“ท่านพ่อเร็วๆ หน่อยเ้าค่ะ ถ้าสายกว่านี้แดดจะร้อนนะเ้าคะ” เว่ยซือหงเอ่ยเร่งบิดาที่เช้านี้ทำอะไรชักช้าเหลือเกินในสายตานาง
ทว่าความจริงแล้วเว่ยซือซานหาได้ชักช้าไม่เป็นางที่ตื่นเต้นเกินไป จนทำอะไรรีบเร่งไปหมด เดี๋ยวไปตามคนนั้นทีคนนี้ที ทั้งที่ตอนนี้มันเพิ่งจะกลางยามเหม่า(05.00-06.59น.)
“หงเอ๋อร์ใจเย็นหน่อยได้หรือไม่” หลิวลี่หงรีบปรามเมื่อทนไม่ไหวที่บุตรสาวเอาแต่เร่งสามี
“ท่านแม่ถ้าสายกว่านี้จะร้อนเอานะเ้าคะ”
“แต่เ้าและพวกท่านพ่อของเ้ายังไม่ได้กินข้าวเช้า”
“พกไปกินที่ป่าก็ได้เ้าค่ะอาหงตื่นเต้น อาหงอยากไปเร็ว ๆ” เ้าตัวฉีกยิ้มตอบดวงตาเป็ประกายสดใส ก่อนค่อย ๆหุบยิ้มเมื่อได้รับสายตาพิฆาตจากมารดา
“ท่านแม่...”
“เลือกเอาว่าจะเป็เด็กดีนั่งรอและกินข้าวเช้าก่อนหรือไม่ต้องไปมันเลย”
“อาหงรอก็ได้เ้าค่ะ”เ้าตัวเอ่ยอย่างสลด
พอเห็นบุตรสาวซึมลงบิดาอย่างเขาเลยต้องรีบเข้าไปปลอบ“หงเอ๋อร์ไม่ต้องเศร้า เช่นไรวันนี้พ่อก็พาเ้าเข้าป่าแน่ แต่อาหงต้องอดใจรอหน่อยเราจะเรียกร้องทุกอย่างตามใจไม่ได้เข้าใจหรือไม่ลูกรัก”
“อาหงเข้าใจแล้วเ้าค่ะท่านพ่อเป็อาหงที่ใจร้อนเกินไป อาหงขอโทษท่านพ่อท่านแม่เ้าค่ะ”
“เด็กดี”
เว่ยซือหงยิ้มกว้างอีกครั้งเมื่อทั้งท่านพ่อและท่านแม่ต่างยกมือขึ้นลูบศีรษะนางเด็กน้อยเอียงหัวน้อย ๆ หลับตาพริ้มรับััที่ทั้งอบอุ่นอ่อนโยน
รอจนท่านพ่อแต่งตัวเรียบร้อยก็ออกมากินข้าวเช้าพร้อมสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ จนอิ่มหนำ จัดการเตรียมของอีกเล็กน้อย คณะสำรวจป่ากิตติมศักดิ์อันประกอบไปด้วยท่านพ่อ พี่ใหญ่ พี่รอง และเหล่าองครักษ์จำนวนหนึ่งทั้งในที่ลับและที่แจ้งก็พร้อมออกเดินทางแล้ว
“ดูแลหลานข้าให้ดีเล่า”เว่ยซือหลิวกล่าวกับบุตรชายที่อายุเยอะที่สุดในกลุ่มบุตรหลาน
“ขอรับท่านพ่อข้าต้องดูแลลูก ๆ ของข้าเป็อย่างดีอยู่แล้วขอรับ”
“หงเอ๋อร์หากเหนื่อยก็หยุดพักเข้าใจหรือไม่ ไม่ต้องรีบเร่งหรือฝืนร่างกายจนเกินไปหากไม่มีอะไรให้เก็บจริง ๆ ก็รีบกลับมา ปู่จะรอเ้าที่จวน”
“เ้าค่ะท่านปู่แต่ท่านปู่ไม่ต้องห่วง อาหงจะเก็บผลไม้อร่อย ๆ มาฝากท่านปู่แน่นอนเ้าค่ะ”เ้าตัวเล็กเชิดหน้าตบอกปุ ๆ อย่างมั่นใจ ท่าทางชวนให้ขันแต่ก็น่าเอ็นดูยิ่ง
“โอเช่นนั้นย่าจะรอกินผลไม้ของเ้า”
“ท่านย่ารอได้เลยเ้าค่ะอาหงจะเก็บมาฝากเยอะ ๆ เลย ท่านแม่ และคนอื่น ๆ ในจวนด้วยนะเ้าคะ” รับปากท่านปู่พูดกับท่านย่า และท่านแม่ไม่พอ ยังเผื่อแผ่ความหวังดีไปถึงคนอื่น ๆในจวนตระกูลเว่ยด้วยเช่นกัน
เหล่าบ่าวไพร่ที่ได้รับความห่วงใยมาจากเ้านายตัวน้อยต่างมีความสุขกันถ้วนหน้าดียิ่งที่คุณหนูน่ารักไม่เหมือนบุตรหลานขุนนางคนอื่น ที่นอกจากถามหาความอ่อนโยนไม่เจอแล้วยังเอาแต่กลั่นแกล้งพวกเขา น้อยนักที่จะเห็นค่าและเมตตาบ่าวไพร่เช่นคุณหนูเว่ยซือหง
“ไปกันได้แล้วเ้าค่ะประเดี๋ยวสายจะร้อนไปมากกว่านี้ ท่านพี่อย่าพาลูกกลับมาเย็นนักนะเ้าคะอาหลางอาเหลียงดูแลน้องด้วยนะลูก” หลิวลี่หงพูดกับสามีเสร็จก็หันไปกล่าวกับบุตรชายทั้งสองที่ยืนมองน้องสาวเงียบๆ หากใบหน้ากลับเปื้อนยิ้ม
“แล้วลูกจะรีบกลับมาเ้าค่ะท่านแม่ ท่านปู่ ท่านย่า รอของฝากจากอาหงได้เลย” รับคำมั่นเหมาะอีกครั้ง นางถูกพี่ชายคนโตอุ้มขึ้นรถม้าไปกระนั้นเ้าตัวน้อยยังชะโงกหน้าออกมาจากหน้าต่างรถม้า และโบกมือไปมาอีกด้วย
รอจนคณะสำรวจป่าของเว่ยซือหงพ้นสายตาเ้านายทั้งสามของจวนจึงกลับเข้าไปในจวนภายในใจเฝ้าภาวนาขอให้ทุกคนกลับมาอย่างปลอดภัย
ป่าจินหลิน
เดินทางออกจากประตูเมืองมาครึ่งชั่วยามเว่ยซือหงก็มาหยุดยืนอยู่ทางเข้าป่าใหญ่ ป่าจินหลิน หรือป่าทองคำ
เรียกว่าป่าจินหลินแต่ความจริงหาได้มีทองคำไม่
ป่าจินหลินคือป่าที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นโจว ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองหลวง อาจเรียกได้ว่าเป็ป่าที่อยู่ใกล้เมืองหลวงที่สุดก็ว่าได้เพราะเดินทางจากเมืองหลวงเพียงครึ่งชั่วยามก็ถึงแล้ว
ถึงจะเรียกว่าป่าจินหลินแต่ความจริงหาได้มีทองคำไม่
ั้แ่โบราณกาลผู้คนส่วนใหญ่ล้วนเลี้ยงชีพด้วยการขึ้นเขาหาของป่าทั้งนั้นแต่พอเกิดาเทพมาร ความอุดมสมบูรณ์ของผืนดินหายไป ปลูกสิ่งใดไม่ขึ้น ผู้คนจึงตบเท้าขึ้นเขาเข้าป่าเพื่อหาอาหารประทังชีวิตมากขึ้น แต่! สรรพสิ่งล้วนเท่าเทียม
สิ่งของใช้แล้วหมดไปฉันใดพืชพันธุ์ธัญญาหารเมื่อไม่มีการเพาะปลูก ไม่มีโอกาสเติบโต ย่อมหมดไปฉันนั้น ภาวะขาดแคลนจึงเป็เื่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ในโลกที่พืชพรรณหาได้ยากเพาะปลูกสิ่งใดไม่ได้ เมื่อเจอเข้ากับความอุดมสมบูรณ์ของป่าใหญ่ ที่ภายในมากด้วยทรัพยากรอันล้ำค่าหาได้ยากจากสถานการณ์แร้นแค้นนี้... ไม่ต่างอันใดจาก์บนดิน ล้ำค่าเสียยิ่งกว่าทองคำพันชั่งด้วยเหตุนี้ป่าตรงหน้าจึงถูกเรียกว่าป่าจินหลินั้แ่นั้นมา
ในดินแดนเบื้องล่างทวีปนภาครามแห่งนี้มีผืนป่าอุดมสมบูรณ์เช่นป่าจินหลินตรงหน้าไม่มากนัก ซึ่งแคว้นโจวเองมีพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์ในอีกเพียง2 ป่าเท่านั้น คือ ป่าพันดารา และป่าเมฆา หนึ่งตั้งอยู่ทิศเหนือของแคว้นอีกหนึ่งตั้งอยู่ทิศใต้ของแคว้น ไม่นับป่าาที่ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างแคว้นทั้งแปดต่อให้เว่ยซือหงมีใจอยากไปสำรวจ ก็ยากนักที่นางจะสามารถไปได้ด้วยข้อจำกัดทางอายุและความห่วงใยของครอบครัว
กลับมายังปัจจุบันดวงตากลมโตของเว่ยซือหงกวาดมองป่าจินหลินตรงหน้า อากาศในตอนนี้จะเย็นอยู่เล็กน้อยเนื่องจากยังไม่สิ้นฤดูหนาวดี แต่มันก็เริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแล้ว
เ้าตัวน้อยกวาดมองใบไม้และยอดอ่อนสีเขียวที่แตกออกมาจากกิ่งก้านของผืนป่าตรงหน้าด้วยสายตาเปี่ยมความคาดหวังรอบตัวมีท่านพ่อ พี่ใหญ่ พี่รอง และเหล่าองครักษ์ยืนคุ้มกันอยู่
สรรพสิ่งเท่าเทียมฉันใดป่าอุดมสมบูรณ์ย่อมแลกมาด้วยอันตรายฉันนั้นเว่ยซือหงเข้าใจดี
เพียงแต่ป่าชั้นนอกของป่าจินหลินคงไม่อันตรายนักพื้นที่อันตรายจริง ๆ คือป่าชั้นกลางที่กำลังเข้าเขตพื้นที่ป่าชั้นในสุดต่างหาก
นอกจากนี้ป่าจินหลินหาได้มีเพียงนางและสมาชิกในกลุ่มเว่ยซือหงเห็นชาวบ้านชาวเมืองหลายคนเริ่มออกมาหาของป่ากันแล้วเ้าตัวน้อยยิ้มกว้างแผ่ความเป็มิตร
“ท่านลุงหาอะไรได้บ้างหรือไม่เ้าคะ” การกระทำไวกว่าความคิดเ้าตัวน้อยออกจากกลุ่มเข้าไปถามชายวัยกลางคนที่ดูชำนาญในการเดินป่าคนหนึ่ง
ด้านชายวัยกลางคนยืนตัวเกร็งทำตัวไม่ถูกที่จู่ ๆ ก็มีผู้สูงศักดิ์ตัวน้อยเข้ามาถาม ก่อนรีบคุกเข่าเมื่อได้รับสายตาคมปลาบที่เขาคาดว่าเป็เ้านายอีกสามคนในกลุ่มนั้น
“มะไม่ค่อยได้สิ่งใดเลยขอรับ เพราะเพิ่งเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูหนาวยังไม่สิ้นสุด่นี้จึงมีของป่าให้เก็บน้อยนักขอรับคุณหนู”
“โอ้...”
“ปกติพวกท่านเก็บสิ่งใดได้กันบ้างหรือ”
“ส่วนใหญ่ก็มีแต่ผักป่าหอมป่า กระเทียมป่าเท่านั้นขอรับ นาน ๆ จึงจะได้มันเทศและของหายากอื่น ๆ”เพราะคุณหนูตัวน้อยดูเป็มิตรและยังมีความนอบน้อมที่หาได้ยากยิ่งชายวัยกลางคนจึงเริ่มรู้สึกผ่อนคลาย ตอบคำถามอย่างไม่ติดขัด
“อืม...หาได้เยอะหรือไม่ ได้นำไปขายบ้างหรือเปล่าเ้าคะ”
“คุณหนูก็รู้ทวีปนภาครามดินแดนของเราปลูกสิ่งใดไม่ขึ้นมานานแล้ว ของป่าที่เก็บได้เ่าั้ ส่วนใหญ่ข้าและชาวบ้านจะเก็บไว้กินในครอบครัวขอรับยกเว้นพวกสมุนไพรที่จะนำไปขายหาเงินไว้ซื้อข้าวและธัญพืชที่นำเข้ามาจากทวีปศักดิ์สิทธิ์หรือดินแดนเบื้องบน”
เด็กหญิงเจ็ดขวบหลุบตาลงต่ำตามความเข้าใจ ดินแดนเบื้องล่างทั่วทั้งแปดแคว้นล้วนขาดแคลนและแร้นแค้น เพาะปลูกสิ่งใดไม่ขึ้นแต่ทวีปศักดิ์สิทธิ์ดินแดนเบื้องบนกลับมีความสามารถปลูกข้าวและธัญพืชชนิดอื่น ๆส่งขายได้ นี่หมายความว่าทวีปศักดิ์สิทธิ์จะต้องมีพื้นที่เพาะปลูกพิเศษในแน่นอนไม่เช่นนั้นคงไม่มีข้าวธัญพืชชนิดต่าง ๆ ส่งขายหรือใช้ในการแลกเปลี่ยนกับอาหารทะเลและแร่ต่าง ๆ ในทวีปนภาครามแน่
“น้องสามเ้าคิดสิ่งใดอยู่ ท่านลุงเขารอนานแล้วนะ” เว่ยซือเหลียงที่พูดเก่งรองจากน้องสาวเข้ามาเรียกเว่ยซือหงที่อยู่ในภวังค์ความคิด
“อ๊ะขอโทษเ้าค่ะท่านลุง ข้าคิดอะไรเพลินไปหน่อย ว่าแต่ท่านจะเข้าไปเก็บของป่าใช่หรือไม่เ้าคะ”
“ขอรับคุณหนู”
“เช่นนั้นไปพร้อมกับพวกข้าเถิดเ้าค่ะ”นางเอ่ยชวนเพราะ้าตอบแทนชายวัยกลางคนที่หยุดตอบคำถามนาง
“อะเอ่อ... คือว่าข้าน้อย” ใจอยากตอบรับแต่ก็กลัวสายตาประหัตปะาจากคนที่มีรังสีฆ่าฟันรุนแรงเหลือเกิน
“ท่านพ่อเ้าขาให้ท่านลุงไปกับพวกเราด้วยได้หรือไม่เ้าคะอาหงอยากตอบแทนท่านลุงที่ตอบคำถามอาหงเ้าค่ะ”เด็กหญิงวิ่งกลับไปกอดต้นขาของท่านพ่อ ถูไถเเก้มกลม ๆ ไปมาเจอท่าทางออดอ้อนเช่นนี้ของบุตรสาวมีหรือที่เว่ยซือซานจะปฏิเสธ
“เ้าไปกับพวกข้าได้”
“ขอบคุณขอรับนายท่าน”ชายวัยกลางคนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นยินดีการเข้าป่าพร้อมผู้สูงศักดิ์จะลดอันตรายที่เจอภายในป่าได้ ยิ่งกลุ่มคนที่มีอำนาจปลดปล่อยความแข็งแกร่งออกมาเช่นนี้แล้วเขาย่อมต้องปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนแน่นอน เช่นนี้ความหวังที่จะมีอาหารกลับไปให้ภรรยาและบุตรชายที่รออยู่ทางบ้านก็ไม่ยากเกินไปแล้ว
หลังอนุญาตให้ชายชาวบ้านเข้ามาในกลุ่มเว่ยซือซานจึงพาลูก ๆ เดินเข้าไปในป่าจินหลินระหว่างนี้เ้าตัวน้อยเว่ยซือซานก็คุยกับท่านลุงชาวบ้านที่ภายหลังทราบชื่อว่าลู่คง
คนในกลุ่มเดินสำรวจอยู่บริเวณป่าชั้นนอกยังไม่เข้าป่าชั้นกลางเพราะเ้าตัวน้อยอยากดูให้ทั่วพื้นที่กระทั่งทั้งกลุ่มเดินถึงพื้นที่ที่มีเถาไม้เลื้อยแห้ง ๆ ราบไปทั่วบริเวณ มีใบเหลืออยู่2-3 ใบเท่านั้น และมันยังเป็พืชกินได้อีกด้วยทว่าคนทั้งกลุ่มกำลังจะเดินผ่านมันไป!
“เอ่อทุกคนหยุดก่อนเ้าค่ะ ไม่ขุดมันเทศกันหรือเ้าคะ” ใช่แล้วเถาไม้เลื้อยที่นางเจอคือมันเทศนั่นเองทั้งยังมีหลากหลายสายพันธุ์ตามที่เนตร์ขึ้นข้อมูลให้อ่านด้วย
“เอ่อคุณหนูขอรับนี่มันเทศพิษขอรับ” ลู่คงชายชาวบ้านตอบคุณหนูตัวน้อย
“มีพิษ?”คิ้วเล็กขมวดเข้าหากันจนหน้าผากยับย่น มันเทศเนี่ยนะมีพิษ?
“ขอรับคุณหนูถึงลักษณะภายนอกจะเหมือนมันเทศที่เรารู้จักทุกประการทว่าพอขุดหัวมันขึ้นมาด้านในจะมีสีม่วง บ้างมีสีส้มขอรับมันเทศที่เรารู้จักและกินกันเป็ปกติคือมันเทศที่มีหัวสีเหลือง”
“...”เอาละ นางพอจะรู้แล้วว่าเพราะอะไรถึงบอกว่ามันเป็พิษ
“พวกเ้าส่วนหนึ่งขุดมันเทศกลุ่มนี้ขึ้นมาทั้งหมด”เว่ยซือซานที่เดินจับมือบุตรสาวและรู้ความสามารถพิเศษของนางอยู่แล้ว สั่งองครักษ์ที่พามาให้ขุดมันเทศทันที
“ระวังอย่าขุดโดนหัวมันเทศจนเป็แผลนะเ้าคะ”
“ขอรับคุณหนู”
ลู่คงสับสนเขาบอกว่ามันเป็พิษเหตุใดคนสูงศักดิ์ยังสั่งให้คนขุดมันอยู่อีกเว่ยซือหลางจับความรู้สึกชายชาวบ้านได้จึงพูดว่า “มันกินได้”
“แต่ว่า...”
“เพราะมันมีสีม่วงและสีส้มใช่หรือไม่เ้าคะท่านลุงจึงบอกว่ามันเป็พิษ”
“ขอรับ”
“เช่นนั้นพริกมีสีแดงทั้งยังมีรสเผ็ดร้อนทำไมคนจึงเอาไปประกอบอาหารเล่าเ้าคะ”
“...”ลู่คงพูดไม่ออก นั่นสิ หากพูดว่าพืชผักผลไม้มีสีสดเป็พิษเช่นนั้นพริกที่มีสีแดงเข้มไม่นับว่าเป็พิษหรอกหรือ เหตุใดผู้คนยังกินกัน
“เ้าเชื่อบุตรสาวข้าเถิดมันเทศพวกนี้กินได้ ไม่ได้มีพิษอะไร เพียงแต่คนละสายพันธุ์เท่านั้น”เว่ยซือซานพูดตามที่บุตรสาวมากระซิบบอก
“ใช่เ้าค่ะยิ่งพันธุ์ที่มีสีม่วงยิ่งหวานอร่อย”ไม่พูดเปล่านางไปเลือกมันเทศที่มีสีม่วงและสีอื่น ๆที่ถูกองครักษ์ขุดขึ้นมาไว้แล้ววิ่งกลับมาหาบิดา
“ท่านพ่อใช้ธาตุไฟเผาให้อาหงกินหน่อยเ้าค่ะ”
เว่ยซือซานไม่ปฏิเสธคำขอของบุตรสาวไม่นานก็ได้มันเทศเผาที่ส่งกลิ่นหอมอบอวลออกมาเรียกน้ำย่อยจากคนทั้งกลุ่มได้ดียิ่ง
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านพ่อ”เว่ยซือหงรับมันเทศม่วงที่บิดาหักและปอกเปลือกให้แล้วมาถือไว้ไม่ลืมกล่าวขอบคุณปากเล็ก ๆ อ้ากว้างแล้ว
งับ!
“ง่ำๆ อย่อยเ้าค่ะ หวานมาก! ท่านพ่อจินสิเ้าคะ”เด็กตัวกลมที่ปากเต็มไปด้วยมันเทศพูดไม่ชัดนัก ทำเอาสามพ่อลูกหลุดหัวเราะ
“เคี้ยวให้หมดแล้วค่อยพูด”เว่ยซือหลางกล่าวก่อนกินมันเทศสีม่วงที่น้องสาวบอกว่าหวานอร่อยบ้าง ทันทีที่เขากัดมันเทศเข้าไปรสชาติหวานไม่เหมือนมันเทศปกติทั่วไปที่เขาเคยกินพลันกำจายอยู่ในปากชายหนุ่มวัย 17 ปีหลับตาพริ้มลิ้มรสความอร่อย
“อร่อยมาก!” เว่ยซือเหลียงกล่าวออกมา แล้วรีบกัดคำต่อไปทันที เว่ยซือซานมีอาการไม่ต่างจากบุตรชายทั้งสองนัก
“เ้าก็ลองกินดูสิพวกเ้าก็ด้วย”
ลู่คงและเหล่าองครักษ์ไม่รอช้ารีบหยิบมันเทศที่เผาแล้วโดยเว่ยซือซานมากัดเข้าปากทันทีพลันนั้นคนทั้งกลุ่มจึงได้รับรู้รสชาติความอร่อยเหนือชั้นที่แตกต่างจากมันเทศทั่วไปด้านลู่คงถึงกับหลั่งน้ำตา
ไม่บ่อยนักที่จะได้กินของอร่อยเช่นนี้ขนาดมันเทศพันธุ์สีเหลืองที่กินกันเป็ปกติยังหาได้ยากเสียยิ่งกว่ายากถ้ารู้ว่ามันเทศที่มีสีม่วงสีส้มพวกนี้ไม่ได้เป็พิษเขาคงเก็บไปหาภรรยาและบุตรชายกินตั้งนานแล้ว ไม่ทนหิวอยู่แบบนี้หรอกกินไปก็น้ำตาไหลไป
“ท่านลุงลู่ท่านกินแล้วก็อย่าลืมขุดไปฝากครอบครัวนะเ้าคะ มันเทศเก็บไว้ได้นาน และคงไม่มีใครรู้ว่ามันเป็มันเทศคนละสายพันธุ์หาใช่มันเทศพิษอย่างที่พวกเขาเข้าใจ ข้าคิดว่าพวกมันคงเกิดขึ้นทั่วป่าแน่ท่านก็ขุดกลับไปเป็เสบียงเถิดเ้าค่ะ หากอยากนำไปขายก็นำไปขายข้ารับรองว่าไม่มีพิษแน่นอนเ้าค่ะ”
“ขอบคุณฮึก ขอบคุณขอรับคุณหนู” ชายวัยกลางคนยิ้มกว้าง เขารีบกินมันเทศให้หมดหัวแล้วร่วมมือขุดกับเหล่าองครักษ์ทันที
ด้านองครักษ์ตระกูลเว่ยพอรับรู้ว่ามันไม่มีพิษทั้งยังอร่อยยิ่งมีกำลังใจในการขุดมากขึ้นทั้งนี้พวกเขายังมองหาเพิ่ม พบว่ามีอีกหลายกลุ่มทีเดียว
“อยากไปต่อหรือไม่”เว่ยซือซานถามบุตรสาว
“ข้าอยากไปต่อเ้าค่ะท่านพ่อข้าอยากรู้ว่ามีอะไรที่กินได้อีกเราแบ่งคนส่วนหนึ่งไว้ขุดมันเทศกับอีกส่วนไปกับเราได้หรือไม่เ้าคะ”
“ได้สิ”เว่ยซือซานลูบศีรษะบุตรสาว ก่อนหันไปสั่งงานเหล่าองครักษ์หลังแบ่งกลุ่มกันเรียบร้อยแล้ว กลุ่มของเว่ยซือหงก็เดินเข้าป่าต่อไปทันทีลู่คงก็มาด้วยเช่นกัน เพราะเขาคิดว่าไปกับกลุ่มคุณหนูจะต้องมีของกินได้ที่เขาไม่รู้จักอีกแน่ส่วนมันเทศที่เขาขุดได้ก่อนหน้านี้เขาเก็บใส่แหวนมิติหมดแล้ว
แหวนมิตินี้เป็สมบัติตกทอดจากต้นตระกูลของเขาถึงพื้นที่จะเล็ก แต่มันพอใส่มันเทศที่เขาขุดได้แน่นอนทั้งนี้เขาจำได้ว่าเห็นเถามันเทศเช่นนี้อีกทั่วป่าเขาสามารถพาครอบครัวมาขุดมันกลับไปทีหลังได้