออกมากลิ่นดังกล่าวแผ่กระจายไปทั่วห้องจัดเลี้ยง จนแขกยืนอยู่ด้านหลังสุดยังััถึงกลิ่นหอมประหลาดแล้วต่างสูดดมกลิ่นด้วยความสดชื่น จนทำให้มีบางคนอดกล่าวชื่นชมและแสดงความอวดรู้ในกลิ่นดังกล่าวไม่ได้ว่า
“โอ้โฮ! นี่มันกลิ่นไม้กฤษณาแน่เลย กลิ่นหอมขนาดนี้มันจะต้องมีอายุหลายร้อยปีเชียว”
“อื้อฮือ! ราคามันคงแพงลิบลิ่วซินะ”
“มันเป็ยาอายุวัฒนะด้วยนะ ใครได้สูดดมกลิ่นเข้าไปเรื่อย ๆ ละก็อายุยืนยาวแน่”
“แหม! ก็หอมสดชื่นซะขนาดนี้ คงช่วยทำให้จิตใจเบิกบานท่านผู้นำกู้ก็คงสุขภาพดีนั่นแหละ”
“กลิ่นหอมเข้มข้นและฟุ้งไปไกลขนาดนี้ มันคงมีอายุไม่ต่ำกว่าพันปีแน่เลยนี่เป็ของดีหายากเชียว!”
กู้ฟาหยางเหลือบมองแก่นไม้สีน้ำตาลเข้มบรรจุอยู่ในกล่องไม้โดยมีผ้าไหมน้ำแข็งสีขาวห่อหุ้มไว้รอบด้านอย่างบรรจงพลางระบายยิ้มออกมาด้วยรู้สึกเบิกบานเพราะเชื่อมั่นว่าอีกฝ่ายมีเจตนาดีแล้วยังมอบของขวัญชั้นเลิศให้กับตนจึงกล่าวขอบคุณอีกครั้งว่า
“ขอบคุณมากปรมาจารย์ซู ไม่นึกเลยว่าฉันจะมีโอกาสพบแก่นไม้กฤษณาหอมขนาดนี้มันคงช่วยทำให้ฉันมีสุขภาพจิตและสุขภาพกายดีขึ้นแน่ ๆ”
คราวนี้แเื่ต่างส่งเสียงฮือฮาดังยิ่งกว่าเดิมเนื่องจากคำกล่าวชื่นชมมีความหมายลึกซึ้งและยาวมากกว่าคนอื่นต่างรับรู้ได้ทันทีว่าตระกูลกู้ให้การรับรองทักษะปรมาจารย์ซูไปในตัว
“..........” ซูเกอแค่ก้มศีรษะรับคำชมด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง แต่ไม่ได้กล่าวคำใดออกมาอีก
ต่อจากนั้นพิธีกรเริ่มทำหน้าที่ต่อด้วยการเรียกแเื่ลำดับถัดมาให้เข้ามามอบของขวัญแก่ผู้นำตระกูลกู้โดยลำดับถัดไปยังไม่มีใครได้รับคำชื่นชมยาวเหยียดเหมือนชายใส่หน้ากากอีกเลย
กระทั่งถึง่เวลาสุดท้ายหลังจากการมอบของขวัญให้กับผู้นำตระกูลกู้เสร็จสิ้น
พิธีกรชายยืนละล้าละลังอยู่บนเวที ด้วยไม่แน่ใจว่าควรจบขั้นตอนมอบของรางวัลแล้วเชิญผู้นำตระกูลกู้กล่าวขอบคุณแขก หรือควรเชิญแขกคนสุดท้ายซึ่งนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาด้วยท่าทีสงบนิ่งให้มอบของขวัญเหมือนคนอื่น
กระนั้นเขาเห็นว่าแขกใส่หน้ากากไม่ได้นำของขวัญเข้ามาด้วย จึงส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปยังประธานกู้ฟาฉีทันที
เวลานี้บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงเกิดความว่างเปล่าชั่วครู่ ก่อนเริ่มมีเสียงกระซิบกระซาบถึงการเข้าร่วมงานของผู้ช่วยคนสำคัญแห่งกลุ่มดิวันแเื่หลายคนอยากรู้ว่าเ้าภาพจัดงานแซยิดจะแก้ไขสถานการณ์อันน่าอึดอัดใจนี้อย่างไร
กู้ฟาฉีตัดสินใจเดินเข้าไปสอบถามผู้ช่วยเรย์ด้วยความอยากรู้เพราะไม่สามารถปล่อยให้งานเลี้ยงเกิดปัญหาได้ทั้งยังเห็นอีกฝ่ายนิ่งเฉยั้แ่เข้ามาร่วมงานจึงไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายมาเพียงสังเกตการณ์โดยไม่สนใจธรรมเนียมของงานหรือเข้ามาด้วยจุดประสงค์ใดว่า
“ขอโทษนะครับผู้ช่วยเรย์ พอดีตอนนี้ถึง่สุดท้ายแล้วไม่ทราบว่าผู้ช่วยเรย์อยากจะมีส่วนร่วมกับงานนี้ไหม”
หลงกังหรือเรย์ได้ยินคำถามแสดงความอึดอัดใจแต่ยังมีท่าทีนอบน้อมต่อตนอยู่จึงลุกขึ้นยืนพร้อมกลัดกระดุมเสื้อสูทหรูให้เรียบร้อยแล้วซุกมือสองข้างไว้ในกระเป๋ากางเกง พลางตอบอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งโอหังว่า
“ของขวัญที่ดีที่สุดคือความร่วมมือทางธุรกิจไม่ใช่เหรอหรือว่าแค่นั้นยังไม่พอ ผมบอกแล้วว่า้ามาชมบรรยากาศงานเลี้ยงของจีนไม่นึกว่าจะต้องมอบของขวัญให้ตระกูลเล็ก ๆ ด้วยตระกูลกู้คู่ควรให้ผมต้องมอบด้วยเหรอ ไม่เห็นบอสสั่งอะไรผมไว้เลยนี่ถ้างั้นก็ยกเลิกการลงนามที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้าดีไหม?!”
หลังจากผู้ช่วยเรย์กล่าวจบ พลันเกิดความโกลาหลในห้องจัดเลี้ยงทันทีจนกลายเป็การแย่งซีนบรรยากาศชื่นมื่นของตระกูลกู้ที่เคยมีทันใด
ด้วยคำกล่าวอันจองหองของตัวแทนผู้ร่ำรวยระดับโลก ส่งผลกระทบไปถึงทุกตระกูลในงานเลี้ยงทันทีหลายคนต่างวิพากษ์วิจารณ์ไปก่อนหน้าแล้วว่าไม่มีกลุ่มบริษัทต่างชาติเข้ามาร่วมอวยพรวันเกิดด้วยสักคนฉะนั้นคำกล่าวของชายใส่หน้ากากอีกคนจึงกลายเป็เหมือนสายฟ้าฟาดเข้าใส่กลางกะโหลกของใครหลายคน
ด้านกลุ่มชายชราเหออี้และซูเกอยืนสังเกตการณ์ยังมุมใกล้ขนมหวานซึ่งห่างไกลจากแขกคนอื่นพอสมควรทั้งคู่กระซิบคุยกันด้วยความประหลาดใจ
“ดูเหมือนงานนี้มีคนแย่งซีนนายท่านไปแล้วนะครับ”เหออี้กล่าวเสียงแ่เบาด้วยความขบขัน
“พวกมันคงไปสร้างศัตรูไว้เยอะทีเดียว มองยังไงก็รู้ว่ามาป่วนงานไม่ใช่มาร่วมงานปกติหรอก”
ซูเกอเสจิบเครื่องดื่มไปพร้อมตอบคนรับใช้ พลางยิ้มมุมปากพอใจที่ได้ชมการแสดงอันหลากหลายทั้งรู้สึกสาแก่ใจเมื่อเห็นผู้คนตระกูลกู้ตกที่นั่งลำบาก
เวลานี้ชายชรากู้ฟาหยางกำพนักเก้าอี้แน่นด้วยไม่คิดว่างานวันเกิดของตนจะเกิดเหตุวุ่นวายจนกลายเป็ลางร้ายซึ่งทำให้รู้สึกว้าวุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกโดยเฉพาะภาพวิดีโอซึ่งตนลอบส่งสัญญาณให้ลูกชายรีบค้นหาต้นตอของเื่ดังกล่าวแล้วแต่ไม่คิดว่าจะยังมีเื่วุ่นวายอื่นเกิดขึ้นอีก พลางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกหวังระงับความกังวลใจอันพลุ่งพล่านอยู่ให้สงบลง
บัดซบ! งานวันเกิดของฉันมันกลายเป็แบบนี้ได้ไง?! ปีนี้ทำไมถึงได้วุ่นวายขนาดนี้ มีแต่เื่ไม่ดี! ของขวัญชิ้นดี ๆ ที่ได้มาก็ไม่ช่วยทำให้ฉันสบายใจเลยโธ่เว้ย!!!