ธิดาแห่งเงามืดจะจุติ พญามารจะคืนชีพ ยันต์เทวะจะสูญสิ้น ั์จะคืนสู่ฟ้าอักขระสีทองถูกสลักไว้บนรูปปั้นธิดา์เสมือนจารึกแห่งาชายหนุ่มหวนคิดถึงคำพูดที่แม่บุญธรรมสั่งไว้ก่อนออกเดินทาง
“เ้าจงจำไว้แม่บุญธรรมของข้าเป็ธิดาพรรคมารชื่อว่าหูเหย นางบอกให้ข้ามาจัดการกับเ้าให้สาสมใจข้ามีรู้หรอกว่าเ้าจะผิดใจอะไรกับนาง แต่ที่แน่ๆข้าต้องรักษาคำพูดที่ให้ไว้กับนาง แต่ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำให้เ้าต้องแตกสลายแม้เพียงผงธุลีดินเ้าวางใจได้” เฉินฟู่ฟูประสานมือ โค้งคำนับและยืนไว้อาลัยให้กับรูปปั้นก่อนจะปีนขึ้นไปบนรูปปั้นที่สูงตระหง่านอยู่หน้าทางเข้าวิหารเจี้ยนถัง
“นั่นเ้ากำลังจะทำอะไร”หญิงงามแห่งวิหารเจี้ยนถังร้องขึ้น
“เ้าอีกแล้วนะแม่นางหน้าขาว แล้วนั่นเ้าพาหญิงงามมาจากไหนตั้งมากมาย”หญิงสาวต่างพากันดึงกระบี่ออกจากฝักและชี้ไปที่บุรุษหนุ่มตรงหน้าหมายปลิดชีพผู้บุกรุก
“ผู้บุกรุกวิหารเจี้ยนถังจะต้องตายสถานเดียวข้าขอให้เ้าภาวนาถึงยมบาลได้เลย”แววตาของชายหนุ่มชำเลืองมองไปยังหญิงงามชุดขาวผู้มีผมยาวสลวยพริ้วไหวไปตามบริบทใบหน้าอวบอิ่มเรียวขาวคิ้วดั่งคันศรปากแดงสีชาดมีนามว่า ชิงเหลียน เป็บุตรีของตระกูลชิงแห่งแคว้นเชียงเอ๋อ ที่ถูกส่งตัวมาเพื่อรับ่ต่อธิดา์ แห่งวิหารเจี้ยนถัง
จอมยุทธ์หนุ่มขยับฝ่ามือขึ้นลงเพื่อเชื้อเชิญให้เหล่าหญิงสาวแห่งวิหารเจี้ยนถังได้ออกแรงวิ่งไล่จับะโโลดเต้นรอบๆรูปปั้นจนทั้งสองฝ่ายต่างเหนื่อยหอบ และด้วยกำลังภายในระดับขั้นแรกเริ่มของเขามีเพียงพลังธรรมชาติรอบๆตัวอันน้อยนิดที่พอจะทำให้ะโหนีเหล่าบรรดาสาวๆที่จ้องจะใช้กระบี่ฟันเขาให้จนมุมด้วยพลังปราณที่อ่อนด้อยนั้นของเฉินฟู่ฟู และเป็เหตุผลที่เขาตัดสินใจเดินทางไปแคว้นกงเหว่ยเพื่อฝึกตน
“เอาล่ะข้าต้องไปแล้วว่างๆจะมาเยี่ยมเยียนใหม่นะ แม่นางทั้งหลาย”หนุ่มน้อยพรรคมารประสานฝ่ามือโค้งคับนับบอกลา
“เ้าเข้ามาในวิหารแค่้าวิ่งไล่จับกับพวกข้าเท่านั้นหรือแล้วนี่จะไปง่ายๆแบบนี้ เกรงว่าท่านอาจารย์ผู้นี้คงจะไม่ปล่อยเ้าไปง่ายๆแน่”แม่นางชิงเหลียนยังไม่ยอมปล่อยเขาและผายมือไปที่หญิงชราชุดขาวที่นั่งอยู่หน้ารูปปั้นธิดา์ก่อนจะลืมตาขึ้นและยืนขึ้นกระชับไม้เท้าหัวัก่อนจะกระแทกลงพื้น
“ท่านมาตอนไหนกันหรือท่านเป็ปีศาจ ทำไมข้าไม่เห็นท่านเลยแม้แต่น้อย” ชายหนุ่มร้องขึ้น
“ข้าจะมาตอนไหนไม่สำคัญสำคัญที่เ้าเป็คนของพรรคมารต้องตายสถานเดียว” หญิงชราลืมตาขึ้นด้วยแววตาที่แฝงด้วยเล่ห์กลจนหนุ่มน้อยพรรคมารรู้สึกได้
“ข้าขออภัยที่ล่วงเกินวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ข้าขอตัวก่อนท่านผู้าุโ” เฉินฟู่ฟูรู้สึกถึงพลังปราณที่อยู่ในระดับที่เหนือกว่าตนอยู่หลายขุมเทียบกันไม่ติดหากอยู่ต่อต้องตายไร้ที่ฝังเป็แน่
“เ้าหนุ่มน้อยธิดาพรรคมารหูเหย เป็อะไรกับเ้า”หญิงชรากระแทกไม้เท้าหัวัลงพื้น
“นางเป็แม่บุญธรรมของข้าท่านรู้จักนางด้วยหรือ” ชายหนุ่มร้องบอก
“ศิษย์ทรยศเช่นแม่เ้าแอบฝึกวิชามารในวิหารเจี้ยนถัง แล้วยังรับประมุขพรรคมารเป็พ่อบุญธรรมอีก ทั้งยังคบคิดกับพรรคมารทำให้วิหารแห่งนี้ต้องมีมลทินแปดเปื้อนหากข้าเจอนางจะสับให้เป็หมื่นๆชิ้น”หญิงเฒ่ากระแทกไม้เท้าหัวัจนรูปปั้นธิดา์สั่นะเื
“แม่บุญธรรมข้านางไม่ธรรมดาจริงๆเลยนะท่านผู้าุโ”เฉินฟู่ฟูยกมือขึ้นคำนับก่อนอีกฝ่ายจะกระแทกไม้เท้าลงพื้นเพื่อหยุดการสนทนา
หญิงชราชูไม้เท้าหัวัขึ้นฟ้าริมฝีปากขยับขึ้นลงร่ายพลังเวท รูปปั้นั์ทั้ง 9 ตัวในวิหารเจี้ยนถังดวงตาเรืองแสงเสมือนรับรู้ในพลังอำนาจแห่ง แม่เฒ่าผู้หยั่งรู้อนาคต นามว่าเหว่ยหลาย ปลุกดวงจิตแห่งสัตว์เทพในตำนานให้ตื่นขึ้นพุ่งทะยานหมุนวนพันเป็เกลียวคลื่นประหนึ่งเชือกพันรอบตัวนายน้อยแห่งพรรคมารให้ร้องอวดครวญขอความเห็นใจ
“ท่านผู้าุโข้ามีพลังปราณเพียงน้อยนิด ท่านใช้เชือกเวท 9 ัฟ้า มัดข้าไว้แบบนี้ ท่านไม่กลัวคำครหาว่า ผู้ใหญ่รังแกเด็กหรืออย่างไร”เฉินฟู่ฟู พยายามดิ้นแต่ยิ่งทำให้เชือกนั้นมัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ
“เ้ามันจิ้งจอกเ้าเล่ห์หากข้าใช้วิธีธรรมดา เ้าต้องเล่นลิ้นอีกจนได้ ถึงต้องใช้เชือกวิเศษเส้นนี้จับมารน้อยอย่างเ้า ชิงเหลียนเ้าจงนำตัวเ้าหนุ่มพรรคมารผู้นี้ไปจองจำไว้ในคุกมืดใต้วิหารหากไม่มีคำสั่งข้า ห้ามปล่อยตัวเ้ามารน้อยผู้นี้เด็ดขาด”มารน้อยเฉินฟู่ฟูได้แต่ถอนหายใจยาว ตามด้วยเสียงหัวเราะในลำคอที่แฝงไว้ด้วยมีดอันคมกริบของยายเฒ่าพันปีเหว่ยหลายแห่งวิหารเจี้ยนถัง
ณ ตำหนักผู้สืบทอด...
ชิงเหลียนนางผู้ได้รับวางตัวให้เป็ผู้สืบทอดตำหนักธิดาเทพยังครุ่นคิดถึงบุรุษหนุ่มที่กล้าเข้ามาในวิหารเทพแห่งนี้หากแต่ผู้าุโเหว่ยหลายจักเอาความนายน้อยพรรคมารผู้นั้นต้องตายเป็แน่ นางเดินวนไปมาในตำหนักธิดาเทพจนแม่นางคนสนิทบุตรีของตระกูลเสี่ยวแคว้นฉีหนี แม่นางเสี่ยวเหลียงทนไม่ไหวต้องดึงแขนเพื่อให้นางหยุดแล้วสนทนา
“เ้าจะเดินอีกนานแค่ไหนข้าเวียนหัวไปหมดแล้ว” แม่นางคนงามร้องถาม
“ข้ากลัวว่าท่านผู้าุโเหว่ยจะต้องทำบาปฆ่าเ้าหมอนั่น”บุตรีตระกูลชิงกล่าวขึ้น
“ข้าว่าเ้ามีใจให้หนุ่มน้อยพรรคมารผู้นั้นเสียแล้วเ้าอย่าลืมนะว่า ผู้สืบทอดธิดา์คือตัวเ้าหากแต่ต้องรักษาพรหมจรรย์ไว้ห้ามมิให้บุรุษใดมาอยู่ข้างกายเ้าเป็อันขาดหากจักทำตามอารมณ์แล้วนั้นชีวิตของเ้าคงจะเหลือน้อยเต็มที” บุตรีของตระกูลเสี่ยว แม่นางเสี่ยวเหลียงเดินเข้าไปดึงมือกุมของแม่นางคนสนิทมากุมไว้เพื่อปรับทุกข์
“ข้าแค่ไม่้าให้ผู้ใดต้องมาตายในวิหารแห่งนี้เ้าคิดมากเกินไปหรือเปล่าเสี่ยวเหลียง ซึ่งข้าเองก็รู้กฎของวิหารนี้ดีพอๆกับเ้า”เสียงเคาะประตูดังขึ้นจนทำให้การสนทนายุติลง
“คุณหนูชิงเหลียนข้าได้รับคำสั่งจากธิดาเทพเจี้ยนถางฟาให้พาตัวคุณหนูไปพบที่ตำหนักชั้นในตอนนี้หากคุณหนูพร้อมแล้ว ข้าขอเชิญ” สาวใช้ในตำหนักร้องบอกก่อนจะเปิดประตูแล้วโค้งคำนับ
“ข้าจะรอเ้าอยู่ที่นี่เ้าวางใจเถอะบุรุษหนุ่มผู้นั้นยังคงไม่สิ้นลมหายใจในเร็ววันนี้”เสี่ยวเหลียงอมยิ้มเล็กๆ และรู้ได้ว่าความรักนั้นได้ก่อตัวขึ้นกับองค์หญิงแห่งแคว้นเชียงเอ๋อเสียแล้ว