บทที่ 11
ปราการเคลื่อนที่ และป่าแห่งความลับที่ถูกลืม
ภายใต้แสงดาวที่พร่าเลือนด้วยกลุ่มเมฆหนา ลินยืนอยู่กลางห้องควบคุมที่อาบไปด้วยแสงสีฟ้าอ่อนจากหน้าจอโฮโลแกรม หัวใจของเธอเต้นเป็จังหวะหนักแน่นสอดคล้องกับสัญญาณเตือนภัยที่กะพริบถี่เป็สีส้มเข้ม ภาพจำลองจากโดรน สำรวจระยะไกลเผยให้เห็นกองทัพขนาดเล็กที่มีทั้งทหารม้าหุ้มเกราะและกลุ่มจอมเวทในชุดคลุมยาวสีเงิน พวกเขากำลังมุ่งหน้ามาตามสันเขา และระยะห่างเพียง 5 กิโลเมตรนั้น สำหรับจอมเวทระดับสูง มันคือระยะเวลาเพียงชั่วครู่
“พวกเขามองว่าฉันเป็ปาฏิหาริย์ แต่ขณะเดียวกันพวกเขาก็กลัวในสิ่งที่พวกเขาไม่เข้าใจ” ลินพึมพำ ดวงตาเรียวคมจ้องมองภาพเงาร่างของทหารเ่าั้ “และสิ่งที่มนุษย์กลัว... พวกเขาจะพยายามทำลายมัน หรือไม่ก็มันไว้เพียงผู้เดียว”
เธอก้มลงมองไซรัสที่กำลังหลับสนิทอยู่ในเปล โดยมี ‘เพิร์ล’ ลอยวนเวียนอยู่เหนือศีรษะเด็กน้อยอย่างเงียบเชียบ แสงมุกจากตัวโดรนวาววับเป็จังหวะเหมือนกำลังปลอบประโลม
“เพิร์ล เตรียมระบบ ‘เฮอร์คิวลีส’ (Hercules Protocol) ฉันจะปล่อยให้ไซรัสอยู่ในความดูแลของเธอ 100% ใน่รอยต่อของการเคลื่อนย้าย”
[รับทราบค่ะ มานาในระบบสำรองคงที่... เริ่มต้นกระบวนการเชื่อมต่อโครงสร้างส่วนล่าง] เสียงหวานละมุนแต่แฝงด้วยความเย็นเยียบของ AI ดังขึ้นในโสตประสาทของลิน
ลินไม่ได้สร้างบ้านหลังนี้ขึ้นมาเพียงเพื่อเป็ที่ซุกหัวนอนในโลกที่อันตราย เธอคือวิศวกรที่โตมากับการคำนวณหาทางหนีทีไล่เสมอ ในนาทีที่ความกดอากาศรอบเนินเขาเริ่มเปลี่ยนไปเนื่องจากการร่ายมนตราตรวจจับของฝ่ายศัตรู ลินดีดนิ้วหนึ่งครั้ง แผ่นพื้นที่ดูเหมือนโลหะธรรมดากลับแยกตัวออก เผยให้เห็นกลไกซับซ้อนที่ถักทอด้วยคาร์บอนไฟเบอร์และแกนไฮดรอลิกกำลังสูง
“เปลี่ยนสถานะ: ปราการฐานที่มั่น สู่ โหมดเคลื่อนที่ข้ามภูมิประเทศ”
ครืนนน...
เสียงทุ้มต่ำของเครื่องยนต์ไอออนพัลส์ที่ถูกปรับแต่งด้วยมานาส่งแรงสั่นะเืไปทั่วเนินเขา ทันใดนั้น ขาแมงมุมโลหะขนาดมหึมาหกข้างที่ซ่อนอยู่ใต้ฐานรากก็ค่อยๆ ตอกลงกับพื้นดินและยันตัวบ้านทั้งหลังให้ลอยสูงขึ้นจากพื้นดินกว่าห้าเมตร บ้านนาโนคาร์บอนที่เคยดูสงบนิ่งบัดนี้เปลี่ยนสภาพเป็ ‘แมงมุมั์สีเงิน’ ที่ดูน่าเกรงขามและลึกลับ
“เป้าหมาย: ป่าต้องห้ามทิศตะวันตก” ลินสั่งการพลางบังคับคันบังคับโฮโลแกรมด้วยความชำนาญ
ป่าต้องห้าม... สถานที่ที่ชาวอาเธลอสเล่าขานกันว่าเป็สุสานของจอมเวท เนื่องจากมานาที่นั่นมีความปั่นป่วนและบิดเบี้ยวจนเวทมนตร์ทั่วไปไม่สามารถใช้งานได้ แต่นั่นคือ ‘์’ ของลิน เพราะที่นั่นคือที่ที่วิทยาศาสตร์บริสุทธิ์จะทำงานได้โดยปราศจากการแทรกแซงจากมานาธรรมชาติ
บ้านเคลื่อนที่เริ่มก้าวเดินด้วยท่วงท่าที่มั่นคงและนุ่มนวลอย่างเหลือเชื่อ ระบบกันะเืระดับนาโนทำให้ไซรัสที่นอนอยู่ข้างในไม่รู้สึกถึงแรงสั่นะเืแม้แต่น้อย
“มันขยับได้! บ้านหลังนั้นมันเดินได้!” เสียงะโด้วยความใดังมาจากแนวหน้าของกองทัพอาเธลอส
จอมเวทชุดเงินรีบร่ายมนตร์ ‘ศรแสงพันธนาการ’ หวังจะหยุดยั้งแมงมุมเหล็กั์ แสงสีขาวนับร้อยพุ่งแหวกอากาศเข้าหาบ้านของลิน ทว่าก่อนที่มันจะััตัวบ้าน โล่พลังงานพลาสม่าสีฟ้าอ่อนก็กางออก ปัดป้องศรเวทเ่าั้ให้กระจายออกไปเหมือนน้ำที่สาดใส่หิน
“เสียเปล่า...” ลินมองภาพจากจอมอนิเตอร์ “มานาที่พวกคุณใช้ มันคือระบบพลังงานที่ฉันถอดรหัสออกมาหมดแล้ว”
เธอไม่ได้ตอบโต้ด้วยความรุนแรง แต่เธอเลือกที่จะกดปุ่มปล่อย ‘ควันพรางตาไอออนิก’ ควันสีเทาหนาทึบที่ขัดขวางการตรวจจับด้วยจิติญญาและสายตาพวยพุ่งออกมาปกคลุมทั่วบริเวณ เปิดโอกาสให้บ้านเคลื่อนที่เร่งความเร็วพุ่งหายเข้าไปในแนวป่าที่ทึบและมืดมิด
เมื่อก้าวเข้าสู่เขตป่าต้องห้าม บรรยากาศก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ต้นไม้ั์ที่สูงเทียมเมฆมีกิ่งก้านคดเคี้ยวราวกับัพันปี ใบของมันเรืองแสงสีม่วงหม่น ลินสังเกตเห็นว่ามานาในอากาศเริ่มหมุนวนเป็น้ำวนขนาดเล็ก ซึ่งจะทำลายวงจรเวทมนตร์ของใครก็ตามที่ย่างกรายเข้ามา แต่สำหรับระบบเครื่องปฏิกรณ์ของลินที่ใช้การแยกแยะมานาเป็เชื้อเพลิง ที่นี่คือ ‘สถานีชาร์จพลังงาน’ ชั้นยอด
[ความเสถียรของพลังงาน: 120% - ระบบกำลังกักเก็บมานาส่วนเกิน] เพิร์ลรายงานขณะลอยมาหยุดข้างๆ ลิน [คุณหนูไซรัสยังคงหลับสนิทค่ะ ระดับอัตราการเต้นของหัวใจเป็ปกติ]
ลินผ่อนลมหายใจยาว “ขอบใจมากเพิร์ล... เราคงต้องอยู่ที่นี่สักพัก จนกว่ากองทัพพวกนั้นจะถอดใจ”
หลังจากเดินลึกเข้ามาในป่าได้หลายชั่วโมง ลินก็สั่งให้บ้านหยุดเคลื่อนที่ในหุบเขาที่ล้อมรอบด้วยหน้าผาหินปูน แสงไฟจากบ้านสาดกระทบไปบนผนังถ้ำฝั่งตรงข้าม เผยให้เห็นบางสิ่งที่ทำให้หัวใจของวิศวกรสาวเกือบจะหยุดเต้น
มันไม่ใช่ลวดลายภาพเขียนสีของคนโบราณ แต่เป็ ‘รอยตัดของเลเซอร์’ ที่เรียบกริบและแม่นยำจนไม่น่าจะเป็ฝีมือของคนในยุคนี้
ลินสวมเสื้อคลุมและหยิบไฟฉายแรงสูง ก้าวออกจากบ้านโดยมีเพิร์ลคอยอารักขาอยู่้า เธอเดินไปที่ผนังหินนั้นแล้วใช้มือลูบไล้รอยแยกที่ดูเหมือนประตูซ่อน
“เพิร์ล สแกนโครงสร้างหลังผนังนี้ที”
[ตรวจพบ: โครงสร้างโลหะผสมไทเทเนียม-เซรามิก... มีลายเซ็นพลังงานความร้อนหลงเหลืออยู่ 0.001%]
“นี่มัน... โรงงานหรือ? หรือว่าเป็ฐานทัพ?” ลินรู้สึกขนลุกซู่ เธอออกแรงกดไปที่จุดรวมสายไฟที่ซ่อนอยู่ใต้ตะไคร่น้ำ ทันใดนั้น กลไกโบราณก็เริ่มทำงานด้วยเสียงที่เธอคุ้นเคยที่สุด... เสียงมอเตอร์ไฟฟ้า
ประตูหินขนาดใหญ่เลื่อนเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นโถงทางเดินกว้างขวางที่ประดับด้วยไฟฉุกเฉินสีส้มที่กระพริบริบหรี่ ที่ปลายทางเดินนั้นมีซากของหุ่นยนต์สำรวจที่พังยับเยินรุ่นหนึ่งตั้งอยู่ ลินจำมันได้ทันที มันคือหุ่นรุ่น ‘Ares-7’ ที่ถูกใช้ในการสำรวจดาวอังคารใน่ศตวรรษที่ 22 ของโลกที่เธอจากมา
“เป็ไปไม่ได้...” ลินเดินเข้าไปทรุดตัวลงข้างซากหุ่นนั้น น้ำตาที่ไม่ได้ไหลมานานเริ่มคลอหน่วย “มีคนอื่นมาที่นี่ก่อนฉัน... และพวกเขาพยายามจะสร้างบ้านที่นี่เหมือนกัน”
ที่หน้าอกของหุ่นยนต์ มีแผ่นป้ายโลหะเล็กๆ ที่สลักข้อความสั้นๆ ไว้ว่า:
“ถึงผู้ที่ตามมา... วิทยาศาสตร์ไม่ได้พ่ายแพ้ต่อเวทมนตร์ แต่เราแค่ขาด ‘หัวใจ’ ที่จะอยู่ร่วมกับมัน”
ลินนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นเป็เวลานาน ความโดดเดี่ยวที่เธอแบกรับมาตลอดั้แ่วันแรกเริ่มเบาบางลง เมื่อรู้ว่าเธอไม่ใช่คนแรกที่พยายามพิสูจน์ความจริงในโลกใบนี้ เธอหันไปมองไซรัสที่เพิ่งตื่นและส่งเสียงร้องเรียกหาเธอจากในบ้าน
“ไซรัส... ดูเหมือนว่าแม่ไม่ได้แค่ต้องสร้างบ้านให้ลูกแล้วล่ะ” ลินปาดน้ำตาและยืนขึ้นด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป “แม่ต้องสร้างโลกใหม่ โลกที่ความรู้ของเราและพลังของโลกนี้จะเดินไปพร้อมกันได้จริงๆ”
ในความมืดมิดของป่าต้องห้าม แสงไฟจากบ้านของลินดูสว่างไสวและมั่นคงกว่าครั้งไหนๆ เฟืองตัวที่ห้าได้เริ่มหมุนแล้ว และครั้งนี้มันไม่ได้หมุนเพื่อการหลบหนี แต่เพื่อการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ที่จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของอาเธลอสไปตลอดกาล
ลินเริ่มเปิดระบบสำรองข้อมูลของฐานทัพโบราณแห่งนี้ เธอพบว่ามีพิมพ์เขียวของอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่ระบุว่า ‘ตัวเชื่อมประสานนิรันดร์’ (The Eternal Interface) ซึ่งดูเหมือนจะเป็คำตอบของการทำให้เทคโนโลยีและมานาหลอมรวมกันโดยสมบูรณ์
“เพิร์ล เริ่มดาวน์โหลดข้อมูลทั้งหมด เรามีงานใหญ่ต้องทำแล้ว”
ลินก้าวกลับเข้าสู่บ้านของเธอ พร้อมกับความลับที่เธอกำลังจะเปิดเผยในบทต่อไป ความลับที่จะทำให้กองทัพอาเธลอสต้องสยบ และทำให้ไซรัสเติบโตขึ้นมาในโลกที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่วิศวกรคนหนึ่งจะรังสรรค์ได้
…………
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางลี้ภัยเข้าสู่ป่าต้องห้ามไปกับคุณแม่ลินและน้องไซรัสนะคะ! ในบทหน้า เตรียมพบกับการไขปริศนาของ ‘ผู้มาก่อน’ และการอัปเกรดเทคโนโลยีครั้งใหญ่ที่โลกใบนี้ไม่เคยเห็นมาก่อน ใครที่ลุ้นไปกับการผจญภัยของแม่ลูกคู่นี้ อย่าลืมกดติดตามและคอมเมนต์พูดคุยเป็กำลังใจให้กันด้วยนะคะ ทุกข้อความคือแรงผลักดันให้เฟืองตัวต่อไปของนิยายเื่นี้หมุนไปอย่างไม่หยุดยั้งค่ะ!"